โควิดทำพิษ ตั๋วเครื่องบินแพงขึ้นอีกเท่าตัว

กทพ. เปิดทางสายการบินขึ้นราคาค่าตั๋วได้แต่ต้องไม่เกินเพดานที่กำหนด อาจจะปรับราคาขึ้นอีกเท่าตัว แต่ถ้าค่าตั๋ว 9,000 พันบาทคงไม่มีคนซื้อ ชี้เหตุตั๋วแพงเพราะโหลดได้น้อยต้องนั่งเว้นเก้าอี้บนเครื่องตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม (social distancing) ด้านสายการบินยอมรับต้องมีการพิจารณาจุดคุ้มทุนใหม่ คาดว่าราคาตั๋วคงไม่ถูกเหมือนเมื่อก่อน ต้องสะท้อนตามต้นทุนจริง

จากการที่สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ได้เชิญตัวแทนสายการบินเข้ารับฟังการชี้แจงแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการป้องการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 กรณีของสายการบินภายในประเทศ หลังสายการบินบางแห่ง เช่น ไทยแอร์เอเชีย และไลออนแอร์ จะกลับมาให้บริการบินภายในประเทศอีกครั้งในวันที่ 1 พฤษภาคมนี้

ในด้านของราคาตั๋วนั้น นายจุฬา สุขมานพ ผอ.กพท.เปิดเผยว่า กพท. ได้กำหนดให้สายการบินโลว์คอสต์แอร์ไลน์ คิดค่าโดยสารได้ไม่เกิน 9.4 บาทต่อกิโลเมตร แต่ในภาวะการแข่งขันก่อนหน้านี้ ทำให้สายการบินส่วนใหญ่คิดตั๋วที่ 4-5 บาทต่อกิโลเมตร ดังนั้น เมื่อมีที่นั่งบนเครื่องน้อยลง สายการบินจะมีการปรับราคาขึ้นจากเดิม ส่วนจะปรับเท่าไหร่ต้องแล้วแต่สายการบิน แต่ต้องไม่เกินเพดานที่กำหนด

ที่ผ่านมาบางเส้นทางคิดค่าโดยสารไม่ถึง 1,000 บาท เพราะมีการทำโปรโมชั่น แต่หลังจากนี้ค่าโดยสารอาจเพิ่มเป็น 2,000 บาท หรือเพิ่มขึ้น 100% ก็เป็นไปได้ แต่ผมคิดว่าสายการบินก็ต้องดูว่าผู้โดยสารจะรับไหวหรือไม่ เช่น ถ้าบิน 1,000 กิโลเมตร แล้วคิดว่าโดยสารเต็มเพดาน 9.40 บาทต่อกิโลเมตร ค่าตั๋วจะขึ้นไป 9,000 กว่าบาท ราคานี้คงไม่มีคนขึ้นแน่ ผมจึงเชื่อว่าราคาจะไม่ขึ้นไปถึงขนาดนั้น แต่ราคาตั๋วเพิ่มขึ้นแน่ เพราะที่นั่งน้อยลง” ผอ.กพท. กล่าว

อย่างไรก็ตาม กพท. ยังไม่ได้มีการหารือกับสายการบินในเรื่องราคาตั๋ว แต่เบื้องต้นได้เตรียมมาตรการชั่วคราวเพื่อช่วยเหลือ โดยยอมให้สายการบินใช้ที่นั่งที่ว่างในการขนสินค้าบางอย่างได้ เช่น สินค้าเกษตร ซึ่งจะมีการหารือในรายละเอียดอีกครั้งว่าสินค้าประเภทใดที่จะนำมาวางบนที่นั่งโดยสารได้ ตลอดจนต้องดูเรื่องความปลอดภัยภายในห้องโดยสารด้วย

ด้านสายการบินนกแอร์ ซึ่งปัจจุบันยังให้บริการบินภายในประเทศตามปกติ แต่ได้ปรับเปลี่ยนตารางการบิน เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ โดยนายรัช ตันตนันตา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินนกแอร์ กล่าวว่า ขณะนี้นกแอร์ยังไม่ได้พิจารณาจุดคุ้มทุนใหม่ ภายหลังมีข้อกำหนดของ กพท. แต่คาดว่าราคาตั๋วโดยสารคงไม่ต่ำเท่ากับในอดีตที่มีการแข่งขันด้านราคากันสูงมากแน่นอน และเชื่อว่าจากนี้ไปราคาขายตั๋วจะเป็นราคาตามต้นทุนจริง

“ที่ผ่านมาตั๋วโดยสารของสายการบินต้นทุนต่ำในประเทศไทยถูกกว่าสายการบินต้นทุนต่ำในยุโรปมาก หรือเรียกได้ว่ามีราคาแค่ 1 ใน 3 ของสายการบินต้นทุนต่ำในยุโรปเท่านั้น ทำให้หลังจากนี้เมื่อไม่สามารถแข่งขันกันด้วยปัจจัยทางด้านราคาได้แล้วเชื่อว่าอุตสาหกรรมการบินก็จะเปลี่ยนไปด้วย” นายรัชกล่าว

ด้านสายการบินไทยไลอ้อนแอร์ โดยนางนันทพร โกมลสิทธิ์เวช ผู้อำนวยการฝ่ายการพาณิชย์ กล่าวว่า ไทยไลอ้อนแอร์จะกลับมาบินเดือนพฤษภาคมนี้ 

“เดือน พ.ค.นี้ ไทยไลอ้อนแอร์จะกลับมาทำการบินภายในประเทศ เส้นทางไป-กลับจากกรุงเทพฯ สู่ 5-6 จุดบิน เช่น เชียงใหม่ สุราษฎร์ธานี หาดใหญ่ และอุบลราชธานี ส่วนใหญ่ให้บริการเส้นทางละ 1 เที่ยวบินต่อวันเพื่อรองรับผู้โดยสารที่จำเป็นเดินทาง ใช้เครื่องบิน 2-3 ลำหมุนเวียนบริการ จากเดิมที่มีฝูงบินกว่า 30 ลำ แต่พอเจอวิกฤติได้ ส่งคืนเครื่องบิน 10 ลำให้บริษัทแม่ ไลอ้อนแอร์ อินโดนีเซีย เมื่อเดือน มี.ค.-เม.ย.ที่ผ่านมา ทำให้เหลือฝูงบิน 20 กว่าลำ”

อนึ่ง ในช่วงเดือนมี.ค.เป็นต้นมา มีสายการบินแจ้ง กพท. ขอหยุดทำการบิน ได้แก่ การบินไทย หยุดบินทุกเส้นทาง เริ่มตั้งแต่วันที่ 25 มี.ค.-31 พ.ค. 63 

สายการบินไทยสมายล์ หยุดบินในประเทศชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 7-31 พ.ค. 63 และหยุดบินเส้นทางระหว่างประเทศ 23 มี.ค. – 31 พ.ค. 63 

สายการบิน บางกอกแอร์เวย์ส หยุดบินเส้นทางในประเทศ 7 เม.ย.-30 เม.ย. 63 

สายการบินไทยแอร์เอเชีย หยุดบินในประเทศชั่วคราว 1–30 เม.ย. 63 เส้นทางระหว่างประเทศ 22 มี.ค.–30 เม.ย. 63 ส่วน ไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ กำหนดกลับมาบินในวันที่ 17 มิ.ย. 63

สายการบินนกแอร์ หยุดบินชั่วคราว 1-30 เม.ย. เส้นทาง กรุงเทพฯ-ลำปาง/แม่สอด/บุรีรัมย์ , หยุดบิน 10-30 เม.ย. เส้นทาง กรุงเทพ-ภูเก็ต ,หยุดบิน 1 เม.ย.-30 พ.ค. เส้นทางกรุงเทพ-แพร่/เลย/ชุมพร/ระนอง/ตรัง เส้นทาง เชียงใหม่-อุดรธานี/อุบลราชธานี

hemm team
hemm team

• The magazine for Sharp Living, Travel Design and Lifestyle for men •