GRAND BRITANIA Ratchaphruek Rama 5

แกรนด์ บริทาเนีย ราชพฤกษ์-พระราม 5

ผมว่าโครงการนี้ #คลับเฮ้าส์สวยที่สุด‼️

ขนาดป้อมยามยังถ่ายรูปออกมาได้ปังเบอร์นี้เลยอ่ะ

_

“บ๊อบ มาร์เล่ย์” ศิลปินเพื่อชีวิตชาวจาเมกาที่ผมหลงใหล เคยบอกไว้ว่า Live the life you Love. Love the life you Live. คือการเลือกอะไรในแบบที่เป็นตัวเรา ทำในสิ่งที่เราอยากทำ ผมจำมาจนถึงตอนนี้

เวลาเลือกของหรือจะซื้ออะไรสักอย่าง ผมมักจะดูก่อนเลยว่า แบรนด์สินค้ากับเรา มันเข้ากันไหม หรือที่สุดแล้วมันสามารถปรับเปลี่ยนให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของเราได้อย่างไร เป็นการดีไซน์ให้ตรงกับจริตเราให้มากที่สุด

ถ้าเป็นภาษาแบบออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มาแรงที่สุดในเวลานี้ จะเรียกคนกลุ่มเดียวกับผมนี้ว่า “Innovative Lover” คือคนที่ชอบให้ชีวิตได้รับการปรนเปรอด้วย Design Living ดีๆ ที่ตอบโจทย์ได้ครบกับการใช้ชีวิตภายในบ้าน เพื่อให้เราได้ทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการได้อย่างเต็มที่ ไร้ขีดจำกัด ปราศจากความกังวลใดๆ

บ้านในโครงการแกรนด์ บริทาเนีย ราชพฤกษ์-พระราม 5 ที่ผมพามาดูในวันนี้ จึงเป็นตัวอย่างงานออกแบบที่สปอยล์ชีวิตได้ดีงามมาก

เริ่มจาก #โลเคชั่นอยู่ติดถนนใหญ่ เดินทางได้สะดวก รายล้อมด้วยห้างสรรพสินค้า คาเฟ่ ร้านอาหาร โรงเรียน โรงพยาบาล ขับรถตรงเข้าสาทรก็ง่ายหรือจะข้ามสะพานพระราม 5 ออกไปทางติวานนท์ตรงกระทรวงสาธารณสุขก็สะดวกมากครับ

#พื้นที่ส่วนกลางจัดเต็ม ผมว่าแกรนด์ บริทาเนีย ออกแบบ Clubhouse ที่มีกลิ่นอายความเป็น Modern British ที่สวยคลาสสิคมาก ผมชอบสระว่ายน้ำลอยฟ้าชั้นบน มันคือที่สุดของบรรยากาศดีๆ ในวันที่เราพักผ่อนอยู่บ้าน

#งานดีไซน์ออกแบบได้ครบทุกความต้องการ เพราะในโครงการนี้มีบ้านให้เลือกถึง 5 Type แต่ที่ผมจะพาไปชมคือบ้านหลังใหญ่สุด สำหรับครอบครัวที่อยู่กัน 3 Generation พื้นที่ส่วนกลางจัดหนัก พื้นที่ใช้สอยจัดเต็ม โดยเฉพาะฟังก์ชัน Double Kitchen บ้าน 2 ครัวที่หลายคนชอบเหมือนผม เพราะไม่ต้องเสียเวลาต่อเติมเพิ่ม แถมยังสวยงามเป็นระเบียบไม่รกตา

ไปชมภาพในคอลเลคชั่น บ้านแกรนด์ บริทาเนีย ราชพฤกษ์-พระราม 5 ที่กานต์ถ่ายภาพมาฝากกันพร้อมกับอ่านรายละเอียดต่อในแคปชั่นต่อเลยครับ

ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิพิเศษได้ที่นี่ >> https://bit.ly/3lsiZDM

ผมเดินทางมาจากเส้นราชพฤกษ์ขับตรงมาเรื่อยๆก่อนจะเลี้ยวออกทางถนนนครอินทร์ ก็จะเจอกับโครงการแกรนด์ บริทาเนีย ราชพฤกษ์-พระราม 5 ซึ่งอยู่ติดถนนใหญ่เลยครับ

ด้านหน้าจะเป็น Clubhouse ซึ่งทางเข้าจะใช้ระบบ Double Gate เพื่อให้ลูกบ้านได้รับความเป็นส่วนตัว ใครที่มีแขกมาหาแต่ว่าไม่สะดวกเชิญเข้าบ้าน หรือต้องการความเป็นส่วนตัว ก็สามารถให้มาพบปะกันที่สโมสรแทนได้

กานต์พามาชมบ้านแบบ HARINGTON เป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้นขนาดใหญ่ที่สุดในโครงการ

Clubhouse ที่นี่จะมี 2 ชั้นครับ ถือว่าใหญ่มาก ออกแบบเป็นรูปตัวแอล (L) ด้านหน้าจะมีสวนและที่นั่งกลางแจ้งให้เราพักผ่อนได้ในช่วงเย็นๆ ด้านในจะเป็นส่วนของ Lobby Lounge ห้องประชุม ห้องทำงาน คิดส์คลับ ซาลอน ส่วนชั้นบนจะเป็นฟิตเนสและสระว่ายน้ำ เน้นการออกแบบให้มีความส่วนตัวมากที่สุด

ผมชอบ Clubhouse ออกแบบได้สวยมากในสไตล์ Modern British ที่มาพร้อมกับประตูโค้งทรง Arch เติมดีเทลด้วยเหล็กตีเป็นซี่ทำให้มีกลิ่นอายของความคลาสสิค เส้นสายโค้งมนสวยงาม มองไปทางไหนมันก็ดูสอดรับกันไปหมดทั้งตัวอาคาร และซุ้มประตูทางเข้าบ้านด้านใน

แกรนด์ บริทาเนีย ราชพฤกษ์-พระราม 5 เป็นโครงการที่ออกแบบ Clubhouse ได้สวยมากเหมือนกับอยู่บ้านที่อังกฤษ

Lobby Lounge คือจุดแรกที่เราจะได้เจอหลังจากจอดรถแล้วเดินขึ้นบันไดมา ภายในตกแต่งได้หรูหรา คลาสสิคมาก จัดวางเก้าอี้ที่นั่งดีไซน์หลากหลาย เอาไว้ในหลายจุด มองเผินๆ นึกว่าเดินเข้ามาในโถงต้อนรับของโรงแรมระดับ 5 ดาว

ผมยอมใจในความดีเทลของโครงการที่ลงรายละเอียดแม้กระทั่งงานกระเบื้อง โคมไฟ ลวดลายประกอบต่างๆ ที่จะช่วยเสริมฟีลลิ่งในการออกแบบงานสไตล์ Modern British ได้ดี การเลือกใช้สีที่คุมโทนเบจ ขาว เทา ดำ ทำให้ดูคลาสสิค สีเขียวจากหมอนอิงช่วยให้ Lounge ดูสดชื่นมีชีวิตชีวา และยังประดับประดาด้วยดอกไม้ ส่วนสีทองที่สอดแทรกมาจะสะท้อนความหรูหรามีระดับ งานออกแบบที่ดีจะบ่งบอกถึงรสนิยมดีไซเนอร์และผู้อยู่อาศัย ที่แกรนด์ บริทาเนีย ราชพฤกษ์-พระราม 5 จึงเป็นอีกหนึ่ง Clubhouse ที่ผมค่อนข้างประทับใจครับ

ที่นี่เน้นฟังก์ชันการใช้งานที่หลากหลาย ผมจะพาไปชมยังส่วนอื่นๆ ภายใน Clubhouse กันต่อครับ รับรองว่าจะต้องชอบใจเหมือนผมแน่นอน

ที่แกรนด์ บริทาเนีย ราชพฤกษ์-พระราม 5 นับว่าเป็น Clubhouse ที่จัดเต็มมากด้วยฟังก์ชันการใช้งานที่หลากหลายเพื่อให้ตอบโจทย์ลูกบ้านได้มากที่สุด โดยเฉพาะยุค New Normal เราต้องการความเป็นส่วนตัวที่ยังคงเชื่อมต่อกับส่วนรวมได้ การใช้พื้นที่ส่วนกลางต้องเน้นเรื่องความสะอาด สะดวกและสบาย อาจจะไม่จำเป็นต้องออกไปข้างนอกหมู่บ้าน เราก็สามารถจัดการประชุมใน Meeting Room ได้ หรือจะนั่งทำงานใน Co-Woring Space ซึ่งจัดวางเก้าอี้ที่นั่งไว้หลากหลาย แบ่งออกเป็นหลายมุมเพื่อความเป็นส่วนตัว ถ้าต้องการเปลี่ยนบรรยากาศจากการนั่งทำงานที่บ้าน ก็แวะมาใช้บริการที่ Clubhouse ได้ นั่งได้สบายผมว่ายังไงก็ไม่เต็ม

Meeting Room

การออกแบบ Clubhouse ที่ดีต้องคำนึงถึงความหลากหลายทางกายภาพ เช่น พ่ออาจจะออกกำลังกายอยู่ที่ฟิตเนส ส่วนแม่กำลังนวดอยู่ที่ Wellness Service Room (ที่นี่มีห้องทำสปาและซาลอนด้วยครับ เผื่ออยากเรียกเทอราพิสมานวดสักคอร์สหรือช่างหน้าช่างทำผม)

ส่วนเด็กๆ ก็สามารถไปนั่งรอนั่งเล่นที่ Kid’s Room ได้มีกิจกรรมต่างๆ เตรียมไว้มากมายเพื่อเสริมพัฒนาการเด็กครับ

ขึ้นมาดูที่ชั้นบนของ Clubhouse กันบ้าง จะเป็นส่วนของฟิตเนสและสระว่ายน้ำ ซึ่งเราจะไม่ค่อยเห็นกันสักเท่าไรนักว่าสระว่ายน้ำในหมู่บ้านจะมาอยู่บนชั้น 2 เป็นแบบ Sky Pool แบบนี้

สระว่ายน้ำของที่นี่เรียกว่า สวยคลาสสิคและสามารถใช้งานได้จริง ว่ายน้ำได้ออกกำลังกายได้สบายๆ เลยครับเพราะมีขนาด 6×17 เมตร น้องๆ สระโอลิมปิคเลย เป็นสระระบบเกลือที่อยู่กลางแจ้ง หันหลังให้พระอาทิตย์ตกดิน บ่ายๆ แดดเริ่มไล่ ทำให้เกิดร่มเงา หรือจะรอให้เราเลิกงานตอนเย็นๆ ค่ำๆ ก็มาว่ายได้สบายเลยครับ ส่วนใครอยากรับวิตามินดี แนะนำให้มาตอนเช้าๆ อากาศดี แดดอ่อนๆ นั่งอาบแดดอ่านหนังสืออยู่ที่ซันเบดได้ หรือใครจะพาลูกมาเล่นด้วยก็ได้ เพราะแยกสระเด็กเอาไว้ให้เรียบร้อยแล้วครับ

ส่วนฟิตเนสจะอยู่ด้านในห้องถัดไปที่เห็นเป็นหน้าต่างกระจกทรงโค้งนั่นแหละครับ สามารถออกกำลังกายไป มองวิวจากมุมสูงได้ด้วย ภายในจัดวางเครื่องออกกำลังกายไว้ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นฟรีเวท หรือแมชชีน ที่ติดตั้งกระจกเงาเอาไว้ให้ด้วยแล้วครับ เผื่อใครอยากจะเช็คท่วงท่าหรือว่าบอดี้ ก็มีออกแบบไว้เตรียมให้พร้อมเรียบร้อยครับ

เช้าๆ เราอาจจะออกมาเดินเล่นที่สวนสาธารณะด้านหน้า Clubhouse ก็ได้

ตัวอาคาร Clubhouse ตั้งอยู่ท่ามกลางสวนสีเขียว ดูคลาสสิคมาก

“Your time is limited, so don’t waste it living someone else’s life.”

– Steve Jobs

เป็น Clubhouse ที่มีมุมถ่ายรูปเยอะมาก ราวกับซื้อบ้านอยู่ที่อังกฤษ

ชอบประตู Arch ทรงโค้งแบบนี้ ดูคลาสสิคตลอดกาล เดี๋ยวจะพาเข้าไปดูในโซนที่พักอาศัยกันบ้างครับ

อย่างที่บอกไปว่าที่แกรนด์บริทาเนีย ราชพฤกษ์-พระราม 5 ใช้ระบบดูแลความปลอดภัยเป็นแบบ Double Gate-Double Security ทำให้มีซุ้มประตูทางเข้าด้านในด้วยอีกชั้น สำหรับแขกหรือลูกบ้านที่จะเข้าไปยังโซนด้านใน ทำให้ค่อนข้างอุ่นใจในการพักอาศัยครับ

การออกแบบซุ้มด้านในยังคงสอดรับกับความโค้งมนที่ต่อเนื่องมาจาก Clubhouse เราจึงได้เห็นความลงตัวของงานดีไซน์ในแบบองค์รวม เวลาขับรถเข้ามาในโครงการมันจะสัมผัสได้ถึงความสวยงามโดยแทบจะไม่อยากละสายตาเลยล่ะครับ

ผ่านจากซุ้มประตูด้านในจะเป็นวงเวียนต้นไม้ครับ ผมว่าฟอร์มสวยดีมีความกลมกลืนกับบริบทอื่นๆ มองไปด้านในเราจะเห็นบ้านเรียงรายกันไปเป็นแนวยาว ขนานกับอีกฝั่งที่เป็นสนามหญ้าและต้นไม้ริมรั้ว ผมว่ายิ่งอยู่นานวันไป ถ้าต้นไม้โตโครงการจะยิ่งร่มรื่นครับ ที่นี่จะมีด้วยกันทั้งหมด 5 Type ทั้งบ้านเดี่ยวและบ้านแฝด แต่ผมจะพาไปชมบ้านเดี่ยวขนาดใหญ่สุดคือ HARINGTON ครับ

แบบบ้าน HARINGTON บ้านเดี่ยว 2 ชั้นขนาดใหญ่ที่สุดในโครงการ พื้นที่ใช้สอย 255 ตร.ม. ขนาด 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 1 ห้องพักผ่อนชั้นบน มาพร้อมกับฟังก์ชันพิเศษ 2 ห้องครัว พร้อมกับห้องแม่บ้านและลายซักล้างด้านหลัง ด้านในมีที่นั่งแบบ Outdoor ส่วนหน้าบ้านมีขนาดใหญ่สามารถจอดรถได้ 3 คัน พร้อม IP Camera เพื่อการรักษาความปลอดภัย ออกแบบให้มีความเรียบหรูด้วยการใช้สีโทนน้ำตาลเข้มตัดกับสีเทาและขาว ประดับด้วย Facade เหล็ก Powder Coat สีดำฉลุลาย ติดตั้งทั้งชั้นบนและชั้นล่างซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของโครงการแกรนด์ บริทาเนีย

เมื่อเปิดประตูบ้านเข้าไป เราจะเห็นภาพนี้เป็นมุมมองแรกครับ ตัวบ้านดีไซน์พื้นที่ภายในผมอยากให้นึกภาพตามง่ายๆ ว่า คล้ายกับเครื่องหมายบวก คือเป็นแนวลึกเข้าไปพร้อมกับฟังก์ชันแยกออกไปด้านซ้ายและทางขวา

จากมุมนี้เราจะเห็น Living Area ที่ใหญ่มากและต่อเนื่องกันไปจนถึง Dining Area ด้านใน ยาวไปจนถึงระเบียงด้านหลังบ้านซึ่งสามารถเปิดประตูกระจกออกไปนั่งเล่นอ่านหนังสือได้ เรียกได้ว่ามีครบทั้ง Indoor และ Outdoor

ผมว่าบ้านตัวอย่างจัดที่นั่งน้อยไปสักนิด เพราะมุมนั่งเล่นด้านในสามารถจัดวางโซฟาเซ็ทใหญ่ได้มากกว่านี้ แถมยังนั่งสบายเลยครับ ไม่รู้สึกอึดอัดเพราะสเปซโซนนี้ยังมีเหลือเยอะมาก มุมนี้จะค่อนข้าง Relax ด้วยความที่เพดานสูง 2.8 เมตร และเปิดช่องแสงไว้บริเวณมุมบ้าน ทำให้มองจากด้านในออกไปข้างนอกได้ด้วย ช่วยให้รู้สึกถึงความมีชีวิตชีวา ทว่าก็ได้รับความเป็นส่วนตัวอยู่ครับ

“Live life and enjoy it. That’s the real key to beauty!”

-Michelle Visage

ประตูเข้าบ้านจะเป็นบานทึบแบบ Oversize ทางโครงการจะติดตั้ง Digital Door Lock เอาไว้ให้ เปิดประจูเข้ามาเราจะเจอกับชั้นวางทีวีก่อน ซึ่งสามารถติดตั้งสมาร์ททีวีจอใหญ่กว่านี้ได้อีกครับเพราะระยะการรับชมเหลือเฟือ ทางโครงการติดตั้ง Magnetic Sensor ที่ประตูและหน้าต่างเอาไว้ให้แล้วด้วยเพื่อช่วยเรื่องการรักษาความปลอดภัย เมื่อมีการบุกรุกทางประตูหน้าต่าง ให้มีเสียงไซเรนดังและยังแจ้งเตือนผ่านแอพคลิชั่นด้วยครับ

ถ้าหากเรามองจากหน้าต่างที่บริเวณห้องนั่งเล่น จะเห็นเข้าไปยังห้องนอนชั้นล่าง ซึ่งออกแบบให้เป็นห้องนอนผู้สูงอายุครับ พร้อมกับห้องน้ำในตัว ทำให้การสังเกตสังกาดูแลเอาใจใส่ของลูกหลานเป็นไปได้อย่างสะดวกมากขึ้น หรือจริงๆ ห้องนี้จะปรับเป็นห้องเอนกประสงค์อื่นๆ ก็ได้ตามใจครับ

ด้านในเป็น Dining Area ที่ค่อนข้างกว้างครับ สามารถจัดโต๊ะแบบ Long Table ขนาด 10-12 ที่นั่งได้สบาย เพราะพื้นที่ใช้สอยเยอะจริงๆ แถมยังเชื่อมต่อกับพื้นที่นั่งเล่นด้านนอก และครัวไทย สามารถจัดปาร์ตี้บาร์บีคิวที่บ้านกับกลุ่มเพื่อนได้เลยครับ

อีกด้านออกแบบให้เป็นบาร์พร้อมกับชั้นโชว์หรือใครอยากจะจัดให้มุมที่นั่งดื่มเบาๆ ภายในบ้านก็ทำได้ครับ เรียกได้ว่า ปรับเปลี่ยนฟังก์ชันการใช้งานได้ตามใจ เป็นไปตามคอนเซ็ปต์ A Life You Love จริงๆ

ส่วนห้องน้ำบริเวณชั้นล่างสำหรับแขกจะเป็นแบบ Powder Room ซึ่งจะอยู่ด้านในเลยจากห้องครัวเข้าไปบริเวณบันไดทางขึ้นชั้นบนครับ

ผมชอบมุมที่นั่งด้านนอกบ้านนี้มาก โดยเฉพาะช่วงหน้าหนาว เรามานั่งผิงแดด จิบกาแฟอุ่นๆ ยามเช้าได้สบาย

ห้องครัว เป็นไฮไลท์ที่ลูกบ้านหลายคนชอบมาก ผมก็เช่นกันครับ เพราะนานๆ จะได้เห็นโครงการที่ออกแบบมาโดยฟังเสียงลูกบ้านอย่างจริงจัง เรื่องการต่อเติมครัวไทยหลังบ้าน เพราะส่วนใหญ่จะมีให้แค่ครัวฝรั่ง ดังนั้นแกรนด์ บริทาเนีย จึงออกแบบให้มีครัวไทยต่อไปด้านหลังเอาไว้ให้พร้อมเลยครับ ทำให้เราไม่ต้องยุ่งยากเรียกว่าต่อเติมให้พร้อมเลยครับ ทั้งพื้น ผนัง หลังคา และได้ก่อเคาน์เตอร์ยาว 2.8 เมตรขึ้นมาให้ ติดตั้งอ่างล้างจานต่อท่อน้ำดีท่อน้ำทิ้งไว้แล้วเรียบร้อย แบ่งพื้นที่ไว้วางเตาแก๊สให้ด้วย ให้เราทำอาหารปลุกสกิลล์ความเป็นเชฟออกมาได้เต็มที่ เพราะคนที่ชอบทำอาหารจริงๆ จะรู้เลยว่า เวลาทำกับข้าวโดยใช้เตาไฟฟ้า มักจะไม่ได้ฟีลลิ่งและรสชาติที่อร่อยมากนัก

ทางโครงการติดตั้ง Smoke Sensor ตรวจจับควันบริเวณห้องครัวเอาไว้ให้เรียบร้อย ส่วนดีเทลในการออกแบบอีกจุดที่ผมชอบคือการเชื่อมต่อกันของส่วน Service กับครัวเพื่อให้เกิดความเป็นส่วนตัวและสะดวก เพราะจากลานจอดรถเราสามารถเปิดประตูเล็กแล้วตรงทะลุเข้ามายังครัวได้โดยไม่ต้องอ้อมไปผ่านมุมรับแขกด้านหน้า ถือว่าเป็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ แต่ได้ประโยชน์มากครับ หรือถ้าที่บ้านมีแขกสำคัญของคุณพ่อ เราอาจจะให้เด็กๆ เข้าทางประตูเล็กแล้วตรงขึ้นไปทำการบ้านชั้นบนได้ทันที ไม่ต้องเดินผ่านเป็นการรบกวนครับ

ขึ้นบันไดไปชมชั้น 2 กันดีกว่าครับ บันไดของที่นี่จะเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กทำให้ได้เรื่องความแข็งแรงทนทาน ส่วนหน้าบันไดเป็นพื้นไม้ยางพาราประสาน แต่ที่ผมชอบคือดีเทลบริเวณขอบหน้าต่างเป็น Ventilation Window ที่สามารถเปิดรูระบายอากาศออกได้เพื่อให้เกิดการไหลเวียนของอากาศภายในบ้านได้ ส่วนบริเวณชานพักก็ยังได้เรื่องแสงธรรมชาติที่ส่องเข้ามาอีกด้วย ช่วยให้บ้านดูโปร่ง อยู่แล้วรู้สึกสบายไม่อึดอัด

ขึ้นบันไดมายังชั้น 2 จะเจอห้องนอนรองห้องแรกก่อนเลยครับจะอยู่โซนหลังบ้าน จัดวางเตียงควีนไซส์ได้พร้อมกับมีพื้นที่ใช้สอยโดยรอบห้อง อีกด้านเป็นตู้เสื้อผ้าและห้องน้ำในตัว พร้อมส่วนแยกส่วนเปียกแห้งเอาไว้ให้เรียบร้อยเป็นห้องที่มีระเบียงส่วนตัวด้านข้าง สามารถเปิดประตูกระจกออกไปได้

โถงกลางบ้านออกแบบให้เป็น Family Area มุมพักผ่อนสำหรับทุกคนในครอบครัว สามารถออกแบบให้เป็นที่นั่งสำหรับดูทีวีหรือทำกิจกรรมร่วมกันภายในบ้านได้ ดีไซน์ตามแต่ไลฟ์สไตล์ของเราเลยครับ อย่างเช่นบ้านตัวอย่างออกแบบให้เป็นมุมทำงาน น่าจะเหมาะกับผู้บริหารในช่วงนี้ที่เน้น Work from Home เป็นหลัก

มุมนี้ยังดูแลความปลอดภัยด้วยการติดตั้ง Motion Sensor เพื่อตรวจจับการเคลื่อนไหวเอาไว้ให้ด้วยครับ

ห้องนอนรองอีกห้อง มองด้วยสายตาผมว่าขนาดพอๆ กันกับห้องนอนแรก แต่วิวสวยกว่าเพราะอยู่โซนหน้าบ้านแต่จะไม่มีระเบียงครับ แต่มีห้องน้ำในตัวเช่นกัน อันนี้ก็ต้องเลือกดีๆ ว่าชอบแบบไหน

ชอบห้องนอนนี้ครับ เปิดรับแสงธรรมชาติได้ดี สว่างเต็มที่ในตอนกลางวัน

มาชม Master Bedroom ห้องนอนหลักพระเอกของบ้านกันบ้างครับ กินพื้นที่ไปเกือบครึ่งชั้น เป็นห้องนอนที่ใหญ่โตอลังการมาก สามารถจัดวางฟังก์ชันของการพักผ่อนได้ครบครัน ทั้งเตียงนอนขนาดใหญ่ ชั้นวางทีวีที่ปลายเตียง โต๊ะหัวเตียงพร้อมพื้นที่เดินได้รอบสบายๆ เชื่อมต่อกับประตูกระจกที่เปิดออกไปเป็นระเบียง ซึ่งบ้านตัวอย่างจะติดตั้งกระจกกั้นอีกชั้น ทำให้เราได้พื้นที่ใช้สอยภายในห้องเพิ่มเข้ามา ทว่าก็เปิดบานเลื่อนกระจกออกไปรับอากาศบริสุทธิ์ได้เช่นกันครับ

ส่วนด้านในจะจัดวางเก้าอี้นั่งพักผ่อนริมประตูด้านข้าง สำหรับเช้าๆ เรานั่งอ่านหนังสือพิมพ์ได้จากมุมนี้ เพราะมีช่องแสงเปิดไว้จากด้านข้างพอดี

แต่ที่เก๋คือสามารถทำเป็น Glass House ให้เรามีสวนส่วนตัวภายในห้องนอน เติมเต็มวันพักผ่อนสบายๆ แทบไม่อยากจะออกไปไหนเลยล่ะครับ

ด้านในเป็นมุมแต่งตัวแบบ Walk-in Closet เปิดช่องแสงด้านหลังเอาไว้ แต่ถ้าคุณผู้หญิงบ้านไหน เสื้อผ้าเยอะ ก็สามารถบิลด์มุมนี้เป็นตัวแอล (L) ได้เลยครับ

มาพร้อมกับห้องน้ำในตัวที่แยกส่วนเปียกแห้งเอาไว้ให้เรียบร้อย ผมชอบการลงดีเทลเรื่อง USB Hub ให้ห้องน้ำทุกห้องของบ้าน ให้เราใช้งานมือถือได้ต่อเนื่องไม่มีสะดุดครับ นับเป็นการออกแบบที่คำนึงถึงความต้องการเล็กๆ น้อยๆ ของลูกบ้านได้เป็นอย่างดี

#โดยสรุป โครงการแกรนด์ บริทาเนีย ราชพฤกษ์-พระราม 5 ผมว่าเป็นโซนที่เหมาะแก่การอยู่อาศัย เพราะเข้าเมืองไปทำงานได้หลายทาง ขึ้นไปสาทร-สีลมก็ได้ ปิ่นเกล้าวิ่งเข้าถนนบรมราชชนนีก็สะดวก หรือใครทำงานที่กระทรวงสาธารณสุขก็วิ่งข้ามสะพานพระราม 5 ออกติวานนท์ได้สบายมากเลยครับ

แต่ที่ผมชอบคืองานดีไซน์ที่ลงดีเทลได้ดีมาก เก็บรายละเอียดเนี๊ยบและเป็นการออกแบบที่คำนึงถึงความต้องการของผู้อยู่อาศัยเป็นหลัก ไม่ใช่มาจากโครงการอยากจะยัดอะไรก็ได้โดยไม่มีประโยชน์ ที่สำคัญยังเผื่อฟังก์ชันสำหรับความต้องการที่หลากหลาย หรือบ้านที่อยู่กันหลายเจนเนอเรชั่น หากใครอยากจะปรับบ้านให้แมทช์กับไลฟ์สไตล์ตัวเองก็ทำได้ทันทีไม่มียุ่งยาก ตามคอนเซ็ปต์ A Life You Love นั่นเอง

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมและลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษได้ที่ >> https://bit.ly/3lsiZDM

hemm team
hemm team

• The magazine for Sharp Living, Travel Design and Lifestyle for men •