Leica is Hype – Life Asoke Hype

มีคนถามบ่อยๆ ว่า #คุณกานต์ใช้กล้องอะไรถ่ายรูป

📸✨จริงๆ แล้วผมมีกล้องหลายตัวครับ

แต่ตัวโปรดที่ใช้บ่อยที่สุดคือ Leica Q2 จากเยอรมัน🔴

_

Leica เป็นกล้องที่มีความโดดเด่นในตัวเองครับ (แค่ถือเฉยๆ ก็หล่อแล้ว 555) ด้วยคุณภาพของไฟล์ที่มาจากกล้องและเลนส์ทำมือที่คราฟท์มาก ทำให้กล้องโลโก้จุดสีแดง เมื่อถ่ายรูปออกมาแล้วรู้เลยทันทีว่า #นี่คือภาพจากล้องLeica พอได้มาถ่ายรีวิวคอนโดโครงการ Life Asoke Hype ผมจึงตั้งใจที่จะใช้กล้อง Leica คู่ใจมาถ่าย เพราะรู้สึกว่าทั้งคู่ดูมี DNA ที่คล้ายกัน

Leica is Hype จะเรียกแบบนั้นก็ได้

The First Boutique Condominium with Custom Made งานออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ คำนึงถึงความ Privacy ของผู้อยู่อาศัยที่มีไลฟ์สไตล์อันโดดเด่น เห็นได้จากการเลือกใช้สี Red Hype สีแดงเข้มพิเศษช่วยสื่อสารและสร้างความรู้สึกถึงพลังบวก สร้างความกระตือรือร้นที่ไม่เคยหยุดสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ได้อย่างน่าสนใจ เป็นสีพิเศษที่ทาง AP ได้ร่วมกับ World Class Color Designer แล็บสี Jotun จากเดนมาร์ก

ผมชอบ Eclectic Lobby ของ Life Asoke Hype ซึ่งออกแบบได้เก๋มาก หรูหรายิ่งกว่าโรงแรม 5 ดาวบางแห่ง ห้องตัวอย่างก็สวยงาม ตกแต่งจัดเต็มตามสไตล์ AP ไม่เคยมีผิดหวัง ผมถ่ายมาทั้ง 4 type การออกแบบผังภายในห้องเรียกว่า Interlocked Layout Plan เป็นแนวคิดการออกแบบที่ทำให้เราสามารถจัดสรรฟังก์ชันภายในห้องได้อย่างเต็มที่ เพื่อให้เข้ากับการใช้ชีวิตทุกรูปแบบของลูกบ้านดังนั้น 4 ห้องตัวอย่างจึงออกมา 4 สไตล์ที่ให้อารมณ์ความรู้สึกแตกต่างกันออกไป

โลโก้จุดแดงบนตัวกล้องสีดำของ Leica ทำให้มันมีความโดดเด่นมากเวลาจับกล้องมาวางเรียงกัน มันก็เหมือนคอนโดสี Red Hype ย่านอโศก-พระราม 9 ที่เรามองเห็นอย่างเด่นชัดตั้งแต่ไกลๆ ดีไซน์ของตัวอาคารที่ดูโมเดิร์น ตัดกับ facade สีแดงที่มี pattern ไม่ธรรมดา จึงทำให้เห็นความแตกต่างอย่างมีเอกลักษณ์และโดดเด่นไม่เหมือนใคร กับคอนโดคอนเซ็ปต์สีแดงไฮป์ที่สุดจัดในย่านนี้ ที่ผมใช้กล้อง Leica ถ่ายภาพและรีวิวมาให้ชมกัน

“Leica, The camera doesn’t make a bit of difference. All of them can record what you are seeing. But you have to see.”

คลิกเข้าไปชมภาพในคอลเลคชั่น Leica Life is Hype พร้อมอ่านเรื่องราวใต้แคปชั่นกันต่อด้านในดีกว่าครับ

#LifeAsokeHype#TheFirstBoutiqueCondominium#HypeUpYourLife

บูทีคคอนโดพร้อมเข้าอยู่ ฟรีทุกค่าใช้จ่ายวันโอน & แพ็กเกจอินเตอร์เน็ต TRUE Super Fiber นาน 1 ปี* 1 ห้องนอนใหญ่ เริ่ม 3.99 ล้าน*

จองเพียง 5,000 บาท รับส่วนลดสูงสุด 300,000 บาท* และรับเพิ่มสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า Ninebot KickScooter MAX*

เพียงลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์และแอด LINE Official Accont ของโครงการ คลิก >> https://bit.ly/3i69Sa3

#APThai#LifeCondo#LifeAsokeHype#TheFirstBoutiqueCondominium#HypeUpYourLife

Leica; the important thing is what motivates you when you are photographing.

Life Asoke Hype

THE FIRST BOUTIQUE CONDOMINIUM

ในส่วนของการเดินทางถือว่าสะดวกสำหรับผมครับ จากบ้านย่านวงเวียนใหญ่ ผมใช้ทางด่วนมาลงตรงพระราม 9-จตุรทิศ ตรงมาอีกนิดก็ถึงคอนโด Life Asoke hype ทันที ใครไม่ใช้รถยนต์ ก็มีรถไฟฟ้า MRT สถานีพระราม 9 หรือ Airport Link สถานีมักกะสันที่ห่างในระยะเดินได้สบาย ทำให้ Location นี้ถือเป็น Collaborative Lifestyle ที่เข้าถึงได้ทุกที่อย่างสะดวก

ตัวอาคารออกแบบเป็นรูปตัว L สองตัวซ้อนกัน ทำให้ทุกห้องสามารถเห็นวิวได้อย่างเต็มที่*

*ภาพจากโดรน

ที่ผมชอบมากคือ Drop-off หน้าอาคารที่มีงาน Installation Art ติดตั้งไว้ ให้ความรู้สึกว่าคอนโดเราเหมือนโรงแรมหรู บริเวณโดยรอบร่มรื่นด้วยต้นไม้สีเขียวที่ตัดกันดีกับสีแดง Hype ของตัวอาคาร มีพื้นหญ้าสามารถนั่งเล่นได้

มองไปด้านขวาจะเห็น The Circle Running Garden เป็นสวนที่มีทางให้เดินเล่นหรือวิ่งออกกำลังกายได้ครับ ด้วยความที่ลู่มีลักษณะเป็น Slope ทรงกลม 2 ชั้น ออกแบบภายใต้แนวคิด Collaborative Shapes ให้อารมณ์เหมือนวิ่งอยู่ที่สวนสาธารณะในเมือง ข้อดีก็คือทำให้เรามีระยะการวิ่งที่เพิ่มขึ้นภายใต้ข้อจำกัดเรื่องพื้นที่ช่วยทำให้การวิ่งของเราสนุกมากขึ้น ผมว่ามันให้รู้สึกเหมือนได้ออกกำลังกายในเนินเขาเล็กๆ ใจกลางเมือง มีความเป็นธรรมชาติดี

Scarlet Foyer เป็นโถงต้อนรับ สำหรับบุคคลภายนอกเข้ามาติดต่อครับ ผมชอบงานดีไซน์ที่ออกแบบได้เฉิดฉายไฉไล การเลือกใช้สีแดง-ดำดูเรียบเท่ลึกลับ ขับให้โดดเด่นด้วยสีทองของแชนเดอร์เลียสุดพลิ้วไหว ผนวกเข้ากับการเลือกใช้วัสดุหินอ่อน Rio Gray Granite เพิ่มความหรูหราด้วยผนังกระจกลายหินสูงเทียบเท่าตึก 7 ชั้น ขับเน้นด้วยงาน Lighting และ Texture ที่เป็น Signature ของโครงการ

ส่วน Eclectic Lobby เป็นที่นั่งจัดวางโซฟาและเก้าอี้ดีไซน์แตกต่างกันไปเพื่อลดทอนความเข้มขรึมในงานออกแบบ บริเวณพื้นที่มีความโปร่งด้วย Double Space ประกอบกับการเลือกใช้กระจกบานใหญ่ ช่วยเพิ่มความแกรนด์ให้กับโถงล็อบบี้

ขณะเดียวกันก็ออกแบบให้มี Co-Working Business Lounge ที่กั้นด้วย Partition ขนาดใหญ่ จัดไว้เป็นพื้นที่สำหรับนั่งทำงาน อ่านหนังสือ หรือหากมีแขกจากข้างนอกเข้ามาคุยงานก็สามารถใช้พื้นที่นี้ได้เช่นกัน

ยังมีการจัดแบ่ง Private Seat เพื่อความเป็นส่วนตัวของลูกบ้านท่านอื่นด้วย เรียกได้ว่าเป็น Privacy Design with Custom Made ที่แท้จริง

ก่อนจะไปชมพื้นที่ส่วนกลางในจุดอื่น ผมจะขอพาขึ้นลิฟต์มาชมห้องตัวอย่างกันก่อนครับ ซึ่งทาง AP ได้ดีไซน์ไลฟ์สไตล์ที่โดดเด่นหลากหลายออกมาเป็นห้องตัวอย่าง 4 type ด้วยกัน ทุกห้องจะมีคอน เซปต์ในการออกแบบที่เรียกว่า Interlocked Layout Plan คล้ายกับการต่อเลโก้โดยจะจับคู่ห้องล็อคกันเป็นคู่ไว้ ก็ว่าอยู่ทำไมบางห้องการวางผังดูแปลกตา แต่ทว่ากลับเปิดมุมมองใหม่ ทำให้ห้องกว้างขึ้น เปิดรับวิวและแสงจากภายนอกได้ดีขึ้น เราจะได้ใช้ทุกพื้นที่ภายในห้องได้อย่างเต็มที่ แต่ละห้องก็จะมีไอเดียในการครีเอทฟังก์ชันที่แตกต่างกันออกไปตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน

อง 1 Bed Plus ขนาด 35 ตร.ม. ตกแต่งในคอนเซปต์ Azure Blue Spanish เป็นห้องที่ผมคิดว่า ผังห้องดูแปลกตาที่สุดแต่ลงตัวมากเหมือนกับได้ห้องแบบ 2 ห้องนอนกันเลยทีเดียว แม้ว่าในห้องตัวอย่างจะจัดมาเป็น 1 ห้องนอนและ 1 ฟังก์ชันรูมก็ตาม

เปิดประตูเข้าไปจะพบกับห้องสี่เหลี่ยมที่ไม่ธรรมดา มี Living Area อยู่ทางด้านขวาจัดวางชุดโซฟาสีน้ำเงินเข้มเพิ่มความโดดเด่นให้แก่ห้อง สามารถปรับเป็นมุมทานอาหารและนั่งเล่นดูทีวีไปพร้อมกันได้ ผนังติดกระจกรมสีทองดูเรียบหรูดี ผมซื้อไอเดียนี้ ทำให้ห้องกว้างอย่างมีระดับ

ทางด้านซ้ายมือจะเป็นครัวพร้อมเคาท์เตอร์ชิดผนัง ทางโครงการจะขายแบบ Fully Fitted จัดวางเครื่องใช้ไฟฟ้าตั้งเรียงรายไป ไม่ว่าจะเป็น ตู้เย็น เครื่องซักผ้า เตาไฟฟ้า เครื่องดูดควัน เตาไมโครเวฟพร้อมตู้ Built-in เก็บของด้านบนและชั้นล่าง มีอ่างล้างจานที่เดินท่อน้ำดีน้ำทิ้งเอาไว้เรียบร้อยแล้ว

ถัดไปด้านในสุดจะเป็นห้องเอนกประสงค์ซึ่งผมว่าปรับเป็นห้องนอนแขกได้สบายๆ เพราะมีขนาดใหญ่มาก

มาพร้อมกับกระจกแบบ Full Height ทำให้ห้องดูโปร่งอยู่สบาย สามารถปรับเป็นห้องทำงานก็เข้าท่าดีสำหรับใครที่ Work From Home หรือทำธุรกิจส่วนตัวอยู่ที่บ้าน

จากนั้น จะเป็นส่วนของห้องนอนที่ออกแบบโทนสีน้ำเงินจับคู่สีเหลืองของไฟ Warm-Light เข้ากันได้ดีมาก ด้านข้างเตียงอยู่ติดหน้าต่างบานใหญ่ เพื่อให้แสงธรรมชาติส่องสว่างในยามเช้าได้ ห้องนี้จัดเตียงขนาดควีนไซส์ได้สบายๆ มีพื้นที่ปลายเตียงเหลือพอให้เดินได้ หรือใครอยากจะแขวนทีวีไว้ที่ผนังปลายเตียงเอาไว้นอนดูซีรีย์ก็ลงตัวอยู่นะ ผมว่าระยะการรับชมพอได้

ส่วนอีกฝั่งยังมีพื้นที่เหลือพอที่จะจัดวางโต๊ะหัวเตียงได้ ถัดไปเป็นโต๊ะเครื่องแป้งและตู้เสื้อผ้าแบบ Build-In ติดผนัง พร้อมประตูผ่านเข้าไปยังห้องน้ำ ซึ่งสามารถเปิดได้ 2 ทางจากห้องนั่งเล่นก็ได้ เป็นการออกแบบและใช้พื้นที่ภายในห้องได้อย่างสมบูรณ์

ส่วนครอบครัวใหญ่ขึ้น ก็อาจจะอยากได้ห้องที่มีพื้นที่เพิ่มมากขึ้น กานต์จะพาไปชมห้องขนาด 64 ตร.ม. 2 ห้อง 2 ห้องน้ำ ตกแต่งในคอนเซปต์ Beige Modern Korean ซึ่งคอนเซปต์ของการออกแบบจะช่วยเปลี่ยนฟังก์ชันภายในห้องให้กว้างขึ้น และคำนึงถึงความเป็นส่วนตัวของสมาชิกภายในบ้านด้วย

เมื่อเปิดประตูเข้าไปจะเป็นส่วนของโถงกลางห้องแนวลึกเข้าไปที่จัดวางให้เป็น Common Area สำหรับสมาชิกทุกคนในครอบครัว ด้านหน้าจะเป็นตู้เตี้ยสำหรับเก็บของใช้จิปาถะหรือจะปรับเป็นตู้เก็บรองเท้าก็ได้ หลังตู้ยังสามารถปรับให้เป็นจุดวางแจกันหรืองานศิลปะตกแต่งบ้านเพื่อเป็นการใช้พื้นที่ให้สมบูรณ์แบบที่สุด ก่อนจะเดินไปทางด้านขวาเป็นส่วนของครัวที่แยกตัวออกไป ตรงกลางเป็นโต๊ะรับประทานอาหารขนาด 4 ที่นั่ง ห้องตัวอย่างใช้เก้าอี้สีเหลืองไข่ทำให้เกิดความโดดเด่นจากตัวห้องที่เป็นสีเบจสีโทนอ่อน

ตรงกลางด้านในจะเป็นมุมนั่งเล่นและรับแขก ห้องตัวอย่างจัดวางโซฟาทรงโค้งมนช่วยลดทอนความแข็งของห้องสี่เหลี่ยมลงไป วางไว้ใกล้กับหน้าต่าง ถ้าเปิดม่านออกก็สามารถชมวิวภายนอกได้ พร้อมกันนี้ยังช่วยในเรื่องของช่องแสงจากธรรมชาติ อาจจะไม่ต้องเปิดไฟในตอนกลางวัน เพราะโทนสีของห้องก็ช่วยเรื่องการส่องสว่างได้ในตัว ส่วนฝั่งตรงข้ามเป็นชั้นวางทีวี หรือหากต้องการให้ห้องนี้ดูโมเดิร์นขึ้นก็ใช้วิธีแขวนทีวีกับผนังได้

ห้องนี้เป็นห้องที่ผมชอบมากครับ ด้วยขนาดและการจัดวางผังภายใน ทำให้อยู่สบาย สามารถทำกิจกรรมภายในห้องได้ทั้งวัน

ติดกับมุมนั่งเล่นจะเป็น Master Bedroom ที่มาพร้อมห้องน้ำในตัวครับ ตัวห้องค่อนข้างกว้างด้วยความชาญฉลาดในการออกแบบและวางผัง ทำให้แบ่งสัดส่วนภายในห้องได้ค่อนข้างลงตัว เริ่มจากด้านในสุดติดหน้าต่างเป็นกระจกแบบ Full Height จัดวางโต๊ะเครื่องแป้งแต่งหน้าพร้อมกับสามารถรับแสงจากธรรมชาติภายนอกได้ ทั้งนี้ยังจะโชว์ว่าแม้จะวางเตียงขนาดใหญ่แต่ก็ยังมีพื้นที่รอบเตียงเหลือให้เดินรอบได้สบาย ทำให้ไม่อึดอัด

เตียงนอนดีไซน์ดูเรียบง่ายไปนิด อาจจะเพราะคอนเซปต์ในการออกแบบที่อยากให้เกาหลีมินิมอล เลยเน้นลูกเล่นของหมอนที่นำมาตกแต่งแทนและปรับอารมณ์ให้เข้มขึ้นดูสีทึบเข้มของชุดเครื่องนอน

ส่วนของด้านในเป็นมุมแต่งตัวพร้อม Walk-in Closet ที่มาพร้อมกับห้องน้ำ ให้ความรู้สึกอลังการในการพักอาศัยราวกับเป็น Master Bedroom ในบ้านเดี่ยวทั่วไปก็มิปาน

ส่วนอีกด้านของห้อง type นี้ จะเป็นห้องนอนอีกห้องที่มีขนาดใหญ่พอกัน แต่ไม่มีห้องน้ำในตัว จะเป็นห้องน้ำที่ใช้ร่วมกันกับแขกด้านนอก โดยอาศัยประตูที่เปิดได้จากทั้ง 2 ด้าน ผมชอบไอเดียนี้มากครับ เพราะถ้าที่คอนโดไม่ค่อยได้ต้อนรับผู้มาเยือนสักเท่าไรก็จะเหมือนเป็นห้องน้ำส่วนตัวได้เช่นกัน

ภายในห้องนอน 2 ตกแต่งแบบเรียบเท่ สไตล์ผู้ชายวัยรุ่น เน้นโทนสีน้ำเงินเข้มที่ขับกับสีเบจซึ่งเป็นสีหลักของการออกแบบห้องนี้ได้เป็นอย่างดี ห้องนี้สามารถจัดวางเตียงขนาดควีนไซส์ได้เช่นกันพร้อมกับมีพื้นที่หัวเตียงทั้ง 2 ด้านสำหรับวางโคมไฟสไตล์โมเดิร์น ห้องนี้ดูสไตล์แล้วเข้ากับผมมาก ดู Hype ดี

ถัดจากพื้นที่ส่วนพักผ่อนจะเป็นมุมส่วนตัวภายในห้อง ซึ่ง Combined ให้เป็นหลายอย่างทั้งนั่งทำงาน อ่านหนังสือ หรือนั่งคุยแชทกับเพื่อนก็ได้ตามสไตล์วัยรุ่น ผมชอบการลงดีเทลของ AP ในการตกแต่งห้องตัวอย่างคือทำความเข้าใจมาดีว่าคนที่จะพักอาศัยอยู่ห้องนี้จะมีคาแรกเตอร์และไลฟ์สไตล์อย่างไร โดยเฉพาะเรื่องของเทรนด์วัยรุ่นในตอนนี้ เห็นได้จากห้องนี้ มีต้นไม้ประดับเอาไว้ด้วย เข้ายุคดีมาก วัยรุ่นชอบ ยิ่งถ้าเป็นมอนสเตอร่า ฟูลมิ้นต์แล้วล่ะก้อ … AP เอาคะแนนความละเอียดใส่ใจในการออกแบบห้องตัวอย่างไปเลย 10 เต็มครับ

พามาดูห้องน้องเล็กขนาด 25.5 ตร.ม. กันบ้างครับ เป็นห้อง Studio ที่ตกแต่งในคอนเซปต์ Ruby Nordic Minimalist เอาใจวัยรุ่่นสร้างตัวมาก ห้องมีขนาดไม่ใหญ่ แต่ด้วยการวางผังก็ช่วยให้เป็นห้องสตูดิโอที่แบ่งฟังก์ชันการใช้สอยภายในได้อย่างเป็นสัดส่วน

เมื่อเปิดประตูเข้าไปเราจะพบกับมุมนั่งเล่นที่โดดเด่นด้วยโซฟากำมะหยี่สีแดงเข้มแบบติดผนัง พร้อมกับจัดวางโต๊ะทานอาหารและเป็นโต๊ะทำงานเอนกประสงค์ในตัวเข้าไว้ด้วยกัน มุมนี้เป็นไอเดียที่ดีมากในการใช้สอยพื้นที่อย่างเต็มประสิทธิภาพ สามารถใช้งานร่วมกับสมาชิกในห้องได้ ฝั่งตรงข้ามเป็นชั้นวางทีวีและตู้เก็บของ Build-in ติดผนัง ซึ่งทางโครงการติดตั้งไว้ให้เพราะขายแบบ Fully Fitted อยู่แล้ว ด้านล่างของตู้ เปิดช่องทำเป็นที่วางรองเท้าได้ ติดกันจะเป็นห้องน้ำขนาดกำลังดี

ถัดเข้าไปเป็นตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ติดผนังแบบจรดฝ้า จะได้เก็บของสัมภาระต่างๆ เอาไว้ในตู้ด้วยเลยทีเดียว หน้าบานเป็นกระจกเงาช่วยทำให้หน้าที่สะท้อนตอนเราแต่งตัวออกจากบ้านและยังช่วยเพิ่มมิติให้ห้องดูกว้างขึ้นอีกด้วย ส่วนด้านในสุดเป็นเตียงนอนแบบชิดผนังกระจกด้านใน ขอบนอกจะเว้นระยะเพื่อวางโต๊ะหัวเตียงเอาไว้ ส่วนอีกด้านจะเป็นครัวที่กั้นห้องแยกออกไปทำให้ไม่เกิดกลิ่นรบกวนเวลาทำอาหาร ห้องนี้จะมีระเบียงขนาดเล็กที่เชื่อมต่อกับครัวด้วย ห้องนี้เหมาะสำหรับคนที่กำลังเริ่มต้นสร้างครอบครัว

ส่วนห้องตัวอย่างห้องสุดท้ายที่จะพาไปชมเป็นห้องแบบ 1 ห้องนอน ขนาด 32 ตร.ม. ดูก็รู้เลยว่าห้องนี้จุดขายคือสาวๆ ที่อยู่คนเดียวซึ่งเป็นอีกหนึ่งทาร์เก็ตกรุ๊ปที่น่าสนใจ เพราะไลฟ์สไตล์สมัยนี้คนส่วนหนึ่งจะยังไม่รีบมีครอบครัว อยากสนุกกับชีวิตให้เต็มที่ ได้ทำงานที่ตัวเองรักและให้ความสำคัญกับการปรนเปรอความสุขให้ตัวเอง ห้องนี้เลยตกแต่งออกมาค่อนข้างเซลฟ์ เปรี้ยวนิดๆ หวานหน่อยๆ ตามสไตล์ผู้หญิงยุคใหม่ เน้นสีชมพูแบบ Rosy ที่มาพร้อมกับดีไซน์แบบ Modern Parisian สาวปารีเซียงมีความเป็นสาวหวานเฟมินินค่อนข้างมาก ดีไซน์ของห้องจึงต้องมีความหวานซ่อนเปรี้ยวเล็กน้อย

การออกแบบคอนเซปต์ของ Interlocked Layout Plan ที่เอามาใช้กับห้อง type นี้ก็ค่อนข้างลงตัวครับ ด้านหน้าเป็นครัวสาวโสดที่มาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทางโครงการจะขายแบบ Fully Fitted อยู่แล้ว เรียกได้ว่า สามารถหิ้วกระเป๋าเข้าอยู่ได้เลย

ด้านในจะเป็นฟังก์ชันรูม เอาไว้นั่งทำงาน ประชุมออนไลน์ อ่านหนังสือสบายๆ นอนดูซีรีย์ชิลล์ๆ เรียกว่าจบครบทุกความสุขในห้องนี้ห้องเดียว และเมื่อเป็นสาวปาริเชียง งานกระเป๋าสานและผ้าคลุมไหล่ต้องมีมาประดับห้องไว้เก๋ๆ

ส่วนด้านในจะเป็นห้องนอนซึ่งตกแต่งได้เก๋มาก ผมชอบไอเดียแจกันดอกไม้บานบนโต๊ะหัวนอน ที่ตั้งไว้ริมหน้าต่างช่วยให้ตื่นขึ้นมาพบกับเช้าที่สดใสและดอกไม้ที่ผลิบาน ทำให้ตลอดทั้งวันคงสดชื่นดี ห้องนอนยังคุมโทนในการตกแต่งด้วยสีชมพูอ่อน เพิ่มความมั่นใจด้วยชุดเครื่องนอนสีเข้มตามสไตล์สาวปารีเชียง ประหนึ่งว่าตัวเองเป็น Lily Collins ในซีรีย์ Emily in Paris

กดลิฟต์พาขึ้นไปชมชั้น 40 และชั้น Rooftop กันบ้างจะเป็นในส่วนของ Athletic Sky Atrium เพื่อให้ลูกบ้านได้พักผ่อนและออกกำลังกายใช้ชีวิตอยู่ในคอนโดสุด Hype นี้ได้ตลอดทั้งวัน ไม่ว่าจะเป็นสระว่ายน้ำรูปตัวแอล (L – shaped Sky Pool) ที่บรรยากาศดีมาก สระมีขนาดใหญ่เป็น Olympic Size เหมาะแก่การว่ายน้ำเพื่อออกกำลังกาย หรือหากใครอยากจะพักผ่อน ชมวิว ก็มีโซนจากุซชี่ให้เราได้แช่ตัวสบายๆ ด้วย พร้อมกับ Sun Deck เอาไว้ริมสระเพื่อนอนเล่นอาบแดดเพลินๆ ใจกลางกรุงเทพ เหมือนได้ Staycation ตลอดเวลา*

*ภาพจากโดรน

นอกจากนี้ ชั้นบนยังมี Top of The Hype เป็นพื้นที่ Sky Lounge เอาไว้พักผ่อนพร้อมกับชมวิวกรุงเทพผ่านกระจกที่ยื่นออกมาได้เช่นกัน กลางคืนถ้าบรรยากาศสลัวๆ จะให้อารมณ์เหมือนเรานั่งและลอยอยู่ในอากาศเพราะแทบจะไม่เห็นขอบกระจก ห้องนี้ถ้าสามารถจัดปาร์ตี้เล็กๆ ได้ ผมว่าบรรยากาศคงดีสุดๆ

ด้านนี้จะเป็นวิวฝั่งมักกะสันและกรุงเทพในทิศตะวันตก ผมว่าช่วงหัวค่ำจนถึงกลางคืนแสงทไวไลท์และไฟคงจะสวยมาก

ผมชอบไอเดียการออกแบบให้พื้นเป็นกระจกใส มองลงไปจะเชื่อมต่อกับสระว่ายน้ำ ทำให้ Sky Lounge ดูกว้าง โปร่งสบายและมีมิติมากขึ้น สามารถเชื่อมต่อกับสมาชิกในครอบครัวที่กำลังว่ายน้ำอยู่ในสระได้อีกด้วย

อีกด้านของชั้นนี้จะเป็น Duplex Sky Fitness ฟิตเนสลอยฟ้า ชื่อก็บอกแล้วว่า Duplex แน่นอนว่าต้องมีสองชั้นพร้อมเครื่องออกกำลังกายครบครันทั้งฟรีเวทและแมชชีน ที่สำคัญคือการได้ออกกำลังไปพร้อมกับชมวิวผ่านกระจกแบบพาโนรามิคที่ยื่นออกมา ทำให้เห็นวิวเมืองได้ชัดกว่าราวกับวิ่งออกกำลังกายอยู่บนท้องฟ้า ส่วนชั้นบนของ Duplex Sky Fitness จะเป็น Lunar Balcony เป็นพื้นที่นั่งเล่น Outdoor ชมวิวกรุงเทพในมุมสูงสุดของอาคาร

ใกล้กันจะมี Mirage Sky Path เป็นกิมมิคที่พีคมาก กับทางเดินพื้นกระจกใสมองลงไปเห็นด้านล่าง สะพานนี้ใช้เดินข้ามไปยัง The Forestier ซึ่งเป็นสวนลอยฟ้าที่เต็มไปด้วยต้นไม้นานาชนิด ซึ่งทางโครงการได้จัดวางเก้าอี้นั่งพักผ่อนและศาลาเอาไว้รับลมชมวิวเอาไว้ให้ด้วย ใกล้กันเป็น The Sunset Parlor เป็นที่นั่งขนาดใหญ่เอาไว้ปาร์ตี้กับเพื่อนๆ ในบรรยากาศของกรุงเทพมุมสูงในช่วงพระอาทิตย์ตกดิน

ส่วนอีกด้านจะเป็นถัดไปเป็น The Astro Deck จุดชมวิวที่เอาไว้นอนดูดาวตอนกลางคืน เพราะออกแบบให้มีแสงส่องสว่างกระทบน้อยที่สุด ช่วยทำให้เห็นดวงดาวชัดขึ้น ส่วนราวกันตกจะเป็นกระจกใสทำให้เปิดมุมมองภาพได้กว้างกว่า*

*ภาพจากโดรน

จากภาพมุมสูงที่ถ่าย Top View จากบริเวณสระว่ายน้ำและสวนลอยฟ้า เราจะเห็นว่าที่ชั้น 7 ก็มีสระว่ายน้ำอีกสระไว้คอยให้บริการลูกบ้านเช่นกันเรียกว่า Hover Bay Swimming Pool เป็น สระว่ายน้ำทรงสีเหลี่ยมผืนผ้า ออกแบบให้ลดระดับจากระดับทางเดินและส่วนพักอาศัย ทำให้ลูกบ้านที่มาใช้บริการสระว่ายน้ำจะมองไม่เห็นผู้ที่พักอาศีัยในชั้นนี้ ต่างคนต่างใช้ชีวิตได้อย่างสบายใจ นัยว่าเพื่อความเป็นส่วนตัว ทางโครงการได้ออกแบบให้มีที่นั่งพักผ่อนริมสระเอาไว้ด้วย มองออกไปจะเห็นเป็นพื้นที่สวนขนาดใหญ่ ช่วยทำให้ดูร่มรื่น ผ่อนคลาย บรรยากาศดีมากเลยทีเดียว*

*ภาพจากโดรน

ส่วน The Muted Garden จะอยู่ที่ชั้น 7 เช่นกันแต่เป็นฝั่งตรงข้ามกับสระว่ายน้ำ มีลักษณะเป็นสวนพร้อมทางเดินไม้ รายล้อมไปด้วยสีเขียวของต้นไม้น้อยใหญ่ มองออกไปจะเห็น The Circle Running Garden ที่บริเวณชั้นล่างด้วย

โซนนี้ก็จะมีมุมนั่งเล่น ออกแบบเป็นซุ้มระแนงสีขาวทรงสี่เหลี่ยม ดีไซน์โมเดิร์นด้วยการยกเพดานให้สูงขึ้นไป ตั้งกระจายอยู่ทั่วบริเวณ The Muted Garden เพื่อให้เกิดความเป็นส่วนตัวเมื่อต้องการอ่านหนังสือหรือใช้เวลาเงียบๆ อยู่กับตัวเองในพื้นที่สวน เป็นอีกหนึ่งคอนเซปต์ในการออกแบบที่ผมค่อนข้างประทับใจครับ

#โดยสรุป Life Asoke Hype ที่ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านกล้อง Leica Q2 ของกานต์ ผมชอบทุกภาพเลยครับ มันสะท้อนภาพของความสวยงามของการอยู่อาศัยที่ลูกค้าจะได้รับจริงๆ ได้เป็นอย่างดี มีไลฟ์สไตล์ที่ชัดเจน พร้อมกับการดึงอัตลักษณ์หลายๆ อย่างที่เป็นจุดขายออกมาได้อย่างสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นคอนเซปต์ในการออกแบบ Interlocked Layout Plan ทำให้ห้องดูกว้างและถ่ายรูปออกมาได้มีมิติมากขึ้น ปรับฟังก์ชันการใช้งานได้หลากหลาย ตามไลฟ์สไตล์ไฮป์ของผู้อยู่อาศัย

ที่สำคัญผมว่า สี Red Hype ที่ออกแบบเป็นพิเศษเพื่อโครงการนี้นั้น ช่วยทำให้ Life Asoke Hype มีความโดดเด่นไม่เหมือนใคร กล้าที่จะสะท้อนความแตกต่างออกมาให้ทุกคนได้เห็นและเสริมด้วยคอนเซปต์และกิมมิคที่หลากหลายและน่าสนใจ ทำให้ Life Asoke Hype เป็นคอนโดระดับ High Class ที่น่าจับตามองที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพในเวลานี้

Life Asoke Hype จองวันนี้ รับสิทธิพิเศษ 3 ต่อ*
ลงทะเบียนรับข้อมูลและสิทธิพิเศษ https://bit.ly/3AfzzML
ห้องตำแหน่งพิเศษ วิวสวนมักกะสัน เริ่ม 3.99 ล้าน*

สามารถนัดหมายล่วงหน้าผ่าน LINE Official Account เพื่อเยี่ยมชมโครงการแบบส่วนตัว
คลิก https://lin.ee/MP6qElG สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร 1623

hemm team
hemm team

• The magazine for Sharp Living, Travel Design and Lifestyle for men •