Mahanakhon Eatery

🥂จบปัญหาว่าจะนั่งร้านไหนดี‼️

เพราะ Mahanakhon Eatery #สวยทุกร้าน

#แหล่งแฮงเอ้าท์ใหม่ ใจกลางสีลม-สาทร✨

_

เห็นเพื่อนหลายคนไปลองมาแล้วบอกว่าดีย์ กานต์เลยแว๊บไปบ้างช่วงบ่ายวันก่อน ที่ Mahanakhon Eatery at Mahanakhon Cube ลงรถไฟฟ้าช่องนนทรีมาแล้วถึงเลยครับ สะดวกมาก

ที่นี่เป็นรวมร้านอาหารแบบ All day dining คือให้บริการทั้งวัน มีด้วยกัน 7 ร้านให้เลือกนั่ง แต่คอนเซ็ปต์คือ Cross-Kitchen Dining เราสั่งอาหารจากร้านไหนมาทานก็ได้ เช่น ผมอยากทานอาหารทะเลร้านโน้น ส่วนเพื่อนอยากทานพิซซ่า พาสต้าร้านนี้ แต่เพื่อนอีกคนอยากกินเนื้อย่างข้าวจี่จิ้มแจ่วปลาร้า อ๊ะ!! สั่งแบบนี้ก็ได้นะ

บรรยากาศโดยรวมผมว่าเก๋ดีนะขนาดว่าไปช่วงบ่ายๆ นั่งคุยกันทานข้าวสบายๆ พอนึกต่อไปถึงตอนค่ำหลังเลิกงานฟีลคงจะเป็นแบบแฮงเอ้าท์กันสนุกสนาน มีทั้งร้านอาหาร ขนมหวานและไวน์

กานต์เลือกนั่งที่ร้าน Isabella Italian Rotisserie by ANDREAS ผมเป็น FC เชฟอันเดรีย โบนิฟาโซ ตามมาตั้งแต่หัวหินล่ะ เชฟร่างใหญ่ใจดี ทำพิซซ่าได้อร่อยมาก ส่วนไฮไลท์จานที่ต้องสั่งคือ ไก่ออร์แกนิคอบสไตล์อิตาเลี่ยน เป็นเมนูพิเศษเฉพาะที่ Mahanakhon Eatery เท่านั้น

ส่วนแซลมอนกงฟีต์ซอสต้มข่าและเนื้อริบอายข้าวจี่ปลาร้า จากร้าน Meat and Spice by Another Hound Cafe’ ก็เป็นเมนูพิเศษสำหรับที่นี่เช่นกัน สั่งมาทานคู่กับไวน์แดง จากร้าน Maison du Vin เป็นไวน์เลาจน์โดย The Wine Merchant ผมว่าเราลองให้ Sommelier แนะนำไวน์ดีๆ มา Pairing ได้ไวน์ขาวจับคู่กับหอยนางรมนำเข้าจากฝรั่งเศสและ USA จากร้าน el’mar ซึ่งเป็นร้านอาหารสไตล์บิสโทรบรรยากาศสบายๆ ลงตัวดีเหมือนกันนะครับ

ส่วนร้าน Avril Gourmet and Bordier Selection จัด Cold Starter มาให้เป็น Charcuterie เลยครับที่มีทั้งชีสต์และโคลด์คัต ผมสั่งเพิ่มเป็น Pate en croute with foie gras ทานแล้วรสชาติเค็มๆ มันๆ อร่อยดี

ใครชอบทานของหวานต้องไม่พลาดร้าน ICI ที่ดังมาจากสุขุมวิท กับสาขาใหม่ที่ยังคงให้ความสำคัญกับดีไซน์ไม่แพ้รสชาติ ผมชอบทั้ง Chilli Crab และ My Cheese เห็นแล้วน่ารักไม่อยากกิน แต่พอกินแล้วคืออร่อย จนไม่อยากให้หมด 55 ส่วนร้านกาแฟต้องยกให้ Other Cafe ครีเอทเมนูใหม่เพื่อ Mahanakhon Eatery ชื่อว่า The CUBE และ The Cloud ทำเอาผมติดใจอยากมานั่งสั่งกาแฟทานทุกวัน แต่พอหิวก็คงจะสั่งอาหารจากร้านอื่นมาทานด้วย ตามคอนเซ็ปต์สั่งครบ จบและจ่ายในที่เดียว

ผมเขียนเล่าต่อในแคปชั่นของรูปด้านใน อยากให้เข้าไปอ่านและชมอาหารแต่ละจานกันต่อได้เลยครับ

Mahanakhon Eatery at Mahanakhon CUBE

เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.00-22.00 น.

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร 02-677-8721

หรือที่ King Power Mahanakhon

www.kingpowermahanakhon.co.th

คอนเซ็ปต์ของที่ Mahanakhon Eatery at Mahanakhon Cube คือ Cross-Kitchen Dining

เมื่อเข้ามาเราจะเห็นร้านอาหารหลากหลายอยู่ในพื้นที่เดียวกัน ตกแต่งในบรรยากาศ Modern Gathering สบายๆ สวยน่านั่งแตกต่างกันไป

เราเลือกนั่งร้านไหนก็ได้ครับเพราะสามารถสั่งอาหารจากร้านอื่นมาทานได้ด้วย เช่น ผมนั่งที่ร้าน Isabella ก็สามารถสั่งหอยนางรมนำเข้าจากฝรั่งเศสของร้าน ร้าน el’mar มาทานคู่กับไวน์จากร้าน Maison du Vin ซึ่งอยู่บนชั้นลอยโดยที่เราไม่ต้องเดินขึ้นไปสั่ง หรือต้องเปลี่ยนร้านสลับไปมาให้มันวุ่นวาย

แนะนำว่าถ้าใครชอบทานซีฟู๊ดเป็นหลักผมแนะนำให้นั่งร้าน el’mar ในบรรยากาศทะเลสบายๆ แล้วค่อยสั่งอาหารจากร้านอื่นมาทานก็ได้ครับ

วันนี้นัดกับเพื่อนจะมาทานข้าวที่ Mahanakhon Eatery at Mahanakhon Cube ผมลงรถไฟฟ้า BTS ที่สถานีช่องนนทรี แล้วถึงเลยครับหาง่ายมาก

ผมอยากทานอาหารอิตาเลี่ยนเป็นพิเศษ

ผมแนะนำว่า ให้เราหาฐานที่มั่นของเราก่อน ชอบสไตล์การตกแต่งของร้านไหนก็ปักหลักที่ร้านนั้น แล้วสั่งอาหารทุกจานจากทุกร้านมาได้เลย จากนั้นก็ค่อยสั่งเช็คบิลจ่ายทุกอย่างทีเดียวในร้านที่เรานั่งทานได้ทันที สะดวกดีเหมือนกันครับ

ผมนั่งที่ Isabella Italian Rotisserie by ANDREAS จะอยู่ด้านในหน่อย ตกแต่งบรรยากาศสบายๆ สไตล์ Hot Table หรือ Tavola Calda ในภาษาอิตาเลี่ยน นั่งหลบมุมติดกระจกด้านในเหมาะแก่การนัดเพื่อนมาเม้าท์มอยยามบ่าย

ผมสั่ง Italian Style Whole Roasted Organic Chicken เป็นไก่ออร์แกนิคอบสไตล์อิตาเลี่ยน เชฟอันเดรีย เล่าว่า จะใช้ไก่จากฟาร์มที่เขาใหญ่ นำมายัดไส้ด้วยสมุนไพรและผักประจำฤดูกาล หมักข้ามคืนด้วยเครื่องเทศสไตล์อิตาเลี่ยนให้เข้าเนื้อ จากนั้นจะนำเข้าไปอบในเครื่อง Rotisol ซึ่งจะค่อยๆ หมุนไก่ไปเรื่อยๆ ทั้งตัว ประมาณชั่วโมงครึ่ง

ระหว่างนั้น น้ำมันจากไก่จะค่อยๆ หยดลงในถาดด้านล่างซึ่งเชฟใส่มันฝรั่งเอาไว้ทำให้สุกไปพร้อมๆ กัน เป็นไก่ที่หอมเครื่องเทศมาก อบจนหนังไก่บางกรอบแต่ยังเก็บความชุ่มฉ่ำของเนื้อเอาไว้ได้ ทานกับน้ำจิ้มแจ่วหรือเกรวี่เข้ากันดีมากครับ

ต่อมาเป็นเมนูจากร้าน Avril Gourmet and Bordier Selection อยู่ใกล้ๆ กันเลยครับ จัดเสิร์ฟ Cold Starter มาให้เป็น Charcuterie เลยครับ มีทั้งชีสต์และโคลด์คัตจัดวางไว้อย่างหลากหลาย

ผมแนะนำให้สั่ง Pate en croute with foie gras เมนูสุดหรูที่มีส่วนผสมของตับห่านเชฟจะนำไปผสมกับเนื้อเป็ด อกไก่และหมู ยัดไส้ด้วยถั่วพอสทาชิโอและแครนเบอร์รี่ที่เชฟนำไปเชื่อมกับบรั่นดีมาก่อน แล้วค่อยห่อด้วยแป้งที่ฉ่ำเนย เวลาทานจะได้รสชาติหวานๆ เค็มๆ มันๆ จานนี้อร่อยดีครับ

ขอเล่าถึงร้าน Avril Gourmet and Bordier Selection กันสักหน่อย เพราะผมซื้อเลอ เบอร์ บอร์ดิเยร์ เนยชื่อดังจากฝรั่งเศสและแยมของร้านกลับไปทานที่บ้านด้วยครับ

ที่นี่เป็นศูนย์รวมวัตถุดิบคุณภาพพรีเมียมจากแหล่งผลิตชั้นยอดในฝรั่งเศสและยุโรป ส่งให้กับร้านอาหารชั้นนำและโรงแรมหรูของไทยมากมายเลยล่ะครับ มีทั้ง ไส้กรอก แฮม เนื้อสัตว์ น้ำมันมะกอก แยม เนย และอีกเยอะแยะมากมาย ใครที่เลิกงานแต่ไม่ได้มาทานข้าวก็แนะนำว่าแวะเข้ามาสั่งไปทานที่บ้านก็ได้ครับ

ใครชอบทานซีฟู๊ด ผมแนะนำร้าน el’mar หอยนางรม ล็อบสเตอร์ คาร์เวียร์คือดีย์ ผมยังสั่ง Razor Clams White Wine Chorizo จากร้านนี้ คู่กับไวน์ขาว Zuani Vigne Italy ปี 2019 จาก Maison du Vin แต่ให้มาเสิร์ฟที่ร้าน Isabella ครับ

ผมเดินขึ้นไปบนชั้นลอยจะเป็นเมซอง ดู แวงน์ (Maison du Vin) ไวน์เลาจน์สาขาใหม่ล่าสุด จาก The Wine Merchant ผู้นำด้านการจัดจำหน่ายและนำเข้าไวน์ชื่อดัง

ร้านสวยมากครับ ไว้ครั้งหน้าต้องมานั่งร้านนี้บ้าง

ผมชอบการออกแบบของ Maison du Vin เหมือนกับถ้ำที่เป็นโรงบ่มไวน์ ภายในร้านดูมืดๆ เย็นๆ ดิมไฟสลัวๆ เหมาะกับการนั่งดื่มเบาๆ มีทั้งไวน์จากโลกเก่าโลกใหม่ ไวน์หายากหลายตัว นำมารวมกันไว้ที่นี่

Sommelier จากร้าน Maison du Vin เลือกไวน์ Chateau Moulin Borie 2015 มาให้ดื่ม เป็นไวน์บอดี้กลางๆ ค่อนข้างสมดุล ผมว่าดื่มง่ายดี มีหอมกลิ่นผลไม้แบล็กเบอร์รี่ พลัม เชอรี่ มีเครื่องเทศเข้ามาเล็กน้อย

ทานคู่กับเนื้อริบอายข้าวจี่ซอสแจ่วปลาร้าที่ผมสั่งจากร้าน Meat & Spice มา ผมว่าเข้ากันดีมาก East meet West สุดๆ

Rib-Eye Khaojee E-Sarn จากร้าน Meat & Spice by Another Hound Cafe’ เนื้อนุ่มละลาย กริลล์มาได้กำลังพอดี ซอสเป็นเหมือนแจ่วปลาร้าใส่มะเขือเทศคือรสจัดจ้านมากครับ หอมนัวสุดๆ ทานคู่กับข้าวจี่ที่นำไปมูนกับกะทิก่อนนำมาจี่จนกรอบนอกนุ่มใน

จานนี้ให้เต็ม 10 ไม่หักครับ

อีกจานเป็น Salmon Confit in Snow Ocean ของร้าน Meat & Spice by Another Hound Cafe’ เช่นกัน เป็นซอสต้มข่าที่เคี่ยวกับเหล้าเบอร์เบินชั้นดีจนหอมนวลเนียน ท๊อปด้วยน้ำมันผักชีและมันกุ้ง ผมว่าไปด้วยกันได้ดีกับแซลมอนกงฟีต์มากๆ ครับ

บรรยากาศของร้าน Meat & Spice แบรนด์น้องใหม่จาก Another Hound Cafe’ ดูโมเดิร์น ขี้เล่น เป็นกันเองดีนะ มาในคอนเซ็ปต์ “เวสเทิร์นไทยทวิสต์” ผมว่าครีเอทดี มีความผสมผสานอาหารไทยกับอาหารตะวันตกเข้าด้วยกัน จนออกมาเป็นเมนูใหม่ที่รสชาติจัดจ้านและ 2 เมนูที่ผมแนะนำไปก็จะมีให้ทานเฉพาะที่ Mahanakhon Eatery เท่านั้นนะครับ

ใกล้ๆ กับร้าน Meat & Spice by Another Hound Cafe’ จะเป็นร้าน ICI อ่านออกเสียงเป็นภาษาอังกฤษว่า “อีซี่” แต่มีความหมายในภาษาฝรั่งเศสแปลว่า “ที่นี่” เป็นร้านที่คอนเซ็ปต์ดีมาก

บรรยากาศของร้านคืออีซี่ สมชื่อ นั่งสบายๆ ในบรรยากาศชิลล์ๆ แต่ร้านคือถ่ายรูปสวยทุกมุมเลยครับ

ผมว่าใครที่ชอบทานของหวานแบบผม ต้องดีใจแน่ๆ เพราะจะได้ลองทานขนมสุดครีเอทที่ยังคงบอกเล่าเรื่องราวของขนมหวานสไตล์ฝรั่งเศสมาในจานสุดน่ารักจนอดใจไม่ไหวต้องขอถ่ายรูปไปอัพลง IG

จานที่ต้องห้ามพลาดเลยมาแล้วทุกคนต้องสั่ง (บางครั้งอาจจะต้องจองล่วงหน้า) คือ Chilli Crab เป็นขนมที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเมนูยอดนิยมของสิงคโปร์ เชฟเปเปอร์นำมูสส้มจี๊ดไส้มะพร้าวอ่อน มาทำเป็นรูปก้ามปู ฐานกรุบๆ จากน้ำตาลมะพร้าว ทานคู่กับซอสคาราเมล กาแฟและเจลพริก เค้กมะเขือเทศและไข่เค็ม

ส่วนอีกจานน่ารักไม่แพ้กัน ชื่อว่า My Cheese สีเหลืองสดใสด้านบนและด้านล่างเป็นคุ๊กกี้ที่ทำมาจากพาร์เมซานชีสที่ทำจากนมวัว ได้รสชาติเค็มๆ มันๆ ทานอร่อยเลยครับ ยิ่งตักเป็นคำคู่กับชีสเค้กรสหวานๆ เนื้อเนียนนุ่มกลมกล่อมที่อยู่ตรงกลาง เป็นจานที่ถูกใจผมมากเลยครับ อร่อยกำลังดีจนน้องหนูต้องมาเกาะขอบขอชิมกับเค้าด้วย

other cafe’ เป็น Cafe’ Community ชื่อดังจากซอยรางน้ำ มาเปิดสาขาใหม่ล่าสุดที่ Mahanakhon Eatery มาพร้อมความพิเศษของสาขานี้ เพราะจะมีเมนูพิเศษ 2 แก้วครับ

คือ The Cloud เป็นกาแฟที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากท้องฟ้าที่อยู่เคียงคู่ คิง เพาเวอร์ มหานคร รสชาติดีมีความหอมครับ มีกลิ่นของน้ำแอปเปิ้ลกับเฮเซลนัท ท๊อปด้วย Creme Brulee Syrub ตีจนเป็นโฟมฟูคล้ายเมฆ

ส่วนอีกแก้วคือ The CUBE ได้แรงบันดาลใจมาจากอาคารมหานคร คิวบ์ซึ่งเป็นที่ตั้งของร้านนั่นเองครับ ใช้กาแฟ Cold Brew Concentrate ในรูปของน้ำแข็งก้อนสี่เหลี่ยม ที่จะค่อยๆ ละลายไปกับนมรสชาติ Sea Salt ซึ่งจะเพิ่มความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ เมื่อกาแฟละลาย เป็นประสบการณ์การดื่มกาแฟที่แปลกใหม่ดีครับ แก้วนี้ผมชอบมาก อยากให้มาลองบ้าง

other cafe’ เป็น Cafe’ Community ที่มีแฟนคลับเหนียวแน่น เห็นได้จากวันที่ผมไปทานคือที่ร้านคนเยอะมาก ร้านยังคงคอนเซ็ปต์การตกแต่งแบบ Minimal Rustic ที่สื่อสารเรื่องราวของกาแฟที่ซับซ้อนให้เข้าใจและเข้าถึงได้ง่าย ไม่ลืมที่จะตกแต่งร้านด้วยรองเท้าสนีกเกอร์ และนำชื่อรองเท้ามาตั้งเป็นชื่อเมนูอีกด้วย

ไว้ครั้งหน้าจะมานั่งที่ร้านนี้บ้างพร้อมกับสั่งขนมจากร้าน ICI มาทานคู่กับกาแฟ Dirty

Mahanakhon Eatery at Mahanakhon CUBE

เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.00-22.00 น.

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร 02-677-8721

อีเมล์ contact.cube@kingpower.com

หรือที่ King Power Mahanakhon
และ www.kingpowermahanakhon.co.th

hemm team
hemm team

• The magazine for Sharp Living, Travel Design and Lifestyle for men •