Noble BE19

19 เรื่องราวที่กานต์อยากเล่าก่อนจะเข้าไปชมโครงการ Noble BE19

ลงทะเบียนรับ Cash Back สูงสุด 200,000 บาท*

คลิก https://nobleurl.com/3zNld8Z

1. คอนโดมิเนียมตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 19 แต่เข้าออกซอยสุขุมวิท 15 ได้ด้วยช่วยให้การจราจรคล่องตัวขึ้นเพราะลัดเลาะต่อไปได้หลายทาง เป็นจุดเด่นมาก

2. แต่ถ้าใครอยากใช้บริการรถไฟฟ้า สามารถเดินเท้าออกไปยังหน้าปากซอยได้จะมี BTS และ MRT เป็น Interchange Station ระยะทางไม่ไกล ซอยสุขุมวิท 19 ฟุตบาทค่อนข้างกว้างเดินได้สบาย

3. ในซอยเดินทะลุออกไปยังอโศกได้ แน่นอนว่าของกินเพียบเลยครับ แต่ถ้าเดินมาปากซอยจะมีตัวเลือกเยอะขึ้นไปอีก กินวันละร้านยังไม่ครบเลย

4. นอกจากร้านอาหารแล้วยังมีห้างสรรพสินค้าไม่ว่าจะเป็น Terminal 21, The Emquatiar ฯลฯ

5. โครงการอยู่ใกล้กับโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย แต่ก็ยังมีสถานศึกษาใหญ่อยู่ใกล้ๆ อาทิ โรงเรียนสาธิตประสานมิตร, โรงเรียนนานาชาติ NIST, โรงเรียนสายน้ำผึ้ง, มศว หรือจะนั่งรถต่อไปจุฬาก็ยังได้

6.ส่วนสถานพยาบาลที่อยู่ใกล้เคียงมีเยอะมากเลยครับ ทั้งโรงพยาบาลกรุงเทพ, โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์, โรงพยาบาลสมิตเวช, โรงพยาบาลคามิลเลี่ยน ฯลฯ

7. พื้นที่สีเขียว ก็เป็นสิ่งที่เราโหยหาเมื่อมาอยู่ใจกลางเมือง ใกล้ๆ โครงการมีสวนสาธารณะ 2 แห่งคือ สวนเบญจสิริและสวนเบญจกิตติ

8. แต่หากใครไม่อยากออกไปด้านนอก ภายในโครงการก็ออกแบบให้มีพื้นที่สีเขียวในหลายจุด ปลูกต้นไม้เยอะมาก

9. ดีไซน์แบบ Modern Classic สะท้อนความเรียบง่าย แต่มีการเล่น Form ไล่ระดับอาคารให้ดูมีลูกเล่นและเพิ่ม Facade และ Fin สีแชมเปญเป็นเส้นแนวตั้งคอยบังสายตาและตกแต่งอาคารให้ดู Luxury ยิ่งขึ้น

10. วางผังแนวเหนือใต้ ได้เรื่องทิศทางลม ใครชอบวิวสวนสวยๆ ให้เลือกห้องที่หันระเบียงไปทางทิศเหนือ แต่ถ้าใครชอบแสงสีของอาคารในเมืองให้เลือกทิศใต้จะได้ City View

11. เพดานสูง 3 เมตร ซึ่งเป็นคอนโดที่หาได้ยาก เพราะโครงการอื่นทั่วไปภายในห้องสูงจะแค่ 2.6 เมตรเท่านั้น เพิ่มขึ้นมาอีก 40 เซนติเมตร แต่กลายเป็นจุดเด่นที่น่าสนใจทำให้ห้องดูโปร่งขึ้น

12. ที่นี่จัดพื้นที่ส่วนกลางแยกส่วนให้ Tower A และ Tower B ไว้ให้ แต่ทั้ง 2 อาคารสามารถมาใช้งานด้วยกันได้

13. ไฮไลท์คือ มี Sky Lounge บนชั้น 45 ของ Tower A วิวสวยมาก ใช้พื้นที่ได้หลากหลายรองรับได้ทุกกลุ่ม

14. Swimming Pool มีทั้งสระว่ายน้ำลอยฟ้า และ Lap Pool ที่ Tower B ที่มาพร้อมต้นไม้สีเขียวเพิ่มความสดชื่น

15. โครงการขายมาให้แบบ Fully Fitted มีชุดครัว Built-in เรียบร้อยพร้อม Microwave Oven ของ Smeg, เตาไฟฟ้า MEX, เครื่องดูดควัน ของ BEST และติดตั้งสุขภัณฑ์ในห้องน้ำมาเรียบร้อย Spec ดีมากใช้ของ Grohe และ Kasch

16. พื้นที่จอดรถของโครงการจะอยู่ที่ Tower B คิดเป็น 63% (ไม่รวมการจอดแบบซ้อนคัน) แบ่งเป็นชั้นใต้ดิน 6 ชั้น, ชั้น Ground และชั้น 2

17. จะซื้อไว้อยู่อาศัยเองก็ดี เพราะทำเลคือ ทำเล Mid sukhumvit ถือว่ายอดเยี่ยม หรือจะซื้อหาเพื่อการลงทุนก็ดี ระยะสั้นอาจจะยังเงียบๆ แต่ในอนาคตอันใกล้หลังจากเปิดประเทศมี Demand มาแน่นอน

18. สาเหตุที่ตั้งราคาต้นไว้ไม่สูงมากหากเทียบกับศักยภาพของทำเล เพราะเป็นต้นทุนเก่า Noble เค้าซื้อที่ดินไว้นานแล้ว เลยทำให้ทำราคาได้ดี ยิ่งตอนนี้ราคาคือดีจนไม่อาจห้ามใจไหว

19. อยากเป็นเจ้าของสอบถามรายละเอียดได้ที่ 02-251-9955 ext. 8801-8804

โพสต์นี้จะพาไปรีวิวที่ Tower B กันบ้างครับ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ กานต์พาไปชมพื้นที่ส่วนกลาง Facility และห้องตัวอย่างที่ Tower A กันมาแล้ว

สามารถตามไปอ่านได้ที่นี่ครับ https://bit.ly/3lpnJKk

อย่างที่บอกไปว่าโครงการ Noble BE19 นิยามตัวเองเป็น “Living Seamlessly” เชื่อมชีวิตใหม่ให้ไร้รอยต่อ จึงออกแบบให้เป็นคอนโด High Rise 2 อาคารดีไซน์ Modern Classic ที่ดูกลมกลืนราวกับเป็นหนึ่งเดียวกัน

แบ่งเป็น Tower A ความสูง 48 ชั้น จำนวน 384 ยูนิต และ Tower B มีความสูง 27 ชั้น จำนวน 202 ยูนิต รวมทั้งโครงการมี 586 ยูนิต

ด้วยความที่ Tower B มีจำนวน Unit น้อยกว่า จะทำให้มีข้อดีในเรื่องความเป็นส่วนตัวจะไม่คึกคักเท่า Tower A ขณะเดียวกันทางโครงการเน้นออกแบบให้มีจำนวนห้องต่อชั้นค่อนข้างน้อย เช่น ใน Tower B จะมีเพียง 11 ห้องต่อชั้นเท่านั้น โดยที่ชั้น 23-27 จะเป็น Penthouse ซึ่งมีทั้งหมด 10 ห้อง

โครงการ Noble BE19 ออกแบบให้จอดรถที่ Tower B โดยตั้งใจทำเป็นที่จอดรถใต้ดิน 6 ชั้น โดยใช้ระบบเข้าออกโครงการอัตโนมัติแบบ Access Control และ Key Card และระบบ CCTV เพื่อรักษาความปลอดภัย และยังออกแบบระบบป้องกันบุคคลภายนอกใช้ประโยชน์จากการทะลุผ่านซอยสุขุมวิท 19 ไปยังซอยสุขุมวิท 15 ด้วย

บริเวณนี้จะเป็นจุดบริการ Double Tab คือต้องให้เจ้าของห้องมาแตะการ์ดเพื่อยืนยันว่ามาพบลูกบ้าน ไม่ใช่คนแอบใช้เป็นทางผ่าน เพราะทำเลค่อนข้างโดดเด่นนั่นเอง

ตัวอาคารมีความโดดเด่นด้วย Fin สีน้ำตาลแชมเปญวางเป็นเส้นแนวยาว วางตำแหน่งของอาคารไปตามแนวเหนือใต้ทำให้ตำแหน่งห้องส่วนใหญ่จะหันไปทางทิศที่รับลมได้ดี มีการถ่ายเทของอากาศ ส่วนเรื่องวิวนั้นเลือกได้ตามใจชอบ

Lobby ของ Tower B จะมีขนาดไม่ใหญ่เท่า Tower A แต่ก็จัดวางชุดโซฟาขนาดใหญ่ไว้รองรับการใช้บริการของลูกบ้านเวลาที่มีแขกมาพบ หรือจะนัดหมายให้ไปเจอกันที่ Tower A ก็ได้ครับเดินไม่กี่ก้าวก็ถึง

แต่ที่เป็นไฮไลท์ของ Tower B ที่ผมชอบคือการกระจายพื้นที่สีเขียวและ Facility ออกไปในหลายจุด เนื่องจากออกแบบอาคารให้เป็นแบบ Stack หรือขั้นบันไดทำให้ใช้พื้นที่ว่างด้านบนทำเป็นสวนและสระว่ายน้ำได้

Tower B ก็มีสระว่ายน้ำเช่นกันคือที่ชั้น 3 เป็นสระรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ที่มีทั้งพื้นที่ Ourdoor และในร่มใต้อาคารวางเป็นแนวยาวจึงเหมาะแก่การว่ายน้ำออกกำลังกาย ได้ฟีลลิ่งที่แตกต่างไปจากสระว่ายน้ำบนชั้น 45 ของ Tower A และยังมีสระสำหรับเด็กด้วยครับ

ทางโครงการยังได้จัดวาง Sun Deck กระจายกันไปรอบๆ สระเพื่อการพักผ่อนในวันสบายๆ ท่ามกลางบรรยากาศของความสดชื่นทั้งจากน้ำและฟ้า รวมถึงสีเขียวสบายตาของต้นไม้ที่ปลูกไว้เกือบเต็มชั้น

นอกจากนี้ ทางโครงการยังออกแบบให้ชั้น 3 ของ Tower B เป็น BBQ Area เพื่อให้ลูกบ้านได้จัดปาร์ตี้เบาๆ ริมสระ โดยได้ส่งมอบเตาบาร์บีคิวไฟฟ้าให้กับนิติบุคคลเอาไว้ให้บริการลูกบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ

ขณะเดียวกัน ชั้น 3 ยังออกแบบให้มีสวนขนาดใหญ่ English Contemporary Garden สวนพักผ่อนสไตล์อังกฤษที่มีพันธุ์ไม้หลากหลาย โดยยกระดับสวนสีเขียวจากพื้นชั้นล่างขึ้นมา

ทางโครงการปลูกต้นไม้ค่อนข้างแน่น ทำให้ไม่รู้สึกร้อน มานั่งเล่นตอนเช้าๆ หรือว่าเย็นๆ จะเป็นอะไรที่ดีมาก หรือใครมีลูกเล็ก ก็สามารถพามาเดินเล่นสัมผัสบรรยากาศของธรรมชาติใจกลางเมืองได้ เพราะออกแบบให้มีทั้งทางเดินรอบสวน ที่นั่งใต้ต้นไม้ และยังมีบ่อน้ำที่จัดไว้เพิ่มความสดชื่น

จากการได้เข้าไปนั่งเล่นอ่านหนังสือ แล้วก็เดินเล่นถ่ายรูป ก็พบว่า ฟีลลิ่งดีมากครับ ไม่ร้อนอย่างที่คิด

ส่วนใกล้ๆ จะมีสนามเด็กเล่นกลางแจ้ง ติดตั้งเอาไว้ให้ด้วย โดย Leka Studio บริษัทที่มีความเชี่ยวชาญในด้าน Playground Design ซึ่งประกอบด้วยเนินปีนป่าย อุโมง และโยกเยกสปริง ติดตั้งบนพื้นยาง เน้นออกแบบโดยคำนึงถึงเรื่องความปลอดภัยเป็นหลักและให้เด็กๆ ได้เล่นกันอย่างสนุกสนาน

ถัดจากสนามเด็กเล่นจะเป็นห้องออกกำลังกายครับ พร้อมกับ Smart Locker เพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกบ้าน

ในส่วนของฟิตเนสก็ถือว่า ทางโครงการจัดมาให้เพิ่มจาก Sky Fitness ที่ Tower A ซึ่งก็ไม่ได้น้อยหน้ากันเลยนะครับเพราะติดตั้งเครื่องเล่นมาให้เยอะมากทั้งแบบฟรีเวทและแมชชีน

ฟิตเนสที่ Tower B ก็มีขนาดกว้างใหญ่ เราสามารถวิ่งออกกำลังกายไปพร้อมกับชมวิวสวนสีเขียวได้ในคราวเดียวกัน

พื้นที่สวนส่วนกลางที่ Tower B นอกจากจะมีที่ชั้น 3 แล้วยังมีสวนและลานสนามหญ้าชั้น 19 และอีกจุดคือชั้น 23 บอกแล้วว่าที่ BE19 Noble เค้าจัดให้หนักจริงๆ ครับ

ผมพาไปชมสวนบนชั้น 19 กันก่อน จะหันหน้าไปทางทิศตะวันตกครับ ทำให้มีจุดเด่นในเรื่องของวิว Sunset ที่มีฉากหน้าเป็นอาคารน้อยใหญ่ในกรุงเทพ ส่วนฉากหลังที่เป็นไฮไลท์คือพระอาทิตย์ที่ค่อย ๆ ลับขอบตึก ซึ่งลูกบ้านสามารถมานั่งดื่มด่ำบรรยากาศที่ชั้นนี้ได้ หรือจะพาเด็กๆ มาวิ่งเล่นที่สนามหญ้าก็มีอาณาบริเวณที่กว้างขวางพอสมควร

ผมชอบการออกแบบสวนของชั้น 19 และชั้น 23 คือเน่้นความเรียบง่าย จัดวางที่นั่งเป็นรูปตัวแอล (L) ซ้ายและขวาแบบสมมาตร ที่สำคัญคือปลูกต้นไม้ไว้ดูหนาแน่นมาก

ต้องนึกภาพตามนะครับว่าเป็นสวนบนอาคาร หากเป็นที่โครงการอื่นอาจจะลงต้นไม้ไว้หลวมๆ พอให้รู้สึกว่ามีพื้นที่สีเขียวแต่จะไม่ได้ฟีลลิ่งป่ากลางกรุงแบบที่ Noble BE19 ยิ่งถ้ายอดไม้จากสวนชั้น 19 ค่อยๆ สูงขึ้นจนถึงสวนชั้น 23 น่าจะเป็นบรรยากาศของความร่มรื่นที่หาได้ยากมากครับ

ด้วยความที่สวนมี 2 จุดก็ทำให้มีที่นั่งชมวิวพระอาทิตย์ตกเพิ่มขึ้น เป็นการกระจายการใช้ Facility ของลูกบ้าน ยิ่งถ้าใครมีห้องอยู่ชั้นนี้จะเหมือนกับว่าได้มีวิวสวนส่วนตัวกันเลยทีเดียวครับ

พามาชมห้องตัวอย่างกันบ้างครับ ที่ Tower B จะมีห้องตัวอย่างอยู่ 2 ห้อง เป็นแบบ 1 ห้องนอนทั้งคู่ เริ่มจากห้องแรก Type A10 ออกแบบวางผังเป็นทรงสี่เหลี่ยมที่แบ่งฟังก์ชั่นออกเป็น 4 ช่องง่ายๆ

เนื่องจาก Noble เป็นโครงการที่เน้น Concept การใช้ชีวิตที่แตกต่างของผู้อยู่อาศัยทำให้ห้องส่วนใหญ่จึงเป็นแบบ Partly Furnished ให้เราได้ตกแต่งตามสไตล์ โครงการเปิดขายทั้งแบบ Fully Fitted และ Fully Furnished เลยครับ

เริ่มจากหน้าประตูจะเป็น Kitchen Area ซึ่งทางโครงการได้ติดตั้งชุดครัวเอาไว้ให้เรียบร้อยแล้ว

สำหรับห้องนี้โครงการได้ Built-in ชุดครัวมาให้เป็นรูปตัวแอล (L) พร้อมกับเตาไฟฟ้าของ MEX เครื่องดูดควัน BEST ส่วน Microwave Oven ยี่ห้อ Smeg พร้อมติดตั้งตู้บนล่างและมีอ่างล้างจานมาให้ด้วย ครัวจะหันแนวยาวขนานกันไปกับหน้าห้อง พร้อมกับช่องสำหรับติดตั้งตู้เย็นและเครื่องซักผ้าเพิ่มเติม

ใกล้กันเป็น Dining Area จัดวางโต๊ะอาหารขนาด 4 ที่นั่งติดผนังเอาไว้

ห้องตัวอย่างนี้ตกแต่งแบบเรียบง่ายสไตล์ Japandi ที่เน้นเฟอร์นิเจอร์ไม้และดีไซน์รูปทรงโค้งมนเพื่อลดทอนความแข็งกระด้างของวัสดุหลักคือไม้ ซึ่งห้องตัวอย่างยังนำไปใช้ในการออกแบบตู้วางทีวีขนาดใหญ่ Floor to Ceiling ด้วยความสูงของเพดานห้องถึง 3 เมตร ทำให้มีพื้นที่ของตู้ในการเก็บของได้จุมากขึ้น เหมาะสำหรับคนที่มีข้าวของเยอะ ๆ พอเพิ่มเพดานห้องให้สูงขึ้นก็จะได้ปริมาตรในการเก็บของที่เพิ่มขึ้นไปในตัวถือว่าดีมากครับ

จาก Dining Area จะมองเห็นวิวจากประตูกระจกบานใหญ่ด้านนอก ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งข้อที่ผมว่าดีและได้อานิสงค์จากการที่โครงการออกแบบให้ห้องมีเพดานสูงถึง 3 เมตร ซึ่งเกินกว่ามาตรฐานของคอนโดทั่วไป ทำให้เราได้เทควิวภายนอกได้แม้ว่าจะอยู่ด้านในสุดอีกฝั่งของห้องก็ตาม ด้านบนติดตั้งแอร์แบบ Ceiling Conceal

Living Area จัดวางโซฟาสำหรับนั่งพักผ่อนและชมวิวจากประตูกระจกระเบียงได้ ที่โครงการให้มาเป็นกระจกบานเลื่อนแบบเต็มบานเปิดออกไปด้านนอกได้ หรือจะเปิดรับลมให้อากาศถ่ายเทภายในห้องก็ได้ ซึ่งห้องตัวอย่างหันระเบียงไปทางทิศเหนือ ทำให้ได้วิวสวนสีเขียวของโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัยมาด้วย แต่ถ้ามองเลยออกไปจะเห็นถึงทางด่วนพระราม 9 ไกลๆ ซึ่งก็จะได้วิวแบบ City ตามมาด้วย

อีกจุดที่ผมชอบของห้องนี้คือการจับคู่สีตรงข้ามที่เข้ากีันได้ดีคือสีเหลืองกับน้ำเงินครับ โดยเฉพาะห้องนอนที่อยู่ด้านในพอใช้ชุดเครื่องนอนที่มีคู่สีนี้ก็ทำให้ห้องดูมีมิติมากยิ่งขึ้น ฟีลลิ่งสนุกเติมเต็มวันพักผ่อนสบายๆ

ห้องนอนจะขนานไปกับพื้นที่ด้านนอก เป็นแนวยาวอย่างที่บอก ดังนั้นด้านในสุดของห้องนอนออกแบบให้เป็นมุมแต่งตัว และห้องน้ำครับ ซึ่งได้จัดสุขภัณฑ์ อ่างล้างมือ เป็นแบรนด์ Kasch ก๊อกน้ำและชาวเวอร์เป็นแบรนด์ Grohe หรูหราดีมากครับ

นอกจากนี้ยังได้กั้น Shower Box เพื่อแยกโซนเปียกแห้งเอาไว้ให้เรียบร้อยแล้ว

ส่วนห้องตัวอย่างอีกห้องเป็น Type A3 จะตกแต่งในคอนเซปต์ที่ต่างกันออกไป ห้องแรกมาในแนวสีเหลืองน้ำเงินสดใสสไตล์ Japandi แต่ห้องนี้จะมีความเรียบเท่กว่า ด้วยการเลือกใช้โทนสีเข้ม เทา ดำ ช่างเหมาะกับคาแรกเตอร์ของผมมาก

ห้องนี้มีขนาดพื้นที่กว้างกว่า แต่ก็ออกแบบผังห้องไม่ต่างจากห้องตัวอย่างก่อนหน้ามากนัก ซึ่งสถาปนิกได้เพิ่มงานคอนเซปต์ดีไซน์เข้ามา

โดยออกแบบให้สามารถจัดวางโต๊ะทำงานเพิ่มได้ สำหรับใครที่ต้อง Work From Home แบบผม ก็จะมีมุมทำงานอยู่ติดกับประตูกระจกริมระเบียงพร้อมกับตู้หนังสือขนาดใหญ่เต็มผนัง Floor to Ceiling เพิ่มความอลังการให้กับห้อง

ส่วนชุดโซฟาจะขยับเข้ามาเล็กน้อย แต่ก็ยังถือว่ามีระยะในการรับชมทีวีที่ค่อนข้างกว้าง สามารถติดตั้งสมาร์ททีวี 55 นิ้วได้สบายเลยครับ ใกล้กันจะเป็นโต๊ะรับประทานอาหารและครัวซึ่ง Built-in ชุดครัวมาให้แล้ว ออกแบบให้ขนานไปกับผนังห้องโซนหน้าประตู

“Your time is limited, so don’t waste it living someone else’s life. Don’t be trapped by dogma – which is living with the results of other people’s thinking. Don’t let the noise of others’ opinions drown out your own inner voice. And most important, have the courage to follow your heart and intuition.”

-Steve Jobs

ส่วนห้องนอนด้านในจะมีจุดเด่นคือเปิดช่องแสงเพิ่มบริเวณหัวเตียงและระเบียงด้านข้าง ทำให้ห้องดูสว่างมากขึ้นไปอีก

อีกทั้งห้องนอนมีพื้นที่เยอะมาก สามารถจัดวางเตียงนอนขนาดใหญ่แล้วยังได้พื้นที่รอบเตียงเหลือๆ เลยครับ

ปลายเตียงติดตั้งตู้ลอยเป็นแนวยาวขนานกันไป ทำให้ได้ประโยชน์ทั้งเป็นชั้นวางของและโต๊ะเครื่องแป้งในตัว ส่วนห้องน้ำและโซนแต่งตัวจะอยู่ด้านในสุดของห้อง

ห้องตัวอย่าง Type นี้ ค่อนข้างจะลงตัวสำหรับผมครับ เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนเมืองที่ต้องการความสะดวกสบายที่ครบครัน

#โดยสรุป ในพาร์ทของ Tower B กับโครงการ Noble BE19 ที่เป็นอาคารสูง 27 ชั้น แต่ยังคงอัดแน่นไปด้วย Facility ที่กระจายตัวกันไปในหลายจุดทั้งสวนส่วนกลางในหลายชั้น และยังมีฟิตเนส สระว่ายน้ำเพิ่มขึ้นมาให้อีก เผื่อว่าลูกบ้าน Tower B ไม่อยากเดินไปใช้บริการที่ Tower A ก็สามารถพักผ่อนอยู่ในนี้ได้ พร้อมกับพื้นที่จอดรถซึ่งจะอยู่ที่อาคารนี้ทั้งหมด

อย่างที่ผมบอกไปว่าโครงการนี้ Noble ออกแบบพื้นที่ส่วนกลางมาให้เยอะสุดๆ เรียกว่าจัดมาให้เกินราคาขายไปมาก ยอมรับว่าผมใช้เวลากับ Noble BE19 ไปตลอดทั้งวัน เพราะพื้นที่ส่วนกลางเยอะและห้องตัวอย่างมีให้ชมหลาย type อยากเก็บมาเล่าให้ได้มากที่สุดเผื่อเป็นข้อมูลแนวทางในการตัดสินใจ แต่เหนือสิ่งอืื่นใดจากการที่ได้ไปสัมผัสพื้นที่จริงของโครงการมาตลอดทั้งวัน ผมกลับไม่รู้สึกว่า 2 Tower นี้แยกออกจากกันแต่อย่างใด ถ้าจะให้มองก็คือเป็นลูกเล่นของงานดีไซน์ที่มี Form อาคารที่ทำออกมาได้น่าสนใจ เพราะสุดท้ายทั้ง 2 Tower ก็เชื่อมต่อกันได้แบบลงตัว 

สามารถย้อนกลับไปอ่านรีวิวโครงการ Noble BE19 ในพาร์ทของ Tower A ได้ที่นี่ https://bit.ly/3lpnJKk

สำหรับใครที่สนใจโครงการ Noble BE19
ลงทะเบียนรับ Cash Back สูงสุด 200,000 บาท*
คลิก https://nobleurl.com/3zNld8Z

ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 02-251-9955 ext. 8801-8804

hemm team
hemm team

• The magazine for Sharp Living, Travel Design and Lifestyle for men •