Kimpton Maa-Lai Bangkok

เมื่อกานต์พาน้องแมวไป Staycation

ความสนุกสนานผจญภัยจึงเกิดขึ้น

Kimpton Maa-Lai Bangkok

ดูเป็นโรงแรมที่ทำอะไรก็ดูเก๋ คลู ชิค คิดไม่เหมือนใครไปเสียหมด ทั้งดีไซน์คอนเซ็ปต์ที่เต็มไปด้วยงานศิลปะ บาร์คือดีย์ ห้องพักที่ตกแต่งสวย ผมพัก Junior Suite กว้างมากมีห้องนั่งเล่นแยกต่างหาก

ด้วยความที่เป็น Pets Friendly Hotel ผมเลยพา #ต๋อยต๋อย แมวน้อยหน้ามึน เปลี่ยนบรรยากาศมานอนเล่นนอกบ้านดูบ้าง เป็นครั้งแรกก็จะดูตื่นเต้นหน่อย เพราะเจอทั้งพี่หมา น้องแมว น้องกระต่าย มาพักผ่อนกันเต็มไปหมด

ในการมา Staycation ครั้งนี้ โรงแรมมีร้านอาหาร Stock.Room ชูคอนเซ็ปต์ใหม่ เรียกว่าสไตล์ Grocerant คือเป็นทั้งห้องอาหารและร้านขายของชำ ทำให้เราได้รับประสบการณ์พิเศษที่ไม่เหมือนใครดีครับ สามารถซื้อวัตถุดิบบางอย่างที่เราทานแล้วชอบในห้องอาหาร นำกลับไปที่บ้านได้เลย ไม่ว่าจะเป็น ไส้กรอก ชีส แฮม สลัด น้ำผลไม้ ฯลฯ

ผมสังเกตว่าส่วนหนึ่งเป็นสินค้าแบรนด์ไทยระดับพรีเมี่ยมและส่งออก ซึ่งเราไม่สามารถหาซื้อได้ตามร้านค้าหรือซุปเปอร์มาร์เก็ตทั่วไปนัก

ห้องอาหารผมว่าสร้างประสบการณ์ร่วมได้ดีครับ เข้ามาแล้วได้ฟีลแบบเดินอยู่ Borough Market ที่ London เราเดินดูของช้อปปิ้งก่อนหรือจะมานั่งแล้วสั่งอาหารทานก่อนก็ได้

ที่นี่จะเป็นเมนูที่ปรุงสดจาก Live Cooking ถึง 6 Station มีทั้งอาหารยุโรป เอเชี่ยนและอาหารไทย แต่ละจานผมว่าเค้าทำได้คราฟ์ทดี ตั้งแต่วัตถุดิบ กระบวนการปรุง ไปจนถึงจัดจานสวย จากนั้นก็นำมาเสิร์ฟให้เราได้ทานกัน

ผมชอบข้าวกะเพราปูนิ่มเป็นพิเศษ รสชาติคือเด็ดแบบอาหารไทยไม่เน้นเอาใจฝรั่งต่างชาติ สลัดก็อร่อยดี มื้อเย็นเบาๆ เอาอยู่ ส่วนที่ติดใจคือ Charcuterie and Cheese Board รวมกันมาเป็นถาดใหญ่เลยครับ คือมันดีย์จนต้องซื้อกลับเอาไปทานต่อที่บ้าน จับคู่ไวน์สักแก้ว ผมว่าเข้ากันดีนะครับ

เพิ่งสังเกตเห็นว่าที่นี่มี Cooking Studio ด้วย เอาไว้เรียนทำขนมและอาหารกับเชฟของ KIMPTON MAA-LAI เล็งเอาไว้แล้ว ครั้งหน้าจะมาเข้าคอร์สครับ

เอาล่ะ!! ไปชมภาพและอ่านแคปชั่นด้านในกันต่อดีกว่า

Discover Stock.Room, an all day eatery located in Kimpton Maa-lai Bangkok Hotel.

Something is always cooking at Stock.Room. It’s your bustling grocerant where you can shop for your fresh groceries,

enjoy great food with us from six different kitchens, or perhaps you want to be the chef and entertain in your very own show kitchen.

Kimpton Maa-Lai Bangkok เป็น Pets Friendly Hotel ครับ เลยพาน้องต๋อยต๋อยมานอนเล่นด้วยกัน

โรงแรมมีความอาร์ต สอดแทรกไว้ในแทบทุกจุด ชอบมากครับ

เคาน์เตอร์เช็คอินคือเก๋มาก แต่เนื่องจากเรามากันเร็ว เลยยังไม่ได้ทานมื้อเที่ยง เพราะตั้งใจว่าจะมาสัมผัสประสบการณ์ใหม่ของห้องอาหารในโรงแรม ซึ่งจะว่าไปผมเองก็ไม่เคยเห็นที่ไหนเหมือนกัน

กดลิฟต์ไปชั้น 5 ครับที่ห้องอาหาร Stock.Room

สิ่งแรกที่ถูกใจผมตามประสาคนชอบงานอาร์ต คือ การที่โรงแรม KIMPTON MAA-LAI เปิดพื้นที่ในการนำงานศิลปะจากศิลปินรุ่นใหม่ คือ คุณโด่ง-พงษธัช อ่วยกลาง จาก Dongsculpture และกลุ่ม Artslonga มาร่วมในการออกแบบและตกแต่งพื้นที่ต่าง ๆ ของโรงแรม

ถึงชั้น 5 แล้วครับ ทางเข้าตกแต่งเก๋ดี มีดอกไม้ใส่ถังวางไว้เหมือนเดินอยู่ในตลาดที่ลอนดอน

จากนั้นเดินเข้ามาด้านในจะเป็นส่วนของห้องอาหาร Stock.Room ซึ่งแขกที่เข้าพักที่นี่จะคุ้นเคยดีเพราะเป็นห้องเดียวกันกับที่เรารับประทานอาหารเช้าครับ

Stock.Room ในโรงแรม KIMPTON MAA-LAI ได้นำเสนอรูปแบบใหม่ในการรับประทานอาหารทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำ ด้วย Grocerant คือเป็นทั้งห้องอาหารและร้านขายของ

จากทางเข้า ฝั่งขวามือจะเป็นส่วนของครัวซึ่งดีไซน์ให้เป็น Live Cooking มี 6 Station ด้วยกัน แต่ถ้าเดินเลี้ยวซ้ายเข้ามาด้านในจะมีชั้นวางของและตู้กระจกที่วางขายอาหารและวัตถุดิบให้เราได้เลือกซื้อหาไปทำทานกันต่อที่บ้านได้

ภายในจัดวางโต๊ะที่นั่งไว้เยอะมากและหลายโซนด้วยกัน เลือกนั่งได้ตามใจ

ผมเลือกนั่งห้องด้านในสุดเป็นวิวที่หันหน้าเข้าสวนสีเขียวผมว่าสวยและสดชื่นดี ช่วยเสริมอรรถรสให้อาหารมื้อนี้อร่อยขึ้น

มองเข้าไปด้านในจะเป็น Cooking Studio จะอยู่ติดกับครัว เอาไว้เรียนทำขนมและอาหาร

Cooking Studio มี 2 ห้องแบบเชื่อมต่อกัน และยังสามารถจัดห้องให้เป็น Private Room สำหรับทานข้าวกับแขกคนพิเศษได้อีกด้วย

จัดที่นั่งสำหรับใครที่มาทานข้าวคนเดียวด้วยครับ มุมสวยเชียว

ถ้าใครต้องการความเป็นส่วนตัว ผมแนะนำให้เดินเข้ามานั่งโซนด้านในเหมือนผมครับ เข้ามาลึกอีกหน่อยแต่จะได้เรื่องบรรยากาศที่ค่อนข้างเงียบ และวิวสวยมาก

บริกรนำเมนูมาเสนอ พร้อมกับแนะนำจานเด่นที่น่าสนใจอยากให้ลองสั่งมาทาน ผมฟังพร้อมกับกวาดตาดูรายละเอียดของเมนูแต่ละจาน ส่วนมากจะเป็นการปรุงที่เน้นชูรสชาติของวัตถุดิบเป็นหลัก

อ่ะ!! ลองดูสักหน่อยละกัน สั่งตามที่บริกรแนะนำว่าจานไหนเด็ดบ้าง

ก่อนอื่นเริ่มจากสั่งกาแฟ Dirty มาจิบแก้ง่วงกันก่อน รสชาติเข้มข้นดีมาก

จากนั้น บริกรจะลงขนมปังนำมาเสิร์ฟให้ได้ทานระหว่างรอกันก่อน

ถามบริกรว่า จานไหนเป็น Recommend Menu เพราะดูๆ ไปแล้วน่าทานหมดเลยครับ

เราเลยเริ่มสั่งจากสลัดกันก่อน เป็นสลัดปูนิ่มครับ ผักคือสดกรอบดี ทั้งเคลและกรีนโอ๊ค รวมถึงผักอื่น ๆ ที่นำมามิกซ์ ท๊อปด้วยน้ำสลัดเป็น สไปซี่ไข่กุ้ง รสชาติเข้มข้นออกเผ็ดนิดๆ ผมว่าดีเลยครับ เหมาะสำหรับสั่งมาเป็นจานแรก ทานกับปูนิ่มกรอบนอกนุ่มใน อร่อยดีมาก

Charcuterie and Cheese Board

ส่วนสเตชั่น อาหารอิตาเลี่ยน แนะนำเป็น พาสต้าไวท์ไวน์หอยตลับ “Linguine Vongole”

รสชาติค่อนไปทางสไปซี่ ซึ่งส่วนตัวผมรู้สึกดีมากเพราะชอบอาหารรสจัดอยู่แล้ว ทานได้หมดจาน ไม่เลี่ยน

From The Butchery ผมเลือกเป็นแซลม่อนครับนำมาทำเป็นสไตล์ญี่ปุ่น ชื่อเมนูว่า “Cedar Plank Grilled Salmon Filet”

เป็นแซลม่อนย่างซอสเทอริยากิ โรยหน้าด้วยสาหร่อยอบแห้ง ทานคู่ข้าวญี่ปุ่นที่ออนท๊อปด้วยยำสาหร่าย ไข่ปลา เสิร์ฟพร้อมวาซาบิ ขิงดอง ซีอิ๊วหวานและซุปมิโส

มาถึงจาน Asian Selection กันบ้าง ผมนั่งชั่งใจอยู่สักพักว่าจะสั่งอะไรดี เพราะส่วนตัวเป็นคนชอบทานอาหารไทยสุดท้ายเลือกเป็นกะเพรา เพราะฟังแล้วดูน่าอร่อย

บริกรอธิบายเมนูอาหารจานนี้ได้อย่างน่าสนใจ น้องต้องเคยเป็นเซลล์มาก่อนแน่ๆ

เชฟใช้เนื้อปูจากชุมพร มาผัดกะเพราพอขลุกขลิก มีความเผ็ดร้อนจากพริกขี้หนูสวนและท๊อปด้วยใบกะเพราะทอดกรอบอีกที จานนี้จะมีปูนิ่มทอดเพิ่มรสสัมผัสในการรับประทานมาให้ด้วย เสิร์ฟพร้อมไข่ดาวเค็มท๊อปลงบนข้าวหอมมะลิ

จานนี้ผมให้เต็ม 10 ต้องสั่ง เพราะอร่อยมาก สมคำแนะนำจริงๆ ครับ

From The Bakery ของหวาน ผมอยากจะสั่งทานลองทานทุกเมนูเลยครับ แต่ดูท่าจะไม่ไหวแล้ว เพราะอิ่มจากอาหารจานหลัก เลยลองสั่งเป็น Churro Donuts หรือที่เราเรียกกันว่า ปาท่องโก๋สเปน แต่ที่ Stock.Room เชฟใช้เทคนิคปั้นแป้งแล้วขดเป็นวงคล้ายโดนัทก่อนนำไปทอด

ความดีงามคือแป้งที่กรอบนอก แต่กัดแล้วนุ่มไปจนถึงด้านในสุด ทานง่ายแบบพอดีคำ ทานคู่กับดิปช็อคโกแล็ตและคาราเมล

ทานข้าวเสร็จแล้ว ผมแวะมาดูชั้นวางของที่ขายสำหรับให้แขกซื้อนำกลับไปทำทานต่อที่บ้านได้ ซึ่งมีให้เลือกเยอะมาก ที่เห็นนี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นครับ

แต่ว่าเราจะยังไม่ซื้อวันนี้ เพราะจะพักที่นี่หนึ่งคืน ดังนั้น ตอนเช็คเอ้าท์ก่อนกลับบ้านในบ่ายวันพรุ่งนี้ค่อยมาแวะช้อปกัน

มาชมกันต่อในส่วนของห้องพักกันบ้างครับ ที่ KIMPTON MAA-LAI มีให้เลือกด้วยกันหลาย Room Type มาก

ผมพักเป็นห้อง Junior Suite ซึ่งถือว่ามีขนาดใหญ่มาก แต่ที่ชอบคือ มีห้องนั่งเล่นที่แยกออกจากห้องนอนพร้อมมุมทำงานและมินิบาร์ มาพร้อมกับเครื่องชงกาแฟเป็นของ Nespresso

เราสามารถนั่งหรือนอนดูทีวีได้โดยไม่รบกวนกัน เพื่อการพักผ่อนที่สมบูรณ์แบบ

Welcome เป็นผลไม้สดและขนม แต่ที่ต้องชมคือ ผมชอบโรงแรมที่เขียนการ์ดต้อนรับด้วยลายมือ สัมผัสได้ถึงความใส่ใจเป็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ในการต้อนรับ

ห้องนอนจะอยู่ถัดเข้าไปด้านใน หากใครต้องการพาสัตว์เลี้ยงมาเข้าพักด้วย แนะนำให้แจ้งล่วงหน้านะครับ เพราะว่าทางโรงแรมจะทำการแยกชั้นสำหรับแขกที่เข้าพักโดยทั่วไป กับแขกที่จะมาพักพร้อมน้อง ซึ่งมีข้อจำกัดอยู่ เช่น สัตว์เลี้ยงที่มีพิษ สัตว์สงวน ฯลฯ รบกวนสอบถามจากทางโรงแรมก่อนทำการจองเข้าพักครับ

นายท่านคงชอบมาก เดินสำรวจตลอดเวลาไม่พัก

ที่อยากให้แจ้งล่วงหน้าว่าจะพาน้องมาพักด้วย เพราะจะทำให้ทางโรงแรมได้จัดเตรียมข้าวของ อุปกรณ์ที่ใช้กับสัตว์เลี้ยงของเราไว้ให้ก่อนภายในห้อง อาทิ ของเล่น เบาะนอน ชุดดูแลสัตว์เลี้ยง เช่น หวี สายจูง น้ำยาเช็ดหู แชมพู ทิชชู่เปียก

ในห้องนอนมีคอนโดแมวและกระโจมให้เล่นแคมป์ปิ้งเป็นเต้นท์ส่วนตัว น่ารักมากดูท่าทางต๋อยต๋อยจะชอบมาก คงอยากได้มาไว้ที่บ้านสักชุด แต่ถ้าใครต้องการรถเข็นสัตว์เลี้ยงเพิ่มเติม แนะนำให่้แจ้งไว้ก่อนครับ

นอกจากนี้ ยังมี ชามอาหารสุนัขและแมวพร้อมขนมเต็มชามใส่ไว้ให้เรียบร้อย มาถึงก็จัดชุดใหญ่ไฟกระพริบเลย

ผมพา “น้องต๋อยต๋อย” มาเปลี่ยนบรรยากาศกระชับความสัมพันธ์ เพราะอยู่ที่บ้านเรากัดกัน เอ๊ยย หยอกเล่นกันด้วยความรัก

ลองนำมาพักที่ KIMPTON MAA-LAI ดูท่าทางจะชอบ แม้จะต้องใช้เวลาปรับตัวเล็กน้อย ด้วยการเดินสำรวจทุกซอกทุกมุมราวกับตรวจดีเฟค

ก่อนจะไปติดดิสก์เบรคอยู่ที่ชามขนม สงสัยว่าจะอร่อยถูกปาก แต่ผมก็ได้เตรียมอาหารที่ทานปกติที่บ้านมาเผื่อด้วยนะครับ เผื่อแมวของเราไม่ชอบใจอาหารที่โรงแรมจัดไว้ให้ หรือใครอยากเตรียมข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวของสัตว์เลี้ยงก็เอาติดมาด้วยได้ครับ แบบนี้ก็เป็นการดีนะเผื่อว่าน้องไม่ยอมใช้ของที่โรงแรมเตรียมไว้ให้

แต่สำหรับต๋อยต๋อยแล้วสู้ตายเลยครับ

ส่วนตัวผมชอบห้องน้ำ ดูมีขนาดที่ไม่เล็กไม่ใหญ่ แต่จัดวางฟังก์ชั่นได้ลงตัว ชอบกระเบื้องหินอ่อนสีขาวนวล ชวนให้ห้องดูมีเสน่ห์มากยิ่งขึ้น

ในห้องน้ำใช้ Toilet AMenities ของ HARNN

ถ้าใครมาพักที่ KIMPTON MAA-LAI อย่าลืมนำชุดคลุมอาบน้ำจาก Tube Gallery ที่ออกแบบลวดลายโดย Christian Develter มาสวมใส่แล้วถ่ายรูปอัพ IG นะ

มันเก๋ดีมาก

“Sometimes love is like being in a bathtub. You are in the bathtub with the person you love. The bathtub is fun.”

-Katherine Obermeyer

มีไดร์เป่าผมของ Dyson Supersonic จัดเตรียมไว้ให้ด้วยครับ

ผมยาวเป่าออกมาได้สลวยขนาดนี้ Dyson ต้องเข้ามาเป็น Sponsorship แล้วล่ะ

ด้านบนชั้น Rooftop เป็น Bar.Yard สถานที่แฮงเอาท์ของชาวเมือง ให้เราได้ชิลไปกับบรรยากาศที่แสนผ่อนคลาย กับวิว Sky Scape สวยๆ

จิบเบาๆ อุ่นเครื่องกันก่อนสักแก้ว เพราะเดี๋ยวเรามีนัดทานดินเนอร์กันที่ห้องอาหาร Ms.Jigger ที่อยู่ชั้นล่าง

ชั้นล่างจะมีห้องอาหาร CRAFT ที่เป็นบาร์และคาเฟ่เก๋ๆ ซึ่งจะแบ่งเป็น 2 ฝั่ง สำหรับแขกทั่วไปและแขกที่มีน้องหมาน้องแมวมานั่งเล่นด้วย ซึ่งเป็นจุดที่ให้บริการตลอดทั้งวัน

ส่วนดินเนอร์มื้อค่ำ ผมจะมาทานบาร์ค็อกเทลสไตล์อิตาเลี่ยน ที่ตั้งชื่อเก๋ ๆ ว่า Ms.Jigger คาแรกเตอร์คือเป็นสาวแฟชั่นที่มีความเรียบหรูโก้ มีไลฟ์สไตล์แบบชิคๆ ชอบปาร์ตี้ ดินเนอร์ร้านอาหารอร่อยๆ

ด้านหน้าทางเข้า ตกแต่งแบบเรียบๆ แต่พอเข้ามาภายในร้านคือสวยมาก ให้อารมณ์เหมือนมานั่งทานข้าวบ้านเพื่อนที่ตกแต่งได้สวย ดูเป็นคนที่มีรสนิยมในการใช้ชีวิตที่ดี

ผมชอบมากโดยเฉพาะโซนหน้าบาร์ ดูคลาสสิคมีระดับสุดๆ ซึ่งทางร้านตั้งใจทำให้ร้านติดอันดับบาร์ที่ดีที่สุดเบอร์ต้นๆ ของไทยให้ได้

ร้านสวยมาก มีที่นั่งให้เลือกทั้งด้านในห้องปรับอากาศและโต๊ะด้านนอกบรรยากาศฝั่งสวน

ผมเลือกเป็นโต๊ะด้านใน ซึ่งประดับด้วยกรอบรูปพวงมาลัยสีขาวที่ดูแล้วมีความอาร์ตพอตัว อันเป็นที่มาของชื่อโรงแรม KIMPTON MAA-LAI

บริกรนำขนมปังมาวาง พร้อมกับแนะนำโปรโมชั่นใหม่ในคอนเซ็ปต์ A Love Letter to Milan เป็นการ Pairing อาหารกับ Cocktail เข้าด้วยกัน ฟังดูเก๋มาก

เริ่มจากจานแรก เป็น Small Bites มีด้วยกันหลายคำเสิร์ฟมาเป็นคู่ครับ

ผมชอบขนมปังลูกกลมสอดไส้พาร์มาแฮม มูสรีซอตโต้และทรัฟเฟิล

จับคู่กับ Cocktail ชื่อ Chinato Spritzer มีความเป็นไทยๆ เข้ากันดีครับ

คอร์สต่อมา จะเป็นจานพาสต้า ซึ่งมีให้เลือก 2 แบบ คือ Spaghettoni Pesto ผัดกับหอยแมลงภู่ Pairing กับ Cocktail ชื่อ Clay Pot Americano

ส่วนอีกจานเป็นพาสต้าเส้นหลอดผัด Spicy Tomato Sauce ใส่แก้มหมูตุ๋นคู่กับ Navigli Canal

ส่วน Main Courses จะมีให้เลือก 2 จานเช่นกันคือ ปลาหางเหลือง ปรุงสุกแบบ Medium เพื่อคงความนุ่มชุ่มชื้นของเนื้อปลา เสิร์ฟพร้อมกับซอสฟักทอง จานนี้จะจับคู่ Cocktail กับ Parco Sempione

แต่ถ้าใครชอบทานเนื้อ แนะนำให้เลือกเป็นริบอายส์ครับ ผมสั่งความสุกแบบ Medium Well นำมา Pairing กับ Milano Centrale

ของหวานมีให้เลือก 2 อย่างเช่นกัน คือ เลมอน ชอร์เบท หรือ ช็อกโกแล็ตลาวา จะ Paring กับเครื่องดื่มเป็นช็อตเพื่อให้เกิดรสชาติที่จำได้อวลอยู่ในปาก เป็นการปิดท้ายมื้อ

ก่อนขึ้นห้อง แวะมาต่อที่หน้าบาร์กันอีกสักแก้ว

เข้าห้องมา หาแมวไม่เจอ สงสัยน้องต๋อยต๋อยจะอยากเล่นซ่อนหา ไปแอบอยู่หลังผ้าม่านนั่นเอง

เช้านี้ตื่นแต่เช้าไปเดินเล่นสูดอากาศบริสุทธิ์บริเวณโดยรอบโรงแรมกันและถือโอกาสเดินเล่นสำรวจตรวจตราดูโรงแรมด้วยครับ เริ่มจากสระว่ายน้ำอยู่ชั้น 3 ชั้นเดียวกับฟิตเนส เป็นสระว่ายน้ำที่มีทั้งโซนอินดอร์และเอาท์ดอร์ เห็นวิวสวนสีเขียวของทางโรงแรม

บรรยากาศคือชิลล์มาก มาว่ายน้ำ ออกกำลังกาย นอนอาบแดดรับลมสบายๆ

ฟิตเนสค่อนข้างใหญ่ มีอุปกรณ์ครบครัน พร้อมกับวิวสวนสีเขียวสบายตา ช่วยชาร์จพลังได้ดี

บรรยากาศในสวนตอนเช้าของโรงแรม ฟีลดีมาก เหมาะสำหรับมาเดินออกกำลังกายชิลล์ๆ

แขกที่เข้าพัก KIMPTON MAA-LAI สามารถมารับเครื่องดื่มเพิ่มพลังที่ CRAFT กันก่อนในตอนเช้าก่อนที่จะไปทานข้าวครับ มีให้เลือกนั่งทั้งโซนด้านนอกและในห้องปรับอากาศ

ตอนเช้าพาน้องต๋อยต๋อยมาเดินเล่น ดูแล้วน่าจะไม่ค่อยโอเคเท่าไร สงสัยไม่ชินกับสภาพแวดล้อมแถมยังมีพี่หมาเยอะด้วย

หน้าไม่ค่อยจอยเท่าไร เอ๊ะ หรือว่าหิว!!

นั่งเล่นสักพักจึงรีบนำไปขึ้นห้องพักผ่อน ส่วนเราจะได้เตรียมตัวไปทานอาหารเช้าของโรงแรมกัน

อาหารเช้าจะอยู่ที่ชั้น 5 ก็คือ ห้องอาหาร Stock.Room นั่นแหละครับ

ขนมปังและเบเกอรี่ของที่นี่อร่อยมาก แป้งดี มีความหอมเนยนม ถ้าใครติดใจจากตอนเช้า สามารถมาซื้อกลับบ้านได้ในตอนกลางวันครับ

อาหารเช้าบางสเตชั่น ปรุงกันสดๆ เลยครับ

ครัวซองก์คือดีย์ จนต้องเบิ้ล นอกจากนี้ ผมยังครีเอทเมนูเอง เป็น Healthy Blow เพื่อสุขภาพที่ดีตั้งแต่มื้อเช้า

ก่อนเช็คเอ้าท์กลับบ้าน ต้องแวะมาที่ Grocerant ที่ห้องอาหาร Stock.Room เพื่อช้อปปิ้งเมนูน่าสนใจที่เราเล็งไว้ตั้งแต่เมื่อวาน

ส่วนตัวว่าไส้กรอกอร่อยดี พร้อมกับซื้อชีสต์ไปจับคู่กับไวน์ที่บ้านบ้าง ซึ่งในส่วนของ Grocerant เปิดให้บริการทุกวันเวลา 11.30-22.30 น.

มีทั้งอาหารที่ปรุงสำเร็จแพ็กใส่กล่องเอาไว้แล้ว หรือวัตถุดิบซึ่งเราไม่สามารถหาซื้อได้ตามร้านค้าหรือซุปเปอร์มาร์เก็ตทั่วไปนัก ส่วนใหญ่เป็นสินค้าระดับพรีเมี่ยมส่งออก คุณภาพและรสชาติดี

ห้องอาหาร Stock.Room จะแบ่งออกเป็นมื้อกลางวันให้บริการในเวลา 11.30-14.30 น. มื้อค่ำเปิดให้บริการในช่วงเวลาเวลา 17.30-22.30 น.

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและจองโต๊ะได้ที่โทร. 02 056 9999 หรือจองห้องพักก็โทรเบอร์นี้ได้เลยครับ

hemm team
hemm team

• The magazine for Sharp Living, Travel Design and Lifestyle for men •