Four Seasons Resort Koh Samui

🌴มีใครรู้มั้ยว่า ที่ Four Seasons Resort Koh Samui, Thailand มีต้นมะพร้าวทั้งหมดกี่ต้น …

865 ต้นครับ เป็นคำตอบสุดท้าย (มีคนไปนับจริงๆ ด้วยอ่ะ) เป็นจุดขายที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้มาเลือกพักที่นี่ มีเรื่องราวของต้นมะพร้าวกับโฟร์ซีซั่น เกาะสมุยราวกับเป็น Signature ของกันและกัน มีลิงเป็นสัญลักษณ์ร่วม ที่นี่ใช้คนสวนดูแลต้นมะพร้าวโดยตรง เก็บผลิตผลที่ได้ในทุกวันเสิร์ฟให้กับแขกจากมือของคนสวนเอง ดังนั้น ถ้าใครมาพักที่นี่ห้ามพลาดสั่งน้ำมะพร้าวเด็ดขาดครับ

ทริปสบายๆ ของเรากับหาดทรายแนวยาว สีขาวนวลตา มาพร้อมกับสีฟ้าเทอควอยซ์ของน้ำทะเลตัดกับสีเขียวของต้นไม้ ทำให้บรรยากาศโดยรวมดูสดใสมากครับ สมกับที่เลือกมาพักผ่อนที่นี่เป็นครั้งที่ 2 แล้ว อ่านรีวิวแรกได้ที่นี่ >> https://bit.ly/2SEMCGN

ที่ยังคงชอบก็คือเซอร์วิสระดับ World Class ที่มาพร้อมกับรอยยิ้มที่มากขึ้นช่วงหลังนี้ อาจจะเพราะเริ่มมีนักท่องเที่ยวเข้ามา บรรยากาศต่างๆ นาๆ ก็เริ่มผ่อนคลาย หายใจหายคอกันได้ดีขึ้น

ทริปนี้ ตั้งใจว่าจะไม่ถ่ายรูปเยอะ ไม่เน้นเก็บคอนเทนท์ อยากปล่อยตัวปล่อยใจสบายๆ ฟีลไปกับเรื่องราวตรงหน้า ให้เวลากับเพื่อนฝูง แต่ทว่า มันก็อดไม่ได้ตามประสาคนชอบถ่ายภาพ ผมเก็บมาฝากกันเยอะเลยครับ ให้ภาพเล่าเรื่องแทนละกัน มันสวยจึ้งงงงงงงงงงง

หลายคนถามมาเยอะว่า ผมถ่ายภาพปกจากจุดไหน จะอยู่ไกลๆ ลิบๆ ห่างจากรีสอร์ตออกไปกลางทะเลครับ พายคายัคไปดำน้ำดูปะการังใต้ทะเล พอเหนื่อยก็มานั่งพักชมวิวสวยๆ บนแพลตฟอร์ม ตัวดำขึ้นมาอีกนิดหน่อยก็ต้องยอม … #เพราะมุมนี้ปังจริงๆ

ชอบรูปนี้มาก สัมผัสได้ถึงความพยายามในการหามุม 555 มาถ่ายที่แพลตฟอร์มกลางทะเล เป็นไฮไลท์ที่น่าสนใจมากของ Four Seasons Resort Koh Samui จริงๆ อยากไปนั่งตอนพระอาทิตย์ตกดิน แต่ไม่ว่าง เลยพายคายัคมาดำน้ำแล้วนั่งเล่นให้ผิวแทนเล่นๆ เอา

รู้สึกประทับใจที่ได้ใช้ชีวิตอยู่กับสีเขียวของต้นมะพร้าว
สีขาวของหาดทรายและสีเทอควอยส์ของน้ำทะเลทุกวัน

มุมนี้เป็น Hidden Gems ครับ ที่สระว่ายน้ำ แนะนำว่าให้ตื่นแต่เช้าราวๆ 6 โมงจะได้แสงสวยแบบนี้

Four Seasons Resort Koh Samui จะเรียกว่าเป็นหาดส่วนตัวก็ได้ครับ เพราะด้วยความเป็นแหลมที่ยื่นออกไปทั้ง 2 ด้าน มีโค้งหาดอยู่ตรงกลาง ทำให้ไม่สามารถมีใครเข้าออกทางทะเลได้ เลยทำให้เหมือนหลุดไปอยู่อีกโลกที่เราปลีกวิเวกได้อย่างสบายใจ

ผมชอบถ่ายภาพตัดมุมสูงของรีสอร์ท มันดูสวยและมีมิติดี ถ้ามุมระนาบปกติ เหล่านี้คือเนินเขาที่ลดหลั่นกันไป ทำให้แต่ละวิลล่าไม่บล็อควิวกันเอง จะได้เห็นทะเลแบบเต็มตา

Four Seasons Resort Koh Samui มีทั้งฝั่งของวิลล่าและเรสสิเดนท์ ซึ่งแยกโซนกันชัดเจน แต่ที่แน่ๆ คือเห็นวิวทะเลทุกหลังเหมือนกัน

จาก Arrival Lobby ทางรีสอร์ตเตรียมรถบัคกี้พาเราไปเช็คอิน จากนั้นถึงจะพาไปส่งที่วิลล่า

ทริปนี้ได้วิลล่าโซนขึ้นต้นด้วย 3 ครับ แต่เลย์เอ้าท์จะเหมือนกันหมด ต่างกันแค่ความสูงและวิวนิดหน่อย ทางเดินลงวิลล่าจะมีความทรอปิคอลสูงมาก

ด้านนอกเป็นศาลาพร้อมเดย์เบดขนาดใหญ่ เอาไว้นั่งรับลมชมวิวทะเลแบบไม่มีอะไรกั้น นอกจากต้นมะพร้าวที่สูงชะลูดมาช่วยเสริมบรรยากาศ

วิวจากหน้าวิวล่า โซน 3 น่าจะใกล้ทะเลกว่า โซน 6 ที่พักในทริปก่อนนี้

ห้องพักขนาดใหญ่ เปิดประตูเข้าไปคือยังสวยเหมือนครั้งแรกที่เคยเห็น เตียงนอนหนานุ่มอันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมกับงานดีไซน์ที่ออกแบบให้มีความเป็นโมเดิร์นไทย ผสมผสานการผจญภัยคล้ายเต้นท์แคมป์ในสไตล์ที่ Bill Bensley ดีไซเนอร์คนโปรดของผมชื่นชอบ

ห้องพักวางเลย์เอ้าท์เหมือนกัน มีเตียงนอนอยู่ตรงกลาง ด้านซ้ายเป็นช่องเจาะทำเป็นโต๊ะทำงาน อ่านหนังสือที่มีกระจกบานใหญ่คอยมองดูวิวด้านนอกได้

มุมนี้ยังคงเป็นมุมที่ผมชอบที่สุด และนั่งนานที่สุด เพราะหอบงานมาทำด้วย จึงนั่งโต๊ะทำงาน และมีขนม ผลไม้ ให้ทาน

มีการ์ดต้อนรับเขียนด้วยลายชื่อ เสียบไว้ให้ด้วย ชอบฟีลลิ่งแบบนี้มาก แม้จะไม่ได้รู้หรอกว่า GM เป็นคนเขียนเองหรือไม่ แต่ก็ให้ฟีลแบบใส่ใจดี ช่วงนี้รีสอร์ตยังคงเน้นหนักเรื่องไฮยีนครับ เซฟตี้ดีทุกอย่างและมีชุดยังชีพด้านสุขอนามัย วางไว้ให้แขกด้วยบนโต๊ะเช่นเคย

ภาพมุมกว้างจากในห้องนอน ที่มองเห็นระเบียงด้านนอก เชื่อมต่อกับวิวทะเลสุดลูกหูลูกตา เรียกได้ว่าตื่นมาก็วิวนี้เลยครับ

ริมสระมีเก้าอี้ปรับเอนกายเพื่อการพักผ่อนสบายๆ พักเล่นน้ำพร้อมกับชมวิวทะเลไป

ใกล้ๆ จะมีโต๊ะนั่งทานข้าวหรือขนมได้ ฟีลลิ่งสบายๆ เข้ากับการมาพักผ่อนแบบที่ไม่ต้องมีพิธีรีตองมากนัก

จากห้องนอนเดินเข้ามาด้านในเป็นอ่างอาบน้ำที่มาพร้อมกับประตูกระจกบานใหญ่แต่เลื่อนเปิดออกไปได้ ให้เราสัมผัสบรรยากาศและไอทะเลจากด้านในห้องได้เลย

อ่างอาบน้ำจัดวางเกลือขัดผิว เจลอาบน้ำ สบู่ ไว้ให้เรียบร้อย

พยายามถ่ายอ่างอาบน้ำในมุมตรงเพื่อให้เห็นภาพแบบจริงๆ ว่า จะมองเห็นวิวทะเลด้านนอกประมาณไหน

ทริปนี้ยังไม่ได้ลงรูปแช่อ่างเลย เค้าจะหาว่าเราเที่ยวทิพย์ไหมนะ

ด้านในสุดเป็นห้องอาบน้ำแบบ Shower ที่มีกิมมิคการออกแบบด้วยกระจกใสเปิดโล่งด้านบน ส่วน Toilet Amenities จะเป็นกลิ่นสมุนไพรจากทางรีสอร์ตเองและบรรจุในขวดเซรามิคเพื่อลดการใช้พลาสติก

ห้องน้ำคือใหญ่มาก ถ้ารวมโซนแต่งตัวด้วย น่าจะใหญ่กว่าห้องนอน อ่างล้างหน้า แยกเป็นสองฝั่งแบบ His & Her

อ่างล้างหน้ามุมนี้สวยดี มีการเปิดช่องแสงรับวิวทะเลจากภายนอกด้วย แต่เปิดออกไปไม่ได้ อ้อมไปอีกนิดเข้าทางอ่างอาบน้ำได้สะดวกดี

ชอบภาพนี้ เห็นการเชื่อมต่อทั้งภายในสู่ภายนอกวิลล่า ให้ความรู้สึกของการพักผ่อนกับธรรมชาติที่ยังคงความหรูหรา มีระดับ พร้อมกับการให้บริการที่สมบูรณ์แบบ

สระว่ายน้ำภายในวิลล่า ถ่ายภาพออกมาจะเห็นวิวทะเลแบบ 180 องศา ประมาณนี้

ไม่รู้ทำไม เวลาถ่ายรูปตรงนี้ต้องทำท่ารับพลัง แต่มันก็ฮีลดีนะ

เกาะสมุยได้ชื่อว่าเป็น “เกาะมะพร้าว” ครับ เพราะมีต้นมะพร้าวเยอะมาก โดยเฉพาะในบริเวณทำเลที่โฟร์ซ๊ซั่นรีสอร์ตตั้งอยู่นั้นก็โอบล้อมไปด้วยสวนมะพร้าวและต้นไม้น้อยใหญ่

สระว่ายน้ำส่วนกลางที่ถ่ายจากทะเลเข้ามา ฝั่งซ้ายจะเป็นวิลล่า ฝั่งขวาเป็นเรสสิเดนท์

ชอบฟีลตอนเช้าที่สุด พระอาทิตย์จะขึ้นหลังทิวเขาค่อยๆ โผล่พ้นมา ทำให้มองเห็นวิลล่าต่างๆ ที่ตั้งเรียงรายกัน

ร่มสีฟ้าสดใส เข้ากันดีกับสีของน้ำทะเลและต้นมะพร้าว บอกเล่าถึงความรีเฟรช สบายๆ

มีใครชอบถ่ายรูปร่มโรงแรมเรียงๆ กันแบบผมบ้าง ชอบดูว่าที่ไหนใช้ร่มสีไหน เข้ากับคอนเซปต์โรงแรมหรือไม่

ห้องพักลดหลั่นกันไป ผมชอบการแทรกตัวของวิลล่าที่ซ่อนอยู่ในดงมะพร้าว ดูแล้วให้ความเป็นส่วนตัวแบบทรอปิคอลดี

ที่บีชมีกิจกรรมเยอะมากเลยครับ สามารถมาใช้เวลาที่นี่ได้ทั้งวัน มีทั้งซัพบอร์ด พายเรือคายัค วอลเลย์บอลชาย ส่วนฝรั่งเล่นขว้างจานร่อน

ไปพายซัพบอร์ด สำรวจโลกกันดีกว่า

เบื่อซัพบอร์ดก็มาพายคายัค เรานัดกับ นักโบโอโลจิสของที่นี่ตอนบ่ายสาม เราจะไปดำน้ำดูปะการังกัน

ดูเหมิอนไม่ไกล แต่เหนื่อยมาก ต้องพักแปป

พายคายัคไม่นานนะ แต่ก็เล่นเอาหอบเหมือนกัน แต่ก็เป็นประสบการณ์ที่สนุกดี

ทีมงานจัดเตรียมอุปกรณ์ดำน้ำให้เราเรียบร้อย จอดเรือไว้บนแพลตฟอร์ม จากนั้น จะพาเราไปดำน้ำดูปะการัง

ชอบแพลตฟอร์มกลางทะเลนี้มาก เหมาะสำหรับนอนอาบแดดช่วงบ่ายแก่ๆ เรื่อยไปจนถึงเย็นจะเป็นช่วงพระอาทิตย์ตกดิน

ใครสายลุย ชอบออกกำลังกาย นอกจากจะมีกิจกรรมทางน้ำแล้ว ยังมีกิจกรรมทางบกเช่น ฟิตเนสซึ่งอยู่บนเนินเขา มองเห็นวิวสวยมาก เก็บภาพมาฝากกันเล็กน้อย

ขออภัยที่ไม่ได้เข้าไปถ่ายด้านใน เนื่องจากเห็นมีแขกใช้บริการอยู่เลยไม่อยากรบกวนความเป็นส่วนตัว

อีกด้านจะเป็นเวทีมวย หากใครอยากลงนวมแบบตัวต่อตัว ต้องแจ้งล่วงหน้าครับ

เป็นสังเวียนผ้าใบที่ไฮโซสุดๆ

เรียกได้ว่า ที่นี่มีกิจกรรมมากมายให้เราได้ทำ ไม่มีเหงา หรือหากใครอยากนั่งชมทะเลเบาๆ ก็เชิญได้ที่ DayBed ริมชายหาด

เรากลับไปเปลี่ยนชุดแปบ เดี๋ยวลงมาดินเนอร์แบบส่วนที่ริมชายหาด

ใครสายชิลล์เชิญที่ Beach Deck มี Pool Bar อยู่ใกล้ๆ มองเห็นต้นมะพร้าวและวิวทะเล

CoCoRum คือชื่อ Pool Bar ของ Four Seasons Resort Koh Samui บรรยากาศจะชิลๆ สบายๆ ไม่เน้นเสิร์ฟอาหารหนัก จะเป็นพวกเครื่องดื่มจิบๆ พร้อมของว่างพวก Tapas มากกว่า

ถ้าหิวก็มีห้องอาหาร Pla Pla อยู่ติดกัน บรรยากาศแบบริมทะเล ตกแต่งเก๋มาก จุดเด่นคือเน้นความสดของวัตถุดิบ เช่นซีฟู๊ดสดๆ จากชาวประมง ส่วนผักจะเป็นพวกออร์แกนิค

AIRMAIL เครื่องดื่มเก๋ๆ ที่ใครมาต้องสั่ง กลุ่มเราสั่งกันทุกคน ดื่มหวานๆ ฉ่ำๆ สดชื่อจาก Light Rum น้ำผึ้งมะนาวและ Sparkling Wine

“At the beach, life is different. Time doesn’t move hour to hour, but mood to moment. We live by the currents, plan by the tides, and follow the sun until it sets.”

เย็นนี้เราจอง Exclusive Dinner เอาไว้ ในมุมส่วนตัว กับโต๊ะยาวๆ ที่มองเห็นพระอาทิตย์ตกดิน

บรรยากาศสนุกสนานกับกลุ่มเพื่อน ทานอาหารอร่อย พูดคุยเม้าท์มอยกันไป ท่ามกลางวิวที่สวยงามของทะเลยามเย็น เป็นเครื่องปรุงรสชั้นเลิศที่ทำให้อาหารทั้ง 5 คอร์สของเรา อร่อยมากขึ้น

ข้าวเหนียวมะม่วงในแบบของ Four Seasons Resort Koh Samui มันเก๋ มันจึ้งงงงงงงง

ชอบรูปนี้ ตั้งใจถ่ายให้เหมือนเป็นกรอบรูปที่มีชีวิต

“Everyone should experience a sunrise at least once a day.”

– Phil Dunphy

BEACH VILLA WITH POOL วิลล่านี้อยู่หน้าหาดเลยครับ มีความเป็นส่วนตัวมาก

เช้านี้เราไปทานอาหารกันที่ ห้อง KOH Thai Kitchen and Bar มีที่นั่งให้เลือกหลายมุมมากครับ

มุมไฮไลท์คือโต๊ะริมกระจกที่มองเห็นวิวเรสสิเดนท์และทะเลสุดลูกหูลูกตา

หรือว่าถ้าใครไม่ชอบแดดร้อนๆ เข้ามานั่งด้านในก็มีที่นั่งจัดไว้เยอะมาก รองรับแขกได้ทั้งฝั่งวิลล่าและเรสสิเดนท์ครับ

โต๊ะนี้เป็นอีกมุมที่อยากจะแนะนำ ไม่ร้อนแต่ได้วิวสวยไม่แพ้กัน สังเกตว่าที่นี่จะจัดโต๊ะอาหารกระจายกันไปแบบหลวมๆ ทำให้ค่อนข้างมีความเป็นส่วนตัวสูง

ไลน์อาหารเยอะมาก มีทั้งอาหารไทย เอเชี่ยน ยุโรป ครบตามมาตรฐาน Ultra Luxury Hotel แต่ที่อยากแนะนำคือครัวซองก์ อร่อย มาเป็นเลเยอร์และโพรงสวยมาก นอกจากนี้ยังสามารถสั่งอาหารได้จากเมนูที่พนักงานเตรียมให้ ส่วนมากเป็นอาหารไทย ผมทานกะเพราไข่เจียวทุกวันเลย ที่นี่ทำอร่อยมาก

อยู่กัน 2 คืนยังทานอาหารเช้าได้ไม่ครบเลยครับ ที่เห็นอยู่ในหม้ออุ่นร้อน จะเป็นอาหารปรุงสำเร็จ เช้าวันแรกได้ทานต้มข่าไก่เข้าไป บอกเลยว่า รสชาติแบบคนไทยทาน ไม่ใช่ครีมซุปแบบฝรั่ง ถึงใจมากครับ

ทานครัวซองก์วันละ 3 ชิ้น ไม่อ้วนให้มันรู้ไป ทำไงได้ ก็ของเค้าอร่อยจริงๆ

เมนูนี้เป็น Healthy Bowl เคยสั่งเมื่อมาทริปที่แล้ว แต่สังเกตว่า ครั้งนี้ตัดออกไปจากเมนู เลยลองถามดู พนักงานบอกว่า ถ้าอยากทานก็จัดมาให้ได้ครับ เป็นสมูธตี้ผสมโยเกิร์ตที่โรยหน้าด้วยผลไม้และธัญพืช อร่อยได้ประโยชน์ดีครับ

มื้อเช้า เป็นช่วงเวลาที่มีความสุขมาก ยอมรับเลยว่า ทานเยอะ เพราะอาหารเค้าอร่อยจริงๆ ยิ่งได้วิวสวยๆ มาช่วยเสริมบรรยากาศทำให้ยิ่งฟินมากขึ้นครับ

French Toast สูตรของ Four Seasons Resort Koh Samui เป็น a must ที่ต้องทานครับ เนื้อขนมปังนุ่มและกรอบนิดๆ ด้านนอก ทานกับมะพร้าวแก้วกรอบ คือดีย์งาม ถ้าต้องการความหวานให้เพิ่มไซรัปน้ำผึ้งครับ

Four Seasons Resort Koh Samui เป็นอีกทริปที่สนุกและมีความสุขมาก ทีแรกว่าจะเป็นทริปพักผ่อน จะไม่แตะกล้อง น้องจะนอนชมทะเลอย่างเดียว แต่ก็ไม่ได้แหละ เพราะวิวสวยจึ้งงงงง บรรยากาศดี เพื่อนดี รีสอร์ตดี ทริปนี้จึงมีแต่ความประทับใจ

ใครสนใจรีสอร์ตดูรายละเอียดเพิ่มเติมและจองได้ที่ https://www.fourseasons.com/kohsamui/ ครับ

hemm team
hemm team

• The magazine for Sharp Living, Travel Design and Lifestyle for men •