Noble Gable Watcharapol

ถ้าเราได้แกะกล่องของขวัญเป็นบ้านหนึ่งหลัง

มันคงจะรู้สึกดีและมีความสุขมาก ว่าไหมครับ

_

KANT X REAL ESTATE พามารู้จักกับบ้านโนเบิล เกเบิล วัชรพล (Noble Gable) บ้านดีไซน์สวย อบอุ่น เรียบง่าย ไร้กาลเวลา เป็นบ้านที่ผมสนใจมากตั้งแต่ช่วงเปิดตัว จนกระทั่งตอนนี้เป็นเฟส 2 มีการปรับดีไซน์ให้ดูเก๋ขึ้นภายใต้แนวคิดการออกแบบ Ikigai (อิคิไก) คือความหมายของการมีชีวิตอยู่

Ikigai เป็นไอเดียหลักในการใช้ชีวิตของผมในทึุกวันนี้อยู่แล้วครับ อธิบายเพิ่มเติมสำหรับใครที่ยังสงสัยว่ามันคืออะไรกันนะ

Ikigai เป็นหลักคิดที่ทำให้คนญี่ปุ่นอายุยืน เพราะสอนให้เรารู้จักทำทุกวันให้ดีและมีความสุขกับการใช้ชีวิต การได้อยู่ในบ้านดีไซน์ที่เราถูกใจ ได้ซุกตัวอยู่ในผ้าห่ม นอนดูซีรีย์ ใช้เวลาอยู่กับคนที่เรารัก เป็นสิ่งเล็กๆ ที่เกิดขึ้นได้ในทุกวัน แต่สร้างความสุขให้เกิดขึ้นได้ภายใต้พื้นที่ชีวิตที่อยู่รอบตัวเรา

ผมถึงเข้าใจความหมายของ Ikigai มากขึ้นเมื่อได้มาชมบ้านโนเบิล เกเบิล ตัวบ้านออกแบบให้ดูเรียบง่าย เน้น Form, Function, Flow และ Flexible เข้ากับไลฟ์สไตล์และให้ความสำคัญกับเรื่องความเป็นส่วนตัว สังเกตได้จากหน้าบ้านที่เรียบๆ แต่หารู้ไม่ว่าภายในบ้านหลังนั้น ทุกคนกำลังอิ่มเอมกับมื้ออาหารตรงหน้าพร้อมกัน จากนั้นก็แยกย้ายไปสร้างความสุขให้กับตัวเองได้ง่ายๆ ภายในบ้าน หรือจะออกไปนั่งเล่นที่ Clubhouse เปลี่ยนบรรยากาศบ้างก็ได้ครับ

ผมพาไปชมบ้านตัวอย่าง 2 แบบ คือบ้านเดี่ยวและบ้านแฝดซึ่งเป็นกิมมิคที่ผมชอบมาก ผมว่าสถาปนิกต้องคิดเยอะขึ้นอีกหนึ่งสเต็ป ในการออกแบบบ้านแฝดยังไงให้ไม่เหมือนกันไปทั้งโครงการ ดังนั้น บ้านแฝดที่นี่จึงดีไซน์ให้มีลูกเล่นที่หลากหลาย เพิ่มมิติให้ตัวบ้านแต่ละหลังด้วย Facade Design ที่มีเอกลักษณ์แตกต่างกันไป แต่ยังคงความโดดเด่นของโดดเด่นของหลังคาทรงจั่วซึ่งเป็นที่มาของชื่อเกเบิล (Gable)

เราจะชอบอะไรก็ได้ แต่ต้องไม่ทิ้งความเป็นตัวตน … ไอเดียนี้ผมชอบมากครับ

ลงทะเบียนชมบ้านตัวอย่าง และรับโปรโมชั่นพิเศษ ราคาเริ่มต้น 5.6 ล้าน* ผ่อนให้ 12 เดือน* กู้เต็ม 100%* ได้ที่ https://nobleurl.com/3zwILwN

โนเบิล เกเบิล วัชรพล เป็นบ้านที่ผมสนใจมากตั้งแต่ช่วงเปิดตัว จนกระทั่งตอนนี้เป็นเฟส 2 มีการปรับดีไซน์ให้ดูเก๋ขึ้น

ผมพาไปชมบ้านตัวอย่าง 2 แบบ คือบ้านเดี่ยวและบ้านแฝด ซึ่งมีความโดดเด่นกว่าบ้านในโครงการอื่นคือเรื่องดีไซน์และการออกแบบฟังก์ชันการใช้งานภายในที่เชื่อมต่อกับภายนอกบ้าน

“Home is the nicest word there is.”

-Laura Ingalls Wilder

ก่อนจะเข้าไปชมบ้านตัวอย่าง ผมมีโอกาสเดินผ่านสระว่ายน้ำส่วนกลาง ดีไซน์สวยดูสดชื่นมากครับ เป็นไปตามคอนเซ็ปต์เปิดสู่ธรรมชาติอย่างกลมกลืนและให้เกิดการเข้าถึงของลูกบ้านทุกคนได้อย่างเท่าเทียม

ผมเริ่มจากการพาชมบ้านแฝดก่อนนะครับ แบบบ้านนี้ชื่อว่า GEMI ขนาด 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ มีพื้นที่ใช้สอย 148 ตร.ม. เป็นบ้านแฝดที่หน้ากว้างมาก บนที่ดิน 41 ตร.วา แต่ว่าให้ความรู้สึกเหมือนว่าอยู่บ้านเดี่ยวมากกว่า ที่หน้าบ้านทุกหลังทางโครงการจะเดินสายไฟเอาไว้เผื่อให้ลูกบ้านติดตั้งมอเตอร์ประตูไฟฟ้าโดยไม่ต้องเดินสายไฟใหม่เอง พร้อมกับติดตั้งระบบ Fiber To The Home โดยแยกสัญญาณเข้าสู่ระบบโทรศัพท์พื้นฐาน อินเตอร์เน็ตและเคเบิลทีวีภายในบ้านเอาไว้แล้ว ทำให้สะดวกมากขึ้นครับ

ด้านหน้าทางเข้าจะมีห้องเก็บของ เหมาะสำหรับคนที่มีสมบัติอยากทิ้งแต่ยังทำใจไม่ได้ (เช่นผมเป็นต้น) เตรียมไว้ให้หลายจุดมากครับ หน้าบ้านยังติดตั้งโคมไฟ Motion Sensor ส่องสว่างเอาไว้ให้เรียบร้อยแล้ว

หน้าบ้านเป็นหลังคาทรงจั่วตามชื่อเกเบิล ส่วนตัว Facade ยังคงล้อไปกับเฟสแรกที่มีดีไซน์เป็นลอนดูเรียบง่าย แต่ภายในบ้านซ่อนรายละเอียดเอาไว้เยอะมาก แต่ดีไซน์หน้าตาออกมาให้ดูแตกต่างกันไป เพื่อที่โครงการจะได้สวยงามหลากหลายไม่จำเจ แต่ยังคงคุมโทนสีได้ดี 

ส่วนการออกแบบภายในนั้น เป็นแบบ Open Plan เชื่อมต่อพื้นที่ภายในอย่างสมดุล

ประตูบ้านจะเป็นบานไม้จริงที่เจาะช่องแสงเอาไว้ เพื่อดูความเคลื่อนไหวภายนอก โถงด้านหน้าออกแบบให้เป็นที่เก็บของ รองเท้าและชั้นวาง

ทางสถาปนิกจะเริ่มจากการออกแบบฟังก์ชันการใช้งานจริงภายในบ้านก่อน เพื่อให้ตอบโจทย์ของสมาชิกแต่ละครอบครัวที่มีไลฟ์สไตล์แตกต่างกันไป เป็นงานดีไซน์ที่ค่อนข้างยืดหยุ่นตามต้องการ แต่ยังคงไอเดียหลักคือเรื่องของ Form, Function, Flow และ Flexible

โทนการตกแต่งบ้านตัวอย่างของบ้านแฝดจะเน้นดีไซน์ที่มีสีสันกว่า เนื่องจากกลุ่มลูกค้าที่มองไว้จะเป็นครอบครัวเริ่มต้น อายุยังไม่มาก ดังนั้น งานดีไซน์จะดูสนุกและมีลูกเล่นมากขึ้น เนื่องจากเป็นบ้านหน้ากว้าง ดังนั้น Space ภายในบ้านจึงเชื่อมต่อกันได้เยอะ

ชั้นล่างนี้จะมีห้องน้ำในตัวด้วยครับ อยู่ใกล้กับประตูทางเข้า ซึ่งจะสังเกตว่าการวางผังจะต่างจากโครงการอื่น

Common Area ด้านหน้าที่เป็นมุมนั่งเล่นเน้นเปิดโล่งด้วยช่องแสงผ่านกระจกรอบบ้าน ช่วยให้บ้านดูกว้าง ให้อารมณ์แบบบ้านเดี่ยวเลยครับ หน้าบ้านหันหน้าไปทางทิศใต้ได้ในเรื่องของทิศทางลมที่ไหลผ่านเข้าบ้าน ซึ่งในช่วงบ่ายไปถึงเย็นจะมีแดดส่องเข้ามาทำมุมเฉียงเล็กน้อยพอให้เกิดแสงและเงาพาดผ่านที่สวยงาม

มุมนั่งเล่นภายในบ้านตัวอย่างจัดวางชุดโซฟาขนาดใหญ่เอาไว้

เนื่องจากเป็นบ้านหน้ากว้าง ผนังด้านหลังบ้านจึงลากยาวตามมาด้วย โดยเปิดเป็นประตูบานกระจกใส ทำให้ได้แสงธรรมชาติเยอะมากในช่วงเวลากลางวัน โดยแทบไม่ต้องเปิดไฟ ผมได้ฟังวิธีการออกแบบบ้านในโครงการจากสถาปนิก พบว่า เป็นการออกแบบจากภายในสู่ภายนอก คือจะดูก่อนว่าจัดวางเฟอร์นิเจอร์ประเภทไหนไว้ตรงไหน จากนั้นจะคำนึงถึงช่องแสงว่าเปิดตรงไหน เท่าไรจึงจะพอดี

Living Area เชื่อมต่อกับมุมรับประทานอาหารที่ออกแบบให้เป็นโต๊ะกลม นั่งทานข้าวกันสบายๆ พ่อ แม่ ลูก ส่วนด้านในสุดเป็นเคาน์เตอร์บาร์ และ Pantry เชื่อมต่อกับครัว

ส่วนใต้บันไดทางขึ้นชั้น 2 ออกแบบให้เป็นห้องเก็บของขนาดใหญ่ที่เดินเข้าไปด้านในได้เลย ไม่ต้องมุด ช่วยให้บ้านดูสะอาดเรียบร้อยขึ้น

ด้านหลัง เป็นระยะถอยร่น แต่ทางโครงการลองออกแบบมาเป็นไอเดียเพื่อการใช้งานที่หลากหลายว่าสามารถปรับเพิ่มเป็นอะไรได้บ้าง เช่น ทำเป็นสวนเล็กๆ ด้านหลัง วางกระถาง บอนไซ หรือเอาไว้นั่งดริปกาแฟ อ่านหนังสือพิมพ์ตอนเช้าๆ ได้ ซึ่งค่อนข้างตรงจริตผมมากในการลงรายละเอียดงานออกแบบลักษณะนี้

ลานซักล้างด้านหลังบ้านทางโครงการได้ลงเสาเข็มแบบสั้นเอาไว้ให้เรียบร้อยแล้วครับ เป็นโครงการที่สเปคดีมาก เตรียมพร้อมความจำเป็นเอาไว้ให้เลยในหลายจุด ช่วยอำนวยความสะดวกเราในฐานะผู้ซื้อได้ดี

ขึ้นบันไดมาชั้น 2 ระหว่างทางเดินขึ้นจะเจาะผนังเปิดช่องแสงเข้ามาเพื่อให้บ้านดูโฟลว์มากขึ้น โดยเฉพาะมุมบันได โถงจะยกสูงและออกแบบให้มีโคมไฟดีไซน์คลายโคมกระดาษสไตล์ญี่ปุ่นขนาดใหญ่เอาไว้ แต่ดีไซน์ดูโมเดิร์นกว่า ผนังด้านข้างประดับด้วยกรอบรูปสไตล์อาร์ต

โถงกลางบ้านบริเวณชั้นบนออกแบบให้ดูเป็นการจัดแสดงงานศิลปะแบบจัดวาง เพื่อโชว์พื้นที่กว้างบริเวณใจกลางบ้านเชื่อมต่อกับห้องนอนทั้ง 3 เข้าด้วยกัน

เมื่อขึ้นมาจะเจอกับห้องนอน 3 ซึ่งบ้านจริงจะเป็นผนังทึบครับ แต่บ้านตัวอย่างจัดการทุบออกเนื่องจากเป็นจุดที่ไม่ได้รับน้ำหนัก เพื่อเป็นไอเดียให้กับลูกบ้านกรณีที่อยู่กันแค่ 2 ห้องนอน อยากทำมุมนี้ให้เป็น Family Area หรือห้องทำงานก็ได้ ห้องเธียเตอร์ก็ได้ ส่วนบ้านตัวอย่างได้ออกแบบให้เป็นห้องทำงาน ที่โต๊ะสามารถพับเก็บขึ้นได้ เพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอย กลายเป็นมุมเปิดโล่งที่เชื่อมต่อกับโถงบันไดไปโดยปริยาย หรือหากจะคงไว้เป็นห้องนอนตามเดิม มุมผนังด้านนี้ก็จะกลายเป็นตู้เสื้อผ้าแบบ Walk-in Closet ไปในทันที เป็นงานดีไซน์ที่ Fexible ตรงตามคอนเซ็ปต์เลยครับ

ส่วนตรงกลางจะเป็นห้องน้ำที่ใช้งานร่วมกันระหว่างห้องนอน 2 และห้องนอน 3 ซึ่งจะมีประตูเปิดออกคนละบาน ดังนั้น เวลาใช้งานจริง อาจจะต้องล็อคประตูห้องน้ำให้ดีในฝั่งที่ตรงกันข้ามกับห้องนอนตัวเอง หรือมีวิธีส่งสัญญาณให้อีกฝ่ายทราบได้ ไม่งั้น จ๊ะเอ๋แน่ๆ 555

ห้องนอน 2 จะอยู่ด้านหลัง ห้องนี้สามารถปรับเปลี่ยนเป็นห้อง Living หรือห้องนอนได้เช่นกันครับ โดยมีฟังก์ชั่นการใช้งานที่ยืดหยุ่นคุ้มค่า เช่น ตู้เสื้อผ้าซ่อนเข้ามุมไว้เพื่อความเป็นสัดส่วน และจัดเป็นชั้นวางหนังสือด้านข้างได้ด้วย บ้านตัวอย่างถูกออกแบบให้เป็นห้องนั่งเล่นที่ได้รับแสงยามเย็นสาดส่องเข้ามา ผมว่าสวยดีครับ

Master Bedroom จะอยู่ด้านหน้า ฝั่งตรงข้ามกับห้องนอน 2 ครับ ภายในออกแบบฟังก์ชันเป็นรูปตัวแอล (L) โดยจัดวางเตียงเอาไว้หันหัวนอนไปทางด้านหน้าบ้าน เปิดช่องแสง 2 บาน และมีหน้าต่างด้านข้างเข้ามาช่วย แดดลงในห้องนอนสวยมาก ติดกับมุมแต่งตัวแบบ Walk-in Closet ส่วนด้านในสุดจะเป็นห้องน้ำครับ ที่จัดวางสุขภัณฑ์ อ่างล้างหน้า และห้องอาบน้ำเอาไว้ โดยแยกส่วนเปียกแห้งให้ด้วย แต่จะไม่มีอ่างอาบน้ำครับ

ส่วนด้านข้างเป็นระเบียงเล็กๆ เอาไว้นั่งเล่น เป็นระเบียงแนวลึกที่หากเงยหน้ามองจากถนนขึ้นมาจะดูไม่เห็น แต่เราสามารถดูความเป็นไปของผู้คนที่ผ่านไปมาได้ ถ้ามาอยู่จริง น่าจะเป็นมุมโปรดของผม

ผมได้ไอเดียว่า ถ้าเป็นผมอยู่คนเดียวหรืออยู่กับแฟน 2 คน จะยุบห้องนอนหลักกับห้องนอน 2 เข้าด้วยกัน กั้นประตูใหม่ตรงหน้าห้องน้ำด้านนอก แล้วปิดประตูห้องน้ำที่เชื่อมต่อ เพื่อให้ห้องนอน 3 ใช้งานห้องน้ำได้อย่างสบายใจ เราก็จะได้ห้องนอนที่กว้างขึ้น มีพื้นที่ส่วนตัวภายในห้องมากขึ้น ก็เป็นไอเดียที่น่าสนใจเผื่อใครอยากลองปรับทำตาม

ส่วนบ้านเดี่ยวหลังใหญ่ แบบบ้านนี้ชื่อว่า AINO ขนาด 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ มีพื้นที่ใช้สอย 182 ตร.ม. จอดรถได้ 2 คัน หน้าบ่้านลงเสาเข็มสั้นเอาไว้ให้เรียบร้อยแล้วครับ จริงๆ บ้านโนเบิล เกเบิล ให้ความสำคัญกับเรื่องการยุบตัวของบ้านและเผื่อเกิดสถานการณ์น้ำท่วม จึงถมที่เอาไว้ค่อนข้างสูงและพักดินไว้นานมากกว่าจะลงมือสร้าง เพื่อให้ดินแน่นและให้แน่ใจว่าความสูงระดับนี้เอาอยู่แน่นอน

โครงการวางผังบ้านในแนวทิศเหนือใต้ ทำให้ได้ลดปัญหาเรื่องการรับแดด แต่ไปรับทิศทางลมแทน ช่วยเรื่องการไหลเวียนถ่ายเทและประหยัดพลังงาน ใช้ระบบระบายความร้อนใต้หลังคาด้วยลมธรรมชาติ โดยไม่ใช้พลังงานไฟฟ้า เพื่อช่วยลดความร้อนเข้าสู่ตัวบ้าน (Passive Ventilation) อีกทั้งยังออกแบบให้เน้นความเป็นส่วนตัว หน้าบ้านจึงดีไซน์ดูเรียบง่าย แต่ขยับ Living Area ไปอยู่ด้านในรั้วแทน ซึ่งจะแตกต่างจากบ้านทั่วไป ทำให้คนที่ผ่านไปมาไม่สามารถมองเห็นสมาชิกในบ้านได้ ผมว่าจัดวางฟังก์ชันได้ดี อยู่แล้วมีความเป็นส่วนตัว

ประตูบ้านจะเป็นบานไม้จริงที่เจาะช่องแสงเอาไว้ และได้ในเรื่องของดีไซน์ด้วยครับ มือจับใช้ของ Hafele ส่วนของบันไดจะอยู่ด้านหน้าประตูทางเข้า เพื่อสะดวกในการขึ้นชั้นบนได้ทันที ห้องใต้บันไดปรับให้เป็นที่เก็บของเพื่อช่วยในความเป็นระเบียบเรียบร้อยของตัวบ้าน

เข้ามาภายในบ้านเริ่มต้นจาก Welcome Court ซึ่งอยู่ตรงกลางบ้าน คอยกั้นระหว่างโซนเงียบทางด้านขวาของบ้าน ซึ่งเบื้องต้นทางโครงการออกแบบให้เป็นห้องนอนผู้สูงอายุชั้นล่าง กับ Common Area โซนห้องนั่งเล่นด้านซ้ายที่เป็นหัวใจหลักของบ้านในการทำกิจกรรมร่วมกัน เพราะในบางครั้งอาจจะมีเสียงดังเกิดขึ้นบ้าง พื้นที่ตรงนี้ก็จะทำหน้าที่เหมือนบัฟเฟอร์ไปในตัว

เดินเลี้ยวขวามาดูห้องนอนชั้นล่างกันก่อน เราจะปรับห้องนี้ให้เป็นห้องทำงานก็ได้เช่นกันครับ ทางโครงการลงรายละเอียดในเรื่องของพื้นที่เป็น Absorption Floor ที่ช่วยลดแรงกระแทกสำหรับรองรับการใช้งานของผู้สูงอายุ ภายในห้องน้ำออกแบบให้มีที่นั่งอาบน้ำเตรียมเอาไว้ให้ด้วย ผมชอบมากเลยครับ นับว่าโนเบิล เกเบิลเป็นโครงการที่ลงรายละเอียดได้อย่างพิถีพิถันมากครับ

ผมชอบตอนที่เข้าไปถ่ายรูปในช่วงบ่ายแก่ๆ แล้วแสงสาดผ่านประตูกระจกเข้ามาตกกระทบพอดีทำให้ห้องมีมิติขึ้น ดูสวยมาก

ด้านหลังห้องนอนล่างออกแบบให้เป็นส่วนขนาดย่อม เชื่อมต่อกับห้องนอน เราสามารถให้ผู้สูงอายุเปิดประตูเดินออกไปรดน้ำต้นไม้เบาๆ สูดอากาศบริสุทธิ์ยามเช้าได้ เป็นมุมสงบส่วนตัว ในขณะที่อีกด้านของบ้าน ลูกหลานกำลังบาร์บีคิว หมูกะทะ คาราโอเกะกันอยู่ เป็นอิคิไกที่เกิดขึ้นได้ภายในบ้านหลังเดียวกัน

ตัวบ้านภายในเป็นแบบ Open Space ออกแบบให้ Flow Function เป็น Space กว้างๆ ที่เชื่อมต่อกันไปทั้งหมดตั้งแต่ห้องรับแขก มุมนั่งเล่นทั้ง Indoor และ Outdoor ต่อเนื่องไปยังสวนสีเขียวรอบบ้าน เข้ามายังมุมรับประทานอาหารและครัว ซึ่งฟังก์ชันภายในออกแบบให้ปรับเปลี่ยนการใช้งานได้หลากหลาย สถาปนิกออกแบบมาเผื่อการใช้งานที่แตกต่างกันไปในแต่ละครอบครัวแล้ว

ผมชอบไอเดียของโต๊ะทานข้าวที่สามารถพับเก็บได้หากไม่ได้ใช้งาน หรือจะเปลี่ยนไปนั่งทานข้าวที่เคาน์เตอร์แทนก็ได้ เรียกว่าออกแบบมาเผื่อว่าบ้านไหนต้องการพื้นที่เพิ่มเติมในการทำกิจกรรมอื่น ซึ่งเป็นการออกแบบที่มีความยืนหยุ่นสูงตามคอนเซ็ปต์

จุดเด่นที่ผมชอบอีกอย่างคือทางโครงการมีทั้งบ้านเปล่าและบ้านที่ตกแต่งแล้วแบบ Fully Furnished เป็นออปชั่นเพิ่มเติมให้กับลูกค้า ซึ่งผมไปดูมาแล้วจะไม่เหมือนแบบบ้านตัวอย่าง 100% (เพราะแน่นอนว่าต้องแต่งแบบจัดเต็มกว่าอยู่แล้ว) แต่ก็จะได้ island และเคาน์เตอร์ติดผนังด้านหลังเหมือนกันและใช้วัสดุที่คล้ายคลึงกันในการออกแบบ ปกติเราจะเห็นว่ามีแต่คอนโดมิเนียมที่ขายพร้อมตกแต่ง นี่ผมก็เพิ่งเคยเห็นว่ามีบ้านแบบ Fully Furnished ด้วย ซึ่งก็จะจัดเฟอร์นิเจอร์แพกเกจให้ด้วย

ข้อดีอีกอย่างที่ผมเพิ่งนึกขึ้นได้ก็คือเรื่องของการยื่นกู้ครับ ถ้าหากเราซื้อบ้านพร้อมเฟอร์นิเจอร์แพกเกจก็จะได้ดอกเบี้ยเรตเดียวไปในการกู้เงินซื้อบ้านเลย เพราะราคารวมค่าบ้านและเฟอร์นิเจอร์มาแล้ว แต่หากเราแยกเป็นกู้เงินซื้อบ้านกับกู้เงินเพื่อตกแต่ง ดอกเบี้ยของอย่างหลังจะแพงกว่า ผมว่านี่ก็เป็นไอเดียที่ดี ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายลงไปได้มาก

หากใครสนุกกับการตกแต่งบ้านก็สามารถเลือกแบบบ้านเปล่าไปได้เลยครับ ซึ่งผมว่าคนที่จะซื้อบ้านดีไซน์เฉพาะตัวแบบนี้คงมีไอเดียในการตกแต่งบ้านเยอะอยู่แล้วนะ 

ส่วนของพื้นที่นั่งเล่นออกแบบให้เชื่อมต่อกันทั้งภายในและภายนอกบ้าน ซึ่งบ้านตัวอย่างออกแบบให้เป็นมุมนั่งเล่น จิบกาแฟ พร้อมเคาน์เตอร์ที่รองรับสำหรับบาร์บีคิวปาร์ตี้ ซึ่งทางโครงการมีมุมขายที่ผมชอบมากคือ ออกแบบหลังคาที่ยื่นออกมาในส่วน Ourddor เจาะทะลุขึ้นไปเพื่อให้ต้นไม้สามารถเจริญเติบโตต่อไปได้ ทั้งยังเป็นแนวคิดในการออกแบบที่เชื่อมต่อกันระหว่างชั้นล่างและชั้นบนอีกด้วย

สามารถ Enjoy life with yourself อยู่ท่ามกลางพื้นที่สีเขียวได้ภายในบ้านของเราเองครับ

เดินขึ้นบันไดมาชมชั้น 2 กันบ้าง บันไดจะอยู่กึ้งกลางบ้านพอดี ซึ่งจะตรงกับพื้นที่ครัว

ระหว่างชานพักบันไดจะมีการเจาะช่องแสงเพิ่มเข้ามาเพื่อให้บันไดมีการส่องสว่างและรู้สึกไม่อึดอัด ทั้งยังมองออกไปเห็นมุมสวนด้านนอกได้อีกด้วย

ขึ้นมาบนชั้น 2 จะเจอกับ family area ที่ค่อนข้างกว้าง สามารถปรับฟังก์ชันให้เข้ากับแต่ละครอบครัวได้เลย ส่วนตัวผมชอบมุมเอนกประสงค์บนชั้น 2 นี้มาก ออกแบบได้โดนใจทำเป็นโต๊ะทำงานที่มีชั้นวางหนังสือเต็มไปหมด โต๊ะทำงานสามารถพับเก็บได้ถ้าไม่ได้ใช้ โดยให้เลื่อนบานตู้เข้ามาปิดทับอีกรอบ ก็จะกลายเป็นห้องโล่งๆ ไปโดยปริยาย หรือบ้านไหนอยากจะปรับให้เป็นมุมนั่งเล่นสำหรับสมาชิกในครอบครัว หรือทำเป็นห้องนอนเล็ก หรือห้องพระก็ได้เช่นกันครับ ขึ้นมาด้านบนไม่รู้สึกอึดอัดเลยครับ เพราะบ้านเปิดรับช่องแสงหลายจุดมาก

ส่วนใครที่เลือกบ้านแบบ Fully Furnished ก็จะได้เป็นห้องทำงานแบบตัวแอล (L) เข้ามุมที่มีชั้นวางของ โต๊ะทำงานจัดไว้ให้ เป็นมุมทำงานที่ชิลๆ สบายๆ มาก

ห้อง Master Bedroom มีขนาดใหญ่กินพื้นที่ปีกขวาของบ้านทั้งหมด ภายในออกแบบได้เรียบง่ายดูโล่ง สบายตา น่านอนมากครับ ตรงกลางจัดวางเตียงนอนขนาดใหญ่เอาไว้ พร้อมกับพื้นที่นั่งเล่นช่วงปลายเตียง ซึ่งมุมที่ติดผนังจะเป็นโต๊ะเครื่องแป้งพร้อมกับนั่งทำงานอ่านหนังสือได้ในตัว ซึ่งบ้านตัวอย่างดีไซน์ให้โต๊ะเป็นแบบพับเก็บได้ หากเราไม่ได้ต้องการใช้งานจริงจัง

ด้านในห้องแต่งตัวเป็น Walk-in Closet เป็นแนวลึกเข้าไป ออกแบบให้มีที่เก็บของเยอะมาก เนื่องจากต้องการให้ห้องดีไซน์ออกมาในแบบเรียบง่ายที่สุด เน้นความเป็นระบบระเบียบเรียบร้อย

เป็นงานออกแบบที่เรียบง่ายและไร้กาลเวลาจริงๆ ครับ

ห้องน้ำออกแบบได้เรียบหรูดูดีมากครับ เชื่อมต่อการใช้งานกับห้องแต่งตัวได้สะดวกดี นับเป็นงานออกแบบที่เรียบง่าย ไร้กาลเวลา และสามารถปรับให้เข้ากับทุกไลฟ์สไตล์ได้จริงๆ ครับ

ถัดจากห้องนอนหลัก เดินต่อมาเราจะเจอห้องนอน 3 ก่อน ซึ่งออกแบบมาสำหรับเด็กเล็ก ตัวห้องจึงมีขนาดไม่ใหญ่ ออกแบบภายในให้วางเตียง 2 ชั้น เพื่อตอบโจทย์ความสนุกสนานของเด็กๆ โดยรอบจะเปิดช่องแสงไว้เพื่อให้เด็กๆ สามารถรับสัมผัสจากธรรมชาติภายนอกได้

ห้องนอนรองทั้ง 2 ห้องจะใช้ห้องน้ำร่วมกันครับ ซึ่งจะเชื่อมต่อกันตรงกลาง ดังนั้น ถ้าเราเดินมาด้านในสุดจึงจะเป็นห้องนอน 2 ซึ่งมีขนาดใหญ่ไม่แพ้กัน ตกแต่งในสไตล์วัยรุ่นผู้ชายเท่ๆ ผมชอบการตกแต่งภายในของบ้านโนเบิล ซึ่งลงรายละเอียดได้ดี ออกแบบให้สื่อสารได้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายว่าต้องเป็นครอบครัวแบบไหน รสนิยมเป็นอย่างไร ผู้ซื้อก็จะได้นึกออกทันทีว่า บ้านลักษณะนี้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ครอบครัวเราหรือไม่ ท้ายที่สุดก็คือการได้อยู่ในสถานที่ที่เราชอบและมีความสุขกับมันนั่นเองครับ

พาไปดูพื้นที่ส่วนกลางกันบ้างครับ การออกแบบจะเน้นคอนเซ็ปต์การเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม และเปิดสู่ธรรมชาติอย่างกลมกลืน โดยวางผังให้ สวนสาธารณะและ Clubhouse อยู่ใจกลางโครงการ วางเป็นแนวทางตามยาวล้อไปกับแนวผังที่ดินของโครงการ การออกแบบเช่นนี้จะทำให้บ้านทุกหลังสามารถเข้ามาใช้งานได้สะดวกมากขึ้น เน้นความเป็นธรรมชาติของน้ำ ฟ้า ต้นไม้ โดยมีอาคารหลักอยู่กึ่งกลาง ด้านหน้าจะเป็นลานสนามหญ้ากว้างๆ ผมเห็นหลายบ้านพาน้องหมามาเดินเล่น ออกกำลังกาย น่ารักดีครับ

วนผมขอพักเล่นกับน้องแมวแปบนะ

พื้นที่สวนส่วนกลางกว้างใหญ่ดีครับ บรรยากาศก็ดูร่มรื่น ด้วยต้นไม้ใหญ่ ตกแต่งสวนด้วยลานน้ำพุ สวยงาม มีพื้นที่สำหรับออกกำลังกายและลานกิจกรรมกลางแจ้ง พร้อมมุมม้าหินนั่งพักผ่อนหรืออาจจะวิ่งจ๊อกกิ้งรอบๆ ก็ได้ครับ

พื้นที่ส่วนกลางออกแบบตามหลัก Universal Design เพื่อรองรับการใช้งานที่หลากหลาย ทั้งวีลแชร์ผู้สูงอายุและผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือพิเศษ

พื้นที่ส่วนกลางค่อนข้างร่มรื่นครับ ตอนเย็นๆ ผมเห็นลูกบ้านที่อยู่ก่อนแล้วเข้ามาใช้บริการกันเยอะเลยครับ บ้างก็ว่ายน้ำ ออกกำลังกาย หรือนั่งอ่านหนังสืออยู่บนเดย์เบดริมสระว่ายน้ำ ทำให้เกิดภาพแห่งความสุขตรงหน้า

ส่วนสระว่ายน้ำของโครงการจะเป็นสระระบบเกลือแบบแบ่งแยกสระเด็ก มีความยาวประมาณ 25 เมตร

ส่วนอีกด้านของอาคารที่ติดกับสระว่ายน้ำจะเป็นฟิตเนส ซึ่งจัดเตรียมอุปกรณ์ออกกำลังกายครบทุกฟังก์ชันการใช้งานทั้งแบบฟรีเวทและแมชชีน เราสามารถปั่นจักรยานพร้อมกับชมวิวสระว่ายน้ำสวยๆ ไปด้วยในตัว หรืออาจจะแยกกันตามแบบฉบับอิคิไกในการสร้างพื้นที่ความสุขให้กับตัวเอง แม่อาจจะเล่นน้ำในสระกับลูก ส่วนคุณพ่อกำลังวิ่งออกกำลังกายในยิมก็ทำได้ครับ แต่ก็ยังเชื่อมต่อความรู้สึกถึงกันและกันอยู่

ผมสรุปความประทับใจหลังจากได้ไปเยี่ยมชมโครงการ โนเบิล เกเบิล วัชรพลมาให้อ่าน ดังนี้ครับ

ดีไซน์ คือความโดดเด่นเห็นได้ชัดที่สุด โนเบิล เกเบิล ไม่ถึงกับเป็นบ้านสไตล์ญี่ปุ่นแต่เป็นบ้านที่ดูแล้วอบอุ่น มีความเรียบง่าย ไร้กาลเวลา
Privacy คือโจทย์ที่ทางโนเบิลวางไว้ตั้งแต่แรกว่าอยากให้คนอยู่ในบ้านได้มีความเป็นส่วนตัว จึงออกแบบภายนอกให้สวนอยู่ด้านข้างและด้านหลัง หน้าบ้านดูมีความเรียบง่าย ดูเหมือนไม่มีความเคลื่อนไหวอะไร ทั้งนี้ก็เพื่อให้เกิดพื้นที่ส่วนตัว
สเปคดี มีความยืดหยุ่น เพราะโครงการมีทั้งบ้านเปล่าและบ้านพร้อมตกแต่งในดีไซน์ที่โครงการคิดเอาไว้ให้แล้วว่าสวย เข้ากันดีกับดีไซน์ภายนอกของบ้าน ด้วยการออกแบบและจัดวางเฟอร์นิเจอร์ที่สอดรับกันในทุกองศา นอกจากสวยแล้วยังเน้นฟังก์ชันที่เหมาะกับการใช้งานจริง ผมว่าเพิ่มเงินอีกนิดแล้วเราสามารถหิ้วกระเป๋าเข้าอยู่ได้เลยทันที เป็นอีกหนึ่งจุดที่ผมชอบมาก

ใครที่สนใจชมบ้านตัวอย่าง สามารถลงทะเบียนเพื่อรับโปรโมชั่นพิเศษ เริ่มต้น 5.6 ล้าน* ผ่อนให้ 12 เดือน* + กู้เต็ม 100% ได้ที่ https://nobleurl.com/3zwILwN

hemm team
hemm team

• The magazine for Sharp Living, Travel Design and Lifestyle for men •