JOALI Being

JOALI Being #รีสอร์ตเปิดใหม่

my next destination in Maldives

_

กานต์เพิ่งรู้จักแบรนด์ JOALI เมื่อไม่นานมานี้ครับ หลังเป็นกระแสโด่งดังจากการเปิดรีสอร์ตใหม่ในสไตล์ Wellness ที่มัลดีฟส์ ออกแบบคอนเซ็ปต์และงานดีไซน์สวยมาก

จนทำให้ JOALI Being เป็นรีสอร์ตแนวใหม่แตกต่างในที่อื่นๆ ในมัลดีฟส์ จนได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในโรงแรมใหม่ที่ดีที่สุดในโลกใน Conde Nast Traveller’s 2022 Hot List

มันสวยมันจึ้งขนาดไหน กานต์จะเล่าให้ฟังครับ

JOALI Being เกิดจากแบรนด์การบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมโดยมีปรัชญาคือ “ความสุขในการใช้ชีวิต” เจ้าของคือ Esin Güral Argat มหาเศรษฐี ธุรกิจเครื่องแก้วรายใหญ่จากตุรกี จึงพัฒนาเกาะ Bodufushi ให้เป็นสถานที่พักผ่อนเพื่อสุขภาพโดยใช้แนวคิด Sustainability หรือความยั่งยืนเข้ามาเป็นแกนหลัก

รีสอร์ตตั้งอยู่บนเกาะ Bodufushi อันเงียบสงบตามธรรมชาติใน Raa Atoll โดยใช้เวลาบินเครื่องบินทะเลเพียง 40 นาทีจากมาเล ล้อมรอบด้วยทะเลสาบที่ใสสะอาด ชายหาดที่บริสุทธิ์ น้ำทะเลสีฟ้าสดใส และภูมิทัศน์ธรรมชาติอันเขียวชอุ่ม เป็นรีสอร์ตสร้างขึ้นมาใหม่ ออกแบบโดยสตูดิโอ 2 แห่งของอิสตันบูล ได้แก่ Autoban และ Atolye4N ใช้หลักการออกแบบทางชีวภาพที่รวมธรรมชาติเข้าไว้ในส่วนกลางของการออกแบบ เรียกว่า Biophilia หมายถึงความรักในธรรมชาติ เชื่อมต่อผู้พักอาศัยให้เข้ากับโลกและธรรมชาติมากขึ้น

แค่แนวคิดแรกก็เก๋แล้วครับ

รีสอร์ตมีวิลล่าทั้งหมด 68 หลัง มีทั้ง Beach Villas และ Overwater Villas แต่ละหลังจะมีการตกแต่งภายในที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติของเกาะ ทำให้งานดีไซน์ออกมาแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นแนวชายฝั่ง คลื่นทะเล เปลือกหอย และพื้นผิวสีเขียว มีเส้นสายที่ผ่อนคลายและไหลลื่นซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมหาสมุทรอินเดีย

วิลล่าแต่ละหลังมีบัตเลอร์ส่วนตัวเรียกวชื่อว่า “Jadugar” หมายถึง “ยอดนักนักมายากล” คอยดูแล โดยวิลล่าที่กานต์ว่าน่าสนใจที่สุดคือ Wellbeing Ocean Residence เป็น Overwater Pool Villa ขนาด 4 ห้องนอน พร้อมวิวทะเลสวยงาม มีสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อการดูแลสุขภาพอย่างครบครัน เช่น ห้องเพื่อสุขภาพ ห้องออกกำลังกาย อุปกรณ์โยคะทางอากาศ และโซนการเคลื่อนไหว เครื่องดนตรีเพื่อการทำสมาธิ เกมเพื่อสุขภาพ ฯลฯ

แต่ตลอดการเข้าพัก เราก็จะได้รับการดูแลสุขภาพจาก AREKA ซึ่งเป็นศูนย์ Wellbeing มีห้องทรีตเมนต์มากถึง 39 ห้อง กระจายตัวอยู่ทั่วเกาะ และมีแนวทางแตกต่างกัน (คล้ายๆ กับที่เราเคยไปที่ RAKxa) มีทั้งการบำบัดทางวิทยาศาสตร์ การวินิจฉัยทางการแพทย์แขนงต่างๆ การบำบัดเฉพาะทางและการรักษาทางเลือก มีฟิตเนสและสตูดิโอสำหรับออกกำลังกาย ลานทำสมาธิเหนือน้ำ ศูนย์สมุนไพรให้เราได้รับการเยียวยาจากธรรมชาติโดยใช้สมุนไพร เครื่องเทศ และน้ำมันหอมระเหย โปรแกรม Immersion สามารถปรับให้เข้ากับส่วนต่างๆ ของความแข็งแรง การปรับความสมดุลของฮอร์โมน สุขภาพของผู้หญิง การปรับสมดุลระบบย่อยอาหารและน้ำหนัก การนอนหลับเพื่อการฟื้นฟู ตลอดจนการเคลื่อนไหวและการจัดตำแหน่งเพื่อสุขภาพที่ดีและภูมิคุ้มกัน โปรแกรมมากมายได้รับการออกแบบมาเพื่อให้เหมาะกับเป้าหมายของแต่ละคน ดังนั้น ระยะเวลาในการทำทรีตเม้นท์ก็จะแตกต่างกันไป ตั้งแต่ 5 คืนไปจนถึง 3 อาทิตย์

อีกจุดที่น่าสนใจคือ อาหารการกิน ที่ JOALI Being จะใช้ศิลปะการทำอาหารที่ริเริ่มจาก Earth-to-Table เริ่มตั้งแต่การตรวจสอบวัตถุดิบ ส่วนผสมย้อนกลับไปจนถึงต้นทาง เน้นการใช้ทรัพยากรที่เก็บเกี่ยวจากในท้องถิ่น เพื่อเป็นการสนับสนุนฟาร์มขนาดเล็ก โดยมีเชฟและผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการส่วนบุคคลคอยดูแล ออกแบบเมนูให้เข้ากับแต่ละคน หรือเราจะปรุงอาหารจานของตัวเองก็ได้เช่นกันครับ ที่แต่ผมชอบที่สุดคือเราสามารถนั่งทางอาหารได้ทุกที่ภายในรีสอร์ต จะเป็นบนหาดทรายหรือในป่าแบบส่วนตัวก็ได้

จะสังเกตว่าระยะหลังแนวคิดเพื่อความยั่งยืนเป็นที่นิยมมากใน Hospitality โดยที่ JOALI Being ก็สนใจเรื่องนี้อย่างจริงจัง โดยได้ริเริ่มและประสานความร่วมมือจากหลายฝ่ายเพื่อรักษาการอนุรักษ์ธรรมชาติและภูมิทัศน์โดยรอบ โดยรีสอร์ตแห่งนี้จะเป็นที่ตั้งของหนึ่งใน 3 เขตรักษาพันธุ์เต่าในมัลดีฟส์ ตลอดจนโครงการฟื้นฟูแนวปะการังและเรือนเพาะชำปะการัง

นอกจากนี้ ยังร่วมมือกับ EarthCheck ที่ศึกษาเรื่องการท่องเที่ยวเพื่อความยั่งยืนในระยะยาวที่อาจส่งผลกระทบต่อเกาะ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างโรงงานบรรจุขวดน้ำกลั่นจากน้ำทะเล การเก็บน้ำฝน และระบบรีไซเคิลน้ำเกรย์ เครื่องบดและรีไซเคิลแก้ว ปุ๋ยหมักเศษอาหาร การนำเศษพืชมาทำเป็นปุ๋ย และโรงบำบัดน้ำเสียชีวภาพเพื่อการระบายออกอย่างปลอดภัย

เมื่อถามถึงแนวคิดเรื่องความหรูหราใหม่ ผมชอบใจประโยคหนึ่งที่เจ้าของรีสอร์ตพูดไว้ถึงเรื่องนี้ว่า “Luxury can be termed as a state of “joy of living,” which is reflected in every aspect of JOALI.” ความหรูหราสามารถเรียกได้ว่าเป็น “ความสุขในการใช้ชีวิต” และมันจะสะท้อนให้เห็นในทุกแง่มุมของที่นี่

SOURCE :

https://www.joali.com/joalibeing/

https://masonrose.com/clients/joali-being-bodufushi-island/

https://www.forbes.com/…/joali-founder-talks-about…/…

https://welldefined.com/joali-being-an-immersive-retreat…/

hemm team
hemm team

• The magazine for Sharp Living, Travel Design and Lifestyle for men •