China Thailand Travel Sentiment Survey 2020

ผลสำรวจความเชื่อมั่นการท่องเที่ยวชาวจีนปี 2020 จาก “ซีไนน์ โฮเทลเวิร์คส์” พบว่า ประเทศไทยยังเป็นจุดหมายปลายทางอันดับ 1 มีสัดส่วนถึง 71% ตั้งเป้าเริ่มเดินทางในเดือนสิงหาคมนี้ โดยมีจุดหมายปลายทางในประเทศไทย 5 อันดับแรกได้แก่ กรุงเทพ, ภูเก็ต, เชียงใหม่, เกาะสมุย และพัทยา 

นายบิล บาร์เน็ต กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีไนน์ โฮเทลเวิร์คส์ จำกัด (C9 Hotelworks) เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ร่วมกับเดลิเวอร์ริ่ง เอเชีย คอมมิวนิเคชั่นส์ (Delivering Asia Communications) ทำการสำรวจความเชื่อมั่นการท่องเที่ยวของชาวจีนปี 2020 (China Thailand Travel Sentiment Survey 2020) ในช่วงกลางเดือนเมษายน 2563 ที่ผ่านมา

โดยจากการสำรวจพบว่า 53% ของผู้ตอบแบบสอบถามซึ่งเป็นชาวจีนในเมืองชั้นนำ ต้องการเดินทางไปต่างประเทศภายในปีนี้ โดยเดือนที่มีการตั้งเป้าจะเดินทางมากที่สุด ได้แก่ สิงหาคม ตุลาคม และธันวาคม และประเทศที่ผู้บริโภคชาวจีนต้องการมาเที่ยวสูงสุดคือประเทศไทย มีสัดส่วนถึง 71%

นอกจากนี้ ยังพบว่า พฤติกรรมการท่องเที่ยวของชาวจีนแบบดั้งเดิมในตลาดมวลชน (mass market) มีการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ กล่าวคือ 83% ของนักท่องเที่ยวจีนมีแนวโน้มจะเลือกเดินทางแบบอิสระ (independent travel) มากกว่าการท่องเที่ยวแบบกรุ๊ปทัวร์ โดยช่องทางการซื้อที่ตอบโจทย์นักเดินทางชาวจีนสู่ประเทศไทย 5 อันดับแรก ได้แก่ CTrip (61%), Fliggy (16%), เว็บไซต์โรงแรม (9%), Booking.com (5%) และ WeChat (5%)

“ที่สำคัญผลการสำรวจยังระบุด้วยว่า จุดหมายปลายทางในประเทศไทยที่เป็นที่นิยมสำหรับการพักผ่อนมากที่สุดของผู้ตอบแบบสอบถามชาวจีน ได้แก่ กรุงเทพ, ภูเก็ต, เชียงใหม่, เกาะสมุย และพัทยา โดยกว่า 75% เลือกเดินทางมายัง 3 อันดับแรก”

กรรมการผู้จัดการซีไนน์ โฮเทลเวิร์คส์กล่าวด้วยว่า จากมุมมองที่คาดการณ์ล่วงหน้าเกี่ยวกับผลกระทบของโควิด-19 ในช่วงเวลาที่เหลือของปี 2563 การเดินทางทางอากาศเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับภาคการท่องเที่ยว ตัวบ่งชี้กิจกรรมของสายการบินจาก Flightradar24 สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า สายการบินระดับภูมิภาคและสายการบินต้นทุนต่ำ (LCC) ของจีนได้กลับมาให้บริการแล้ว

ในขณะที่ยังมีปัจจัยความหวาดกลัวทั่วโลกสำหรับนักเดินทางหลังจากการระบาดของโรคไวรัส จึงคาดว่าจะทำให้เกิดการเดินทางแค่ระยะสั้นในช่วงแรก เนื่องจากความกังวลเรื่องสุขภาพในการเดินทางโดยเครื่องบิน ทั้งนี้ ประเทศไทยมีสายการบินตรงจากจีน รวมถึงมีเครือข่ายสายการบินที่ได้รับการจัดสรรและอนุญาตเส้นทางการบินจากจีนมายังไทยมากมาย

“ดัชนีชี้นำในการฟื้นตัวของการเดินทางในเอเชียอีกประการหนึ่งคือ การแข็งค่าของเงินหยวนของจีนเทียบกับเงินบาทไทย หลังจากที่ลดลงถึงระดับต่ำสุดในไตรมาสที่ 3 และไตรมาสที่ 4 ของปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลมาจากการชะลอตัวทางเศรษฐกิจและสงครามการค้า ปัจจุบันสกุลเงินได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในปี 2563 ซึ่งเท่ากับมูลค่าที่เพิ่มขึ้น มีผลต่อนักท่องเที่ยวชาวจีนที่จะมายังประเทศไทย”

ด้านนายเดวิด จอห์นสัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เดลิเวอร์ริ่ง เอเชีย คอมมิวนิเคชั่นส์ กล่าวเสริมว่า ข้อมูลด้านประชากรของนักเดินทางจากจีนที่กำลังเปลี่ยนแปลงว่า โยนักเดินทางชาวจีนหน้าใหม่มีอายุน้อยลง มีอิสระมากขึ้น และได้รับอิทธิพลทางดิจิทัลมากกว่าที่เคยเป็นมา โควิด-19 มีผลกระทบอย่างลึกซึ้งต่อความตั้งใจของผู้บริโภคกลุ่มนี้ในการเดินทาง ซึ่งพวกเขามีความปรารถนาอย่างมากที่จะออกมาท่องเที่ยว ซึ่งผู้ประกอบการจะต้องใช้กลยุทธ์ดิจิทัลใหม่เพื่อเข้าถึงพวกเหล่านั้นด้วย

hemm team
hemm team

• The magazine for Sharp Living, Travel Design and Lifestyle for men •