Passorn Wongwaen Ramintra

#กานต์พาชม บ้านหรู 3 ชั้นที่อยู่ได้หลายเจนเนอเรชั่น🏠

จัดเต็มทุกฟังก์ชันที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ชีวิตคนเมือง

ใกล้ทางด่วน-ใกล้รถไฟฟ้า-ใกล้ห้างสรรพสินค้า‼️

_

กานต์กำลังพูดถึงโครงการภัสสร ซึ่งเป็นแบรนด์บ้านหรู Luxury Segment จากพฤกษาที่ติดอันดับมานานหลายปีครับ

รีวิวนี้จะพาชมโครงการภัสสร วงแหวน-รามอินทรา บ้านหรูในสไตล์ Modern Luxury ที่มีมากถึง 5 ห้องนอนพร้อมห้องน้ำในตัวทุกห้อง เหมาะสำหรับครอบครัวใหญ่ที่อยู่กันหลายเจนเนเรชั่น เพราะออกแบบมาให้เอื้อต่อทุกไลฟ์สไตล์ครับ

ผมสรุปให้ก่อนว่า ภัสสร วงแหวน-รามอินทรา มีน่าอะไรน่าสนใจบ้าง

#Location ผมใช้วิธีขับรถมาลงทางด่วนจตุโชติตรงไปอีกเล็กน้อยก็ถึงแล้วครับ นับว่าสะดวกดี ติดถนนเลียบวงแหวนตะวันออก วิ่งเข้ามอเตอร์เวย์ได้สบาย ผมคิดว่าต่อไปรามอินทราจะเป็นพื้นที่ขยายของเมืองซึ่งเป็นโซนที่พักอาศัย มีรถไฟฟ้าสายสีชมพูมาถึง ซึ่งโครงการจะอยู่ใกล้สถานีวงแหวนตะวันออกเพียง 2 กม. แน่นอนว่าอยู่ใกล้กับห้างแฟชั่นไอส์แลนด์และ The Promenade ด้วยครับ

#Design มีความโมเดิร์นที่ดูเรียบหรู เป็นบ้านสไตล์คฤหาสน์หลังใหญ่แต่ไม่ดูเทอะทะ ผมว่าดีไซเนอร์เก่งมากในการออกแบบลูกเล่นกับเหลี่ยมมุมหน้าบ้านที่จะล้อไปกับการตกกระทบของแสงในแต่ละช่วงเวลาทำให้หน้าบ้านดูแปลกตา น่าสนใจ การเลือกใช้วัสดุต่างๆ อย่างกระจก ไม้ และเหล็กก็ช่วยทำให้บ้านดูมีมิติมากขึ้น พูดง่ายๆ คือดูไม่เชย และไม่ต้องพยายามทำให้หรูจนดูเว่อร์ ขอแบบเรียบๆ เก๋ๆ ตอนนี้บ้านสไตล์ Modern Luxury กำลังอินเทรนด์

#Innovation ปฏิเสธไม่ได้ว่า ตอนนี้เราไม่ได้แค่ซื้อบ้าน แต่เรากำลังมองหาที่พักอาศัยที่ช่วยให้ชีวิตเราง่ายขึ้น การใส่นวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาจะช่วยให้บ้านน่าอยู่ ดูสะดวกสบายและปลอดภัย จึงเป็นน้ำหนักอีกข้อที่ผมว่าเราควรให้ความสำคัญครับ เช่น สวิตช์และระบบควบคุมไฟฟ้าในบ้านอัจฉริยะผ่านแอพลิเคชั่น มีสัญญาณกันขโมยที่เตือนเข้าสมาร์ทโฟนของเราทันที หากมีสถานการณ์ที่ไม่น่าปลอดภัย และอีกหลายนวัตกรรมที่เราจะพบได้ที่บ้านภัสสร วงแหวน-รามอินทรา ครับ

#Facility ผมแปลกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าที่บ้านภัสสร วงแหวน-รามอินทรา วาง Clubhouse ไว้ที่ด้านหน้าโครงการ พอสอบถามพนักงานก็ได้ความว่า ต้องการให้เกิดความเป็นส่วนตัวสำหรับลูกบ้าน เวลาที่นัดบุคคลภายนอกมา ก็สามารถมาพบปะที่ห้องนั่งเล่นของ Clubhouse แทนได้ไม่ต้องเข้าไปถึงในตัวบ้าน เพราะที่นี่จะเป็นระบบ Double Access แยกส่วนของ Guest กับ Ressident ออกจากกัน ที่สำคัญเป็น Clubhouse ที่ใหญ่พอสมควร สระว่ายน้ำดีไซน์สวย มีฟิตเนสอุปกรณ์ครบ ออกแบบให้มี Co-Working Space เอาไว้นั่งเล่นทำงานได้ไม่ต้องไปที่ไหนไกล และออกแบบให้มีพื้นที่สีเขียวรายล้อมรอบโครงการ

ไปชมภาพในคอลเลคชั่น #บ้านภัสสร วงแหวน-รามอินทรา ที่กานต์นำมาฝากกันดีกว่าครับ พร้อมกับอ่านเรื่องราวต่อในแคปชั่นด้านในกันเลย

โครงการภัสสร วงแหวน-รามอินทรา

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Contact Center 1739

Line@ ของโครงการ https://lin.ee/YOupkEc

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.pruksa.com/passorn/wongwaen-ramintra

มีใครนับได้บ้างว่าตอนนี้บ้านภัสสรที่กี่แห่งแล้ว

กานต์เองก็จำไม่ได้เหมือนกัน เพราะขับรถไปทางไหนก็เจอ ว่าไหมครับ

อย่างที่บ้านภัสสร วงแหวน-รามอินทรา ก็เป็นอีกโครงการที่น่าสนใจ ผมจึงอยากพามาชมภายในบ้านตัวอย่างกันครับ

“If you’ve never experienced the joy of accomplishing more than you can imagine, plant a garden.”

– Robert Brault

บ้านตัวอย่างของโครงการภัสสร วงแหวน-รามอินทรา มีด้วยกัน 2 Type ครับ มาพร้อมกับพื้นที่ส่วนกลาง Clubhouse Co-Working Space สระว่ายน้ำ ฟิตเนส และสวนขนาดใหญ่

กานต์จะพาไปชมบ้านตัวอย่างทั้งคู่ แบบบ้าน Prelite อาจจะไม่ได้เน้นมากนัก แต่อยากจะเน้นเจาะลึกแบบบ้าน Prelegance หลังนี้ให้มากหน่อย เพราะมีพื้นที่ใช้สอยถึง 274 ตร.ม. บนที่ดินเริ่มต้น 56 ตร.ว. ขนาด 5 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ พร้อมห้องแม่บ้าน

กานต์ว่าปัจจุบัน ยังมีบางบ้านที่อยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวใหญ่ บ้าน Prelegance จึงออกแบบมาเพื่อรองรับความต้องการนี้ครับ

ก่อนพาเข้าไปชมภายในบ้านตัวอย่าง อยากจะชี้ชวนดูให้เห็นถึงรายละเอียดของความโมเดิร์นที่ซ่อนไว้ในบ้านสไตล์ Luxury คือการเลือกใช้สีออก Monotone คือสีเทา ดำ ขาว น้ำตาลอ่อน ขับความเข้มของเส้นสายด้วยวัสดุที่เป็นเหล็กและโลหะ กระเบื้องผนังสีเข้มที่หนักแน่นคล้ายหิน ทำให้บ้านดูแข็งแรง มั่นคง ก่อนจะเติมความโปร่งสบายให้ตัวบ้านด้วยกระจกบานใหญ่

แต่ที่ผมว่าเป็นกิมมิคที่น่าสนใจคือลวดลายของเส้นสายเหลี่ยมมุมที่เกิดจากการตกกระทบของแสงทำให้ในแต่ละชั่วโมง บ้านของเราจะดูสวยไม่ซ้ำกันตามทิศทางของแดด ช่วยเพิ่มมิติที่น่าสนใจให้กับการอยู่อาศัยได้ดีมากครับ

หน้าบ้านจอดรถได้ พร้อมกับพื้นที่เอนกประสงค์ตรงกลาง สามารถจัดวางที่นั่งสวมรองเท้าได้ หรือจะจัดเป็น Pocket Garden หน้าบ้านก็ดูเก๋ดี ในส่วนของประตูหน้าบ้านจะแบ่งเป็น 2 บานเปิด คือบานหลักและประตูบานเล็กเพื่อขยายทางเข้าให้กว้างเผื่อเวลาเราขนของชิ้นใหญ่ เปิดประตูเข้าไปในตัวบ้านกันดีกว่า

หน้าบ้านติดกับส่วนประตูทางเข้า ทางโครงการได้ติดตั้งสัญญาณกันขโมยแบบ Magnatic Censor เอาไว้ให้เรียบร้อยแล้ว เราสามารถแก้ไขตั้งเวลาเปิด-ปิดการทำงานได้ตามใจ ใกล้กันสวิตช์ไฟดีไซน์น่ารักมาก แต่เอาจริงๆ ช่วงกลางวันแทบไม่ต้องเปิดไฟเลยครับเพราะภายในตัวบ้านค่อนข้างโปร่งด้วยการเปิดช่องแสงในส่วนของ Living Area ไว้รอบทิศ โดยมีหน้าต่างและประตูกระจกเป็นตัวเสริม โดยเฉพาะฝั่งหน้าบ้าน ซึ่งปกติมักจะเป็นการก่อผนังทึบ ซึ่งลักษณะนี้จะช่วยทำให้บ้านดูโปร่ง โล่งอยู่สบายไม่อึดอัดครับ

บริเวณชั้น 1 จะเป็น Common Area สำหรับสมาชิกในบ้านและพื้นที่ต้อนรับแขกครับ ด้านหน้าสามารถจัดวางชุดโซฟารูปตัวแอล (L) ขนาดใหญ่ได้สบายเลย ซึ่งความที่เป็นโซฟาเข้ามุมก็จะช่วยให้บ้านดูแกรนด์มากขึ้น แนะนำให้เสริมฟีลลิ่งสบายๆ ให้กับบ้าน ด้วยเก้าอี้รับแขกแบบฟรีฟอร์ม ดีไซน์แตกต่างกันไป ก็จะทำให้ห้องนี้ดูเก๋ไปอีกแบบครับ

โซน Dining จะอยู่ตรงกลาง ถัดจากมุมนั่งเล่นรับแขกหน้าบ้าน ก่อนจะแยกไปยังห้องเอนกประสงค์ โดยจะเป็นพื้นที่เปิดโล่งนะครับ บ้านตัวอย่างจัดวางเฟอร์นิเจอร์และบิลด์-อินเต็มพื้นที่ เพื่อให้เราึานึกภาพตามได้ว่า เมื่อตกแต่งมาแล้วจะออกมาประมาณไหน

โดยผังของโซนนี้จะเป็นโต๊ะรับประทานอาหารด้านหน้า จัดมุมเอาไว้ให้เรียบร้อย มีพื้นที่กว้างขวางสามารถตั้งโต๊ะยาวแบบ Long Table ได้สบาย จัดวางเก้าอี้ได้มากกว่า 10 ที่นั่ง สามารถ ชมวิวสวนฝั่งหน้าบ้านไปด้วยได้ระหว่างมื้ออาหาร ช่วยให้บรรยากาศดีขึ้น ห้องน้ำแขกจะอยู่ใต้บันไดเป็นห้องน้ำแบบ Powder Room คือไม่จัดพื้นที่อาบน้ำเอาไว้

เดินเข้ามาด้านในของบริเวณชั้น 1 จะมีห้องเอนกประสงค์ปรับฟังก์ชันการใช้งานได้ตามใจ ซึ่งภายในห้องมีขนาดใหญ่พอสมควรครับ บ้านตัวอย่างออกแบบให้เป็นห้องทำงานอ่านหนังสือแบบส่วนตัว ขณะเดียวกันก็จัดเตรียมเอาไว้ให้เผื่อว่าบ้านไหนมีผู้สูงอายุพักอาศัยด้วยจะสะดวกมาก เพราะไม่ต้องขึ้นลงบันได ห้องใหญ่สามารถวางเตียงควีนไซส์ได้สบายๆ แถมยังมีห้องน้ำในตัวแยกโซนแห้งและเปียกเอาไว้ให้โดยมีฉากกั้นกระจกติดตั้งเอาไว้ให้เรียบร้อย นับว่าสะดวกมาก แต่ที่ผมว่าทางโครงการวางแผนเผื่อมาไว้แล้วก็คือ ประตูกระจกขนาดใหญ่บริเวณด้านข้างบ้าน สามารถเปิดออกไปชมสวนได้ตามไลฟ์สไตล์ของผู้สูงอายุ

ขณะเดียวกันห้องนี้ยังสามารถปรับฟังก์ชันให้เป็นห้องทำงานก็ได้ ด้วยความที่ห้องมีพื้นที่กำลังดี เอื้อต่อการใช้งานจริงได้หลากหลาย และทำเลที่ตั้งอยู่ด้านในพร้อมพื้นที่ด้านข้างทำให้ได้เปรียบเรื่องความเงียบสงบจากพื้นที่ Common Area ด้านนอก

ถ้าเป็นบ้านผมซึ่งตอนนี้ปรับมาทำธุรกิจส่วนตัวที่บ้านเหมือนกับอีกหลายคน ก็สามารถเปลี่ยนห้องนี้ให้เป็น office from home ได้เลยครับ นับว่ามีประโยชน์มาก

ส่วนด้านในเป็นพื้นที่จัดเตรียมอาหาร สามารถออกแบบให้เป็นเคาน์เตอร์บาร์เล็กๆ พร้อมตู้เก็บไวน์สวยๆ ตั้งโชว์ได้ด้วย และจัดเป็นมุมสังสรรค์ที่เชื่อมต่อกับโต๊ะรับประทานอาหาร เอาไว้จัดปาร์ตี้กันเล็กๆ ภายในบ้านกับเพื่อนๆ หรือสมาชิกในครอบครัวได้

แต่ผมกะว่าจะทำเป็นมุมกาแฟสไตล์คาเฟ่ ติดตั้งเครื่องชงกาแฟดีๆ เอาไว้น่าจะช่วยให้เริ่มต้นเช้าวันใหม่ได้ดีครับ แต่ว่าในบ้านมาตรฐานจะเป็นพื้นที่โล่งให้เราไปตกแต่งเอาเองได้ตามใจ โดยทางโครงการได้เดินงานระบบต่างๆ ไว้ให้เรียบร้อยแล้ว นับว่าสะดวกในการใช้งานต่อมากครับ ส่วนด้านในเป็นครัวยุโรป ปูพื้นด้วยแกรนิโต้ ทำความสะอาดง่ายดี ทว่าในส่วนของครัวไทยจะอยู่ด้านนอก สามารถต่อเติมเพิ่มเองได้ครับ ใกล้ๆ กันจะเป็น Maid Plaza พร้อมห้องนอน โดยแม่บ้านจะเข้า-ออกบ้านได้เฉพาะจากห้องครัวเท่านั้น เพื่อความเป็นส่วนตัวของสมาชิกในครอบครัว 

รับบทเชฟแล้วหนึ่ง

ผมประทับใจกับโถงบันไดและชานพักของบ้านหลังนี้เป็นพิเศษครับ มีลักษณะคล้ายกับบันไดวน เปิดช่องว่างตรงกลาง มองขึ้นไปจะเห็นโคมไฟขนาดใหญ่ติดตั้งไว้อย่างโดดเด่น มุมนี้ทำให้บ้านดูอลังการมากขึ้น อีกทั้งยังออกแบบให้ดูโปร่งโล่งด้วยการรับแสงธรรมชาติผ่านกระจกที่เปิดช่องเอาไว้หลายจุด ส่วนดีเทลอีกอย่างที่ผมประทับใจคือลูกตั้ง ลูกนอนที่ค่อนข้างบานกว้าง ระหว่างชั้นจะมีชานพักขนาดใหญ่หลายจุด ทำให้เวลาเดินขึ้นลงจะค่อนข้างปลอดภัยครับ

ขึ้นไปบนชั้น 2 จะมีห้องนอนด้วยกัน 2 ห้องครับ มีห้องนอนขนาดกลางกับ Master Bedroom ซึ่งค่อนข้างใหญ่ เกือบเต็มพื้นที่ชั้น 2 ภายในห้องตกแต่งแบบเรียบหรูด้วยโทนสีชมพูอ่อน ขาวและครีม

ภายในห้องจัดแบ่งฟังก์ชันการใช้งานออกเป็น 3 ส่วนหลักๆ คือด้านหน้าเป็นมุมนั่งเล่นอ่านหนังสือที่เชื่อมต่อกับระเบียงขนาดใหญ่สามารถเปิดออกไปได้ เป็นราวกันตกกระจกใส ถ้าเปิดม่านออกก็สามารถชมวิวภายนอกบ้านได้จากภายในห้องเลยครับ

ส่วนด้านในสุดจัดเป็นพื้นที่พักผ่อน สามารถจัดวางเตียงขนาด 6 ฟุตได้สบายๆ พร้อมกับพื้นที่โต๊ะหัวเตียงที่ติดตั้งโคมไฟและมีระยะคงเหลือรอบเตียงสามารถเดินได้รอบสบายเลยครับ นอกจากนี้ยังออกแบบให้มีช่องรับแสงจากธรรมชาติภายนอก บริเวณรอบเตียงเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นด้านซ้าย-ขวา ซึ่งเราสามารถติดตั้งม่านปิดเปิดได้ ส่วนตรงกลางผมว่าทำเป็นบานสไลด์เปิดปิดก็ดูเก๋ไปอีกแบบครับ

บริเวณปลายเตียงสามารถจัดวางโซฟาเพิ่มสำหรับนั่งเล่นได้ อาจจะเป็นมุมฟังเพลงจากแผ่นเสียงของศิลปินคนโปรดที่จัดวางไว้บนชั้นวางทีวี แต่อาจจะต้องใช้วิธีนอนชมจากบนเตียงจะดีกว่า เนื่องจากระยะค่อนข้างใกล้ จะปวดตาเอาได้ง่ายๆ ถัดไปเป็นโต๊ะทำงานซึ่งจะวนไปเชื่อมต่อกับมุมนั่งอ่านหนีังสือและชั้นวางที่อยู่บริเวณด้านหน้าประตูครับ

ส่วนด้านในสุดของห้อง Master Bedroom จะจัดพื้นที่ขนาดใหญ่ให้เป็นส่วน Walk-in Closet และห้องน้ำครับ รับรองว่าสาวๆ ที่รักในการแต่งตัวต้องชอบ เพราะพื้นที่นี้ออกแบบได้เป็นสัดส่วนดีมาก เริ่มจากตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ด้านหน้า สูงจากพื้นจรดฝ้าเพดานกันเลยทีเดียวครับ ถัดไปเป็นโต๊ะเครื่องแป้งพร้อมตู้เก็บเครื่องประดับ มีการเปิดช่องแสงธรรมชาติเอาไว้ให้เรียบร้อยจะได้แต่งหน้าสบายๆ ไม่ต้องกังวลเรื่องรองพื้นผิดเบอร์

ส่วนไฮไลท์ที่ผมชอบมากคือห้องน้ำครับ มีขนาดใหญ่มาก ดูเหมือนว่าที่นี่จะให้ความสำคัญกับห้องน้ำใน Master Bedroom เพราะบ้านทั้ง 2 Type ห้องน้ำใหญ่เท่ากัน ดีไซน์เหมือนกัน กะขนาดพื้นที่ด้วยสายตาน่าประมาณ 4×5 เมตร แทบจะเป็นห้องนอนกันแล้วตอนนี้

ภายในห้องน้ำแยกโซนเปียกแห้งเอาไว้ให้เรียบร้อย มีอ่างล้างหน้าขนาดใหญ่แบบ His & Her ฝั่งตรงข้ามจะเป็นอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่และมีพื้นที่อาบน้ำที่กั้นด้วยกระจกเอาไว้ให้แล้วครับ

ข้อดีก็คือเราสามารถใช้เวลากับห้องน้ำได้มาก หลังจากที่ทำงานมาเหนื่อยๆ ก็ผ่อนคลายนอนแช่อ่าง ชมวิวสวนจากระเบียงภายนอกที่กั้นผนังสูงเพื่อความเป็นส่วนตัว แต่ก็ยังเปิดช่องแสงเอาไว้ให้ต้นไม้ได้สังเคราะห์แสง

ส่วนอีกห้องเป็นห้องนอนกลาง มีห้องน้ำและอาบน้ำได้ในตัวเช่นกันซึ่งออกแบบให้ห้องน้ำอยู่โซนด้านหน้าประตู ถัดเข้ามาจะเป็นมุมแต่งตัวที่ Built-in เป็นตู้เสื้อผ้าและยาวมาจนถึงชั้นวางของและโต๊ะทำงานที่อยู่บริเวณช่วงปลายเตียงติดกับผนัง

ส่วนด้านในสุดเป็นมุมพักผ่อน ซึ่งมีพื้นที่ค่อนข้างมาก บ้านตัวอย่างตกแต่งให้ดูแบบเรียบง่ายสไตล์วัยรุ่น หัวเตียงบึุนวมยาวต่อเนื่องมาจนถึงตู้เก็บของและสามารถวางโคมไฟเอาไว้ได้ด้วย ช่วยให้ห้องดูสวยโมเดิร์นขึ้นมา

มุมพักผ่อนของห้องนี้ สามารถจัดวางเตียงนอนขนาด 5-6 ฟุตได้สบายเลยครับ พร้อมกับวิวระเบียงที่เปิดช่องแสงขนาดใหญ่เอาไว้ให้ในตอนกลางวันแทบไม่ต้องเปิดไฟภายในห้องเลย เป็นลักษณะของหน้าต่างมากกว่าประตูเนื่องจากยกธรณีขึ้นมาสูง แต่สามารถเปิดออกไประเบียงได้ ทางโครงการติดตั้งราวกันตกเป็นกระจกใสเอาไว้ให้แล้วครับ ส่วนหัวเตียงก็ยังมีหน้าต่างอีก ทำให้ห้องดูโปร่งมาก อยู่สบาย ไม่อึดอัด ยิ่งช่วงที่ต้องเรียนออนไลน์ก็สามารถปรับเป็นห้องเรียนในบ้านได้เลยครับสะดวกมาก

ขึ้นบันไดมาที่ชั้น 3 กันต่อครับ ยังรู้สึกว่าเป็นโถงบันไดที่สวย ยิ่งได้มาถึงชั้นบนสุดจะเจอกับโคมไฟที่ห้อยลงไปด้านล่าง อารมณ์เหมือนหลุดไปยังอีกโลกนึงที่มีดาวอยู่หลายดวงเลยครับ ชั้น 3 จะแบ่งออกเป็น 3 โซนง่ายๆ คือตรงกลางเป็น Family Area มุมสำหรับสมาชิกในครอบครัว พร้อมกับห้องนอนอีก 2 ห้องอยู่บริเวณด้านหน้าและด้านหลังของบ้าน

เราเริ่มจากมุมนั่งเล่นกันก่อนครับ พื้นที่โซนนี้ค่อนข้างกว้าง เทียบเท่ากับห้องนอนห้องนึงเลยครับ ซึ่งบ้านตัวอย่างตกแต่งแบบจัดเต็มมากสามารถจัดวางชุดโซฟาติดหน้าต่างและโต๊ะทำงานพร้อมตู้เก็บของ ชั้นวางทีวีและชั้นโชว์ มุมนี้ตกแต่งคล้ายๆ กับดีไซเนอร์รูม เป็นมุมทำงานแบบสร้างสรรค์ภายในบ้านด้วย มีคาเฟ่เล็กๆ ด้านบนด้วยครับ ทำให้บ้านดูอบอุ่นมากขึ้น

ผมว่าการที่ติดตั้งหน้าต่างแบบเต็มผนัง ช่วยให้ชั้นบนดูสว่างมากครับและอยู่สบายไม่อึดอัด

Cafe at home

มาดูห้องนอนที่ชั้น 3 กันบ้างครับ มีด้วยกัน 2 ห้องคือด้านหลังบ้านกับด้านหน้า เราจะเริ่มกันที่ห้องนอนฝั่งหน้าบ้านกันก่อนครับ เป็นห้องนอนที่ตกแต่งล้อไปกับมุมนั่งเล่นหน้าห้อง คือมีความเป็นผู้หญิงเก๋ๆ มีความอาร์ตติสนิดๆ

เข้ามาภายในห้องจะเป็นมุมนั่งเล่นริมระเบียงก่อนครับ ออกแบบให้เป็นโต๊ะนั่งกับพื้นพร้อม Beanbag ดูแล้วออกจะเป็นห้องสไตล์ญี่ปุ่น มุมนี้จะอยู่ติดกับประตูกระจกที่เปิดออกไปเป็นระเบียงครับ เราสามารถนั่งจิบกาแฟทำงานที่มุมนี้สบายๆ ในตอนเช้า บรรยากาศดีมาก มองออกไปเห็นวิวภายนอกจากกระจกใสและราวกันตกที่เป็นกระจกเช่นกันดู flow ดี

ด้านขวาเป็นโต๊ะเครื่องแป้งด้านหน้าประตู ถัดไปเป็นมุมแต่งตัวที่ Built-in ตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่สูงจากพื้นจรดฝ้าเพดานขนานกันไปตลอดแนวผนัง ยาวไปจนถึงห้องน้ำด้านใน ที่โครงการจัดเตรียม 4 figger ที่แยกส่วนเปียกแห้งเอาไว้ให้เรียบร้อย สุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำทุกห้องภายในบ้านจะใช้ของยี่ห้อ Kohler ทั้งหมดครับ

ส่วนเตียงนอนออกแบบให้ยกพื้นไปชนกับขอบหน้าต่าง ปูฟูกที่นอนหนาและใหญ่ ดูแล้วเข้ากันดีกับสไตล์ของห้อง หัวนอนเปิดช่องแสงได้มาก ทำให้รู้สึกอยู่สบาย ไม่อึดอัด

มาดูห้องนอนด้านหลังกันบ้าง ตกแต่งคนละสไตล์เลยครับ จะเป็นแนวชายหนุ่ม เท่ๆ แบบที่ผมชอบเลย เข้ามาถ้านในเราจะเจอกับมุมนั่งเล่นริมหน้าต่างกระจกที่ช่วยเปิดรับแสงเข้ามาภายใน ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วมุมนี้เป็นพื้นที่วางคอมเพรสเซอร์แอร์แต่ก็ถือว่าใช้พื้ืนที่ได้เกิดประโยชน์และคึุ้มค่ามาก ทำให้เราสามารถนั่งอ่านหนังสือหรือดู iPad ริมหน้าต่างได้สบายๆ

ลึกเข้าไปด้านในริมผนังช่วงปลายเตียงออกแบบให้เป็นชั้นวางทีวีและโต๊ะทำงาน ส่วนปลายสุดเป็นชั้นวางของก่อนจะหักมุมเป็นตู้เสื้อผ้าแบบเปิดโล่งที่ใช้งานได้จากทั้ง 2 ฝั่งในลักษณะ Walk-in Closet ซึ่งถ้าอยู่จริงคงต้องออกแบบให้ปิดทึบจะดีกว่า แต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่อึดอัดเพราะช่วงด้านในสุดของห้องจะเป็นหน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่เปิดออกไปเป็นระเบียง เหมาะแก่การวางไม้กระถางเท่ๆ ด้านนอก ถัดไปด้านในเป็นห้องน้ำที่ติดตั้งอุปกรณ์ครบครัน แยกส่วนเปียกแห้งออกจากกันเอาไว้ให้แล้วครับ

พื้นที่พักผ่อนจะอยู่ตรงกลางของห้อง สามารถจัดวางเตียงขนาด 5 ฟุตได้กำลังดี ทำให้ยังมีพื้นที่เดินได้โดยรอบ ส่วนหัวเตียงจัดวางโต๊ะขนาดเล็กพร้อมโคมไฟได้ ใกล้เตียงนอนจะเป็นโต๊ะเครื่องแป้งที่รับแสงธรรมชาติจากภายนอกได้

พาไปชมบ้านตัวอย่างอีกแบบที่ขายดีมากครับ คือ Prelite มีพื้นที่ใช้สอย 260 ตร.ม. ที่ดินเริ่มต้น 56 ตร.ว. ขนาด 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ

ผมว่าแบบบ้าน Prelite จะคล้ายๆ กับแบบบ้าน Prelegance อยู่เหมือนกัน อารมณ์แฝดพี่ฝาดน้องนี่แหละครับ แตกต่างกันเล็กน้อยที่การออกแบบจัดวางฟังก์ชันภายในบ้าน โดยเริ่มจากโถงหน้าบ้านซึ่งจัดเป็นมุมเก็บรองเท้าได้ ส่วนด้านในเป็น Common Area ที่เชื่อมต่อกันทางปีกซ้ายได้แก่ มุมนั่งเล่น โต๊ะรับประทานอาหารด้านใน เคาน์เตอร์บาร์ ครัวยุโรป และครัวไทยด้านหลัง

ซึ่งดูจากสไตล์การตกแต่งแล้วต้องบอกว่าเท่มากครับ การเลือกใช้สีของเฟอร์นิเจอร์เข้ากับโทนของบ้านที่มีความเข้มขรึม แต่ยังดูหรูหราด้วยขอบทองที่ขลิบเข้ามา ทำให้บ้านดูน่าอยู่มากขึ้น ผมชอบมุมรับประทานอาหารที่มองเห็นสวนได้ถึง 2 ด้านคือฝั่งด้านหน้าและด้านข้างบ้าน เชื่อมต่อกับเคาน์เตอร์บาร์สามารถนั่งจิบไปด้วย ทานข้าวไปด้วยได้ ภายในบ้านตัวอย่างจัดวางโต๊ะรับประทานอาหารขนาด 6 ที่นั่ง ซึ่งจริงๆ ผมว่าเพิ่มได้เป็น 8-10 ที่นั่งสบายๆ เลยครับ ส่วนครัวไทยสามารถต่อเติมได้ด้านหลังซึ่งทางโครงการได้ก่อปูนยกขึ้นเป็นเคาน์เตอร์พร้อมปูกระเบื้องปิดผิวให้แล้วเรียบร้อยเหมือนกับบ้านแบบ Prelegance ครับ

ฝั่งขวาของบ้านจะมีห้องนอนชั้นล่างที่คล้ายกับบ้านแบบ Prelegance เช่นกัน คือฟังก์ชันเอนกประสงค์ สามารถปรับได้ตามความเหมาะสม หากเป็นบ้านที่ไม่มีผู้สูงอายุก็สามารถปรับห้องนี้ให้เป็นห้องทำงาน ห้องดูหนัง หรืออาจจะเป็นห้องนอนแขกก็ได้

เอาเข้าจริง ผมว่าทำเลของห้องนี้คือดีมาก เพราะอยู่ในตำแหน่งด้านหน้าบ้านทำให้เราสามารถเทควิวสวนได้เต็มที่ มีความเป็นส่วนตัวสูง ที่สำคัญคือมีช่องแสงส่องผ่านหน้าต่างบานใหญ่ถึง 2 ด้านด้วยกัน

ห้องนี้สามารถจัดวางเตียงขนาด 5 ฟุตได้ แต่อาจจะดูแน่นไปสักหน่อยนะผมว่า ถ้าจะให้ดีควรเป็นเตียงขนาด 3.5 ฟุตจะทำให้มีพื้นทีี่เหลือเดินได้สบายไม่อึดอัด แถมยังจัดวางโต๊ะทำงานอ่านหนังสือข้างเตียงได้อีกด้วยครับ

ฝั่งตรงข้ามเตียงจะเป็นมุมตู้เสื้อผ้าที่ Built-in ไว้ขนาดไม่ใหญ่มาก แต่ข้อดีคือความที่เชื่อมต่อกันกับห้องน้ำที่อยู่ติดกันได้ทันที ทำให้สะดวกต่อการใช้งานครับ

ไฮไลท์ของแบบบ้าน Prelite คือโถง Living แบบ Double Volume กระจกยกสูง 2 ชั้น ซึ่งช่วยให้บ้านดูเก๋มาก โปร่งโล่งเป็นพิเศษ แม้จะแลกกับพื้นที่ที่เสียไป 1 ห้องนอนหากเทียบกับ Type ก่อนหน้า

ชั้น 2 จะเป็นส่วนของห้อง Master Bedroom ซึ่งการจัดวางฟังก์ชันภายในแทบจะเหมือนกับแบบบ้าน Prelegance เลยครับ คือมีมุมนั่งเล่นอยู่โซนด้านหน้า สามารถจัดฟังก์ชันให้เป็นมุมทำงานและพื้นที่นั่งเล่นโดยจัดวางเก้าอี้ขนาดใหญ่ไว้ติดกับระเบียงซึ่งเปิดออกไปได้ ส่วนด้านในเป็นมุมพักผ่อนที่จัดวางเตียงนอนขนาดใหญ่ได้สบายเลยครับ มีพื้นที่ข้างเตียงเดินได้โดยรอบพร้อมกับเปิดช่องแสงรอบห้องเช่นกีัน และสามารถเปิดหน้าต่างออกเพื่อระบายอากาศได้ดี

จะสังเกตว่าแม้เฟอร์นิเจอร์ที่บุหนังจะดูแน่นหนาและมีขนาดใหญ่ แต่ห้องกลับดูโปร่งโล่งสบายกว่าที่คิด ส่วนบริเวณปลายเตียงจัดวางโซฟาบุหนังเช่นกัน เพื่อให้เป็นมุมนั่งเล่นพักผ่อนอ่านหนังสือก่อนนอน

การจัดวางผังห้อง Master Bedroom ของบ้านตัวอย่างทั้ง 2 หลังจะคล้ายกัน

ส่วนชั้น 3 จะมีห้องนอนเล็กอีก 2 ห้องที่จัดวางแปลนเหมือนกับแบบบ้าน Prelegance คือมีห้องนอนฝั่งด้านหน้าและห้องนอนฝั่งด้านหลังบ้านพร้อมห้องน้ำในตัว

ซึ่งมองจากชั้น 3 ลงไปจะเห็นมุมนั่งเล่นสำหรับครอบครัวที่เป็นไฮไลท์ของบ้านจากด้านบน ผมว่าแบบบ้านนี้น่าจะถูกใจใครหลายคนครับ

โครงการ ภัสสร วงแหวน-รามอินทรา มีพื้นที่ดินรวมประมาณ 28 ไร่ แต่มีจำนวนบ้านเพียงแค่ 110 ยูนิตเท่านั้น ถือว่าไม่มากเลยนะครับ ทำให้มีพื้นที่ส่วนกลางค่อนข้างมาก

ด้านในจะเป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ ออกแบบในคอนเซ็ปต์ Well Designed Garden พร้อมสนามเด็กเล่น ให้เด็กๆ ได้วิ่งเล่นกันได้อย่างสนุกสนาน โดยโครงการจะเน้นเรื่องพื้นที่สีเขียวมากเป็นพิเศษครับ

Clubhouse อยู่บริเวณด้านหน้าโครงการ ซึ่งจะเป็นระบบ Double Access ดังนั้น หากเรามีแขกมาพบก็สามารถจัดหมายที่ Clubhouse ของโครงการได้ ซึ่งจะผ่านโซน Guest เข้ามาแต่ว่าจะไม่สามารถเข้าไปยังโซนของ Resident ได้ ทำให้มีความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวทั้งกับเราเองและลูกบ้านคนอื่นภายในโครงการ

Clubhouse ออกแบบให้ดูโมเดิร์นไม่ได้เป็นทรงกล่องสี่เหลี่ยมทั่วไป

ภายในแบ่งโซนการใช้งานออกเป็นโถงล้อบบี้ที่มีพื้นที่นั่งเล่นจัดวางโซฟาและเก้าอี้ดีไซน์หลากหลายแบบฟรีฟอร์มเอาไว้โดยรอบ พร้อมกับโต๊ะประชุม มุมทำงานแบบ Co-Working Space

มีเก้าอี้ให้นั่งเล่นภายนอกและโดยรอบสระว่ายน้ำด้วย โดยสระว่ายน้ำเป็นระบบเกลือครับ

ชั้นบนจะเป็นฟิตเนสที่มีอุปกรณ์ออกกำลังกายครบครัน ทั้งฟรีเวทและแมชชีน โดยออกแบบให้เป็นห้องกระจกใสที่สามารถมองเห็นวิวได้โดยรอบ

#โดยสรุป โครงการ ภัสสร วงแหวน-รามอินทรา เหมาะสำหรับคนที่กำลังมองหาบ้านหลังใหญ่ที่มีสมาชิกในครอบครัวหลายเจนเนอเรชั่น รวมทั้งมีผู้สูงอายุด้วยครับ เนื่องจากบ้านออกแบบให้มีหลายห้องนอน รวมทั้งห้องเอนกประสงค์ชั้นล่างที่จัดเตรียมไว้พร้อมมาก ฟังก์ชันใช้สอยจัดเต็มสำหรับชีวิตเมืองในแบบ Urban Life Style ที่ชอบงานดีไซน์แบบ Timeless ดูเรียบหรู คลาสสิค ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีภายในบ้านสมาร์ทโฮมช่วยอำนวยความสะดวกสบาย ปลอดภัยและอุ่นใจตลอดการอยู่อาศัยครับ

ดังนั้น จึงเป็นตัวเลือกที่ดี สำหรับที่พักอาศัยที่เดินทางได้สะดวกเข้าออกได้หลายรูปแบบทั้งมอเตอร์เวย์ ทางด่วน รถไฟฟ้า เชื่อมเข้ากาญจนาภิเษกและรามอินทราได้ง่าย รายล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ใกล้ห้างแฟชั่นไอส์แลนด์มาก จุดนี้ผมชอบเป็นพิเศษ เพราะของกินเยอะ ขาดเหลืออะไรก็วิ่งเข้าห้างได้สบาย ตรงไปจากโครงการไม่ไกลครับประมาณ 2 กิโลเมตรเท่านั้น

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Contact Center 1739�

Line@ ของโครงการ https://lin.ee/YOupkEc

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม https://www.pruksa.com/passorn/wongwaen-ramintra

hemm team
hemm team

• The magazine for Sharp Living, Travel Design and Lifestyle for men •