MEKA, Ramintra

มีใครเคยคิดเหมือนผมไหมว่า “ถ้าเกิดสถาปนิกสร้างบ้านของตัวเอง หน้าตาบ้านจะเป็นยังไงนะ” ดีไซน์มันจะต้องล้ำแปลกตาหรือว่าหรูหรา อลังการ ฟังก์ชั่นการใช้งานเกินเบอร์ไปมากหรือเปล่า?

จนกานต์ได้มาชมโครงการ “MEKA” (เมฆา) ย่านรามอินทราถึงได้รู้ว่า บ้านที่ดีต้องทั้งสวยงามและอยู่สบาย เป็นพื้นที่แห่งความสุขเหมือนที่ Zaha Hadid เคยพูดไว้

“Architecture is really about well-being. I think that people want to feel good in a space … On the one hand, it’s about shelter, but it’s also about pleasure.”

ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะโครงการ MEKA ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของ 3 พาร์ทเนอร์ คือ สถาปนิก ผู้รับเหมาและนักธุรกิจ ต่างมีประสบการณ์ในการพัฒนาที่อยู่อาศัย ดังนั้น ทั้ง 24 ยูนิตจึงเน้นไปที่งานดีไซน์อันโดดเด่น ฟังก์ชั่นครบครันและลงตัว รวมไปถึงการเลือกใช้วัสดุที่ดี มีคุณภาพ คงทนในการก่อสร้างบ้าน ที่สำคัญโครงการนี้ขายดีมากครับ

“God is in the Details” เป็นประโยคที่ Ludwig Mies van der Rohe สถาปนิกผู้บุกเบิกวงการสถาปัตยกรรมสมัยใหม่พูดอยู่บ่อยๆ จนกลายเป็นแนวคิดหลักให้กับสถาปนิกทั่วโลกในเวลาต่อมา เพราะงานออกแบบของเขาเต็มไปด้วยรายละเอียดและความพิถีพิถัน ทว่านำเสนองานออกมาอย่างเรียบง่ายที่สุด

ผมว่าบ้านในโครงการ MEKA ก็เช่นกันครับ สัมผัสแรกที่เห็นคือดีไซน์ตัวบ้านโดดเด่นต่างจากบ้านทั่วไป แปลนบ้านเป็นแบบ C-Shape แต่มีลูกเล่นในการออกแบบเยอะมาก เรียกได้ว่าทุกจุดผ่านกระบวนการคิดเชิงสถาปัตย์มาหมดแล้ว ภายในออกแบบสวย จัดวางฟังก์ชั่นได้ดี มีลิฟต์ภายใน ออกแบบให้มีความเป็นส่วนตัวแก่สมาชิกทุกคน

ขณะเดียวกัน ก็ไม่ลืมที่จะวาง Family Area ให้ได้มีปฏิสัมพันธ์กันในครอบครัว ทั้งมุมนั่งเล่น ดูทีวีและรับแขก มีห้องอเนกประสงค์ที่แยกตัวออกไปด้านข้าง ใกล้กันเป็นสระว่ายน้ำขนาดใหญ่และ Private Courtyard จัดวางที่นั่งพักผ่อนในวันสบายๆ หรือจะไปนั่งรับลมชมสวนที่ Clubhouse บรรยากาศดีราวกับว่าไม่ได้อยู่ที่ในกรุงเทพ มีพื้นที่สีเขียวพร้อมเก้าอี้นั่งจัดวางไว้ที่ Outdoor ใต้ร่มไม้ สระว่ายน้ำเป็นระบบน้ำแร่ที่ดีต่อร่างกาย มี Sunbed ให้เราได้นั่งอาบแดดในวันพักผ่อน

ไปชมภาพบรรยากาศ ตัวบ้านและการตกแต่งภายในกันก่อนครับ พร้อมกับอ่านเรื่องราวของโครงการ MEKA รามอินทรา ในแคปชั่น ที่กานต์นำมาฝากกันเช่นเคยครับ

ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิพิเศษ คลิก >> https://bit.ly/34xtSiv

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร 062-994-5222

โครงการ MEKA ตั้งอยู่บนถนนเลียบวงแหวนกาญจนาภิเษก หรือจะเข้าทางซอยรามอินทรา 83 ก็ได้เช่นกัน หน้าปากซอยเป็นที่ตั้งของสถานีรถไฟฟ้าสายสีชมพู ซึ่งกำลังจะเปิดให้บริการในปีหน้า ส่วนการเดินทางเชื่อมต่อไปยังถนนสายต่างๆ ถือว่าทำได้สะดวกมาก

ทั้งยังใกล้ทางด่วนวงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันออกหมายเลข 9 ทำให้เราสามารถเดินทางไปยังลำลูกกา–บางปะอิน และบางนา-สุวรรณภูมิได้สะดวกยิ่งขึ้นใช้เวลาไม่นานเพราะถนนหลักรถไม่ค่อยติดครับ

MEKA เป็นอีกหนึ่งโครงการที่กานตชอบมาก ด้วยความที่บ้านดีไซน์สวยต่างจากบ้านทั่วไป ลงรายละเอียดในการอยู่อาศัยมาให้ครบถ้วน สัมผัสแล้วรู้ได้ทันทีว่าผ่านกระบวนการคิดมาอย่างละเอียดถี่ถ้วนมาก

ภายในดีไซน์โดดเด่น ชอบมุมนั่งเล่นที่ดูโปร่งโล่งสบาย ให้ความรู้สึกว่าเป็นวันพักผ่อนตลอดเวลา

ที่ผมประทับใจตั้งแต่แรกเห็นคือ โครงการได้ดำเนินการเอาระบบสายไฟฟ้าลงดินให้หมดเพื่อความปลอดภัยและทำให้โครงการดูสวยงามเป็นระเบียบมากเลยครับ

เมื่อมาถึงด้านหน้าโครงการ เราได้พบกับความร่มรื่นของต้นไม้และงานดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์เริ่มตั้งแต่ป้ายโครงการและ Main Gate ที่ออกแบบประตูเหล็กให้มีลวดลายเฉพาะ เป็นสี Copper สวยหรูดูแพง แบ่งทางเข้าออกเป็น 2 ฝั่งชัดเจน

ติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัย LIV-24 จากพลัส พร็อพเพอร์ตี้ และมีเจ้าหน้าที่รปภ. ดูแลตลอด 24 ชั่วโมง

ด้านหน้าโครงการเป็นที่ตั้งของ Clubhouse ซึ่งเดี๋ยวเราจะกลับมาชมกัน แต่กานต์อยากจะพาไปที่บ้านตัวอย่างกันก่อนครับ เป็นบ้าน Type B บ้านเดี่ยว 3 ชั้น มี Penthouse ดีไซน์ Modern Luxury มีขนาดที่ดินเริ่มต้น 67.8 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 390 ตร.ม. ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ สามารถจอดรถได้ 3 คัน

มาพร้อมกับลิฟต์ส่วนตัวภายในบ้าน Private Swinming Pool และสวนสีเขียวเป็น Private Courtyard และมีห้องแม่บ้านแยกให้ต่างหากครับ

ตัวบ้านภายนอกออกแบบได้สวยมาก เน้นความโปร่งด้วยกระจกใสบานใหญ่ หน้าบ้านมี Facade อลูมิเนียมทำเป็นลายไม้ ที่จะช่วยเปิดรับแสงและปิดได้หากต้องการความเป็นส่วนตัว

ไฮไลท์คือ Private Swinming Pool สระว่ายน้ำระบบน้ำแร่อยู่บริเวณด้านข้างบ้าน

เมื่อเข้ามาด้านในจะเป็นลานจอดรถภายในบ้านมีขนาดใหญ่ สามารถจอดรถได้ 3 คัน โครงการทำหลังคามาให้แล้วเรียบร้อยจะได้ไม่ต้องไปต่อเติมเพิ่มพร้อมติดตั้งระบบที่รองรับการชาร์จแบบ EV Charger แต่หากมีแขกมาหาที่บ้านสามารถจอดรถเพิ่มด้านหน้าได้ เพราะออกแบบให้ Footpath หน้าบ้านเป็นสโลปจะได้ไม่ขวางถนนหลักมากเกินไป

ด้านซ้ายเป็นตู้เก็บของและงานระบบสระว่ายน้ำ ด้านขวาออกแบบให้เป็นทางลาดตามหลัก Universal Design รองรับการใช้งานรถเข็น หรือหากใครต้องเดินทางไปต่างประเทศบ่อยๆ แล้วลากกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ สามารถใช้ทางลาดด้านข้างได้ครับสะดวกมาก เรียกว่าคิดมาให้หมดแล้ว

ทางเข้าบ้านด้านในออกแบบให้ดูเรียบง่ายแต่สวยงามด้วยการตกแต่งกระเบื้องพอร์ซเลนลายหินสีเทาอ่อนที่บริเวณผนังหน้าบ้าน ตัดกันกับสีน้ำตาลเข้มของประตูไม้แอชบานใหญ่ ทางโครงการได้ติดตั้ง Digital Door Lock จาก HAFELE มาให้เรียบร้อยแล้ว

เมื่อเปิดประตูออกเราจะพบกับผนังด้านในที่นำภาพเขียนมาประดับตกแต่งไว้ เป็นการสะท้อนรสนิยมของผู้พักอาศัยในระดับไฮ-เอนด์ที่นิยมสะสมงานศิลปะระดับมาสเตอร์พีซจากศิลปินชั้นนำ เพื่อบ่งบอกถึงไลฟ์สไตล์ ความคิด ความอ่าน ความชอบของเจ้าของบ้าน ให้กับแขกที่มาเยี่ยมได้ทำความรู้จักไว้ในเบื้องต้นผ่านงานอาร์ต

จากทางเข้าด้านหน้าประตูออกแบบให้เป็น Foyer เล็กๆ บ้านตัวอย่าง Build-in ตู้เก็บของ ตู้เก็บรองเท้าที่บริเวณนี้ ตกแต่งโดยใช้สีโทนเข้มเพื่อรับกับประตูไม้ ติดตั้งระบบ VDO Door Phone เป็น Intercom เชื่อมต่อกับหน้าประตูหลักของโครงการจะได้มองเห็นชัดเจนว่ามาใครมาหาที่บ้าน พร้อมระบบ Home Automation ช่วยควบคุมแสงสว่างและเครื่องปรับอากาศภายในบ้านผ่านมือถือ

เมื่อเดินเข้ามาด้านในจะพบกับความใหญ่โตโอ่โถงของ Common Area ภายในบ้าน ประกอบด้วย Living Area จัดชุดที่นั่งโซฟาขนาดใหญ่ ด้านในเป็นโต๊ะรับประทานอาหารหลายที่นั่ง โถงบันไดและลิฟต์ภายใน ทางด้านซ้ายแยกเป็นห้องอเนกประสงค์เอาไว้ติดกับสระว่ายน้ำ ทำให้เป็นบ้านที่ออกแบบบรรยากาศภายในได้ดี เหมาะต่อการพักผ่อนอย่างเต็มที่เป็นรางวัลให้กับชีวิต

ผมไปถ่ายภาพตอนช่วงบ่ายทำให้ได้เห็นการหักเหของแสงและเงาเข้าบ้านผ่านผนังกระจกบานใหญ่สูงจาพื้นจรดเพดาน กลายเป็นเฉดที่สวยงามตามธรรมชาติที่ส่องผ่านเข้ามา เราสามารถติดตั้งม่านโปร่งและม่านทึบเพิ่มเติมได้

หากเปิดม่านออกไป เราจะได้มองเห็นวิวสระว่ายน้ำส่วนตัวภายในบ้านที่เชื่อมต่อพื้นที่พักผ่อนระหว่างภายในกับภายนอกเข้าไว้ด้วยกัน เป็นบรรยากาศสบายๆ ของสมาชิกทุกคนในครอบครัว

“Architecture should speak of its time and place, but yearn for timelessness.”

–Frank Gehry

ราสามารถเปิดประตูกระจกออกได้เพื่อเชื่อมต่อพื้นที่ระหว่างมุมนั่งเล่นภายในและสระว่ายน้ำภายนอกเข้าไว้ด้วยกัน หากว่ามีพูลปาร์ตี้หรือกิจกรรมภายในบ้านก็สามารถเปิดออกได้

ด้านในเป็นมุมรับประทานอาหาร บ้านตัวอย่างจัดวางโต๊ะรับประทานอาหารขนาด 6 ที่นั่งเอาไว้แต่ผมว่าถ้าหากเราต้องการโต๊ะที่มีขนาดใหญ่กว่านี้ก็สามารถทำได้ครับเพราะพื้นที่บริเวณชั้นล่างค่อนข้างกว้างขวาง

มุมรับประทานอาหาร พร้อมตู้บาร์ที่เหมาะสำหรับจัดวางเครื่องดื่มหรือเปลี่ยนเป็นตู้แช่ไวน์

ติดกันเป็นทางเข้าห้องครัวขนาดใหญ่ ทางโครงการได้ติดตั้งเคาน์เตอร์ครัวครบชุดจาก Modernform มาให้แล้ว ด้านหลังที่ติดกันกับห้องครัวจะเป็น Maid Plaza พื้นที่หลังบ้าน ลานซักล้างและห้องนอนแม่บ้านพร้อมห้องน้ำในตัว

ส่วนด้านขวามือถัดจากโต๊ะรับประทานอาหาร จะเป็นห้องน้ำแบบ Powder room คือเป็นห้องน้ำที่จะไม่มีพื้นที่อาบน้ำ สำหรับแขกและทุกคนในบ้านใช้งานร่วมกัน

ถัดไปทางด้านซ้ายจะเป็นห้องอเนกประสงค์ที่แยกออกไปได้วิวสระว่ายน้ำ หรือจะปรับเป็นห้องนอน 4 ก็ได้เช่นกัน ซึ่งการออกแบบได้คิดเผื่อมาแล้วสำหรับใครที่อยากจะปรับให้เป็นห้องนอนสำหรับผู้สูงอายุ กรณีที่บ้านอยู่กันหลาย Generations สามารถจัดเตียงนอนขนาดควีนส์ไซส์ และน่าจะยังมีพื้นที่เหลือให้เดินภายในห้องได้สบายเลยครับ รองรับทุกการใช้งาน อีกจุดที่ทางโครงการไม่ได้มองข้ามเป็น Elder Care function ก็คือการเลือกปูพื้นด้วยไวนิลลายไม้ ข้อดีก็คือเป็นพื้นที่มีความยืดหยุ่นช่วยลดแรงกระแทกและอุบัติเหตุได้ดี ห้องนี้จึงเหมาะสำหรับเป็นห้องของผู้สูงอายุครับ มาพร้อมกับห้องน้ำในตัว

หรือใครจะทำเป็นห้องนั่งเล่นพักผ่อนจิบไวน์แบบบ้านตัวอย่างก็ได้เช่นกัน เผื่อต้องการสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อนแล้วไม่อยากให้รบกวนสมาชิกคนอื่นในบ้าน ที่สำคัญเป็นห้องที่บรรยากาศดี วิวดีเพราะเชื่อมต่อกับพื้นที่ Pool Terrace ได้วิวสระว่ายน้ำ งานดีไซน์บ้านตัวอย่างออกแบบให้เป็นประตูบานเฟี้ยมบานใหญ่ สามารถเปิดออกได้จนสุดเพื่อรับลมเย็นๆ รับแสงอ่อนๆ ตอนเช้า เป็นไอเดียการออกแบบที่ดีมากครับ

สระว่ายน้ำภายในบ้านเป็นสระน้ำแร่แมกนีเซียม ของ Astral Pool (Fluidra) จากสเปน ข้อดีของน้ำแร่ก็คือไม่เป็นอันตรายต่อผิว ไม่แสบตา จะมีความอ่อนโยนมากกว่า ไร้สี ไร้กลิ่น และช่วยให้ไม่เหนียวตัวเมื่อขึ้นจากสระ มีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อโรคสูงกว่าสระคลอรีนและสระระบบเกลือ จึงเหมาะแก่การติดตั้งไว้ภายในบ้าน อย่างไรก็ตาม หากไม่ชอบเราก็สามารถเปลี่ยนเป็นสระว่ายน้ำระบบเกลือได้ครับ

นอกจากนี้ ยังออกแบบให้มีจุดนั่งแช่สไตล์ Jacuzzi ได้ฟีลลิ่งสบายๆ นวดตัวด้วยน้ำผ่อนคลาย แต่หากใครอยากว่ายน้ำออกกำลังกายจริงจัง ทางโครงการก็ได้ติดตั้งเครื่องว่ายทวนน้ำเพื่อสร้างแรงต้านเอาไว้ให้แล้วด้วยครับ เรียกได้ว่าคิดมาเผื่อให้ครบทุกมิติจริงๆ ครับ

โครงการได้ติดตั้งกริลล์ระแนงบังบริเวณที่นั่งริมสระว่ายน้ำด้านในเอาไว้เพื่อความเป็นส่วนตัวและเป็นระเบียบเรียบร้อยครับ

มุมนี้ Vibes มากครับ เหมาะสำหรับนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ จิบกาแฟยามเช้า หรือนั่งพักเหนื่อยเบาๆ ระหว่างที่ว่ายน้ำ

โถงที่มุมนั่งเล่นเป็น Double Volume ความสูง 6.25 เมตร พร้อมผนังกระจกบานใหญ่สูงจากพื้นจรดเพดานทำให้ภายในบ้านดูสูงโปร่งและเป็นการเปิดช่องแสงจากธรรมชาติให้ส่องเข้ามาด้านใน

ผมชอบฟีลลิ่งของบ้านแบบนี้มาก ให้เราได้เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติแม้จะอยู่ภายในบ้านก็มีแสงแดดส่องผ่านและมีบรรยากาศของต้นไม้สีเขียว เพราะโครงการลงต้นไม้ในบ้านบริเวณ Courtyard และด้านหน้าบ้านเอาไว้ให้แล้วด้วยครับ

มุมบันไดทางขึ้นชั้นบน ผมชอบมุมนี้มาก ทั้งการออกแบบและจัดไลท์ติ้ง ติดตั้งเป็นบันไดแบบคือไม่มีลูกตั้งแต่ดูแข็งแรงด้วยโครงสร้างเป็นเหล็ก ส่วนลูกนอนหน้ากว้าง 1 เมตร ปิดผิวหน้าบันไดด้วย Engineering Wood ลายไม้ สีโอ๊ค ออกแบบราวกันตก ใช้เป็น Tempered Glass ที่มีความหนามากขอบกระจกเป็นอลูมิเนียมดูทันสมัย

โถงบันไดจะถูกบังด้วยความสูงของฝ้าที่ดรอปลงมาจากโถงกลาง ทำให้เกิดเป็นช่องระหว่างเดินลงบันได ให้ความรู้สึกยิ่งใหญ่ในความเป็นเจ้าบ้าน ขณะเดียวกัน การเลือกใช้วัสดุจากไม้และกระจกก็ช่วยให้บ้านดูเป็นกันเอง เฟรนด์ลี่ อบอุ่น เป็นอีกมุมหนึ่งของบ้านที่ผมว่าดูโมเดิร์นดีครับ 

นอกจากนี้ ทางโครงการยังได้ติดตั้งลิฟต์เอาไว้ให้แล้วครับ เชื่อมต่อกับบันไดที่อยู่บริเวณตรงกลางบ้าน เป็นลิฟต์จาก Mitsubishi แบบเลื่อนเปิดด้านข้างสองชั้น พื้นที่โดยสารภายในค่อนข้างกว้างกว่าลิฟต์ในบ้านทั่วไปเพื่อให้รองรับรถเข็นผู้สูงอายุได้ สามารถล็อกชั้นเพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับผู้อยู่อาศัยในห้อง Penthouse ได้ด้วย ตกแต่งหน้าบานลิฟต์แบบเรียบง่ายสีโทนอ่อนเข้ากับบ้านได้ทุกสไตล์

ผมจะขึ้นชั้นบนครับ แต่จะไปทางลิฟต์ก่อนนะครับ จากนั้นค่อยไปต่อบันไดไปชั้น 3 เอาล่ะ กดลิฟต์ขึ้นมาบนชั้น 2 กันก่อนนะครับ จะพาไปชมการตกแต่งภายในกันต่อ

เราเริ่มจากห้องนอน 3 ที่อยู่ด้านหลังกันก่อน เพราะออกจากลิฟต์มาก็จะเจอมุมนี้ จัดให้เป็นที่นั่งอ่านหนังสือพักผ่อนในช่วงเวลาก่อนนอนเป็นมุมส่วนตัว แต่ยังเชื่อมต่อความสัมพันธ์กับสมาชิกท่านอื่นที่ดูทีวีอยู่ชั้นล่างได้ มาพร้อมกับหน้าต่างกระจกที่สามารถเปิดให้อากาศหมุนเวียนภายในบ้าน

ส่วนด้านข้างลิฟต์ออกแบบให้เป็นส่วน Laundry ที่มักไม่ค่อยได้เห็นกันนัก ซึ่งความเป็นจริงเราสามารถใช้ลานซักล้างหลังบ้านได้เช่นกัน ดังนั้นมุมนี้อาจจะ Build-in เป็นตู้เก็บของแทนก็ได้ ทั้งนี้ ผมว่าสถาปนิกตั้งใจออกแบบให้เราปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นได้ตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละบ้าน ส่วนติดกันเป็นประตูเปิดออกสู่ระเบียงน่าจะเป็นมุมส่วนตัวสำหรับใครที่พักอยู่ในห้องนอน 3 ด้านหลังตรงนี้

ห้องนอน 3 โซนด้านหลังบ้าน ด้วยโลเคชั่นออกแบบให้เป็นห้องมุมที่ยื่นออกไปทำให้ได้ทั้งวิวสระว่ายน้ำและสวน อีกทั้งยังเปิดรับช่องแสงจากภายนอกได้ถึง 3 มุมด้วยกัน ทำให้ห้องดูสว่างมากในตอนกลางวันจนแทบไม่ต้องเปิดไฟและยังได้ประโยชน์เรื่องการไหลเวียนถ่ายเทของอากาศภายในบ้านอีกด้วย

บ้านตัวอย่างตกแต่งห้องในโทนสี Dark Green ดีไซน์โมเดิร์น แยกส่วนพักผ่อนกับการใช้งานภายในห้องออกจากกันชัดเจน ด้านในจัดวางเตียงนอนขนาดใหญ่พร้อมโต๊ะหัวเตียงและโคมไฟ มีพื้นที่โดยรอบเตียงเดินได้สบายเลยครับ

ด้านข้างออกแบบให้มีชั้นโชว์วางของส่วนตัว ส่วนปลายเตียงเป็นชั้นวางทีวีแบบเตี้ยและเลือกแขวนทีวีไว้ที่ผนังแทน ทำให้ห้องดูเรียบหรูมากขึ้น

ผนังกั้นภายในจะอยู่ตรงประตูทางเข้าห้อง เชื่อมต่อระหว่างส่วนพักผ่อนกับมุมแต่งตัวแบบ Walk-in Closet ขนาดใหญ่เป็นแนวลึกเข้าไป ตรงกลางติดผนังเชื่อมจะเป็นโต๊ะเครื่องแป้ง และมีห้องน้ำอยู่ด้านขวามือในสุด ภายในห้องน้ำมีการแยกส่วนเปียก-แห้งชัดเจนออก ด้วยการติดตั้งฉากกั้นกระจกห้องอาบน้ำเอาไว้ให้แล้ว สุขภัณฑ์ในห้องน้ำให้เป็นของ TOTO ภายในห้องน้ำออกแบบให้มีช่องเปิดบานกระทุ้งเพื่อเปิดระบายอากาศ ไล่ความชื้นและโครงการยังได้ติดตั้งพัดลมดูดอากาศมาให้แล้วด้วยครับ

“I don’t build in order to have clients. I have clients in order to build.”

– Ayn Rand

ชั้นนี้จะมีด้วยกัน 2 ห้องนอน ออกแบบให้เป็นโถงทางเดินตรงกลางเชื่อมต่อทั้ง 2 ห้องนอน ทางเดินติดตั้งราวกันตกเป็นกระจก Tempered Glass ไร้ขอบช่วยให้พื้นที่ดูโอ่โถงยิ่งขึ้น ถ้าเปิดม่านออกเราจะเห็นเป็นวิวสระว่ายน้ำและสวนด้วยครับ

โถงทางเดินตรงกลางที่มีขนาดกว้างและดูโปร่ง เชื่อมต่อห้องนอนกับพื้นที่นั่งเล่นชั้นล่างด้วยเพดานสูงแบบ Double Volume เปิดรับแสงจากธรรมชาติด้านนอกที่ส่องมาจนถึงชั้นบนด้วยเช่นกัน

จากห้องนอน 3 โซนด้านหลังบ้าน เราเดินผ่านโถงทางเชื่อมตรงกลางเพื่อมายังห้องนอน 2 กันครับ ซึ่งการจัดวางเลย์เอ้าท์จะคล้ายกันกัน คือจากประตูห้องจะแบ่งส่วนพักผ่อนและส่วนแต่งตัวออกจากกันด้วยผนังกั้นภายใน ทว่าห้องนอน 2 นี้จะมีขนาดใหญ่กว่า

ส่วนพักผ่อนภายในห้องนอนจะอยู่ทางด้านขวามือ บ้านตัวอย่างจัดวางเตียงนอนขนาดคิงส์ไซส์ 6 ฟุตได้สบายๆ แถมยังมีพื้นที่เหลือโดยรอบ

ประดับตกแต่งด้วยชั้นวางของทางด้านขวามือของเตียงนอน ซึ่งมีบานกระจกขนาดใหญ่สำหรับเปิดรับแสงสว่างจากภายนอกและมองลงไปจะเห็นวิวสระว่ายน้ำและสวนเช่นกัน ทั้งยังช่วยในการไหลเวียนถ่ายเทของอากาศภายในห้องนอนได้อีกด้วย

ส่วนอีกฝั่งของเตียงนอนจัดวางเก้าอี้พร้อมที่พักขาสบายๆ สำหรับอ่านหนังสือหรือเล่นเกมจากมือถือตอนก่อนนอน ด้วยความที่ห้องนี้อยู่โซนหน้าบ้าน ก็จะได้มองเห็นวิวจากภายนอกด้วยครับ ออกแบบให้มีระเบียงขนาดย่อมหากต้องการเดินออกไปรับลมชมวิว

เสริมทัพความเป็นส่วนตัวด้วย Facade ขนาดใหญ่ที่สามารถเปิดปิดได้หากต้องการความเป็นส่วนตัว ส่วนปลายเตียงมีพื้นที่ค่อนข้างกว้าง เราสามารถออกแบบให้จัดวางโซฟาที่นั่งพักผ่อน นั่งนอนดูซีรีส์เกาหลีได้ในบรรยากาศสบายๆ

อีกฝั่งของห้องนอนจะเป็นมุมแต่งตัวแบบ Walk-in Closet ที่มีขนาดใหญ่พร้อมโต๊ะเครื่องแป้งแบบ Built-in บริเวณด้านหน้า และด้านในห้องแต่งตัวก็ยังมีโต๊ะเครื่องแป้งพร้อมช่องแสงธรรมชาติด้านข้างอีกหนึ่งจุด ส่วนด้านในสุดจะเป็นห้องน้ำที่ตกแต่งสวยมาก สาวๆ คงจะจองห้องนี้กันก่อน เลิฟๆ เป็นพิเศษ

เราเปลี่ยนเป็นเดินขึ้นบันไดกันดูบ้างเพื่อจะไปยังชั้น 3 ซึ่งเป็น Penthouse

โถงทางขึ้นบันไดออกแบบไลท์ติ้งได้สวยเท่มาก ด้วยการเลือกใช้สีโทนเข้มเข้ากับไม้ มีผนังกระจกเงาทำให้บ้านเราดูกว้างและมีมิติที่หลากหลาย ชานพักถูกประดับไว้ด้วยงานศิลปะ เป็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ในการออกแบบที่ดีต่อใจมาก

ขึ้นมาชั้น 3 จะเป็นโถงเล็กๆ ก่อนจะพบกับพื้นที่ขนาดใหญ่ ซึ่งผมเห็นว่าถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลักๆ ชัดเจน เร่ิมจากตรงกลางเป็น Living Area ภายในห้องนอน ซึ่งมีขนาดใหญ่มากราวกับห้องรับแขกที่ชั้นล่าง

จัดวางชุดโซฟาที่นั่งขนาดใหญ่และเก้าอี้ไว้หลายตัว บ้านตัวอย่างออกแบบให้มีทีวีติดผนังสำหรับนั่งพักผ่อน

ส่วนอีกด้านเป็นผนังกระจกบานใหญ่ที่มองลงไปจะเห็นสระว่ายน้ำและ Private Courtyard ซึ่งหากโดยสารมาทางลิฟต์ก็จะเจอมุมนั่งเล่นนี้ก่อนเช่นกันครับ

ด้านซ้ายเป็นห้องนอนขนาดใหญ่ ซึ่งแบ่งพื้นที่ไว้เป็นสัดส่วน ภายในห้องนอนจะเป็นฝ้าที่สูงถึง 3 เมตรสูงกว่าห้องอื่น ทำให้ภายในดูโปร่ง กว้างขวาง ด้านข้างยังมีพื้นที่ระเบียงที่สามารถเปิดประตูกระจกออกไปรับลมชมวิวได้เช่นกันและเป็นการเปิดช่องแสงธรรมชาติเข้าสู่ภายในห้องได้อีกหนึ่งช่องทาง

ด้านข้างยังมีพื้นที่ระเบียงที่สามารถเปิดประตูกระจกออกไปรับลมชมวิวได้เช่นกันและเป็นการเปิดช่องแสงธรรมชาติเข้าสู่ภายในห้องได้อีกหนึ่งช่องทาง

ส่วนปลายเตียงมีพื้นที่เหลือเยอะมาก เราสามารถติดตั้งชั้นวางทีวีและโต๊ะทำงานได้เลยครับแต่ที่ผมว่ามันดีมากคือการออกแบบให้มีห้องน้ำแบบ Powder Room อยู่ในห้องนอนซึ่งแยกจากห้องน้ำหลักที่อยู่อีกฝั่งของบ้านบริเวณห้องแต่งตัวทำให้สะดวกมากหากใครต้องตื่นมาเข้าห้องน้ำตอนกลางคืนบ่อยๆ แบบผม

บ้านตัวอย่างทำเป็นบานเฟี้ยมเพื่อสามารถเปิดออกได้เต็มบาน ผมลองทำภาพเปรียบเทียบระหว่างก่อน-หลังเปิดมาให้ดูด้วยครับ ภายในห้องนอนจะเป็นฝ้าที่สูงถึง 3 เมตรสูงกว่าห้องอื่น ทำให้ภายในดูโปร่ง กว้างขวาง

ผมว่าบ้าน Type B ของโครงการ MEKA มี Master Bedroom ที่ยิ่งใหญ่อลังการมากเท่าที่ผมเคยเห็นมา เพราะว่าห้องนอนกับห้องน้ำจะอยู่คนจะโซนของบ้านเลยครับ ทำให้มีความเป็นสัดส่วนมากขึ้นและเป็นส่วนตัวเนื่องจากทั้งชั้นเป็นแบบ Penthouse มีแค่ห้องเราห้องเดียว

ห้องแต่งตัวมีขนาดใหญ่ราวกับห้องนอนก็มิปาน เป็น Walk-in Closet ที่เราสามารถ Built-in ตู้เสื้อผ้าเป็นแนวสี่เหลี่ยมโดยรอบห้องได้ทุกด้าน ด้านในจะมีหน้าต่างแบบเข้ามุมเปิดรับช่องแสงส่องสว่างเหมาะสำหรับจัดวางโต๊ะเครื่องแป้งและยังมองเห็นสระว่ายน้ำชั้นล่างได้อีกด้วย

ตรงกลางห้องยังสามารถวาง Island สำหรับเก็บเครื่องประดับได้ด้วยครับ พร้อมกับมีพื้นที่โดยรอบเดินได้สบาย จะลุกจะนั่งจะลองสวมชุดใส่ชุดถือว่าสะดวกและกว้างขวางมาก

ส่วนด้านในสุดเป็นห้องน้ำที่มีขนาดใหญ่ สามารถใช้งานได้ต่อเนื่องจากห้องแต่งตัวเลย มีอ่างล้างมือแบบ His & Her พร้อมเคาน์เตอร์ Top เป็นหินอ่อน ด้านล่างสามารถเก็บของได้ สุขภัณฑ์ภายในให้เป็นของ TOTO ห้องนี้จะมีอ่างอาบน้ำในตัวด้วยพร้อมกับแยกส่วนเปียก-แห้งให้เรียบร้อย ทางโครงการติดตั้งระบบน้ำร้อน-น้ำเย็นมาให้แล้วครับนับว่าสะดวกมาก

มาดูในส่วนของ Clubhouse กันบ้างครับ นับว่าเป็นอีกหนึ่งโครงการที่ออกแบบพื้นที่ส่วนกลางได้สวยงาม ไม่ใหญ่เทอะทะ ทว่าเพียงพอต่อ 24 ยูนิตครับ ประกอบไปด้วย Welcome Lounge สระว่ายน้ำระบบน้ำแร่ ฟิตเนส และมีสวนพื้นที่สีเขียวภายในโครงการจัดวางที่นั่งให้แล้วครับ

ตัวอาคาร Clubhouse ออกแบบในสไตล์ Modern Luxury ที่สอดรับกับภาพรวมของงานดีไซน์ทั้งโครงการ มีขนาด 2 ชั้น

ภายนอกเป็นสวนขนาดใหญ่ มีทั้งไม้ยืนต้น ไม้พุ่ม ไม้ดอก ช่วยให้บริเวณนี้ดู ร่มรื่น สดชื่น สบายตา สบายใจ เหมาะแก่การเปลี่ยนบรรยากาศจากการพักผ่อนภายในบ้านมานั่งเล่นที่ส่วนกลางดูบ้างครับ

ตอนนี้จะเหลือเพียงส่วนของฟิตเนสที่ยังไม่เสร็จเรียบร้อยดีในวันที่ไปเยี่ยมชมโครงการจึงยังไม่มีรูปมาฝากกันครับ

บริเวณสวนด้านนอกสโมสรมีลานสนามหญ้าและพื้นที่ว่าง ซึ่งทางโครงการได้จัดวางโต๊ะเก้าอี้ แบบ Outdoor ไว้ให้บริการเพื่อใครอยากจะรับลมหรือพาน้องหมามาเดินเล่นชมสวนยามเย็น

นอกจากนี้ ยังออกแบบให้มีทางลาดสำหรับรถเข็นวีลแชร์ของผู้สูงอายุอีกด้วยครับ พร้อมกับปูแผ่นหินขนาดใหญ่ไว้ภายในสวนเพื่อสะดวกต่อการเดินไม่ต้องลัดผ่านสนามหญ้า

สระว่ายน้ำเป็นระบบน้ำแร่ซึ่งอยู่ชิดติดกำแพงจะได้ช่วยบังสายตาให้ความเป็นส่วนตัว สระว่ายน้ำส่วนกลางมีขนาดไม่ใหญ่มาก คือ 3.65×10.5 ม. ลึก 1.4 ม. บางจุดเป็นสเตปบันได ซึ่งมีทั้งพื้นที่ในร่มและกลางแจ้งให้เราได้ออกกำลังกาย พร้อมทั้งจัดวางเตียงนอน Sunbed เอาไว้รอบๆ สำหรับอาบแดดหรือคุณพ่อคุณแม่ที่พาลูกๆ มาเล่นน้ำก็สามารถนั่งรอและพักผ่อนไปในตัวได้ครับ

ภายใน Clubhouse จัดให้มี Welcome Lounge เพื่อใช้เป็นสถานที่พักผ่อนหรือจุดนัดพบของลูกบ้านกับแขก ในกรณีที่เราไม่อยากให้เข้าบ้าน จึงจัดให้มีชุดโซฟา โต๊ะที่นั่ง วางกระจายไว้ในหลายจุด สามารถมานั่งเล่น นั่งทำงาน ชมบรรยากาศความร่มรื่นของสวนสีเขียวภายนอกซึ่งเชื่อมต่อกัน

#โดยสรุป MEKA รามอินทรา เป็นอีกหนึ่งโครงการบ้านในฝันที่กานต์ชอบมากครับ มาชมแล้วอยากวางเงินจองเป็นเจ้าของทันที เพราะรายละเอียดของงานดีไซน์ทำให้ผมประทับใจมาก คิดมาให้แล้วแบบครบถ้วน อย่างที่บอกไปว่าพอเรามาชมโครงการที่เจ้าของเป็นสถาปนิกออกแบบด้วยตัวเองแล้วก็ทำให้การลงดีเทลทำได้ในระดับดีมาก

การออกแบบสภาพแวดล้อมเพื่ออยู่อาศัยทั้งภายในและภายนอกบ้านทำได้ดีมาก ยอมรับว่ายากเกินกว่าจะอธิบายเป็นตัวอักษร อยากให้เข้ามาชมบ้านตัวอย่างกันก่อน เพราะผมว่าฟีลลิ่งต่างจากหลายๆ โครงการที่ได้ไปชมมา อ่อ!! อีกจุดที่ผมชอบคือบ้าน Type B ที่มี Penthouse ทำให้ห้องนอนค่อนข้างกว้าง เป็นเหมือนโลกส่วนตัวที่พาเราล่องลอยมีความสุขอยู่ภายในบ้านราวกับอยู่ในก้อนเมฆ

สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร 062-994-5222
ลงทะเบียนเยี่ยมชมโครงการพร้อมรับสิทธิพิเศษ คลิก >> https://bit.ly/34xtSiv

hemm team
hemm team

• The magazine for Sharp Living, Travel Design and Lifestyle for men •