Grand Britania, Wongwaen – Ramintra

“𝑶𝒏𝒄𝒆 𝒘𝒆 𝒅𝒊𝒔𝒄𝒐𝒗𝒆𝒓 𝒉𝒐𝒘 𝒕𝒐 𝒂𝒑𝒑𝒓𝒆𝒄𝒊𝒂𝒕𝒆 𝒕𝒉𝒆 𝒕𝒊𝒎𝒆𝒍𝒆𝒔𝒔 𝒗𝒂𝒍𝒖𝒆𝒔 𝒊𝒏 𝒐𝒖𝒓 𝒅𝒂𝒊𝒍𝒚 𝒆𝒙𝒑𝒆𝒓𝒊𝒆𝒏𝒄𝒆𝒔, 𝒘𝒆 𝒄𝒂𝒏 𝒆𝒏𝒋𝒐𝒚 𝒕𝒉𝒆 𝒃𝒆𝒔𝒕 𝒕𝒉𝒊𝒏𝒈𝒔 𝒊𝒏 𝒍𝒊𝒇𝒆.”

~ Jerome K. Jerome

ยอมรับเลยว่ากานต์เป็นคนหลงใหลในความงดงามของวิถีชีวิต แนวคิด ศิลปวัฒนธรรม สถาปัตยกรรมของคนอังกฤษ และประทับใจในวลีของนักเขียนรวยอารมณ์ขันชาวบริติชคนนี้มาก

ขอขยายความสั้นๆ จาก Jerome K. Jerome ก็คือ เราสามารถค้นพบความสุขได้ในทุกช่วงเวลา เพียงเพราะเรารู้จักที่จะชื่นชม เพลิดเพลินยินดีกับสิ่งที่มีคุณค่าที่ไร้กาลเวลา

“The Pride of Living in Timeless Treasure” เป็นแนวคิดหลักของ Grand Britania วงแหวน รามอินทรา โครงการบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ตั้งโดดเด่นบนถนนคู่ขนานกาญจนาภิเษก ซึ่งมาในแนวคิด TIMELESS ELEGANT DESIGN ความสง่างามเหนือกาลเวลา ที่จะนำพาเราไปสู่อีกระดับของการใช้ชีวิต

นับเป็นอีกหนึ่งโครงการที่มีความหรูหราซึ่งกานต์ได้ไปเยี่ยมชมมาแล้วประทับใจ เพราะสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของความเป็นผู้ดีอังกฤษที่ลงรายละเอียดไว้ในงานออกแบบเยอะมากหลายจุด ตั้งแต่ซุ้มประตูทางเข้า Clubhouse สวนสาธารณะไปจนถึงภายในตัวบ้าน ราวกับกำลังสร้างสรรค์งานศิลปะระดับมาสเตอร์พีซ

บ้านทุกหลังได้รับแรงบันดาลใจมาจากสถาปัตยกรรมยุควิคตอเรียนของอังกฤษ ที่เต็มไปด้วยความรุ่มรวยทางศิลปะ วัฒนธรรม ดนตรีแขนงต่างๆ โครงการได้รับการออกแบบและพัฒนาจนกลายมาเป็นแบบบ้านใหม่สไตล์อังกฤษ ที่ผสานความทันสมัยและความคลาสสิคเอาไว้ได้อย่างลงตัว

เมื่อเข้าไปชมภายในโครงการเราจึงได้สัมผัสถึงอัตลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมในยุคนั้น ที่ถ่ายทอดไว้ไม่ว่าจะเป็น Facade แบบไล่ระดับคงความคลาสสิคหรูรา เหลี่ยมมุมและขอบของอาคารที่ให้ความรู้สึกสง่างามน่าเกรงขาม แฝงไว้ด้วยความอ่อนช้อยของประตูโค้งทรง Arch เหล่านี้ได้สะท้อนภาพรวมของโครงการที่บอกว่าเป็น The Pride of Living ที่แท้จริง

กานต์จะค่อยๆ พาไปชมภายในโครงการ Grand Britania วงแหวน รามอินทรา ตั้งแต่ประตูด้านหน้า อาคารสโมสรไปจนถึงแบบบ้าน TYNE ซึ่งเป็นบ้านหลังที่สุดของโครงการผ่านภาพถ่ายของข้อความประกอบในแคปชั่นด้านในไปพร้อมๆ กันนะครับ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

📞 098 270 0080

🆔 LINE OA : https://bit.ly/3kpaczF

🚗 MAP : http://bit.ly/2RlHqTx

ลงทะเบียนเยี่ยมชมโครงการพร้อมรับสิทธิพิเศษได้ที่ >> https://bit.ly/3SfKUFh

โครงการ Grand Britania วงแหวน รามอินทรา ตั้งอยู่บนติดถนนใหญ่ไม่ต้องเข้าซอย เดินทางเข้าออกได้หลากหลายถือว่าสะดวกมาก

ผมใช้ทางพิเศษฉลองรัช ลงตรงด่านจตุโชติ จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าถนนคู่ขนานกาญจนาภิเษก ตรงมาอีกประมาณ 1.5 กิโลเมตรก็เจอตัวโครงการอยู่ทางฝั่งซ้ายมือเลยครับ

นอกจากนี้ภายในโครงการยังมีทางสาธาณะตัดผ่านทำให้สามารถออกไปทางถนนสายไหมหรือถนนสุขาภิบาล 5 ได้ทันที เป็นทำเลที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

พื้นที่โครงการประมาณ 65 ไร่ ด้านหน้าโครงการติดถนนคู่ขนาน โดดเด่นด้วยซุ้มประตูทางเข้าโครงการขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อกับ Clubhouse ตัวอาคารขนานเป็นแนวยาวไปกับตัวถนนด้านหน้า

ผมว่าการวางผังของงานดีไซน์ลักษณะนี้ กลายเป็นเอกลักษณ์ของบ้านแกรนด์บริทาเนียไปเสียแล้ว ซึ่งต้องชมเพราะให้ความรู้สึกโออ่าอลังการ เป็นอัครสถานแห่งการพักอาศัยที่แท้จริง

แต่อีกหนึ่งประโยชน์ก็คือ ทำหน้าที่เป็นกำแพงคอย Buffer สิ่งต่างๆ รวมถึงเสียงจากด้านนอกโครงการ

โครงการ Grand Britania วงแหวน รามอินทรา เรียกได้ว่ามีความหรูหรา คลาสสิค ด้วยการนำอัตลักษณ์ของอังกฤษมาใช้ในการออกแบบ ทั้งบ้าน อาคารสโมสรและพื้นที่สวนส่วนกลาง

แบบบ้านที่เราพามาชมกันในครั้งนี้คือ TYNE ซึ่งเป็นแบบบ้านขนาดใหญ่ที่สุดของโครงการ เป็นบ้านสไตล์อังกฤษที่มีความ Timeless Modern Luxury

ด้านหน้าออกแบบซุ้มประตูสไตล์อังกฤษ พร้อมกับป้ายโครงการขนาดใหญ่ ตกแต่งด้วยน้ำพุ ต้นไม้กลายเป็นสวนขนาดย่อมด้านหน้าโครงการ

ถ้าเหนื่อยๆ จากการออกไปทำงานกลับมาเห็นพื้นที่สีเขียวด้านหน้าก่อนเข้าไปบ้านด้านในโครงการ ผมว่าเพียงเท่านี้ก็รู้สึกสดชื่นสบายใจได้ทันที

ทางเข้าโครงการใช้ระบบ Double Security มีระบบรักษาความปลอดภัยดีเยี่ยม

ผมอยากพาเดินชมสโมสรก่อน เพราะอยู่ด้านหน้าโครงการเลยครับ เรียกว่าเป็น Grand Britania Club ที่มีความโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์อังกฤษยุควิคตอเรียน

เราจะเห็นความวิจิตรงดงามจากภาพรวมด้านหน้าอาคารสโมสร ที่มีการผสมผสานความแข็งแรงสง่างามของอาคารทรงสูงใหญ่ ที่ยกระดับขึ้นมาจากพื้นถนนเพื่อให้เห็นเด่นชัดราวกับพระเอกของโครงการ

ทางขึ้นอาคารมีทั้งบันไดและทางลาดตามหลักการออกแบบ Universal Design รองรับผู้ใช้งานที่หลากหลาย นำเราไปสู่สระว่ายน้ำที่ยกระดับให้เสมอกับพื้นของ Clubhouse สูงกว่าระดับถนนเล็กน้อยเพื่อให้เห็นเด่นเป็นสง่า

สระว่ายน้ำเป็นสระระบบเกลือขนาด 22 x 9.5 เมตร แบ่งโซนสระเด็กเอาไว้ให้ด้วย โดยจัดวาง Sunbed สำหรับนั่งพักผ่อน นอนอาบแดดอยู่ใกล้ๆ งานออกแบบเป็นไปภายใต้แนวคิด Human Centric ที่คำนึงถึงลูกบ้านเป็นสำคัญ

ดีเทลของดีไซน์ที่ Clubhouse เริ่มจากเหลี่ยมมุมอาคารขอบบัว Facade หรูหราไล่ระดับแบบคลาสสิคให้ความรู้สึกสง่างาม มั่นคงตรงตระหง่านสลับกับความโค้งมนของ Archway ที่เรียงรายกันไปทั้งชั้นบนและชั้นล่าง

ผมชอบตรงการเลือกใช้สีขาวขอบสีเทาเข้มทำให้อาคารดูเรียบหรูโก้ สวยงาม มีเอกลักษณ์ ราวกับสถาปนิกกำลังสร้างสรรค์งานศิลปะเพื่อนำพาเราย้อนกลับไปสู่ยุควิคตอเรียน

Clubhouse มีด้วยกัน 2 ชั้นและถือว่ามีขนาดใหญ่มาก

โซนแรกของภายในจะเป็น Living Room เป็นพื้นที่สำหรับลูกบ้านมานั่งพักผ่อน อ่านหนังสือ หรือว่าจะเป็นห้องรับแขกในกรณีที่เราไม่อยากให้ผู้ที่มานัดหมายเข้าไปภายในบ้าน ก็สามารถมานั่งหารือพูดคุยกันที่สโมสรส่วนกลางได้

หรือจะเปลี่ยนบรรยากาศชวนเพื่อนมานั่งเม้าท์มอยกันที่นี่แทนก็ได้เช่นกัน ภายในจัดวางเก้าอี้ที่นั่ง โซฟาเอาไว้กระจายไปในหลายจุดเพื่อความเป็นส่วนตัว

ความโดดเด่นของงานออกแบบตกแต่งภายที่ผมชอบคือการยกระดับของความสูงจากพื้นจรดเพดานแบบ Double Volume ความสูงประมาณ 9 เมตร ประดับตกแต่งด้วยแชนเดอเลียร์ขนาดใหญ่ ให้ความรู้สึกหรูหรา โอ่อ่า มีระดับ

โดยรอบเปิดเป็นช่องแสงด้วยผนังกระจกใสที่ตัดขอบเหล็กบีมสีดำ โดยช่องไฟไม่ถี่จนเกินไป เป็นงานออกแบบสไตล์ Modern British ที่เป็นเอกลักษณ์

ที่สำคัญเราสามารถเปิดผ้าม่านออกเพื่อรับแสงจากธรรมชาติ ซึ่งช่วยทำให้ภายในห้องนี้ดูโล่งและกว้างยิ่งขึ้น

อีกจุดที่ผมประทับใจคือห้องน้ำภายใน Clubhouse ครับ ที่มีความโดดเด่นด้วยกระเบื้องหินอ่อนแผ่นใหญ่ลายสีน้ำเงินขาวที่นำมากรุผนัง พร้อมกับแขวนกระจกเงาคิ้วเป็นสีทองอร่ามที่ติดตั้งอยู่บริเวณเหนืออ่างล้างมือ ซ่อนไฟส่องสว่างไว้ด้านหลัง ทำให้ห้องน้ำดูมีมิติและหรูหรามากยิ่งขึ้น เรียกได้ว่าเป็นห้องน้ำพื้นที่ส่วนกลางที่ใหญ่โตและจัดเต็มมากครับ

จากนั้น ผมขึ้นไปชมต่อที่ชั้นบนกันครับจะเป็นในส่วนของห้อง Function Room หรือว่าห้องอเนกประสงค์ที่ออกแบบมาให้ใช้งานได้หลากหลายตามความต้องการของลูกบ้าน

เพราะมีทั้ง Co-Working Space, Co-Pantry และ Co-Kitchen จึงเหมาะมากที่จะเป็นห้องส่วนตัวสำหรับจัดปาร์ตี้ซึ่งเปลี่ยนบรรยากาศจากการจัดงานที่บ้าน เราสามารถแจ้งขอใช้บริการได้เลย

ถัดไปจะเป็นฟิตเนสและโยคะสตูดิโอสำหรับออกกำลังกาย ผมชอบการจัดวางฟังก์ชั่นภายในที่ค่อนข้างโปร่งไม่รู้สึกอึดอัด ประกอบกับผนังกระจกใส เปิดรับแสงธรรมชาติจากภายนอกเข้ามา

พร้อมกันนี้ยังได้ชมวิวสวยๆ ขณะ Cardio และ Weight Training ไปพร้อมกัน ภายในห้องจัดเตรียมอุปกรณ์ออกกำลังกายไว้ครบครัน รองรับทุกความต้องการ

นอกจากนี้ ยังสามารถชมวิวสวนสีเขียวที่ปลูกต้นไม้ไว้รายล้อมอาคาร Clubhouse เพิ่มความสดชื่นสบายตาในวันพักผ่อนสบายๆ ยิ่งขึ้นไปอีก หรือว่าจะออกมานั่งเล่นรับลมเย็นๆ แสงแดดอ่อนๆ ตอนเช้าที่ด้านนอกก็ได้เช่นกันครับ

ผมอยากชวนเดินต่อเพื่อมาชมสวนและพื้นที่ Outdoor กันบ้างครับ ภายในตกแต่งเป็นสวนสไตล์อังกฤษที่เต็มไปด้วยไม้ดอก ไม้พุ่ม ไม้ยืนต้นและสนามหญ้าสลับกันไปทั่วอาณาบริเวณของพื้นที่ส่วนกลาง จัดวางที่นั่งไว้โดยรอบอาคาร เหมาะสำหรับการมานั่งรับลมตอนเย็นๆ ชวนเด็กๆ มาวิ่งเล่นว่ายน้ำกันสนุกสนาน ผมว่ามันเป็นฟีลลิ่งที่ดีมากครับ

นอกจากอาคารสโมสรด้านหน้าโครงการแล้ว ยังจัดให้มีสวนสาธารณะขนาดใหญ่อยู่ภายในโครงการอีกหนึ่งจุด ซึ่งออกแบบแลนด์สเคปได้เก๋ ยังคงคอนเซ็ปต์เป็นสวนสไตล์อังกฤษอยู่

ภายในสวนสาธารณะได้เพิ่มดีเทลของการตกแต่งมากขึ้นไปอีก ไม่ว่าจะเป็นการเลือกต้นสนสายพันธุ์ที่หลากหลาย สลับกับพันธ์ุไม้เมืองร้อนของไทย ปลูกไม้ดอกสีสันกระจัดกระจาย ปะปนไปกับสนามหญ้า จัดองค์ประกอบสวนให้เหมือนทิวทัศน์จริง และมีต้นอ้อดอกใหญ่คอยพัดพริ้วไหวไปตามแรงลม เพื่อให้มีมิติของสวนที่ดูน่าสนใจและใช้งานได้จริง

ออกแบบให้มีฉากหลังและฉากหน้า มาช่วยเสริมให้เห็นจุดเด่นของสวนให้ชัดเจน งานออกแบบเน้นซุ้มที่เป็นเส้นสายสไตล์รีเจนซี่และมีรูปทรงโค้งมนสวยงาม แลนด์สเคปโดยรวมจะมีลักษณะพื้นที่คล้ายกับภูมิประเทศของอังกฤษ คือจะเป็นเนินเขาที่มีระดับความสูงต่ำของพื้นที่ที่เปลี่ยนระดับอย่างนุ่มนวล

การปลูกต้นไม้ไว้ในกระถาง และจัดวางแผ่นหินทำเป็นทางเดินตามสไตล์สวนอังกฤษ เป็นต้น จนทำให้กลายเป็นสวนส่วนกลางสไตล์อังกฤษที่มีความผสมผสานระหว่างความคลาสสิคกับโมเดิร์น ออกมาเป็นโทนที่อบอุ่น สุขุมอยู่ในที จึงเหมาะจะเป็นสถานที่สำหรับพักกายพักใจในวันพักผ่อนสบายๆ ของเรา 

พร้อมกันนี้ยังออกแบบให้มีทางเดินสำหรับออกกำลังกายเบาๆ หรือบ้านไหนที่มีน้องหมาก็สามารถมาพาเดินเล่นได้ที่สวนเช่นกัน ภายในสวนยังจัดให้มีซุ้มโครงเหล็กพร้อมที่นั่งพักผ่อน สำหรับรับลมสบายๆ ยามเย็นหรือเอาไว้นั่งพักเหนื่อยหลังวิ่งจ๊อกกิ้งยามเช้ามา ภายในซุ้มประดับตกแต่งด้วยโคมไฟกิ่งสไตล์วินเทจดูเก๋ดีมากครับ

ยอมรับเลยว่า โครงการ Grand Britania วงแหวน รามอินทรา ออกแบบมาให้มีจุดถ่ายรูปเยอะมาก ภายในยังจัดให้มีสนามเด็กเล่นพร้อมเครื่องเล่นสำหรับเด็กเล็กให้ได้สนุกสนานภายนอกบ้านกันอีกด้วย

คอนเซปต์หลักของโครงการคือมองว่า บ้านจะเป็นพื้นที่แห่งความรัก ความเข้าใจ การเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน

ดังนั้นทางผู้พัฒนาโครงการจึงอยากส่งเสริมให้แต่ละครอบครัวได้มีพื้นที่สำหรับทำกิจกรรมร่วมกันเพื่อให้เกิดเป็นความรู้สึก “CRAFT a life you love ดีที่สุดคือใช้ชีวิตในแบบที่รัก”

สมาชิกในบ้านมีความสัมพันธ์ที่ดีร่วมกัน และส่งต่อความรักไปยังเพื่อนบ้าน สมาชิกคนอื่นในหมู่บ้าน เพื่อร่วมกันพัฒนาให้โครงการ Grand Britania วงแหวน รามอินทราเป็นสังคมของการอยู่ร่วมกันอย่างมีคุณภาพและยั่งยืนในที่สุดนั่นเองครับ

จากสวนส่วนกลาง จะพามาชมบ้านตัวอย่างที่อยู่ติดกับโซนสวนกันบ้างครับ เรียกได้ว่าสามารถนั่งพักผ่อนอยู่ภายในบ้าน พร้อมกับชมบรรยากาศของพื้นที่สีเขียวไปในคราวเดียวกันได้เลย

แบบบ้านที่เราพามาชมกันในครั้งนี้คือ TYNE ซึ่งเป็นแบบบ้านขนาดใหญ่ที่สุดของโครงการ บนที่ดิน 58.69 ตร.ว. มีพื้นที่ใช้สอย 230 ตร.ม. ฟังก์ชันการใช้งาน 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว และสามารถจอดรถได้ 3 คัน ส่วนหน้าบ้านและหลังบ้านลงเสาเข็มสั้นไว้ให้เรียบร้อยแล้ว

Exterior ของบ้าน มีความ Timeless Modern Luxury เห็นได้จากการเลือกใช้สีโทนเบจ และสีเทาเป็นหลักทำให้ตัวบ้านดูคลาสสิค หน้าบ้านเป็นงานออกแบบสไตล์อังกฤษแต่ลดทอนรายละเอียดบางส่วนลงเพื่อให้ดูทันสมัยมากขึ้นแต่ยังคงความไว้ซึ่งความหรูหรา แม้เวลาจะเปลี่ยนผ่านไปก็ไม่ได้ทำให้ความสวยของบ้านเราลดลงเลยแม้แต่น้อย

ภายในบ้านจัดวางผังแบบ Open Plan ทำให้เราสามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชันได้ไม่ซ้ำกันตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของ Living และ Dining ที่เชื่อมต่อกันเป็นพื้นที่กว้าง สามารถเชื่อมต่อกันได้ โดยเฉพาะหากบ้านใครมีงานมีทติ้งหรือปาร์ตี้ ก็สามารถใช้พื้นที่ทั้งหมดได้ในคราวเดียวกัน

โดยรอบบ้านบริเวณชั้นล่าง ผมสังเกตว่าจะค่อนข้างสว่างด้วยแสงธรรมชาติที่ส่องผ่านช่องแสงด้านข้างและด้านหลังช่วยทำให้บ้านสว่างได้ตลอดทั้งวันเป็นการประหยัดไฟไปในตัว

ชั้นล่างปูพื้นกระเบื้องแกรนิตโต้แผ่นใหญ่ ทำให้บ้านดูแกรนด์สมชื่น ประกอบกับบ้านตัวอย่างตกแต่งโทนสีขาวก็ช่วยให้บ้านดูสว่างอบอุ่นน่าอยู่ ดูแล้วสบายใจ

มุมนั่งเล่นจัดวางโซฟาขนาดใหญ่ 4 ที่นั่ง พร้อมเก้าอี้ดีไซน์สวยแยกชิ้นต่างหาก ด้านหน้าชิดผนังจะติดตั้งทีวีแบบแขวนเอาไว้เพื่อให้ดูโมเดิร์นขึ้น ผมชอบผนังหินอ่อนสีขาวดำที่อยู่ด้านหลังทีวีแผ่นนี้มาก มันช่างดูยิ่งใหญ่เสริมให้ห้องนั่งเล่นดูอลังการมากขึ้นไปอีก

ถัดไปด้านในเป็นมุมรับประทานอาหาร บ้านตัวอย่างจัดวางโต๊ะขนาด 4 ที่นั่ง พร้อมกับเก้าอี้สตูลทรงสูงที่บริเวณเค้าน์เตอร์บาร์

แต่ผมว่าจริงๆ แล้วเราสามารถปรับขนาดของโต๊ะเป็นแบบ 8 ที่นั่งก็ยังได้ เพราะบริเวณนี้มีพื้นที่กว้างขวางเหลือเฟือมาก

อีกทั้งยังเป็นพื้นที่เข้ามุมแบบเปิดโล่งด้วยวิวสวนด้านข้างและด้านหลัง เป็นการเปิดมุมมองจากภายในสู่ภายนอก ผ่านผนังกระจกบานใหญ่ ช่วยเติมเต็มให้มื้ออาหารของเรามีความสุขมากยิ่งขึ้น

พื้นที่ครัวจะอยู่ติดกับโต๊ะรับประทานอาหารแต่จะมีลักษณะเป็นครัวปิดคือกั้นเป็นห้องแยกออกไป

ข้อดีก็คือจัดการเรื่องระบายอากาศได้ดี ทำให้บ้านไม่มีกลิ่น บ้านตัวอย่างจัดเซ็ทครัวแบบเข้ามุมเป็นรูปตัวยู (U-Shape) เพื่อเปิดพื้นที่ตรงกลาง สามารถใช้งานได้สะดวกสบายยิ่งขึ้น

เราสามารถเปิดประตูบานเลื่อนออกหรือปรับเป็นแบบกั้นพาร์ทิชั่นเก๋ๆ เหมือนบ้านตัวอย่างหลังนึงที่ผมไปเห็นมาก็เข้าท่าดีเหมือนกัน ผมเลยสแนปรูปมาฝากเอาไว้เป็นไอเดีย เผื่อใครอยากปรับเปลี่ยนห้องครัวแบบนี้บ้าง

บริเวณชั้นล่างใต้บันไดออกแบบให้เป็นห้องน้ำ มีลักษณะเป็น Powder Room สำหรับใช้ร่วมกับแขก ติดกับห้องน้ำจะเป็นห้องเก็บของซึ่งแน่นอนว่าเป็นการใช้พื้นที่ได้อย่างลงตัว

ขณะเดียวกันที่บริเวณชั้นล่างจะมีห้องนอน 4 ซึ่งออกแบบรองรับความเป็นบ้าน 3 Generations จัดให้เป็นห้องนอนผู้สูงอายุพร้อมห้องน้ำในตัว

ข้อดีข้อแรกเลยก็คือไม่ต้องเดินขึ้นลงบันได และด้วยความที่ห้องนอนชั้นล่างมีห้องน้ำในตัว ภายในครบครันด้วยสุขภัณฑ์ อุปกรณ์เครื่องใช้แบรนด์ Cotto ภายในห้องน้ำออกแบบแยกส่วนเปียกแห้งเอาไว้ให้เรียบร้อย ทำให้ผู้สูงอายุได้รับความสะดวกสบายมากกว่า

ภายในห้องจัดวางเตียงนอนขนาดใหญ่เกือบชิดติดประตูกระจก ซึ่งเป็นช่องแสงธรรมชาติ สามารถมองออกไปเห็นวิวสวนด้านข้างของบ้าน ตื่นเช้ามาเปิดกระจกสูดอากาศบริสุทธิ์ยามเช้าได้เต็มที่ เป็นอีกหนึ่งมุมสงบส่วนตัว หัวเตียงจัดวางโต๊ะเตี้ยพร้อมโคมไฟทรงคลาสสิค ติดกันเป็นตู้เสื้อผ้าบานใหญ่สูงจากพื้นจรดเพดาน

ผมว่าห้องนี้เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของแบบบ้าน TYNE เลยนะครับ เป็นการเพิ่มสุนทรียะแห่งการใช้ชีวิตให้กับลูกบ้านทุกวัยที่อาจจะมีความชอบที่เหมือนหรือแตกต่างกันออกไป

ขณะเดียวกันหากบ้านไหนไม่มีผู้สูงอายุก็สามารถปรับห้องนี้ให้เป็นโฮมออฟฟิศหรือห้องทำงานส่วนตัวตอบโจทย์ยุค New Normal ได้ดีมากเลยครับ

ด้านข้างบ้านออกแบบเป็นสวนพร้อมลานม้านั่งพักผ่อน เราสามารถชวนสมาชิกในบ้านมาทำกิจกรรมร่วมกันโซนนี้ได้

พาเดินขึ้นบันไดมาชมชั้นบนของบ้านกันบ้างครับ บ้านหลังนี้มีบันไดเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กปิดผิวด้วยไม้ยางพาราประสาน ชานพักเป็นแบบสี่เหลี่ยมพื้นที่ค่อนข้างกว้าง จะวางตู้โชว์ก็ยังได้เลยครับ เปิดรับแสงจากธรรมชาติภายนอกให้ส่องผ่านเข้ามาด้านในช่วยให้บริเวณโถงบันไดของบ้านดูสว่างในเวลากลางวันจนแทบไม่ต้องเปิดไฟ

ชั้นบนจะมีด้วยกัน 2 ห้องนอนรองและห้อง Master Bedroom

เราจะเริ่มจากห้องแรกด้านขวามือหลังจากเดินขึ้นมา เป็นห้องนอนรองโซนด้านหลังบ้าน ข้อดีก็คือจะค่อนข้างเงียบสงบกว่า เหมาะสำหรับวัยรุ่นที่ต้องการความเป็นส่วนตัว

ภายในห้องมีขนาดใหญ่จัดวางเตียงนอนควีนไซส์ไว้ด้านในเกือบชิดผนังและมีพื้นที่รอบเตียงเดินได้สบายเลยครับ

ผมชอบการตกแต่งห้องนี้ดูเป็นห้องเด็กผู้ชายวัยกำลังต้องการไลฟ์สไตล์เท่ๆ หัวเตียงจึงแขวนโคมไฟดีไซน์แปลกตาจากผนังห้อยลงมา ติดกันเป็นโต๊ะทำงานพร้อมกับมีตู้เสื้อผ้า แต่ผมอยากเรียกว่าเป็นตู้อเนกประสงค์มากกว่าเพราะเป็นพื้นที่เก็บของส่วนตัวไปในที

ถัดเข้าไปด้านในเป็นห้องน้ำในตัวที่จัดเตรียมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกไว้ให้ครบครัน

ฝั่งตรงข้ามก็เป็นห้องนอนรองเช่นกัน ภายในจัดวางเตียงนอนขนาดใหญ่ไว้ตรงกลางห้อง ซึ่งเว้นว่างตรงผนังทึบพอดีเป็นการออกแบบที่ลงตัวเป๊ะมาก ผมชอบการลงดีเทลด้วยการเอาเฟอร์มาลงพาดเตียง ดูเก๋ไก๋ดี มีการห้อยโคมไฟมาจากเพดานเป็นรูปทรงโมเดิร์นแปลกตา

บ้านตัวอย่างตกแต่งห้องนี้ได้เก๋มากเลยครับ ดูเป็นห้องนอนหญิงสาวที่มีความเรียบหรูและดูลุ๊คส์แพง อาจจะด้วยการดีไซน์คาแรกเตอร์ (ว่าที่) เจ้าของห้องให้มีความเป็นดีไซเนอร์ออกแบบตัดเย็บเสื้อผ้า บรรยากาศภายในห้องจึงตกแต่งออกมาได้ชัดเจนดี

มุมที่ชิดติดผนังด้านหน้าจัดวางโต๊ะทำงานเอาไว้ ปลายเตียงจัดวางตู้คาร์บิเนทเอาไว้ สามารถนำทีวีขนาดใหญ่มาวางตรงจุดนี้ได้เลยครับ นับว่าสะดวกมากเพราะสามารถนอนดูสารคดีเกี่ยวกับแฟชั่นเพื่อสร้างแรงบันดาลใจได้จากโลกส่วนตัวจริงๆ ส่วนห้องน้ำและมุมแต่งตัวจะอยู่ด้านในสุดของห้องครับ

การจัดวางผังห้องที่เชื่อมต่อกัน เพื่อสร้างความผูกพันในครอบครัว

จากห้องนอนรอง เราจะเดินไปชมห้องนอนหลักที่อยู่ติดกันบ้างครับ

ภายในห้องแบ่งฟังก์ชั่นออกเป็น 2 ส่วน ด้านซ้ายจะเป็นส่วนพักผ่อนบ้านตัวอย่างจัดวางเตียงนอนขนาดใหญ่ แต่ความดีเทลของการออกแบบก็คือมี Sitting Area เปิดพื้นที่ด้านข้างเตียงเพิ่มแล้วติดตั้งเบาะที่นั่งริมหน้าต่างให้เราได้ชมวิวตอนเช้าจากภายในห้อง หรือจะเปิดประตูออกไปตรงบริเวณระเบียงก็ได้เช่นกัน

ปลายเตียงจัดให้มีที่นั่งสำหรับชมทีวี เราสามารถติดตั้งสมาร์ททีวีจอใหญ่ได้เลยเพราะมีระยะในการรับชมค่อนข้างกว้าง ติดกันเป็นโต๊ะอเนกประสงค์ทั้งสามารถนั่งทำงานและปรับให้เป็นโต๊ะเครื่องแป้งได้ด้วย

“𝑬𝒂𝒄𝒉 𝒄𝒖𝒑 𝒐𝒇 𝒕𝒆𝒂 𝒓𝒆𝒑𝒓𝒆𝒔𝒆𝒏𝒕𝒔 𝒂𝒏 𝒊𝒎𝒂𝒈𝒊𝒏𝒂𝒓𝒚 𝒗𝒐𝒚𝒂𝒈𝒆.”

– Catherine Douzel

ห้องนอนหลักซึ่งมีขนาดกว้างมาก กินพื้นที่เกือบครึ่งหนึ่งของตัวบ้านปีกขวา ภายในห้องสัมผัสได้ถึงความโปร่งสบาย เนื่องด้วยขนาดพื้นที่อย่างที่บอกไปและภายในห้องเปิดช่องแสงจากธรรมชาติภายนอกโดยรอบ ตอนนอนอาจจะต้องติดตั้งม่านทึบแสงหลายจุดหน่อย แต่ถือว่าดีมาก เพราะได้แสงส่องสว่างเข้าตลอดทั้งวันโดยแทบไม่ต้องเปิดไฟ

ส่วนด้านในสุดเป็นห้องแต่งตัวแบบ Walk-in Closet ขนาบด้วยตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่สูงจรดเพดานพร้อม Island ตรงกลางสำหรับจัดวางเครื่องประดับ

ติดกันจะเป็นห้องน้ำขนาดใหญ่ จัดวางสิ่งอำนวยความสะดวกครบทั้งชาวเวอร์ สุขภัณฑ์ อ่างล้างมือแบรนด์ Cotto พร้อมเจาะช่องวางของเหนืออ่างให้ด้วย ส่วนภายในแยกส่วนเปียกแห้งเอาไว้ให้เรียบร้อยเช่นกัน

#โดยสรุป โครงการ Grand Britania วงแหวน รามอินทรา เหมาะสำหรับครอบครัวที่กำลังมองหาบ้านในโซนรามอินทรา ที่สามารถเข้าออกได้หลายทาง ร่วมถึงเชื่อมต่อกับใจกลางเมืองได้สะดวกโดยใช้ทางพิเศษฉลองรัชและวงแหวนกาญจนาภิเษก ใช้เวลาเพียง 15 นาทีก็สามารถนำเราเข้าสู่ ลาดพร้าว พระราม 9 ได้อย่างรวดเร็ว

จุดเด่นที่ผมชอบคือทำเลที่ตั้งอยู่ติดถนนใหญ่ไม่ต้องเข้าซอย มองเห็นได้ชัดเจน โดดเด่นด้วยซุ้มประตูสไตล์อังกฤษในยุควิคตอเรียน มี Clubhouse ขนาดใหญ่ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้า สะท้อนถึงความโอ่อ่า อลังการและมีงานดีไซน์ที่สวยหรูไร้กาลเวลาของอัครสถาน ราวกับเป็นงานศิลปะระดับมาสเตอร์พีซ นำมาซึ่งความภาคภูมิใจหากได้พักอาศัยอยู่ที่ Grand Britania วงแหวน รามอินทรา “The Pride of Living in Timeless Treasure” เพราะเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตไปอีกขั้น

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
📞 098 270 0080
🆔 LINE OA : https://bit.ly/3kpaczF
🚗 MAP : http://bit.ly/2RlHqTx

ลงทะเบียนเยี่ยมชมโครงการพร้อมรับสิทธิพิเศษได้ที่ >> https://bit.ly/3SfKUFh

hemm team
hemm team

• The magazine for Sharp Living, Travel Design and Lifestyle for men •