NARASIRI Krungthep Kreetha

“𝑻𝒉𝒆 𝒏𝒆𝒘 𝒍𝒖𝒙𝒖𝒓𝒚 𝒉𝒂𝒔 𝒆𝒗𝒐𝒍𝒗𝒆𝒅 𝒃𝒆𝒚𝒐𝒏𝒅 𝒑𝒆𝒐𝒑𝒍𝒆, 𝒑𝒍𝒂𝒄𝒆𝒔 𝒂𝒏𝒅 𝒕𝒉𝒊𝒏𝒈𝒔 𝒊𝒏 𝒘𝒂𝒚𝒔 𝒕𝒉𝒂𝒕 𝒇𝒊𝒍𝒍 𝒐𝒖𝒓 𝒍𝒊𝒗𝒆𝒔 𝒘𝒊𝒕𝒉 𝒇𝒂𝒔𝒄𝒊𝒏𝒂𝒕𝒊𝒐𝒏, 𝒑𝒍𝒆𝒂𝒔𝒖𝒓𝒆 𝒂𝒏𝒅 𝒎𝒆𝒂𝒏𝒊𝒏𝒈…”

กานต์เพิ่งได้อ่านบทความนี้จาก BBC เขียนถึงนิยามใหม่ของคำว่า Luxury ที่มีความหมายไปมากกว่าเรื่องของราคา ทว่าเป็นการส่ง-รับมอบประสบการณ์ใหม่ที่เหนือกว่าให้แก่กัน

เฉกเช่นโครงการนาราสิริ กรุงเทพกรีฑา (NARASIRI Krungthep Kreetha) โครงการบ้านเดี่ยวสุดหรูจาก Sansiri Luxury Collection ภายใต้องค์ประกอบชั้นเลิศ

1. Sophisticated Design การออกแบบที่แสนประณีตที่สุด นำเสนอความงดงามแบบร่วมสมัยที่จะคงไว้ซึ่งความโดดเด่นในทุกช่วงเวลา

2. State of the art Materials การคัดสรรวัสดุคุณภาพชั้นเลิศในการก่อสร้าง ค่อย ๆ บรรจงแต่งเติมเสริมต่อราวสร้างงานศิลปะชิ้นเอก สะท้อนถึงความพิถีพิถัน อันจะนำมาซึ่งความงามจากภายนอกสู่ภายในและคงทนยืนยาว

3. Unparalleled Living Experience ส่งมอบประสบการณ์การพักอาศัยที่เหนือระดับ ทั้งความสะดวกสบาย ความปลอดภัย และความเป็นส่วนตัวท่ามกลางสังคมที่มีคุณภาพ

“A Matter of Refinement งดงามในรายละเอียด” เป็น Tagline ที่สะท้อนถึงความเป็นบ้านนาราสิริได้อย่างชัดเจน เพราะไม่ว่าเวลาจะผ่านมานานเพียงใด ก็ยังคงความงดงามเอาไว้อย่างไร้ที่ติ ใช่ว่าจะสามารถใช้ชื่อนี้ได้ในทุกทำเล เพราะต้องมีองค์ประกอบที่เป็นที่สุดในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นโลเคชั่นคุณภาพในการออกแบบก่อสร้าง งานดีไซน์ที่มีความงดงามมีเรื่องราว บอกเล่ารายละเอียด ไลฟ์สไตล์และวิสัยทัศน์ของผู้อยู่อาศัยได้ และพร้อมจะส่งต่อมรดกทางคุณค่าในรายละเอียดเหล่านี้ไปสู่อีกเจนเนอเรชั่นให้สมบูรณ์แบบที่สุด

ไม่แปลกใจหาก นาราสิริ กรุงเทพกรีฑา จะเป็นอีกหนึ่งโครงการที่ขายดี มีลูกค้าจองตั้งแต่บ้านตัวอย่างยังสร้างไม่เสร็จและปิดโครงการได้ภายใน 1 เดือน เพราะแค่ได้เห็นชื่อชั้นก็การันตีคุณภาพได้ในทันที

โครงการนาราสิริ กรุงเทพกรีฑา ได้รับการออกแบบให้มีกลิ่นอายของ “มหานครนิวยอร์ก” ประมาณปี 1890-1930 ถือเป็นยุคแห่งความรุ่งโรจน์ในด้านการก่อสร้างที่อยู่อาศัยภายใต้งานสถาปัตยกรรม Renaissance Revival ด้วยแรงบันดาลใจจากหลายที่มาไม่ว่าจะเป็น Italianate, French Baroque Classicism, Roman และ German ผสานรวมกัน สะท้อนความงดงามและทรงคุณค่าซึ่งโครงการได้ถ่ายทอดออกมาราวกับการสร้างสรรค์งานศิลปะระดับ Master Piece

เราจึงได้เห็นความโดดเด่นตั้งแต่ Main Gate สูงใหญ่ประดับสัญลักษณ์ NS ของโครงการไว้อย่างสง่างาม ภายในจำลองบรรยากาศและสิ่งก่อสร้างที่เป็นภาพจำของนิวยอร์ก ทั้ง รูปปั้น Angel of the Waters และน้ำพุ Bethesda Fountain ที่ Central Park สะพานเชื่อม Clubhouse จาก Brooklyn Bridge บ้านแต่ละหลังตั้งเรียงรายอยู่ตามถนนราวกับเดินอยู่ในย่านแมนฮัตตัน ชื่อบ้านต่าง ๆ มาจาก “NoHo-North of Houston Street” หรือ ทางเหนือของถนนฮูสตัน ซึ่งเต็มไปด้วยแกลเลอรี่ ร้านอาหาร และที่อยู่อาศัยที่ทันสมัยของเศรษฐีและคนดังมากมาย ผมว่าเหล่านี้คือรายละเอียดของความงดงามที่ถูกส่งต่อนำมาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบและสร้างสังคมคุณภาพที่โครงการ นาราสิริ กรุงเทพกรีฑา

กานต์จะค่อย ๆ พาไปเดินชมสวน สโมสรและพื้นที่ส่วนกลาง จากนั้นจะไปชมบ้านตัวอย่างแบบบ้าน NoHo 6 ซึ่งเป็นบ้านขนาดใหญ่สุด ราคาประมาณ 95 ล้านบาท ผ่านรูปถ่ายและเรื่องราวในแคปชั่น ไปติดตามต่อพร้อมกันได้เลยครับ

#Narasiri#AMatterOfRefinement#SansiriLuxuryCollection

รายละเอียดเพิ่มเติม http://siri.ly/qxEIVl9

นาราสิริ กรุงเทพกรีฑา (NARASIRI Krungthep Kreetha) โครงการบ้านเดี่ยวสุดหรูจาก Sansiri Luxury Collection ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่สั่งสมชื่อชั้นและประสบการณ์มากว่า 38 ปี พร้อมที่จะส่งมอบนิยามของความหรูหราใหม่ให้กับลูกบ้านผู้ทรงเกียรติผ่านโครงการนี้ ซึ่งสามารถทำสถิติใหม่ปิดการขายโครงการมูลค่า 6,000 ล้านบาทในได้ภายใน 1 เดือน ซึ่งตรงกับวันที่เราเข้าไปถ่ายรูปรีวิวพอดี

มาถึงตอนนี้ผมจึงคิดว่าเราอาจจะไม่ต้องเล่ารายละเอียดของบ้านกันมากนัก แต่อยากเขียนถึงแนวคิดและแรงบันดาลใจในการพัฒนาโครงการของแสนสิริมากกว่า ในฐานะที่ผมเองก็เป็นแฟนตัวยงของแสนสิริมานาน

แสนสิริ ได้ชื่อว่าเป็นนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่แท้จริง เพราะไม่เพียงแต่ไปบุกเบิกทำเลเพื่อสร้างขายแต่ยังรวมไปถึงการสร้างคอมมูนิตี้เพื่อให้เกิดมูลค่าในทำเล ล่าสุด ได้ร่วมกับ 5 พันธมิตร คือ “โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ – มาร์เก็ตเพลส กรุงเทพกรีฑา- โรงเรียนนานาชาติไบรท์ตัน คอลเลจ – โรงเรียนนานาชาติ เวลลิงตัน คอลเลจ – โรงเรียนนานาชาติ แมนดาริน” พัฒนา “กรุงเทพกรีฑา คอมมูนิตี้” ให้เป็น Beverly Hills เมืองไทย ทำเลแห่งการอยู่อาศัยที่สมบูรณ์แบบในโซนกรุงเทพตะวันออก

ปัจจุบัน แสนสิริมีโครงการในกรุงเทพกรีฑา คอมมูนิตี้ คือ เศรษฐสิริ กรุงเทพกรีฑา 1-2 (ปิดโครงการ) , นาราสิริ กรุงเทพกรีฑา (ปิดโครงการ) ส่วนโครงการที่กำลังจะเปิดใหม่คือ บุราสิริ กรุงเทพกรีฑา และ บูก้าน กรุงเทพกรีฑา

อย่างไรก็ตาม โครงการที่กานต์จะพามาชมกันในครั้งนี้ คือ นาราสิริ กรุงเทพกรีฑา

ผมเก็บภาพมุมสูงมาฝากกัน จะเห็นได้ว่ามีพื้นที่ใหญ่มาก จาก Main Gate สูง 12 เมตร ดีไซน์สไตล์นิวยอร์ก ด้านหน้าประดับสัญลักษณ์ NS อักษรย่อของโครงการ

เมื่อเข้ามาภายในเราจะเห็นการปูพื้นเป็นรูปแฉกดาวคล้ายเข็มทิศเพื่อนำสายตาเราไปสู่อาคาร Clubhouse ขนาดใหญ่เบื้องหน้า เลือกใช้สีโทนน้ำตาลอมส้มอิฐแบบเดียวกับ New York Brownstone ดั้งเดิม ตัดกับสีฟ้าของน้ำในสระว่ายน้ำที่ประดับสัญลักษณ์ NS ไว้อย่างงดงาม พื้นที่ส่วนกลางยังโดดเด่นด้วยสีเขียวของต้นไม้ Lake ขนาดใหญ่ รูปปั้น Angel of the Waters และน้ำพุ Bethesda Fountain

ระหว่างทางเดินจะปูด้วยอิฐในสไตล์ Herringbone Brick Pattern เป็นลายก้างปลาดูคลาสสิคดีเหมือนเดินอยู่ที่ Central Park สองฝั่งทางเดินเต็มไปด้วยไม้พุ่มและไม้ยืนต้น มีม้านั่งจัดวางแทรกตัวอยู่เป็นระยะ ให้ความรู้สึกเหมือนนั่งพักผ่อนอยู่ใจกลางนิวยอร์ก ต้องยอมรับว่าภูมิสถาปนิกจาก REDLANDSCAPE เก็บรายละเอียดมาถ่ายทอดต่อได้ยอดเยี่ยมมาก

ใกล้กันเป็น Pavillion สำหรับนั่งในร่มบรรยากาศ Semi-Outdoor ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Bethesda Terrace เข้าไปนั่งแล้วมองออกไปเห็น Lake และน้ำพุดูสดชื่นสบายตา

ผมว่าบรรยากาศตอนเย็นๆ เป็นช่วงเวลาที่น่าจะมาทำกิจกรรมร่วมกันภายในครอบครัวครับ

การออกแบบพื้นที่ส่วนกลาง จัดวางสวนและ Clubhouse บริเวณเซ็นเตอร์ของโครงการเพื่อให้ทุกครอบครัวใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ ในบรรยากาศที่ร่มรื่น มีสะพานกลางน้ำเพื่อเชื่อมต่อทุกแลนด์สเคปเข้าด้วยกันเป็น Walk way ขนาดใหญ่

อีกด้านเป็น Maze Playground ได้แรงบันดาลใจจาก Sculpture ของ Alice in Wonderland ทำเป็นเขาวงกต มีของตกแต่งและของเล่นเสริมพัฒนาการ ทั้ง กระต่าย เห็ด หมากรุกยักษ์ สไลเดอร์ เป็น Educational Playground โดยลู่วิ่ง ลานกว้างและของเล่นเสริมพัฒนาการถูกออกแบบให้คำนึงถึงความปลอดภัยของเด็กเป็นสำคัญ

ผมเดินเล่นเพลินๆ เรื่อยมาจนถึงที่ Clubhouse ตั้งตระหง่านเด่นเป็นสง่า รอรับการมาเยือนของลูกบ้านในโครงการและแขกผู้มีเกียรติ มีด้วยกัน 2 อาคารเพื่อให้เกิดการใช้งานร่วมกันและสร้างความเป็นส่วนตัวเอกสิทธิ์เฉพาะลูกบ้านในโครงการเท่านั้น

ด้านหน้าเป็นสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ทอดยาวขนานไปกับแนวสวน สระว่ายน้ำเป็นระบบเกลือมีความยาว 25 เมตร ตกแต่งพื้นสระด้วยสัญลักษณ์ “NS” ซึ่งเป็นอักษรย่อของชื่อโครงการ พร้อมสระเด็ก โดยรอบจัดวางเก้าอี้สำหรับนั่งพักผ่อนกระจายไว้ทั่วบริเวณเพื่อให้เกิดความเป็นส่วนตัวระหว่างพักผ่อน

มองออกไปเห็นลานน้ำพุที่นำแรงบันดาลใจมาจาก Bethesda Fountain กับรูปปั้น Angel of the Waters และ Lake ใน Central Park ให้ความรู้สึกสดชื่นชุ่มฉ่ำของสายน้ำสมชื่อนาราสิริจริง ๆ ครับ

Bethesda Fountain และรูปปั้น Angel of the Waters รายละเอียดของรูปปั้นและการไหลของน้ำล้น รวมถึงกระจายตัวของน้ำพุเป็นแบบเดียวกับที่ Central Park ทั้งยังดีไซน์ให้มองเห็นน้ำพุได้จากทุกจุดจากนพื้นที่ภายในสวนส่วนกลาง

ตัวอาคาร Clubhouse ตั้งอยู่ตรงกลางของโครงการราวกับ Central Park ที่รายล้อมด้วยอาคารบ้านเรือนในแมนฮันตัน เช่นเดียวกับที่ตั้งของโครงการนาราสิริ ที่อยู่ใจกลางของกรุงเทพกรีฑาคอมมูนิตี้บนทำเลที่ดีที่สุด

สโมสรได้ทำหน้าที่สื่อสารงานสถาปัตยกรรมในยุคฟื้นฟู Renaissance Revival ตอบรับกับความเป็นที่สุดของแบรนด์นาราสิริ เพราะเป็นยุคที่รับอิทธิพลมาจากชนชั้นสูงที่เลือกและคัดสรรสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อตอบโจทย์รสนิยมสูงสุดของตัวเองเฉกเช่นเดียวกับลูกบ้านของนาราสิริ

ต้องยอมรับเลยว่า Clubhouse ออกแบบและตกแต่งได้อย่างงดงามไร้ที่ติ ผสานกลิ่นอายของยุค Gilded Age อันโดดเด่นในงานสถาปัตยกรรมยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา นำเสนอความสมมาตรที่ดูโอ่อ่า ประดับประดาด้วยรูปปั้น คิ้วบัว เหล็กประดับสีดำ รูปแกะสลักและประตูโค้งทรง Arch ผนวกเข้ากับการเลือกใช้สี Brownstone ตามแบบฉบับของที่อยู่อาศัยในมหานครนิวยอร์กอันเป็นเอกลักษณ์

ภายในอาคารสโมสร สามารถเข้าได้ทั้ง 2 ทางสำหรับลูกบ้านสามารถเดินเข้าทางประตูฝั่งสระว่ายน้ำด้านในได้เลยครับ แต่หากมีแขกมาพบเราสามารถนัดหมายที่สโมสรได้ หากไม่อยากให้เข้าไปพบที่บ้าน เพื่อให้เกิดความเป็นส่วนตัวสูงสุด โดยแขกสามารถขับรถเข้ามาด้านหน้าสโมสรและลงรถบริเวณจุด Drop-off ได้เลยครับ

ทางเข้าภายในเป็นประตูทรงโค้งวิจิตรงดงาม ตกแต่งด้วยสไตล์ Gilded Age Chic ดูเรียบหรู เน้นความสูงโปร่งของภายในห้องสูงโปร่ง ประดับประดาฝ้าเพดานด้วยลวดลายที่ออกแบบมาอย่างประณีต รับกับโคมไฟและแชนเดอร์เลียที่แขวนประดับไว้ในทุกจุด

ชั้นล่างจะมี Drawing Room ห้องพักผ่อนของสมาชิกครอบครัวและรับรองแขกผู้มาเยือน

จัดวางที่นั่งพักผ่อนกระจายไปตามห้องต่าง ๆ ออกแบบมาเพื่อให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกบ้านที่แตกต่างอย่างมีระดับ

“𝑻𝒓𝒖𝒆 𝒍𝒖𝒙𝒖𝒓𝒚 𝒊𝒔 𝒃𝒆𝒊𝒏𝒈 𝒂𝒃𝒍𝒆 𝒕𝒐 𝒐𝒘𝒏 𝒚𝒐𝒖𝒓 𝒕𝒊𝒎𝒆 – 𝒕𝒐 𝒃𝒆 𝒂𝒃𝒍𝒆 𝒕𝒐 𝒕𝒂𝒌𝒆 𝒂 𝒘𝒂𝒍𝒌, 𝒔𝒊𝒕 𝒐𝒏 𝒚𝒐𝒖𝒓 𝒑𝒐𝒓𝒄𝒉, 𝒓𝒆𝒂𝒅 𝒕𝒉𝒆 𝒑𝒂𝒑𝒆𝒓, 𝒏𝒐𝒕 𝒕𝒂𝒌𝒆 𝒕𝒉𝒆 𝒄𝒂𝒍𝒍, 𝒏𝒐𝒕 𝒃𝒆 𝒄𝒐𝒎𝒑𝒆𝒍𝒍𝒆𝒅 𝒃𝒚 𝒐𝒃𝒍𝒊𝒈𝒂𝒕𝒊𝒐𝒏.”

– Ashton Kutcher

ชั้นบนเป็นฟิตเนสขนาดใหญ่พร้อมอุปกรณ์เครื่องออกกำลังกายสุดไฮเทคที่จะมอบประสบการณ์เหนือระดับกับการออกกำลังกายในแบบ Luxury ให้กับเรา

ภายในจัดวางไว้ให้ครบทั้งลู่วิ่งคาร์ดิโอไว้ริมหน้าต่างให้เราออกกำลังกายไปพร้อมกับการชมวิวสีเขียวของต้นไม้ช่วยให้พอคลายเหนื่อยได้ พร้อมกับจัดให้มีโซนฟรีเวทให้เราออกกำลังเพื่อสุขภาพได้ตามใจ

สะพานเชื่อมระหว่าง 2 อาคารเชื่อมต่อกันด้วย Skybridge ออกแบบผสมผสานกับการใช้ Wrought Iron ซึ่งเป็นผลผลิตจากการปฏิวัติอุตสาหกรรมนำมาใช้เพื่อให้ดูแข็งแรงทนทานบริเวณภายนอก

ส่วนภายในตกแต่งด้วยซุ้มประตูโค้งให้ความรู้สึกหรูหรา

ชั้นบน ด้านหนึ่งออกแบบให้เป็น The Library และห้องจัดประชุม ตกแต่งอย่างหรูหราสวยงามพร้อมจอทีวีและอุปกรณ์เชื่อมต่อเพื่อรองรับการใช้งานให้การทำธุรกิจของเรามีความต่อเนื่อง

ส่วนอีกฝั่งออกแบบให้เป็น Punch Room ห้องสำหรับพักผ่อนและพบปะสังสรรค์ ภายในจัดวางชุดโซฟาที่นั่งทำจากหนังสีน้ำตาลและกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มดูเรียบเท่มาก มาพร้อมกับ Social Bar และ โต๊ะ Pool จัดวางตรงกลา

ผมชอบมุม Social Bar มากเลยครับ ออกแบบให้มีกลิ่นอายของคลับในนิวยอร์ก สำหรับนั่งดื่มเบาๆ ในบรรยากาศสบาย ๆ กับคนในครอบครัว หรือ จัดเลี้ยงในวันพิเศษของครอบครัวและเพื่อนสนิท

มาชมบ้านตัวอย่างกันบ้างครับกับแบบบ้าน NoHo 6 เป็นบ้านที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของโครงการ พื้นที่ใช้สอย 687 ตร.ม. 5 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ สามารถจอดรถได้ 4 คัน ด้านข้างสามารถจัดสวนเพิ่มได้

สังเกตว่าแม้กระทั่งการตั้งชื่อแบบบ้านก็ยัง การตั้งคงคอนเซปต์การพักอาศัยใจกลางมหานครนิวยอร์กด้วยการตั้งชื่อบ้านด้วยชื่อ NoHo ซึ่งมีแรงบันดาลจาก North of Houston ย่านที่อยู่อาศัยสุดหรูมีเต็มไปด้วยมหาเศรษฐี คหบดี เซเลปคนดัง อยู่กันมากที่สุด

Facade ของ Entrance Hall ทางเข้าหน้าบ้านถูกออกแบบด้วยอัตลักษณ์ของนิวยอร์กประดับโคมไฟ ให้ความรู้สึกเรียบหรู ผมรู้สึกดีใจมากที่ได้มาสัมผัสบ้านจริง เพราะยังจำได้ดีว่านี่เป็นภาพแรกที่ทำให้ผมรู้จักโครงการนาราสิริ กรุงเทพกรีฑา ซึ่งขายดีมากจากภาพโปรโมทเพียงภาพเดียว

เราจะเปิดประตูเข้าสู่ภายในตัวบ้านผ่านประตูสีเขียวเข้มซึ่งเป็น Signature ของโครงการนาราสิริ กรุงเทพกรีฑา

ลูกค้าสามารถเลือกได้ว่าจะให้บ้านติดตั้งประตูสี Manhattan Blue ประตูสีน้ำเงินเข้ม หรือ Liberty Green ประตูสีเขียวแบบบ้าน NoHo 6 หลังนี้

ผนังภายนอกสร้างผิวสัมผัสของอาคาร ด้วยเทคนิค Sandstone Multi Color ซึ่งต้องผ่านความชำนาญ เพื่อให้ได้ผลงานที่มีความงดงามและสัมผัสดุจธรรมชาติของหินทราย ดูเรียบหรูมาก ซึ่งสั่งทำขึ้นพิเศษสำหรับโครงการนี้เท่านั้น แต่ละแผ่นจะมีเฉดสีที่แตกต่างกันไปจัดเรียงไว้ให้เกิดความไม่เป็นระเบียบราวกับแผ่นหินธรรมชาติ

ด้านหน้าออกแบบให้มีลักษณะเป็น Drop-off วนรถเข้ามาจอดแล้วลงเดินเข้าบ้านได้เลยทันที ที่จอดรถสามารถจอดได้ 4 คัน ไม่รวมลานกลางบ้านซึ่งน่าจะจอดเพิ่มได้อีก 2 คัน บริเวณลานจอดติดตั้ง EV Charger ไว้สำหรับการใช้งานรถไฟฟ้าของลูกบ้าน พร้อมกับมีประตูเชื่อมต่อกับครัวด้านในเพื่อให้สะดวกในการขนของเข้าบ้าน โดยไม่ต้องผ่าน Living Area

เมื่อได้เข้ามาชมบ้านและรับฟังเรื่องราว ก็ยิ่งรู้สึกประทับใจในความเรียบโก้หรู การออกแบบที่เห็นแล้วรู้ได้ทันทีว่างานดีเทลดีมากเลยครับ

เริ่มจากโถงทางเข้าที่ออกแบบอย่างสมมาตรตามสไตล์งานสถาปัตยกรรมยุค Renaissance Revival ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่อาศัยในแมนชั่นหรูใจกลางแมนฮันตัน

ด้านข้างของ Foyer ออกแบบให้เป็น Walk In Shoes Cabinet ขนาดใหญ่ เมื่อเดินเข้ามาด้านในบ้าน หากใครสังเกตดี ๆ จะเห็นว่าประตูทั้ง 2 บานจะถูกจัดวางในตำแหน่งที่ตรงกันพอดีอย่างตั้งใจ เป็นรายละเอียดการออกแบบที่วิจิตรงดงามมาก ๆ ครับ

บ้านตัวอย่าง NoHo No.6 ตกแต่งภายในด้วยคอนเซ็ปต์ “A Naturally Elegant” ภายในบ้านจะโดดเด่นด้วยโถงกลางบริเวณ บริเวณ Sitting Area ด้วย Double Volume ความสูง 7.3 เมตร ให้เกิดความโอ่โถงโอ่อ่า ประดับประดาด้วยแชนเดอเลียร์ขนาดใหญ่ ซึ่งโครงการได้ติดตั้งระบบรอกรองรับเอาไว้ให้เรียบร้อยแล้ว

บรรยากาศภายในบ้านตัวอย่างจึงเป็นโทนขาวสะอาดตา มีความอบอุ่น ล้วนเป็นการเลือกสรรสีจากธรรมชาติเข้ามาช่วยขับเน้นความสง่างามและมีรสนิยมของผู้อยู่อาศัย ด้วยการดึงงานออกแบบอัน Timeless Classic งดงามไร้กาลเวลามาเป็นองค์ประกอบหลัก

ผมชอบการตกแต่งภายในของบ้านหลังนี้ที่ค่อนข้างเรียบหรูลงตัว ห้องรับแขกจัดวางชุดเฟอร์นิเจอร์ที่เน้นความอบอุ่นอยู่สบาย จัดวางที่นั่งไว้แบบหลวมๆ วัสดุที่เลือกใช้มีความหลากหลาย ทั้งเก้าอี้ไม้ บุด้วยผ้าหรือกำมะหยี่ เลือกโทนสีที่ไม่ฉูดฉาดจนเกินไป อาจจะมีบางสีที่เด่นสะดุดตาขึ้นมาเพื่อให้เกิดการดึงดูดความสนใจ ประดับฝาผนังด้วยภาพวาดและโคมไฟเพิ่มความสวยงาม

ถัดจากห้องรับแขกเข้าไปด้านในจะเป็นห้องพักผ่อนเพื่อความเป็นส่วนตัวของสมาชิกในครอบครัว ด้านในจัดวางชุดโซฟาที่นั่งพร้อมมุมเครื่องเสียงฟังสบายๆ

อีกด้านจัดวางเครื่องออกกำลังกายภายในบ้านตัวอย่างดูเก๋มาก เพราะเป็นการ Collaboration กันของ Technogym for Dior ทำให้บ้านดูเรียบหรูโก้มากยิ่งขึ้น เห็นแล้วอยากวิ่งออกกำลังกายขึ้นมาทันที

เครื่องออกกำลังกายหันไปทางบานหน้าต่างทรงแปดเหลี่ยมที่ยื่นออกมาหรือที่เรียกว่า Porch ซึ่งเราจะพบเห็นบ้านสไตล์นี้กันมากที่นิวยอร์ก เหมาะสำหรับการชมวิวมองความเคลื่อนไหวภายนอกบ้าน เป็นการเปิดมุมมองที่กว้างกว่า ซึ่งหน้าต่าง Porch จะอยู่ในตำแหน่งที่ตรงกันกับ Grand Master Bedroom ชั้นบนครับ

ด้านในเป็นมุมรับประทานอาหารจัดวางฟังก์ชั่นไว้อย่างเป็นสัดส่วน เพื่อให้เป็นช่วงเวลาพิเศษของทุกคนในครอบครัว บ้านตัวอย่างตั้งใจออกแบบให้มีความเป็น Open Space เชื่อมต่อกันระหว่างโต๊ะรับประทานอาหารขนาดใหญ่ประมาณ 10 ที่นั่ง

ติดกันเป็นส่วนเตรียมอาหารเชื่อมต่อกับห้องรับแขก เราสามารถนั่งจิบเบาๆ กันที่โซฟาก่อนที่จะย้ายมาทานอาหารร่วมกันในมื้อค่ำที่นี่ได้

ชุดครัวที่โครงการให้จะเป็นดีไซน์จากแบรนด์ Kohler ที่มีความพิเศษกว่า คือใช้สี Matt Grey เป็นสีเทาควันบุหรี่ที่สั่งทำขึ้นมาสำหรับโครงการนี้โดยเฉพาะ เพื่อให้เข้ากับสไตล์ของบ้าน พร้อมกับตู้แช่ไวน์ของ Kuppersbusch แบรนด์ดังจากเยอรมัน ติดตั้งอยู่ใต้ Island เช่นเดียวกับตู้เก็บของและลิ้นชักบนล่างพร้อมอุปกรณ์ด้านใน เราก็จะได้รับตามแบบบ้านตัวอย่างเลยครับ

นอกจากนี้ ที่บริเวณชั้น 1 ยังจัดให้มีห้องนอนอยู่ด้านในสุด ห้องมีขนาดกว้างขวาง ภายในห้องสามารถจัดวางเตียงนอนขนาดใหญ่ได้สบาย และยังมีพื้นที่เดินได้รอบเตียง ห้องนี้จึงเหมาะสำหรับปรับเป็นห้องนอนผู้สูงอายุเนื่องจากออกแบบมารองรับการใช้งานอย่างครบถ้วน

โครงการออกแบบมารองรับการใช้งานสำหรับผู้สูงอายุให้แล้วเรียบร้อยครับ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกปูพื้นเพื่อรองรับการกระแทก ประตูทางเข้าห้องและประตูห้องน้ำจะมีขนาดใหญ่กว่าปกติ เพื่อรองรับการใช้งานรถเข็นวีลแชร์ได้ในกรณีที่จำเป็น ส่วนภายในห้องน้ำจะปูพื้นเรียบเสมอไปกับพื้นห้องไม่มีธรณีประตูให้เดินสะดุด จัดวางที่นั่งภายในห้องอาบน้ำไว้ให้ด้วยครับ

ด้านข้างจะมีประตูกระจกบานเลื่อน อยู่ติดกับสวนด้านข้าง บ้านพร้อมที่นั่งพักผ่อนชมสวน สามารถเดินออกกำลังกายรับอากาศบริสุทธิ์ยามเช้าได้แบบส่วนตัวเลยครับ

เดินย้อนกลับมาอีกฝั่งไปทางห้องครัวจะเป็นพื้นที่โล่งเพื่อให้เราสามารถดีไซน์การใช้งานได้ตามใจ โดยบ้านตัวอย่างจัดวางให้เป็นห้องสำหรับแช่ไวน์ขนาดสูงใหญ่

เช่นเดียวกับฝั่งตรงข้ามจะเป็นช่องโล่งๆ สำหรับเก็บของ สามารถติดตั้งลิฟต์ (Optional) ได้ซึ่งบ้านจริงจะไม่มีลิฟต์ให้ จะเตรียมพื้นที่เป็นห้องเก็บของ เพื่อรองรับให้เราสามารถติดตั้งลิฟท์เองได้ในภายหลังครับ

ถัดไปด้านในเป็นห้องน้ำสำหรับแขกและสมาชิกในบ้านใช้งานที่ชั้นล่างร่วมกัน เป็นห้องน้ำแบบ Powder Room คือจะไม่มีชาวเวอร์สำหรับอาบน้ำ ภายในติดตั้งสุขภัณฑ์จาก Kohler เป็นสีพิเศษ Pink Gold ประดับบนอ่างล้างมือและผนังซึ่งตกแต่งด้วยหินอ่อนสีขาวดูโดดเด่นมากครับ

ด้านหลังสุดของบ้านจะเป็นครัวไทย ซึ่งมีขนาดค่อนข้างใหญ่กว่าห้องครัวของบ้านทั่วไป จัดวางเคาน์เตอร์ครัวเป็นรูปตัวยู (U-Shape) จะสังเกตว่ามีพื้นที่ตรงกลางเว้นว่างไว้ เราสามารถติดตั้งเป็น Island สำหรับจัดเตรียมอาหารเพิ่มเติมได้

ถัดไปด้านในจะเป็นห้องนอนของแม่บ้าน มีด้วยกัน 2 ห้องนอนพร้อมห้องน้ำ

เราเดินขึ้นไปชมชั้นบนกันบ้างครับ ตัวบ้านโดดเด่นด้วย Grand Stair บันไดขนาดใหญ่ที่ให้สัมผัสไม้จริง ปูพื้นด้วยไม้สีเข้ม สัมผัสได้ถึงความอบอุ่น ราวบันไดเป็นเหล็กซี่ฉลุลายทรงโค้งพร้ิวไหวไปตามสายน้ำ

มองจากบันไดลงไปเราจะเห็นห้องรับแขกชั้นล่างในมุมมองที่ต่างออกไป

เมื่อขึ้นมาจนสุดขั้นบันไดจะพบกับมุมที่นั่งซึ่งบ้านตัวอย่างไกด์เป็นไอเดียให้ว่าเราสามารถจัดเก้าอี้นั่งมาวางบริเวณนี้ได้เช่นกัน

ชั้นบนด้านซ้ายมือถือเป็นไฮไลท์ของบ้าน นั่นก็คือ The Sky Parlor มีลักษณะเป็น Glass Room ทรงเหลี่ยมที่ยื่นออกไปจากตัวบ้าน มีความพิเศษคือด้านบนหลังคาจะเป็นกระจกใส

บ้านตัวอย่างออกแบบให้เป็นห้องจิบน้ำชา เป็น Family Area ที่ทุกคนสามารถเข้ามาใช้พื้นที่และมีเวลาอยู่ร่วมกัน

Master Bedroom อยู่ทางด้านปีกซ้ายของบ้าน มีขนาดใหญ่มาก แต่ยังไม่เท่ากับ Grand Master Bedroom ที่มีขนาดใหญ่สุดแต่อยู่อีกฝั่งของบ้าน

ห้องนอนหลักสามารถจัดแบ่งพื้นที่การใช้งานภายในห้องได้อย่างเป็นสัดส่วน ทั้งมุมพักผ่อนจัดวางเตียงนอนไว้ตรงกลาง ด้านข้างเป็นชุดโซฟาสำหรับนั่งทำงานอ่านหนังสือ จะได้มีเวลาส่วนตัวภายในพื้นที่ของเราเอง

ที่ผมชอบมากสุดที่ในห้องนี้คือเต็มไปด้วยหน้าต่างบานใหญ่ ทำให้เปิดรับแสงธรรมชาติส่องเข้ามาในเวลากลางวันได้โดยแทบไม่ต้องเปิดไฟ อีกทั้งยังสามารถเปิดออกเพื่อระบายอากาศได้ด้วยครับ

ด้านในเป็นทางเดินไปยังห้องแต่งตัวและห้องน้ำ ระหว่างโถงทางเดินออกแบบให้เป็นตู้เสื้อผ้าสูงจรดเพดานเรียงรายกันสามารถจุของได้เยอะมาก คั่นกลางด้วยโต๊ะเครื่องแป้ง จากนั้นจะเป็นห้องน้ำที่อยู่ด้านในสุด

ตกแต่งห้องน้ำได้เรียบหรูมาก มีอ่างล้างมือแบบ His & Her พร้อมกระจกคู่ 2 บานติดกัน อีกด้านเป็นอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ที่มาพร้อมกับ Skylight เปิดช่องแสงผ่านกระจกใสให้เราสัมผัสบรรยากาศภายนอกได้เต็มตา

ส่วนหน้าต่างที่อ่างอาบน้ำเป็นบานขุ่น เราสามารถเปิดออกไปได้เช่นกัน มีประโยชน์ในการช่วยระบายความอับชื้นในห้องน้ำได้ ถัดเป็นเป็นส่วนของชาวเวอร์และสุขภัณฑ์ครับ

จาก Master Bedroom เดินออกมาด้านหน้าจะเป็น Family Area อีกหนึ่งจุดสำหรับนั่งพักผ่อน ดูทีวี เล่นเกม ทำกิจกรรมร่วมกันสำหรับสมาชิกในครอบครัว

“𝑭𝒂𝒎𝒊𝒍𝒚 𝒕𝒊𝒎𝒆 𝒊𝒔 𝒔𝒂𝒄𝒓𝒆𝒅 𝒕𝒊𝒎𝒆 𝒂𝒏𝒅 𝒔𝒉𝒐𝒖𝒍𝒅 𝒃𝒆 𝒑𝒓𝒐𝒕𝒆𝒄𝒕𝒆𝒅 𝒂𝒏𝒅 𝒓𝒆𝒔𝒑𝒆𝒄𝒕𝒆𝒅.”

—Boyd K. Packer

ทุกห้องของชั้นบนสามารถปรับเป็นห้องนอนได้เลยครับ เพราะออกแบบให้มีห้องน้ำในตัว แต่หากครอบครัวไหนที่มีสมาชิกไม่มากนัก สามารถปรับฟังก์ชั่นเป็นห้องทำงาน ห้องอ่านหนังสือได้

เหมือนบ้านตัวอย่างที่ตกแต่งห้องนี้ได้คลาสสิคดีมากครับ หรือจะปรับเป็นห้องพระก็ได้เช่นกัน

ติดกันเป็นห้องนอนที่ตกแต่งแบบวัยรุ่นชาย ดูเรียบเท่มีสไตล์ แบ่งฟังก์ชั่นการใช้สอยภายในห้องได้ดี เมื่อเดินเข้าไปจะเป็นเตียงนอนอยู่ด้านในติดกับหน้าต่างบานใหญ่ซึ่งสามารถเปิดม่านออกเพื่อเปิดรับช่องแสงจากธรรมชาติให้ส่องผ่านเข้ามาได้

หัวเตียงบุกระจกเงาสีเข้มทำให้ห้องดูมีมิติที่กว้างขึ้น พร้อมกับมีที่นั่งพักผ่อนทำการบ้านอยู่ด้านข้างเตียง ปลายเตียงติดตั้งตู้เสื้อผ้าและเป็นห้องนอนที่มีห้องน้ำในตัว

เราเดินผ่านโถงทางเดินตรงกลางของชั้นบน เพื่อจะไปสู่ห้องนอนหลักที่อยู่โซนด้านขวาของบ้าน มองลงมาจะเห็น Living Area ในมุมมองที่แตกต่างออกไป ให้ความรู้สึกโอ่โถง หรูหราสมกับความนาราสิริ บ้านระดับ Luxury ที่แสนสิริบรรจงสร้างขึ้นมาอย่างปราณีตมากๆ เลยครับ

แบบบ้าน NoHo 6 จะมีห้องนอนใหญ่ 2 ห้องนะครับ ดังนั้น ห้องนี้จึงถูกเรียกว่าเป็น Grand Master Bedroom ซึ่งตำแหน่งจะอยู่ด้านในสุดของบ้าน

เตียงนอนขนาดใหญ่ถูกจัดวางอยู่ตรงกลาง ขนาบข้างด้วยโต๊ะหัวเตียงและโคมไฟ พร้อมช่องแสงธรรมชาติที่เปิดไว้ด้านข้าง ผมกำลังทึ่งกับการออกแบบรายละเอียด Elements ต่าง ๆ ของโครงการ แม้กระทั่งหมอนยังปักสัญลักษณ์ NS เอาไว้ สะท้อนถึงความใส่ใจในเรื่องเล็กน้อยที่ไม่อาจมองข้ามได้

Grand Master Bedroom จะมีไฮไลท์คือ Porch หรือหน้าต่างที่ยื่นออกไปจากตัวบ้าน สามารถมองชมวิวทิวทัศน์จากภายในห้องนอนได้ ซึ่งตำแหน่งจะตรงกับห้องนั่งเล่นที่ชั้น 1 ดังนั้น ภายในห้องนอนจึงจัดเป็นมุมพักผ่อนริมหน้าต่างเช่นกันครับ

ถัดเข้ามาด้านในจะเป็นห้องแต่งตัวแบบ Walk-in Closet เราสามารถติดตั้งตู้เสื้อผ้าบานใหญ่ทรงสูงจากพื้นจรดเพดานไว้รอบห้องได้เลยครับ

ตู้เสื้อผ้าเลือกใช้สีที่แปลกตาให้อารมณ์เหมือนสีเขียวปนเทาดูเก๋ดี หน้าบานตู้ออกแบบให้มีลวดลายทำให้ห้องมีมิติมากขึ้น ดูสนุกสนานกับการแต่งตัวได้มากขึ้น

ตรงกลางห้องยังมีที่ว่างให้เราวาง Island สำหรับจัดเก็บเครื่องประดับได้อีกด้วย เป็นห้องแต่งตัวที่ตกแต่งได้หรูหรามากครับ

ห้องน้ำภายใน Grand Master Bedroom มีขนาดใหญ่เช่นกัน จะมีอ่างล้างมือแบบ His & Her ตั้งอยู่ตรงกลางเป็นเคาน์เตอร์ไม้พร้อมกระจกเงาแนวตั้งขอบสีทอง 2 บาน ให้อารมณ์แบบการเข้าพักในโรงแรมหรู

ด้านซ้ายเป็นห้องอาบน้ำมีชาวเวอร์ 2 จุดสำหรับอาบน้ำได้พร้อมกัน ตรงกลางด้านในเป็นอ่างอาบน้ำที่มีการเปิดช่องแสงแบบ Skylight เอาไว้ด้านบน จัดวางอ่างอาบน้ำเอาไว้ริมกระจก ส่วนด้านขวาเป็นสุขภัณฑ์อัตโนมัติที่โครงการจัดไว้ให้เรียบร้อยแล้วครับ

#โดยสรุป ทั้ง 86 ยูนิตในโครงการนาราสิริ กรุงเทพกรีฑา ผมอยากเรียกว่าเป็นการส่งต่อมรดกอันทรงคุณค่าจากรุ่นสู่รุ่น เพราะเป็นอีกหนึ่งโครงการที่ยกระดับมาตรฐานการพัฒนาที่อยู่อาศัย เต็มไปด้วยคุณภาพและการใส่ใจลงในรายละเอียด ได้แรงบันดาลใจมาจากสถาปัตยกรรมยุค Renaissance Revival ท่ามกลางกลิ่นอายแห่ง “มหานครนิวยอร์ก” ถ่ายทอดออกมาให้เป็นตามแนวคิด “A Matter of Refinement งดงามในรายละเอียด” เพื่อส่งมอบประสบการณ์ความหรูหราใหม่ที่งดงามไร้กาลเวลา ก่อให้เกิด Perceived Value หรือคุณค่าความเป็นเจ้าของให้กับลูกบ้านแสนสิริอย่างที่จริง

ตอนนี้ทุกยูนิตในโครงการถูกจับของมีเจ้าของหมดแล้วครับ ใครที่พลาดไปต้องบอกว่าน่าเสียดาย อย่างไรก็ตาม สามารถติดตามโครงการใหม่ของ Sansiri Luxury Collection ที่กำลังจะเกิดขึ้นจากแสนสิริ ซึ่งข่าวว่าจะมีทั้ง BuGaan กรุงเทพกรีฑา และนาราสิริ พหล – วัชรพล

สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร 1685
หรือ http://siri.ly/qxEIVl9

hemm team
hemm team

• The magazine for Sharp Living, Travel Design and Lifestyle for men •