Bangkok Boulevard Ramkhamhaeng – Wongwaen

เที่ยว #Vejle เมืองท่าทางตะวันออกเฉียงใต้ของคาบสมุทรจัตแลนด์ ห่างจากเมืองหลวงของเดนมาร์กประมาณ 2 ชั่วโมง

เป็นเมืองริมทะเลที่มีความอาร์ต เต็มไปด้วย Boutique Shop เก๋ๆ คาเฟ่ ร้านอาหาร มีความโดดเด่นทางด้านเทคโนโลยี เป็นเมืองที่สื่อสารเรื่องราวของความทันสมัย ควบคู่ไปกับศิลปวัฒนธรรมเก่าแก่ที่น่าสนใจและมีธรรมชาติที่สวยงามทั้งป่าไม้และทะเล

ถ้าอยากสัมผัสฟีลลิ่งแบบนี้ กานต์อยากแนะนำให้ไปชมที่ Bangkok Boulevard รามคำแหง – วงแหวน เป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับหรูที่เดินทางเข้าออกสู่ทั้งถนนรามคำแหงและวงแหวนกาญจนาภิเษกได้ง่าย ในอนาคตยังจะมีรถไฟฟ้าสายสีส้มเข้ามาเติมเต็มการเดินทางให้สะดวกมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

หลังจากที่กานต์พาไปชมหลายโครงการของ SC Asset ซึ่งต่างได้รับแรงบันดาลใจในการพัฒนามาจากเมืองท่องเที่ยวชื่อดังทั่วโลก ให้ได้ฟีลลิ่งพักผ่อนอย่างแท้จริง ซึ่ง Bangkok Boulevard รามคำแหง – วงแหวน ก็ได้เนรมิตให้มีกลิ่นอายของ Vejle เมืองเทคโนโลยีริมทะเล สื่อสารผ่านพื้นที่ส่วนกลางได้อย่างน่าสนใจ

แบบบ้านในโครงการนี้เป็นบ้านซีรีส์ใหม่ที่มีชื่อว่า “LANAI” (ลา-ไน) ซึ่งได้พัฒนาขึ้นมาในช่วงโควิดที่ผู้คนเริ่มใช้ชีวิตอยู่ภายในบ้านกันมากขึ้น ดังนั้น จึงตอบโจทย์ของการเป็นบ้านเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจและสามารถดื่มด่ำกับบรรยากาศของเมือง Vejle ภายในโครงการได้ครับ

โดยแบบบ้านที่กานต์พามาชมจะเป็นบ้านหลังใหญ่สุดชื่อ Captivate ดูหรูหรา Modern Elegant มาก ออกแบบให้มี Terrace เพื่อการพักผ่อนรับลมด้านหน้าบ้าน มีระเบียงขนาดใหญ่ด้านบน ซึ่งมาพร้อม Facade ดีไซน์ใหม่ให้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้นแต่ยังคงความหรูหราสวยงามอันเป็นเอกลักษณ์ของ Bangkok Boulevard

ไปชมภาพและอ่านเรื่องราวในคอลเลคชั่น Bangkok Boulevard รามคำแหง – วงแหวน กันต่อด้านในดีกว่าครับ

Location :

ทำเลที่ตั้งของโครงการ Bangkok Boulevard รามคำแหง – วงแหวน ถือว่าเป็นย่านอยู่อาศัยที่มีความอุดมสมบูรณ์ ทั้งในแง่ของร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า Community Mall มีคาเฟ่เก๋ๆ เปิดใหม่มากมาย รายล้อมด้วยโรงเรียน โรงพยาบาลชั้นนำ ทำให้เหมาะมากกับการอยู่อาศัยในกรุงเทพฯ โซนตะวันออกเฉียงเหนือ

ส่วนการเดินทาง ถ้ามาจากรามคำแหง โครงการ Bangkok Boulevard รามคำแหง – วงแหวน จะตั้งอยู่บนถนนราษฎร์พัฒนา หรือที่เรารู้จักกันในชื่อซอยมิสทีนนั่นเองครับ ขับรถเข้าอีกประมาณ 2 กิโลเมตรก็จะถึงโครงการ หรือจะมาทางถนนกาญจนาภิเษกก็ได้เช่นกัน ดังนั้น จึงเหมาะมากสำหรับใครที่สัญจรไปทำงานโดยใช้ถนนวงแหวนเป็นหลัก เชื่อมต่อพระราม 9-อโศก, ศรีนครินทร์-ร่มเกล้าและสนามบินสุวรรณภูมิได้สะดวกมากครับ

ในอนาคต ถนนรามคำแหง มีการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้ม ซึ่งจะช่วยเพิ่มทางเลือกในการเดินทางให้สะดวกมากยิ่งขึ้นครับ

Overview :

โครงการ Bangkok Boulevard รามคำแหง – วงแหวน มีเนื้อที่ 12-1-77 ไร่ สัมผัสแรกที่ได้รับคือโครงการมีความเป็นส่วนและเงียบสงบมากครับ ด้วยความที่เป็น Exclusive Unit เพียง 42 ครอบครัวเท่านั้น ทำให้บรรยากาศค่อนข้างสบายๆ ไม่พลุกพล่าน ไม่ได้ยินเสียงรถราวิ่งสัญจรไปมาจากด้านนอกถนนใหญ่เลยครับ ที่สำคัญคือลดปัญหาเรื่องมลพิษที่จะมารบกวนการอยู่อาศัย

Type :

แบบบ้านที่พามาชมกันในครั้งนี้คือ Captivate เป็นบ้านขนาดใหญ่ที่สุดของ LANAI Series ซึ่งเป็นการพัฒนาดีไซน์ที่กานต์ประทับใจมากครับ เนื่องจาก ปัจจุบันนี้บ้านจะต้องทำหน้าที่เป็นมากกว่าที่พักอาศัย เพราะยุคหลังโควิดเราจะใช้ชีวิตอยู่ภายในบ้านกันมากขึ้น ดังนั้น การออกแบบให้บ้านเป็นสถานที่รองรับทุกกิจกรรมของทุกคนได้ จึงเป็นโจทย์ที่น่าสนใจ บ้าน LANAI Series จึงออกแบบให้มี Space ที่หลากหลาย มี Terrace ที่สอดแทรกอยู่ในพื้นที่หลายๆ ส่วนของบ้าน

เกริ่นเท่านี้ก่อน เดี๋ยวจะพาเข้าไปชมภายในตัวบ้านกันครับ

Main Gate :

ขับรถเข้ามาภายในโครงการจะเต็มไปด้วยต้นไม้สีเขียวให้ความร่มรื่น ด้านหน้าโครงการจะเป็นการรักษาความปลอดภัยแบบ Double Security เนื่องจากจะมีอีกหนึ่งโครงการที่ใช้ถนนทางเข้าออกโซนแรกร่วมกันคือ Verve รามคำแหง-วงแหวน

จากนั้น เมื่อผ่าน ป้อมรปภ. แล้วตรงเข้ามาจะเป็น Bangkok Boulevard ส่วน Verve จะวนผ่านวงเวียนแล้วแยกเลี้ยวไปทางขวาอีกที ซึ่งจะมีป้อมรปภ. อีกชั้นพร้อมประตูเป็นแบบบานเลื่อนขนาดใหญ่ มีป้ายโครงการสีขาวเด่นคอยทำหน้าที่ต้อนรับอย่างชัดเจน

Captivate : LANAI Series พื้นที่ใช้สอย 370 ตร.ม. ขนาดที่ดินเริ่มต้น 69.2 ตร.วา ฟังก์ชัน : 5 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ พร้อม Family Area, Dining Area, Relaxing Area, มี Pantry ครัวยุโรป ลานซักล้างและมีห้องพักแม่บ้าน สามารถจอดรถได้มากถึง 3 คัน พร้อมการอำนวยความสะดวกด้านอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น การตรวจจับควันและความร้อนพร้อมแจ้งเตือนทันที ส่วนลานจอดรถของบ้านทุกแบบจะรองรับ EV Charger ทุกรุ่น เป็นต้น

ที่สำคัญนอกจากฟังก์ชันการใช้สอยภายในแล้ว เรื่องดีไซน์ก็ยังต้องให้น้ำหนักในการออกแบบ คือบ้านต

เห็นได้จากการดีไซน์ Exterior ให้มี Facade ด้านหน้าบ้านที่มีทั้ง 2 ชั้น เป็นลักษณะฟินที่เปิด-ปิดได้ ตีเป็นซี่คล้ายระแนงไม้สีน้ำตาลเพื่อให้ได้ฟีลลิ่งของความเป็นบ้านมากที่สุด ช่วยในการเปิดรับแสงจากภายนอกและเพิ่มความเป็นส่วนตัว สามารถปิดเพื่อช่วยบังสายตาจากภายนอกที่จะมองเข้ามา และช่วยให้บ้านดูมีดีเทลในการออกแบบที่มากขึ้น

หน้าบ้านมี Terrace เป็นพื้นที่อเนกประสงค์ให้เราได้ทำกิจกรรมเบาๆ นอกบ้าน เช่น จิบกาแฟ อ่านหนังสือพิมพ์ตอนเช้า จะทำโยคะรับอรุณก็ได้ หรือออกกำลังกายเวิร์คเอ้าท์ตอนเย็นหลังเสร็จงานก็ดี เพราะเป็นพื้นที่ที่มีขนาดใหญ่พอสมควรเลยครับ

อีกทั้งเราสามารถเลื่อน Facade มาปิดได้ เพื่อให้เกิดการใช้พื้นที่ Semi-Outdoor แบบส่วนตัว เหมือนเป็นอีกห้องหนึ่งด้านนอกบ้าน

พื้นที่นี้ยังเชื่อมต่อกับห้องนอนชั้นล่าง ซึ่งออกแบบมาให้เป็นห้องนอนผู้สูงอายุ ดังนั้น จึงสะดวกมาก หากผู้สูงอายุอยากจะเปิดประตูออกมาเดินเล่นหรือขยับร่างกายเบาๆ หน้าบ้านตอนเช้า โดยที่ไม่รบกวนสมาชิกคนอื่นๆ ภายในบ้าน

เปิดประตูเข้ามาภายในบ้าน เป็นประตูบานสไลด์กระจกสีเขียวตัดแสงแบบเข้ามุมสูงเกือบถึงฝ้าเพดานประมาณ 3 เมตร ทำให้ได้ช่องแสงขนาดใหญ่รายรอบบริเวณนี้ ด้านในเราจะพบกับ Common Area ที่มีขนาดใหญ่ เชื่อมต่อส่วนของ Living Dining และครัวเข้าไว้ด้วยกัน

บ้านตัวอย่างจัดวางชุดโซฟาขนาดใหญ่พร้อมทีวีติดผนังไว้อีกฝั่งซึ่งมีระยะห่างมาก เราสามารถเลือกสมาร์ททีวีจอใหญ่ๆ ทำเป็นโฮมเธียเตอร์เอาไว้ดูหนังพร้อมกันทั้งครอบครัวได้เลยครับ

ตรงเข้ามาภายในบ้านด้านซ้ายมือจะเป็นห้องนอนชั้นล่าง ซึ่งเหมาะมากหากจะทำเป็นห้องนอนสำหรับผู้สูงอายุ สำหรับครอบครัวที่อยู่ด้วยกันหลาย Generations

ออกแบบให้รองรับการใช้งานสำหรับผู้สูงอายุอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบให้มีห้องน้ำในตัว ติดตั้งราวจับเพื่ออำนวยความสะดวก พื้นห้องน้ำและพื้นห้องเสมอกัน จะไม่มีการลดระดับเพื่อจะได้ไม่สะดุด พื้นห้องใช้เป็น SPC ให้ความรู้สึกเหมือนเดินบนไม้จริงและสวยงาม ทนทาน แต่การดูแลรักษาทำได้ง่าย

ภายในห้องจัดวางเตียงควีนส์ไซซ์ที่มีพื้นที่รอบเตียงค่อนข้างกว้าง สามารถเดินเหินได้อย่างสะดวกสบาย ฝั่งตรงข้ามเป็นตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้งจัดไว้อย่างเรียบร้อย

ส่วนด้านข้างเตียงจะเป็นประตูกระจกที่เปิดรับแสงธรรมชาติจากภายนอกและวิวของสวนต้นไม้สีเขียวๆ สดชื่นสบายตาและยังสามารถเปิดออกไปนั่งเล่นพักผ่อนบริเวณ Terrace ด้านนอกได้ทันที

ดังนั้นจึงสะดวกมากหากอยากจะออกไปขยับร่างกายเบาๆ ยามเช้า สูดอากาศบริสุทธิ์ เพื่อความสดชื่น เพราะผู้สูงวัยมักจะตื่นก่อนนั่นเอง จะได้ไม่เป็นการรบกวนสมาชิกคนอื่นๆ ในบ้านครับ

จากห้องนอนผู้สูงอายุจะเชื่อมต่อกับพื้นที่ Common Area ด้านนอก ซึ่งด้านหน้าห้อง ออกแบบให้เป็น Relaxing Area ที่นั่งสำหรับการพักผ่อน อ่านหนังสือ จิบเครื่องดื่มแก้วโปรดและเปิดเพลงฟังเบาๆ คลอตามกันไป มีประตูเปิดออกไปยังสวนด้านหลังบ้านได้ และเป็นการเพิ่มช่องแสงธรรมชาติเข้ามาสู่ภายในบ้าน

บ้านตัวอย่างตกแต่งได้สวยงามมากครับ ผมชอบดีไซน์ของชั้นโชว์ด้านในที่สะท้อนถึงรสนิยมของผู้พักอาศัยภายในบ้านนี้ได้เป็นอย่างดี

ผมว่าโครงการตั้งใจดีไซน์ให้พื้นที่นี้เหมาะสำหรับการพรีดินเนอร์ นั่งคุยกัน จิบเครื่องดื่มเบาๆ ก่อนจะเข้าสู่มื้ออาหารบนโต๊ะขนาดใหญ่ซึ่งอยู่ถัดออกไป

ว่าแล้วก็หาแผ่นเสียงของ Louis Armstrong มาเปิดดีกว่า ผมชอบเพลง On The Sunny Side Of The Street ฟังแล้วรู้สึกเหมือนกำลังเดินเล่นตอนเย็นๆ เลือกชมของอยู่ Boutique Shop ที่ Vejle Denmark อย่างสบายใจ

Dining Area ที่บ้านตัวอย่างจะเป็นโถงยาวที่เชื่อมต่อระหว่างพื้นที่นั่งเล่น โต๊ะรับประทานอาหาร บาร์ Pantry และครัวยุโรปด้านใน ทำให้เป็นพื้นที่เปิดโล่งและดูหรูหรา

แต่สำหรับบ้านเปล่า เราจะพบว่าบริเวณนี้ถูกกั้นไว้เป็นห้องนอนอีกห้อง ซึ่งถ้าใครมองว่าไม่ได้ใช้ประโยชน์ก็สามารถปรับให้เป็นแบบนี้ได้ครับ ซึ่งผมว่าบ้านตัวอย่างทำไว้เป็นไอเดียดีมาก

โต๊ะรับประทานอาหารจัดวางขนาด 8 ที่นั่ง แต่ถ้าต้องการทำเป็น Long Table หรือเพิ่มจำนวนขึ้นสามารถทำได้สบายเลย เนื่องจาก Area นี้มีพื้นที่ค่อนข้างกว้าง ตกแต่งด้วยแชนเดอร์เลียร์สีเหลืองทองดูหรูหรา เป็นคู่สีที่ตัดกับผ้าม่านสีน้ำเงินน้ำทะเลได้ดีและลงตัวมากครับ

ถัดจากโต๊ะรับประทานอาหารจะเป็นบาร์เล็กๆ พร้อมเคาน์เตอร์ สำหรับนั่งจิบเบาๆ หรือหากจัดปาร์ตี้ที่บ้านเป็น Private Chef ก็ทำได้สบายเลยครับ

Mixologist มาชงเครื่องดื่มให้ที่บาร์ เราสามารถนั่งจิบหรือขยับไปนั่งฟังเพลงที่มุมนั่งเล่นอีกฝั่งของโต๊ะอาหารก็ได้

ส่วนด้านในครัว เชฟกำลังง่วงอยู่กับการปรุงอาหารมื้อพิเศษให้เราได้ทานกัน ซึ่งครัวยุโรปได้ Built-in เคาน์เตอร์ครัวรูปตัวยู (U Shape) เอาไว้ให้แล้ว พร้อมเจาะช่องเปิดพื้นที่ขนาดใหญ่สำหรับวางตู้เย็น Side by Side ได้สบาย มีช่องเปิดเพื่อเชื่อมต่อกับครัวไทยด้านนอก และสามารถใช้ระบายอากาศจากการทำครัวได้

ห้องนอนแม่บ้านจะอยู่ด้านหลังติดกับลานซักล้าง ส่วนที่ชั้น 1 ยังมีห้องน้ำที่อยู่ติดกับครัวอีก 1 ห้อง และมีประตูเชื่อมต่อเปิดออกไปยังลานจอดรถได้ ทำให้เวลาที่เราไปช้อปปิ้งของที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตมา ลงจากรถก็สามารถตรงเข้าครัวได้เลยครับ นับว่าสะดวกมาก

มองจากบันไดลงมาเห็นมุมนี้ผมว่าสวยมาก

บันไดขึ้นลงจะเชื่อมกับมุมรับประทานอาหารที่อยู่โถงกลางบ้าน ตัวโครงสร้างบันไดเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ลูกตั้งลูกนอนเป็นไม้เทียม พร้อมราวจับไม้ระแนงเหล็ก ใต้บันไดมีห้องเก็บของและเป็น Service Room ในตัว

ก่อนจะไปชมพื้นที่บนชั้น 2 ขอพาไปยังมุมโปรดของผมซึ่งเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ในการออกแบบบ้าน LANAI Series นั่นคือพื้นที่ชั้นลอยอเนกประสงค์ที่อยู่ถัดจาก Family Area

เราสามารถใช้บริเวณนี้ในการเชื่อมต่อสำหรับทำกิจกรรมของเด็กๆ ได้ครับ อาจจะเป็นมุมสำหรับ ทำการบ้าน ฟังนิทาน อ่านหนังสือ หรือปรับเป็นห้องพระก็ได้

โดยคอนเซ็ปต์ก็คือ Extra space extra function for living เป็นพื้นที่สำหรับความเป็นส่วนตัวที่ยังเชื่อมต่อกับพื้นที่ส่วนรวมและสมาชิกคนอื่นในบ้าน

บริเวณโถงชั้น 2 จะเป็นพื้นที่อเนกประสงค์สำหรับสมาชิกในครอบครัว บ้านตัวอย่างจัดวางชุดโซฟาและที่นั่งดีไซน์แตกต่างกันไปเพื่อให้เกิดความรู้สึกสบายๆ จุดเด่นคือการเปิดช่องแสงด้านข้างขนาดใหญ่และยังได้แสงจากพื้นที่ชั้นลอยอเนกประสงค์อีกจุดหนึ่งด้วย

อีกจุดที่ชอบคือชั้นบนจะได้ความสูงของฝ้า 3.4 เมตร ซึ่งถือว่าสูงมากสำหรับบ้านเดี่ยว ส่งผลให้พื้นที่ชั้นบนดูโปร่งโล่งสบาย ไม่อึดอัดเลยครับ สามารถทำกิจกรรมร่วมกันที่บริเวณนี้ได้ ซึ่งจะเชื่อมต่อกับ 3 ห้องนอน

เริ่มจากห้องนอนรองห้องแรกกันก่อนครับ จะอยู่ฝั่งด้านหลังบ้าน ทำให้ได้เรื่องความเงียบสงบ สัมผัสยอดไม้ที่ปลูกไว้ริมรั้วด้านหลังที่สูงชะลูดมาจนถึงชั้นบน บ้านตัวอย่างออกแบบเป็นห้องนอนสำหรับเด็กผู้ชาย สดใสสมวัย เลือกใช้สีที่เป็นแม่สีครบทั้งแดง เหลือง น้ำเงิน

ภายในห้องจัดวางฟังก์ชันภายในได้อย่างเป็นสัดส่วน ทั้งเตียงนอนขนาดใหญ่ปลายเตียงติดตั้งทีวีเอาไว้เรียบร้อยพร้อมตู้เก็บของ ถัดไปด้านในเป็นห้องน้ำและมุมแต่งตัวแบบ Walk-in Closet ด้วยการ Built-in ตู้เสื้อผ้าขนาดกลาง

อีกฝั่งจะเป็นโต๊ะทำงานที่เชื่อมต่อมาจนถึงด้านหน้าห้อง แต่ผมดูแล้วอนาคตน่าจะมาสายเทคโนโลยีเหมาะกับดีไซน์ของโครงการที่เป็นเมือง Vejle มากครับ

ส่วนห้องนอนรองอีกห้องซึ่งมีขนาดใกล้เคียงกันแต่จะอยู่ฝั่งด้านหน้าบ้าน จากภาพที่ถ่ายมาจะเห็นว่าทั้ง 2 ห้องเชื่อมต่อกันได้อย่างลงตัว แต่การตกแต่งภายในจะน่ารักสดสมคนละสไตล์

ห้องนอนรองด้านหน้าจะมาในดีไซน์สีเหลือง เขียว ชมพูสดใส ออกแบบฟังก์ชันภายในห้องได้อย่างน่าสนใจ เริ่มจากตรงกลางห้องสามารถจัดวางเตียงนอนขนาดควีนไซซ์ซึ่งจะลงตัวกับระยะผนังที่เว้นปิดทึบเอาไว้ช่วงบริเวณหัวเตียงพอดี

ข้างเตียงออกแบบให้ป็นพื้นที่นั่งเล่นเล็กๆ สำหรับอ่านหนังสือ ซึ่งเราสามารถขยับเก้าอี้ไปยังส่วนด้านหน้าซึ่งจะเปิดช่องแสงขนาดใหญ่เอาไว้จนเกือบถึงฝ้าเพดาน

ทั้งยังสามารถเปิดประตูออกไปได้ก็จะกลายเป็นพื้นที่ระเบียงหน้าบ้านใช้งานแบบ Semi-Outdoor ซึ่งสามารถเปิด-ปิด Facade เพิ่มความเป็นส่วนตัวได้ ทำให้เราสามารถใช้พื้นที่บริเวณระเบียงด้านนอกบ้านได้อย่างสบายใจ 

ปลายเตียงนอกจากจะมีชั้นวางของและทีวีแบบแขวนผนังทำให้ห้องดูโมเดิร์นขึ้นแล้ว ด้านในเป็นมุมแต่งตัวแบบ Walk-in Closet ด้วยการ Built-in ตู้เสื้อผ้าขนาดกลางติดตั้งไว้ฝั่งตรงข้ามซึ่งเป็นห้องน้ำในตัว แยกส่วนเปียกแห้งเอาไว้ให้แล้วเรียบร้อย 

มาดูในส่วนของ Master Bedroom กันบ้างครับ ซึ่งมีพื้นที่เกือบครึ่งหนึ่งของตัวบ้านชั้นบน เป็นห้องนอนที่มีขนาดใหญ่มาก 

คอนเซ็ปต์ของแบบบ้าน LANAI Series คือการออกแบบให้ห้องนอนเป็นมากกว่าห้องนอนทั่วไป ดังนั้นเราจะเห็นว่าภายในห้องแบ่งฟังก์ชันการใช้สอยได้หลากหลายและลงตัวดีครับ ราวกับเป็นบ้านอีกหนึ่งหลัง

เริ่มจากด้านหน้าเป็นพื้นที่นั่งเล่น จัดวางโต๊ะกลาง ชุดโซฟาที่นั่งและทีวีติดผนังพร้อมชั้นหนังสือขนาดใหญ่ ถูกใจหนอนหนังสือแบบผมมาก 

ห้องนอนหลักของบ้านตัวอย่าง ตกแต่งได้สวยงามดูคลาสสิคมาก ผมชอบการจับคู่สีที่คุมโทนได้ดี ทำให้บ้านดูอบอุ่น น่าอยู่ ห้องนอนห้องนี้ก็เช่นกันครับ

ผมสามารถนั่งพักผ่อนอยู่ที่โซฟาบริเวณปลายเตียงได้เป็นเวลานานมากโดยไม่รู้สึกอึดอัดเลย ด้วยความกว้างใหญ่ของห้องนอนและความสูงโปร่งของพื้นจรดฝ้าที่มากถึง 3.4 เมตร เปิดช่องแสงขนาดใหญ่ด้านข้างมาตลอดแนวระเบียง ทำให้ห้องดูสว่างและได้แสงจากธรรมชาติส่องเข้ามา ผมว่าช่วงกลางวันเราแทบไม่ต้องเปิดไฟกันเลยครับ แต่ถ้าอยากให้ได้ความมืดก็สามารถติดตั้งผ้าม่านมาปิดได้ 

อีกเรื่องที่ผมคิดว่าน่าสนใจและอยากจะหยิบมาเล่า คือเรื่องของ “Baan Rue Jai App” หรือแอปบ้านรู้ใจ สำหรับใครจะเป็นลูกบ้าน SC Asset หรืออยากจะมาเป็นครอบครัว SC Asset จริงๆ แอพพลิเคชั่นนี้ มีมาได้สักพักแล้วครับและหลาย Developer เขาก็มี พวกแจ้งซ่อมน้ำซ่อมไฟ ทำความสะอาดบ้าน ฯลฯ

SC Asset ก็มีเหมือนกันแต่ความน่าสนใจ Baan Rue Jai ที่ว่าดีก็คือ ผมสัมผัสได้ถึงการลงรายละเอียดในความใส่ใจของ SC Asset ที่มีต่อลูกบ้านไว้มากกว่าใคร โดยเฉพาะช่วงโควิดที่ผ่านมา นอกจากจะอัพเดทสถานการณ์อย่างต่อเนื่องแล้ว ยังเคยให้ สมาชิก SC Family ซึ่งก็คือลูกบ้านของ SC นั่นแหละได้เข้ามาฝากร้านอาหาร-เครื่องดื่มฟรี เพื่อเป็นสื่อกลางในการเชื่อมความสัมพันธ์และช่วยเหลือกันอีกด้วย

นอกจากนี้ ยังมี Privilege ที่น่าสนใจอีกมากมายที่มอบให้สำหรับ SC Family อีกด้วยครับ ใครเป็นลูกบ้าน SC Asset ก็อย่าลืมดาวน์โหลดมาติดมือถือกันไว้นะครับ 

ด้านข้างออกแบบให้มีตู้โชว์และติดตั้งงานศิลปะทำให้ห้องดูน่าอยู่มากยิ่งขึ้น

ถัดไปด้านในเป็นห้องแต่งตัวแบบ Walk-in Closet 

ห้องแต่งตัวออกแบบเป็นรูปตัวยู (U Shape) ตรงกลางจัดวางโต๊ะเครื่องแป้งพร้อมกระจกบานใหญ่จรดฝ้า เรียกได้ว่าเสริมความสวยความหล่อกันได้แบบ 360 องศาเลยทีเดียวครับ 

Master Bedroom มีพื้นที่กว้างขวาง มาพร้อมกับห้องน้ำในตัว แยกส่วนการใช้งานแบบเปียกแห้งมาให้เรียบร้อยแล้ว

ที่พิเศษคือมีอ่างอาบน้ำด้วยครับ ถัดกันเป็นโซน Shower ทางโครงการยังได้ติดตั้งโถสุขภัณฑ์อัตโนมัติแบบ Washlet มาให้ด้วย ดูหรูหราสมราคาจริงๆ ครับ 

อีกหนึ่งไฮไลท์ของบ้าน LANAI Series ที่ผมว่าน่าสนใจ คือระเบียงที่ห้องนอนชั้นบน โดยเฉพาะแบบบ้าน Captivate จะมีระเบียงที่ใหญ่มาก เป็นรูปตัวแอล (L Shape) ขนานไปกับพื้นที่ของ Master Bedroom ทำให้เราสามารถจัดเป็นมุมพักผ่อน อ่านหนังสือริมระเบียงตอนเช้าหรือขยับร่างกายเบาๆ ตอนเย็น หรือเป็นพื้นที่สีเขียวเพิ่มให้กับบ้านจะได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติมากยิ่งขึ้น

อย่างที่บ้านตัวอย่างก็ออกแบบให้มีกรีนเทรนเนอร์พัตกอล์ฟ เอาไว้เป็นสนามฝึกซ้อมสนามหญ้าเทียมบนระเบียงได้ ทั้งยังออกมายืนรับลมชมวิว สูดอากาศบริสุทธิ์ ตอนเช้าๆ หลังตื่นนอนได้เช่นกัน 

งานดีไซน์ดังกล่าวเป็นไปตามคอนเซ็ปต์ของแบบบ้าน LANAI คือการเปิดให้มีพื้นที่ทั้งภายในและภายนอกบ้านเชื่อมต่อกัน โดยเฉพาะการออกแบบให้มีชายคายื่นออกมา เพื่อเปิดพื้นที่การใช้สอยแบบ Semi-Outdoor เพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ยังช่วยให้ผนังบ้านไม่ได้รับแดดโดยตรง ก็จะช่วยลดการสะสมความร้อนภายในตัวบ้านออกไปได้ 

Clubhouse : Vejle, Denmark

จากบ้านตัวอย่างแบบบ้านหลังใหญ่สุด Captivate ใน LANAI Series กานต์จะพาไปชมพื้นที่ส่วนกลางกันบ้างครับ บนเนื้อที่รวมประมาณ 1 ไร่ กับการใช้งานร่วมกันของ 42 ยูนิตภายในโครงการ Bangkok Boulevard รามคำแหง-วงแหวน

การออกแบบพื้นที่ส่วนกลางได้รับแรงบันดาลใจในการดีไซน์บรรยากาศให้เป็นแบบเมือง Vajle, Denmark (ไวเล, เดนมาร์ก) ซึ่งเป็นเมืองท่าที่สำคัญอยู่ในเขตสามเหลี่ยมพิเศษของเดนมาร์ก โดยไวเลจะเป็นเมืองเทคโนโลยีที่อยู่ติดทะเล ทำให้บรรยากาศดี เหมาะแก่การท่องเที่ยวพักผ่อน

โดยโครงการได้นำงานดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ของเมืองไวเลคือความโค้งมนของเส้นสาย คล้ายกับคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง และสไตล์ Freeform ที่ดูล้ำสมัยเป็นเมืองแห่งอนาคตมารวมไว้ที่ Clubhouse ของโครงการ

พื้นที่ส่วนกลางที่เป็น Outdoor ประกอบไปด้วยสวนขนาดใหญ่ที่มีต้นไม้นานาพันธุ์ โดดเด่นด้วยสระว่ายน้ำที่เชื่อมต่อกับอาคารสโมสร

เป็นสระว่ายน้ำระบบเกลือขนาด 5×16 เมตร แยกสระสำหรับเด็กเอาไว้ เราสามารถมาว่ายน้ำออกกำลังกายหรือนั่งพักผ่อนที่ Sundeck ซึ่งจัดไว้เรียงรายบริเวณสระว่ายน้ำได้

ภายในมีห้องน้ำแยกชาย-หญิง ไว้บริการสำหรับเปลี่ยนเสื้อผ้าหรือทำธุระส่วนตัว

ภายใน Kid’s Room ตกแต่งด้วยสีสันสดใสสมวัย จัดเตรียมของเล่นและอุปกรณ์เสริมสร้างพัฒนาการสำหรับเด็กๆ ไว้มากมาย เชื่อมต่อกับสนามเด็กเล่นกลางแจ้งดีไซน์เป็นทรงกลมคล้ายขดหอยเพื่อให้เด็กๆ ได้วิ่งเล่นกันเสริมทักษะ มาพร้อมกับซุ้มตาข่ายปีนป่ายได้และมีเนินจำลอง ลานกิจกรรมกลางแจ้งสำหรับเด็กๆ

ทั้งนี้ภายในห้องออกแบบให้เป็นห้องกระจกแบบเปิดโล่งเพื่อให้มองเห็นการทำกิจกรรมภายนอกของเด็กคนอื่นๆ ได้ด้วย

ส่วนด้านหน้าสุดติดกับลานจอดจะเป็น Guest Lobby ซึ่งออกแบบให้เป็นพื้นที่รับแขกและพักผ่อนสำหรับลูกบ้าน แต่ปัจจุบันยังเป็น Sales Office อยู่ครับ

ดังนั้น หากลูกบ้านต้องการพักผ่อนต้องขึ้นมาบนชั้น 2 ของ Clubhouse ครับ ซึ่งออกแบบให้มีการใช้งานได้หลากหลาย

Co-Working Space ที่เปิดโล่งด้วยวิวจากภายนอก ผ่านกระจกบานใหญ่ที่เรียงรายกันไปรอบอาคาร ทำให้บรรยากาศดูสบายๆ เหมาะสำหรับนั่งพักผ่อนหรือนั่งทำงาน ซึ่งออกแบบให้มีทั้งมุมที่นั่งกันได้หลายคนสำหรับประชุมหรือระดมความคิดกัน หรือหากอยากจะแยกตัวออกไปนั่งอ่านหนังสือเงียบๆ คนเดียวก็มีมุมที่นั่งที่จัดไว้ให้เช่นกันครับ

ด้านนอกจะเป็นระเบียงสามารถเปิดประตูออกไปนั่งพักผ่อนชมวิวพระอาทิตย์ตกได้

ด้านนอกจะเป็นระเบียงสามารถเปิดประตูออกไปนั่งพักผ่อนชมวิวพระอาทิตย์ตกได้

ที่น่าสนใจคือออกแบบให้มีห้อง Theatre ขนาดใหญ่สำหรับดูหนังสือซีรีย์เป็นกลุ่มราวกับเป็นโรงภาพยนตร์ส่วนตัวที่บ้าน ภายในจัดวางที่นั่งไว้หลากหลายรูปแบบเพื่อให้เกิดความรู้สึกสบายๆ เหมือนเข้าไปในช่วงเวลาแห่งความเป็นส่วนตัวกับคนในครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อนรู้ใจ

ส่วนใครที่เป็นสายเวิร์คเอ้าท์ ชอบออกกำลังกาย ที่โครงการ Bangkok Boulevard รามคำแหง-วงแหวน ก็จัดให้มีห้องฟิตเนสขนาดใหญ่ในบรรยากาศแบบโปร่งสบาย ออกกำลังกายได้ไม่อึดอัด จัดวางอุปกรณ์ออกกำลังกายไว้ครบครันทั้งแบบฟรีเวทและแมทชีน

ติดตั้งลู่วิ่งสำหรับคาดิโอ จักรยานไฟฟ้าและเครื่อง Elliptical พร้อม Partition กั้นเพื่อความเป็นส่วนตัวและปลอดภัย ในบรรยากาศของวิวสวนสีเขียวเบื้องหน้าช่วยให้คลายเหนื่อยได้

แต่ถ้าใครชอบออกกำลังกายกลางแจ้งทางโครงการก็จัดให้มีแป้นบาสแบบ Half Course เพื่อประลองความแม่นยำและจัดวางโต๊ะปิงปองสีสันสดใสไว้ด้านข้างติดกับลานจอดรถครับ

บรรยากาศยามเย็นของ Clubhouse สวยมาก ผมว่าเหมาะกับการมาเดินออกกำลังเบาๆ รอบสวน หรือพาเด็กๆ มาวิ่งเล่น ว่ายน้ำกันหลังเลิกเรียน

ส่วนบ้านไหนที่มีน้องหมา ก็สามารถจูงออกมาเดินได้เช่นกัน แต่ต้องไม่ลืมเรื่องการรักษาความสะอาดของส่วนรวมครับ

#โดยสรุป โครงการ Bangkok Boulevard รามคำแหง-วงแหวน มาพร้อมกับบรรยากาศของพื้นที่ส่วนกลางที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเมือง Vejle ที่เดนมาร์ก ซึ่งเป็นเมืองเทคโนโลยีติดชายทะเล บรรยากาศที่เนรมิตออกมาจึงสดชื่น สดใส เหมาะแก่การพักผ่อนได้ฟีลท่องเที่ยว

ส่วนใครที่กำลังมองหาบ้านเดี่ยวย่านรามคำแหงที่เดินทางเชื่อมต่อได้หลากหลายทั้งพระราม 9 อโศก ร่มเกล้า ศรีนครินทร์ หรือใช้ถนนวงแหวนกาญจนาภิเษก ก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ โดยเฉพาะแบบบ้านใหม่ LANAI Series ที่กานต์พาไปชมบ้านหลังใหญ่สุด Captivate บ้านสวยออกแบบเพื่อรองรับไลฟ์สไตล์คนยุคหลังโควิด ให้เราได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติและพักผ่อนอยู่ในบ้านพร้อมกิจกรรมที่หลากหลายในฟีลลิ่งสบายๆ เหมือนได้ท่องเที่ยวอยู่ในเมือง Vejle ที่เดนมาร์กตลอดเวลา

สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร. 063-206-4888
Call Center : 1749
Line : @bbrw

hemm team
hemm team

• The magazine for Sharp Living, Travel Design and Lifestyle for men •