Bann Klang Muang, Ladprao -101- Station

🍃“คุณเคยคิด … อยากจะตื่นมาพร้อมกับเสียงนกร้องเบาๆ แสงแดดรำไร สายลมอ่อนๆ พัดใบไม้ไหว แต่อยู่ที่ใจกลางเมืองไหมครับ”

นั่นมันคือ #บ้านในฝัน ของกานต์เลยนะ

แม้ในทุกวันเราจะต้อง live alive ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางเมืองใหญ่ แต่เชื่อว่าใครหลายคนรวมทั้งกานต์ด้วย ต่างถวิลหาพื้นที่ส่วนตัวที่ทำให้ชีวิตเราเงียบสงบ ราวกับได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ

Natural Privacy คือนิยามการใช้ชีวิตเหมือนฝันของบ้านกลางเมือง ลาดพร้าว 101 สเตชั่น เป็นทาวน์โฮมแนวคิดใหม่ที่ผมว่ามีความน่าสนใจในหลายจุด ผมไปชมโครงการมาแล้วจึงอยากเล่าให้ฟังต่อ

#ตัวบ้านดีไซน์เก๋ หน้าบ้านมีความกว้างถึง 8 เมตร เรียกว่าเป็นทาวน์โฮมที่ให้อารมณ์บ้านเดี่ยวและให้ความเป็นส่วนตัวที่มากกว่า เพราะด้วยความที่บ้านทุกหลังอยู่ติดกัน แต่หากมี space ที่กว้างขึ้นก็ทำให้เราใช้ชีวิตที่แตกต่างได้ ตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน

#ต้นไม้เยอะเน้นความร่มรื่น ผมชอบไอเดียของการอยู่ท่ามกลางพื้นที่สีเขียว Large Garden Balcony ห้องนั่งเล่นเชื่อมต่อกับธรรมชาติกลายเป็นสวนป่าขนาดย่อม พร้อมกับพื้นที่ส่วนกลางที่มีทั้งต้นไม้น้อยใหญ่ Sunken Seating สนามหญ้า ศาลาพักใจ Camping Ground ที่ให้เรามาทำบาร์บีคิวหรือกางเต้นท์ มีสนามเด็กเล่น สระว่ายน้ำ ฟิตเนส และ Co-Working Space ทำให้ใช้ชีวิตอยู่ภายในโครงการได้โดยแทบไม่จำเป็นต้องออกไปที่ไหน

และแม้จะต้องเดินทาง แต่ด้วย #ทำเลที่ตั้งอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีเหลือง เพียง 5 นาที* ก็ถึงสถานีลาดพร้าว 101 ซึ่งเป็นแนวเดียวกับถนนลาดพร้าว ถนนสายหลัก ผ่านอาคารสำนักงานใหญ่ๆ และสถานที่สำคัญมากมาย เราสามารถนั่งยาวไปได้ในต่อเดียวแบบไม่ต้องเปลี่ยนสายเข้าสู่ใจกลางเมืองได้ในทันที เพียง 10 นาทีถึง Central Eastville, CDC และ The Crystal Ekkamai-Ram Inthra โดยวิ่งผ่านซอยลาดพร้าว 87 หรือถ้าจะไป The mall บางะปิ ก็เพียงเยื้องกับหน้าปากซอยลาดพร้าว 101

กานต์ว่าจุดเด่นเหล่านี้ทำให้โครงการบ้านกลางเมือง ลาดพร้าว 101 สเตชั่น กลายเป็น 1 ใน Your Destinations ที่หลายคนฝันหามานาน

เอาล่ะ!! ไปชมภาพและอ่านเรื่องราวของโครงการนี้ด้วยกันด้านในดีกว่าครับ

Location :

ชื่อก็บอกชัดเจนว่าเป็นโครงการบ้านกลางเมือง ที่อยู่ใกล้กับสถานีลาดพร้าว 101 จึงถือว่าสะดวกสำหรับใครที่ต้องการโดยสารรถไฟฟ้า

ส่วนรถยนต์สามารถเข้าออกโครงการได้ถึง 3 เส้นทาง คือจากฝั่งถนนลาดพร้าว จากเลียบทางด่วนรามอินทราและจากถนนนวมินทร์ (แยกโพธิ์แก้ว) เชื่อมต่อทั้งถนนรัชดาภิเษก พหลโยธิน เกษตร-นวมินทร์ ซอยนวลจันทร์ เสรีไทย รามคำแหง นับว่าเป็นทำเลที่น่าสนใจมากครับ

Overview :

โครงการบ้านกลางเมือง ลาดพร้าว 101 สเตชั่นมาพร้อมกับคอนเซปต์ Natural Privacy ที่จะทำให้เราได้ใช้ชีวิตแบบส่วนตัวอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ พื้นที่สีเขียว และความเงียบสงบ

นอกจากนี้ งานดีไซน์ยังเป็นแบบบ้าน Series ใหม่ ชื่อว่า “THE PARONAMIC” ซึ่งนำมาใช้กับโครงการนี้เป็นที่แรก

ด้วยความแตกต่างของดีไซน์ทำให้ได้หน้าบ้านที่กว้างกว่า เราสามารถใช้ชีวิตได้แตกต่างกว่า

ผมชอบไอเดียของการออกแบบมีมุมนั่งเล่นให้เชื่อมต่อกับระเบียงชั้น 2 พื้นที่มีขนาดใหญ่เพื่อให้เราได้ปลูกต้นไม้ ได้ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ และยังใช้เป็น Buffer กันเสียงตลอดจนให้ความเป็นส่วนตัวได้ดีมากครับ นั่งอยู่บนเก้าอี้อ่านหนังสือพิมพ์ได้อย่างสบายใจ

ผมชอบการตกแต่งภายในของบ้านตัวอย่างที่คุมโทนงาน Interior ได้ดี เน้นความเรียบง่าย เลือกใช้สีเอิร์ธโทนอย่างน้ำตาล เบจ ขาว เทา แซมด้วยสีเขียว ใช้วัสดุธรรมชาติอย่างไม้เข้ามาเป็นพระเอกในการดีไซน์

ผมว่าลงตัวดีกับเฟอร์นิเจอร์แบบเรียบๆ เพื่อนำเสนอความสงบเงียบแบบ Natural Privacy ของการพักอาศัย

แบบบ้านที่ผมพามาชมกันในวันนี้ชื่อว่า “ONYX” ครับ เป็นแบบบ้านสไตล์ใหม่ จุดเด่นคือเป็นบ้านหน้ากว้าง 8 เมตร ขนาด 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำมีพื้นที่ใช้สอยมากถึง 200 ตร.ม.

พื้นที่ใหญ่กว่าบ้านเดี่ยวทั่วไป เพราะโดยปกติบ้านเดี่ยวจะมีขนาดอยู่ที่ประมาณ 140-150 ตร.ม. ขนาดที่ดินเริ่มต้น 33 ตร.วา สามารถจอดรถได้ 3 คันหรือจะกันพื้นที่หน้าบ้านส่วนหนึ่งไว้จัดสวนก็ได้

เมื่อเปิดประตูเข้าบ้านด้านหน้าจะเป็น Foyer สำหรับจัดเก็บรองเท้าหรือวางตู้คาบิเนทเผื่อจะวางกุญแจรถ กระเป๋าเอาไว้หลังจากเดินเข้าบ้านมา

มองเข้าไปในตัวบ้านชั้นล่างสังเกตว่า การออกแบบจะเน้นให้มีพื้นที่นั่งเล่นค่อนข้างกว้างตามแนวคิด The Max Living Space เห็นได้ชัดเจนเลยจากบ้านตัวอย่างเพราะออกแบบชุดที่นั่งโซฟาไว้ถึง 2 จุดด้วยกัน เพิ่งเคยเห็นนี่แหละแต่กลับไม่รู้สึกอึดอัดแต่อย่างใดเลยครับ

ภาพรวมของ Common Area ชั้นล่าง จัดวางฟังก์ชั่นไว้แต่ละจุดอย่างเป็นสัดส่วน

มีมุมโซฟาที่มาพร้อมกับช่องแสงขนาดใหญ่ด้านหน้าบ้าน ทำให้บ้านสว่างในตอนกลางวัน แทบไม่ต้องเปิดไฟเลยครับ

อีกฝั่งจัดเป็นที่นั่งรับแขกสบายๆ ด้วยการตกแต่งในสไตล์ COZY ดูอบอุ่นดีมาก

ด้านในเป็น Dining Area บ้านตัวอย่างจัดวางโต๊ะรับประทานอาหารขนาดใหญ่ 8-10 ที่นั่งได้สบายๆ เลยครับเพราะมีพื้นที่บริเวณนี้เหลือค่อนข้างมาก เชื่อมต่อกับประตูกระจกบานใหญ่ที่ให้เราสามารถเปิดออกเพื่อเพิ่มพื้นที่ จัดเป็นปาร์ตี้บาร์บีคิวได้สะดวกมาก หรือจัดให้เป็นสวนแนวตั้ง (Vertical Garden) เอาไว้นั่งจิบกาแฟยามเช้า รับแสงแดดอ่อนๆ กันอย่างสบายใจ

“Dining is and always was a great artistic opportunity.”

-Frank Lloyd Wright-

ใกล้กันเป็นส่วนของครัวซึ่งมีขนาดใหญ่และสามารถใช้งานได้จริง บ้านตัวอย่างออกแบบให้มีเคาน์เตอร์บาร์เอาไว้นั่งจิบกันเบาๆ ก่อนมื้ออาหาร หรือว่านั่งทานขนมปัง ซีเรียลมื้อเช้าสำหรับเด็กๆ ก่อนไปโรงเรียน

ผมชอบฟังก์ชั่นการใช้งานส่วนของห้องครัว เป็นครัวที่มีขนาดใหญ่ สามารถใช้งานได้จริง

นอกจากนี้ห้องครัวยังสามารถเปิดประตูไปสู่ลานซักล้างด้านนอกได้ หรือใครอยากจะต่อเติมครัวไทยเพิ่มก็ทำได้เลยครับ

มุมโปรดของผมในบ้าน กับการจิบเบาๆ ก่อนเริ่มต้นมื้ออาหารค่ำ

ด้านหลังเป็นลานสามารถจัดเป็นสวนนั่งพักผ่อน จิบกาแฟท่ามกลางแสงแดดอ่อนๆ ตอนเช้าได้อย่างสบายใจ

บริเวณชั้นล่างจะมีห้องนอนอยู่ 1 ห้อง อยู่โซนด้านหน้าบ้าน เป็นห้องนอนที่ไม่มีห้องน้ำในตัว แต่เราสามารถใช้งานร่วมกันได้ที่ห้องน้ำใต้บันได

ห้องนี้มีขนาดไม่ใหญ่มาก จัดวางชุดโซฟาขนาด 2 ที่นั่งพร้อมกับโต๊ะกลางและเก้าอี้สตูลแบบเตี้ย ดูแล้วน่าจะเหมาะเป็นห้องสำหรับปาร์ตี้เม้าท์มอยของสาวๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ผมว่าเราสามารถปรับเป็นห้องเอนกประสงค์ตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละบ้านได้เลยครับ เพราะเราเชื่อมั่นในการใช้ชีวิตที่แตกต่างกัน

ไม่ว่าจะเป็นห้องนอนผู้สูงอายุ ห้องเธียเตอร์สำหรับดูหนังฟังเพลง ห้องไลฟ์สดสำหรับใครที่ขายของออนไลน์ มุมนี้แสงดีมากแทบไม่ต้องเพิ่มไฟ หรือออกแบบให้เป็นห้องทำงานสำหรับใครที่ Work from Home ทำเป็น Home Office ที่บ้านก็นับว่าส่วนตัวดี เพราะลูกค้าก็สามารถเดินทางมาพบง่ายเนื่องจากทำเลอยู่ใจกลางเมืองนั่นเอง

ส่วนห้องน้ำชั้นล่างจะอยู่ใต้บันได ซึ่งโครงการได้ติดตั้งสุขภัณฑ์ อ่างล้างหน้าและฝักบัวจาก Kohler พร้อมเจาะผนังให้สามารถวางครีมอาบน้ำ แชมพูได้ เป็นไอเดียที่น่ารักมาก

เดินขึ้นบันไดมาชมชั้น 2 กันบ้างครับ ผมชอบบันไดและราวจับลายไม้ให้ความรู้สึกสัมผัสถึงธรรมชาติ ที่กั้นบันไดเป็นเหล็กเส้นตีลายตามแนวบันไดช่วยทำให้บ้านดูโปร่ง

บริเวณเหนือชานพักแขวนงานอาร์ตเอาไว้ทำให้เดินชมได้สบายตาสบายใจ ก่อนจะขึ้นมาพบกับมุมนั่งเล่นชั้นบนที่กว้างขวาง เหมาะสำหรับเป็น Family Area ให้สมาชิกทุกคนได้ทำกิจกรรมตามแต่ที่ใจตัวเองชอบ

ตัวบ้านชั้นบนตกแต่งได้โมเดิร์นดีครับและบ่งบอกไลฟ์สไตล์ของผู้พักอาศัย ขณะเดียวกันอีกหนึ่งไฮไลท์คือ Large garden balcony ที่เชื่อมต่อห้องนั่งเล่นเข้ากับระเบียงกว้างด้านนอก

ระเบียงด้านนอกค่อนข้างกว้าง ซึ่งบ้านตัวอย่างจัดวางต้นไม้ไว้เต็มพื้นที่ราวกับเป็นสวนป่าขนาดย่อมบนชั้น 2 ของบ้านเรา

ผมนึกไปถึงตอนเช้าๆ คงบรรยากาศดีมาก ตื่นมารดน้ำต้นไม้ จิบกาแฟ อัพเดทข่าวสารจาก iPad ก่อนออกไปทำงานแบบไม่ต้องเร่งรีบมากนัก เพราะด้วยทำเลของบ้านกลางเมือง ลาดพร้าว 101 สเตชั่น ถือว่าดี จึงทำให้เรามีเวลาส่วนตัวเหลือเฟือในช่วงเช้า

ใกล้กับห้องนั่งเล่นในระยะมองเห็นได้ จะเป็นห้องนอน 3 ซึ่งมีขนาดไม่ใหญ่นัก ตกแต่งให้เป็นห้องนอนของเด็กหนุ่มผู้รักอิสระ มีความเนี๊ยบเรียบหรูในตัว พร้อมกับแฝงความเป็นศิลปินเอาไว้ เราเห็นได้จากภาพงานศิลปะที่แขวนเอาไว้

ภายในห้องจัดวางเตียงเดี่ยวไว้ชิดริมผนังด้านใน หัวเตียงออกแบบได้น่ารักดีครับเป็นแท่นไม้ขนาดเล็กที่ยึดติดผนังแล้วยื่นออกมาเพื่อให้จัดวางโคมไฟ หัวเตียงเป็นหน้าต่างช่องแสงบานใหญ่ สามารถติดตั้งผ้าม่านเปิดปิดได้

ถัดเป็นไปชั้นวางเสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้ง แต่จะไม่มีห้องน้ำในตัว โดยห้องน้ำของห้องนอน 3 และห้องนอน 2 จะใช้ห้องน้ำร่วมกันซึ่งตั้งอยู่บริเวณกึ่งกลางของทั้ง 2 ห้อง

ห้องนอน 2 จะอยู่ถัดเข้ามาด้านในเชื่อมต่อห้องน้ำที่ต้องใช้ร่วมกันกับห้องนอน 3 เป็นห้องที่มีขนาดใหญ่กว่ากันเล็กน้อย เนื่องด้วยบ้านตัวอย่างเป็นหลังมุม ทำให้มีช่องแสงธรรมชาติ เปิดให้สาดส่องเข้ามาภายในห้องได้ถึง 2 จุดด้วยกัน ดังนั้นช่วงเวลากลางวันจึงแทบไม่ต้องเปิดไฟเลยครับ

บ้านตัวอย่างออกแบบให้ห้องนี้เป็นห้องนอนสำหรับเด็กเล็ก 2 คน เพราะมีเตียงบนและเตียงล่างน่ารักมาก นึกถึงห้องนอนในฝันของเราตอนสมัยยังเป็นเด็ก ต้องแย่งกันปีนบันไดเพื่อขึ้นไปนอนชั้นบน ตรงกลางจัดวางกระโจมเอาไว้ แต่หากใครอยากตั้งแคมป์กันจริงจัง แนะนำให้ไปที่สโมสรครับ เพราะจะมีการอำนวยความสะดวกเรื่องสถานที่ในการทำกิจกรรมสำหรับเด็กได้ดี

ส่วนอีกด้านของห้องจะเป็นตู้เสื้อผ้า ด้วยความที่ออกแบบให้เป็นห้องนอนสำหรับเด็ก มุมเสื้อผ้าจึงอาจจะไม่ได้ใหญ่มาก แต่ผมชอบความลงรายละเอียดของงานออกแบบคือ ตู้เสื้อผ้ามีขนาดพื้นที่ไม่ใหญ่มากนัก เพราะต้องกั้นพื้นที่ส่วนหนึ่งของห้องไว้บิลด์อินตู้ติดผนังสำหรับเก็บของเล่นเด็กนั่นเองครับ

ติดกับห้องนอนรอง 2 จะเป็นในส่วนของ Master Bedroom หรือว่าห้องนอนหลัก ซึ่งเป็นห้องที่ผมชอบมาก เพราะมีขนาดใหญ่ กินพื้นที่เกือบครึ่งหนึ่งของชั้นบน บ้านตัวอย่างตกแต่งภายในไว้เป็นไอเดียได้สวยมาก

ภายในห้องนอนหลักแบ่งพื้นที่ออกเป็นสัดส่วนง่ายๆ จากด้านหน้าประตูจะเป็นมุมแต่งตัวด้วยตู้เสื้อผ้าบานใหญ่ที่จัดวางไว้ตรงกันข้ามกับห้องน้ำ

ปลายเตียงจัดชั้นวางทีวีขนาดไปกับความยาวของห้อง ส่วนมุมห้องด้านหน้าเปิดช่องแสงไว้เล็กน้อยสำหรับชมวิวสวนจากระเบียงด้านนอก และยังเป็นการเปิดรับแสงธรรมชาติสำหรับโต๊ะทำงานอีกด้วย

ส่วนเตียงนอนจัดวางไว้ตรงกลางพร้อมโต๊ะหัวเตียง ผนังมีหน้าต่างกระจกบานใหญ่ ทำให้ห้องดูโปร่งอยู่สบายไม่คับแคบ

ขณะที่อีกด้านออกแบบให้เป็นมุมทำงานภายในห้องนอน เน้นวัสดุจากไม้ให้ความรู้สึกเป็นห้องแห่งความเรียบง่ายและสงบเงียบ

ห้องน้ำภายในห้องนอนหลักมีขนาดใหญ่ไม่แพ้กัน ภายในห้องน้ำแยกส่วนเปียกแห้งเอาไว้เรียบร้อยแล้ว ผมชอบอ่างล้างหน้าดีไซน์มินิมอลที่มาพร้อมกับตู้ไม้ทรงสี่เหลี่ยมขอบมนดูเรียบง่ายดี วัสดุอุปกรณ์ในห้องน้ำจะได้รับเป็นของ Kohler (หรือเทียบเท่า)

มุมมองของ Living Space เมื่อเดินลงบันไดจากชั้นบนลงมา จะเห็นว่ามีพื้นที่ว่างเหลือเยอะมาก

จากนี้ ผมจะพาไปเดินเล่นชม Clubhouse กันต่อครับ

Clubhouse เป็นอีกจุดที่ผมชอบมากครับได้บรรยากาศของรีสอร์ตใจกลางเมือง ด้วยความที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่และเต็มไปด้วยสีเขียวสบายตา เหมาะแก่การมาพักผ่อนหย่อนใจโดยแทบไม่ต้องออกไปไหน ให้พื้นที่สีเขียวมาช่วยเติมเต็มไลฟ์สไตล์ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Natural Privacy”

ภายในสวนจัดวางที่นั่งไว้รายรอบพร้อมกับออกแบบให้มี Sunken Seating ขนาดใหญ่ สำหรับทำกิจกรรมภายในครอบครัวร่วมกัน

พื้นที่ส่วนกลางยังประกอบไปด้วย ศาลานั่งเล่นรับลมเย็นๆ สบายใจ มีสนามเด็กเล่น และยังจัดให้มี Camping Ground เป็นพื้นที่ที่ให้ครอบครัวมากางเต้นท์ หรือทำบาร์บีคิวในสวนได้ ดูแล้วน่าจะเป็นฟีลลิ่งที่อบอุ่นมาก

สระว่ายน้ำระบบเกลือขนาดใหญ่เป็นพื้นที่ Semi-Outdoor ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติสีเขียว

ภายใน Clubhouse ยังประกอบไปด้วย Co-Working Space ฟิตเนสวิวสวนที่เปิดให้บริการ 24 ชม. เพื่อรองรับการใช้ชีวิตที่แตกต่างมาพร้อมระบบ KATSAN ของ AP Thai ที่สร้างสรรค์มาเพื่อเพิ่มความสะดวกสบาย ปลอดภัย ในการอยู่อาศัยของลูกบ้านแบบครบวงจร ทางโครงการติดตั้งกล้องวงจรปิด CCTV บริเวณทางเข้า-ออก และภายในโครงการ พร้อมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง

#โดยสรุป โครงการบ้านกลางเมือง ลาดพร้าว 101 สเตชั่น เหมาะสำหรับคนที่ต้องการความเงียบสงบซึ่งนับว่าจะหาได้ยากในโครงการใจกลางเมือง การได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติสีเขียวที่จะเข้ามาเติมเต็มไลฟ์สไตล์ของเรา พร้อมทั้งการอำนวยความสะดวกครบครันบนทำเลลาดพร้าวใกล้กับรถไฟฟ้าสายสีเหลือง สถานีลาดพร้าว 101 ใกล้ Central Eastville, CDC, The Crystal Ekkamai-Ram Inthra และ The Mall บางกะปิ

อีกจุดที่ผมชอบคืองานดีไซน์ ที่ฉีกแนวคิดใหม่ในการออกแบบบ้านให้มีหน้ากว้างมากถึง 8 เมตร ให้ความแตกต่างจากโครงการทั่วไป ตอบโจทย์ความ Privacy ได้อีกทาง เพื่อมุ่งให้โครงการบ้านกลางเมือง ลาดพร้าว 101 สเตชั่น เป็นอีก 1 ใน Your Destinations สำหรับทุกคน

สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ AP Thai โทร 1623
หรือ www.apthai.com

hemm team
hemm team

• The magazine for Sharp Living, Travel Design and Lifestyle for men •