PROVIDENCE LANE Ekkamai-Ramintra

#บ้านในฝันของคุณหน้าตาเป็นแบบไหนกันนะ

นี่คือ Luxury Residence ที่กานต์ตื่นเต้นที่สุดในปีนี้✨

_

KANT x Real Estate รีวิวนี้จะพาไปชมงานดีไซน์สไตล์ Bauhaus ที่ PROVIDENCE LANE Ekkamai-Ramintra บ้านที่วางเลย์เอ้าท์เรียบง่ายแต่แฝงด้วยสไตล์ที่โดดเด่น ตัวตนชัดเจนดี มีต้นไม้ใหญ่ Courtyard กลางบ้านพร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัว #กานต์ชอบมากครับ

ด้วยความที่ผมพยายามจะเล่าถึงเรื่องราว #นิยามใหม่ของคำว่าLuxury อยู่หลายครั้งว่า มันมีอะไรที่ลึกซึ้งกว่าเรื่องของราคา เพราะว่าความหรูหราใหม่มันคือการส่งมอบประสบการณ์ที่จะสะท้อนตัวตนของเราได้เป็นอย่างดี บ่งบอกว่าเรามีไลฟ์สไตล์แบบไหน ชอบ ชื่นชมหรือหลงใหลเรื่องอะไร

ถ้าเป็น Luxury Residence ผมยกให้ PROVIDENCE LANE Ekkamai-Ramintra เป็นโครงการที่น่าสนใจ เพราะมาพร้อมกับคอนเซ็ปต์ “Defining Me” คือการออกแบบที่ทำให้เราสามารถปรับฟังก์ชันการใช้งานภายในบ้านได้ตามใจ บ้านจะเน้นไปที่ความสวยงามของดีไซน์และงานดีเทล ส่วน Architecture เป็นการออกแบบสไตล์ Modern Luxury ที่เล่นกับแสงเงา ทำให้บ้านเราดูมีมิติ Facade หน้าบ้านคือเด่นมาก ดูเก๋ดีครับแถมยังใช้ประโยชน์ได้จริง เสริมความหรูหราด้วย Travertine เป็นกระเบื้องหินพอร์ซเลนลายหินอ่อนคุณภาพสูงที่มีดีไซน์และเอกลักษณ์เฉพาะตัว ลวดลายสีสันสวยงามให้ความรู้สึกหรูหราและคงไว้ซึ่งความคลาสสิค

ส่วนตัวผมชอบ Courtyard เป็นพิเศษครับ ดูแล้วให้ความรู้สึกว่าบ้านเราเหมือนได้ “Garden within a Big Garden” ขณะที่งาน Interior จะเน้นความโปร่งโล่งแบบ “Translucent Design” เพื่อให้เกิดสุนทรียแห่งการอยู่อาศัย ใช้หลักคิด Bauhaus ที่คลาสสิคและร่วมสมัยมาตั้งแต่ปี 1925 เป็นปรัชญาแห่งงานศิลปะต้นแบบของงาน Modern Style ที่ดูเรียบง่าย ชัดเจน ทว่ามีความตรงไปตรงมาด้วยการลดทอนองค์ประกอบต่างๆ ออกเหลือไป เหลือไว้แต่ส่วนสำคัญของงาน มักจะใช้สีพื้นฐานในการออกแบบและใช้รูปทรงเรขาคณิตที่ถูกทำมาทับซ้อนให้บ้านดูมีมิติมากยิ่งขึ้น เป็นแก่นของงานออกแบบในยุคปัจจุบัน

เราจึงได้เห็น PROVIDENCE LANE ดีไซน์เป็นบ้านทรงกล่อง 3 ชั้นที่ดูภายนอกเหมือนจะเรียบง่าย แต่ภายในมีรายละเอียดซ่อนไว้เต็มไปหมดเลยครับ ไฮไลท์คือการออกแบบให้เชื่อมต่อกันของ Living Area, Dining Area, Pantry และสระว่ายน้ำที่อยู่ด้านนอกได้อย่างลงตัวของแบบบ้าน ME ครับ ซึ่งบ้านตัวอย่างโครงการนี้ประทับใจผมมากที่สุดเลย

ตามไปชมเรื่องราวและภาพถ่ายในคอลเลคชั่น PROVIDENCE LANE Ekkamai-Ramintra ของ KANT x SAMMAKORN กับบ้านหลังใหญ่ 3 ชั้นที่ผสานให้คนและธรรมชาติอยู่ร่วมกันได้อย่างลงตัว ด้านในกันดีกว่าครับ

PROVIDENCE LANE Ekkamai-Ramintra โครงการบ้านเดี่ยวสุดหรู 3 ชั้น สไตล์ Modern Luxury ที่มีความพิเศษซ่อนไว้เต็มไปหมดครับ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร 1427
หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/3F38deQ

“We must not only dream, but also act. Dream without action is like a bird without wings. To make dream true, believe in your ability and capability without which you can’t act for a logical conclusion of your dream.”

– Dr Anil Kr Sinha

ด้วยความที่มีเพียง 12 ยูนิต จึงให้ความเป็นส่วนตัวได้ดี ทำเลบนไพร์มโลเคชั่นโซนเอกมัย-รามอินทรา บนถนนลาดพร้าว 71 มี Magnet ที่โดดเด่น ซึ่งครบครันกับทุกไลฟ์สไตล์และตอบสนองได้ทุกความต้องการ เชื่อมต่อทุกย่าน CBD ใจกลางเมืองได้อย่างง่ายดาย ด้วยทางด่วนและรถไฟฟ้า

โครงการมีเนื้อที่ 3-1-6.2 ไร่ มูลค่าโครงการกว่า 500 ล้านบาท มีบ้าน 2 Type โดยแบบที่กานต์พามาชมคือ ME เป็นบ้านเดี่ยวขนาด 3 ชั้น 3 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 2 ห้องเอนกประสงค์ 1 ห้องแม่บ้าน พร้อมที่จอดรถ 3 คัน รองรับระบบ EV Charger มีพื้นที่ใช้สอยรวมตั้งแต่ 428 – 458 ตารางเมตร พร้อมลิฟท์และสระว่ายน้ำส่วนตัว รวมถึงพื้นที่ส่วนกลาง คลับเฮ้าส์และฟิตเนส ในราคาเริ่มต้น 39 ล้านบาท

สัมผัสแรกที่เราเห็นหลังจากมาถึงโครงการ คือหน้าบ้านที่ออกแบบภายนอกได้เท่มากครับ ผมชอบดีเทลที่ใส่มาใน Facade ที่ไม่ใช่แค่สวยงามแต่ต้องใช้งานได้จริง ช่วยเรื่องทิศทางแสงและลมและเปิดปิดได้ให้ความเป็นส่วนตัวในการอยู่อาศัย ชวนให้ค้นหาว่าข้างในบ้านมีอะไรซ่อนอยู่

การใช้วัสดุหิน อ่อน Travertine ที่ดูหรูหรา สีขาวนวลตา คาดขวางตัวบ้านให้ดูกว้างและหลังใหญ่ซึ่งตั้งใจออกแบบให้ตัดกับฟินที่วางไว้ในแนวตั้งและบิดองศาออกไปเล็กน้อย จะได้ช่วยให้อำพรางสายตาและบังแสงแดดจากภายนอกบ้านได้ ต้องยอมรับว่า PODesign ออกแบบงานสถาปัตยกรรมได้สวยมาก

ตัวบ้านออกแบบวางผังในลักษณะตัวซี (C) มี 3 ชั้นผสานความเป็นธรรมชาติและความเป็นส่วนตัวเข้าไว้ด้วยกัน มาพร้อมกับลิฟต์โดยสารภายในและบันไดที่เชื่อมต่อสมาชิกในบ้านทุกคนเอาไว้ด้วยกัน

ผมชอบงานออกแบบที่ให้มีพื้นที่สีเขียวและ Courtyard กลางบ้านด้วยต้นไม้ใหญ่ ออกแบบ Landscape ภายใต้แนวคิดหลักคือ “Seamless Boundary” คำแปลก็คือขอบเขตที่ไม่มีรอยต่อ จะเห็นได้ว่าพื้นที่ต่างๆ ในโครงการมีการผสมผสานกันระหว่างงานสถาปัตยกรรมและธรรมชาติเป็นสไตล์การออกแบบที่เข้ากับยุคสมัยมากครับ เป็น Private Living Area เพราะเราอยากมีชีวิตที่คอนเนคกับธรรมชาติแบบส่วนตัว แต่ไม่อยากออกไปข้างนอก ก็ยกเข้ามาไว้ในบ้านเสียเลย ทำให้อยู่บ้านได้อย่างสดชื่นและสวยงามไปพร้อมกับ ช่วย Boost Energy ในแต่ละวันได้เป็นอย่างดี

เมื่อเข้ามาด้านใน เราจะพบกับการออกแบบที่คำนึงถึงความเป็นส่วนตัว เน้นพื้นที่ใช้สอยและฟังก์ชันที่ตอบโจทย์ทุกคนภายในบ้านได้ดี โดยมีไฮไลท์คือ Courtyard กลางบ้าน มี Living & Dining Area ที่เชื่อมต่อกัน พร้อมด้วยสระว่ายน้ำภายในบ้าน

เราจึงได้เห็นงานออกแบบที่ดูเรียบง่าย ทว่าหรูหรา โดยไม่ต้องมีการใช้ลวดลายให้เข้ามารกหูรกตามากนัก เน้นความโอ่โถง โปร่งสบายด้วยเพดานที่สูงแบบ Double Volume สูงถึง 6.5 เมตร

มี Living & Dining Area ที่เชื่อมต่อกันต่อเนื่องเป็นแนวลึกในแบบ Open Space ขนาบด้านข้างด้วยสระว่ายน้ำ พร้อมด้วย Pantry ครัวที่ครบครันด้วยเครื่องใช้ไฟฟ้าจาก Smeg ตู้เย็นแบบ Built-in, Top Counter, Island พร้อมทั้งเชื่อมต่อไปยังครัวไทย ภายนอกได้

ถ้าสังเกตให้ดีจะพบรายละเอียดในการออกแบบที่น่าสนใจและแตกต่างจากบ้านโครงการอื่นทั่วไป คือที่นี่จะรายล้อมภายในบ้านด้วยกระจกสูง ทำให้เปิดรับแสงธรรมชาติได้เต็มที่ และออกแบบให้มีพื้นที่ส่วนตัวสำหรับไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันของสมาชิกแต่ละคนในบ้านตามคอนเซ็ปต์ Defining Me นั่นเองครับ

ความเข้าใจฟังก์ชันการใช้งานที่เรียบง่ายและลดทอนไว้ ไม่ให้ดูเป็นการยัดเยียดจนรู้สึกถึงความปรุงแต่งที่เกินพอดีคือเสน่ห์ของที่นี่ครับ

ผมว่ามุมรับประทานอาหารคือหัวใจหลักของชั้นล่างเลยนะ เพราะว่าอยู่จุดกึ่งกลางระหว่างไฮไลท์ต่างๆ ทั้ง Living Area ที่ใหญ่มาก ตกแต่งด้วยโทนสีน้ำตาลคล้ายไม้ ถัดไปเป็นสีฟ้าของน้ำในสระว่ายน้ำส่วนตัวภายในบ้าน อีกด้านเป็นพื้นที่สีเขียวของต้นไม้ ด้านในเป็นครัวที่รองรับการใช้งานได้หลากหลายทั้งสไตล์ยุโรปและเชื่อมต่อครัวไทย เป็นบ้านที่ออกแบบได้ลงตัวที่สุดครับ

สระว่ายน้ำส่วนตัวภายในบ้าน ที่เหมาะแก่การนั่งพักผ่อนสบายๆ ให้ทุกวันเป็นเสมือนวันหยุดของเรา

บ้านในฝันของผมก็คือบ้านที่มีสระว่ายน้ำภายในบ้านครับ PROVIDENCE LANE Ekkamai-Ramintra ออกแบบฟังก์ชันนี้เพื่อรองรับการจัดไพรเวทปาร์ตี้ที่ตรงกับไลฟ์สไตล์ส่วนตัวของกลุ่มลูกค้า ที่โครงการมองว่าน่าจะเป็นคนรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จในชีวิตอย่างรวดเร็ว มีไลฟ์สไตล์โดดเด่นเป็นตัวของตัวเอง มีความมั่นใจพร้อมที่จะนำพาชีวิตก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง

นอกจากนี้ภายในบ้านยังมี ลิฟท์, ระบบ Home Automation, ระบบกรองอากาศ Energy Recovery Ventilator ที่จะทำหน้าที่ในการเติมอากาศดีและระบายอากาศเสียออกไปพร้อมกัน เพื่อลดการใช้พลังงานที่สูญเสียไปกับระบบปรับอากาศได้ รวมทั้งมีฟิลเตอร์ขจัดฝุ่น PM 2.5 โดยสามารถเปิด-ปิด ผ่าน Wall Switch โดยจะถูกติดตั้งไว้ทั้ง 3 ชั้นของบริเวณบ้าน

ขึ้นมาดูชั้น 2 กันบ้างครับ ตัวบ้านออกแบบให้มี 2 ฝั่งที่เชื่อมต่อกันด้วยลิฟต์และบันไดและเชื่อมต่อภายในทุกชั้นด้วย Courtyard กลางบ้าน ชั้น 2 ถูกออกแบบเป็นโซนห้องทำงานด้านปีกซ้ายของบ้าน ที่เปิดรับแสงจากธรรมชาติภายนอกเข้ามาได้เยอะมาก

ห้องนี้ผมลองถ่ายแบบไม่เปิดไฟเพื่อจะโชว์การเปิดรับแสงจากธรรมชาติภายนอกผ่านกระจกบานใหญ่เข้ามาในตัวบ้าน ปรากฎว่าภาพถ่ายออกมาดูสว่างดีมากในตอนกลางวันโดยแทบไม่ต้องเปิดไฟเลยล่ะครับ

บริเวณ Dining Area เมื่อมองจากชั้น 2 ลงไป จะเห็นการเชื่อมต่อของฟังก์ชัน Living ที่น่าสนใจครับ

พาเดินไปชมด้านขวาของบ้านซึ่งจะอยู่โซนด้านหน้าครับ ออกแบบให้เป็นโซน Private Living ที่เพิ่มดีไซน์ในส่วนของ Cafe Area ให้สาวๆ กรี๊ดเล่น

ผมว่าการเลือกแนวคิดดีไซน์แบบ Bauhaus ที่ผสมผสานระหว่างฟังก์ชันอันทันสมัยผนวกความสวยงามของศิลปะเป็นการสมาสกันที่ดีมากของฟังก์ชันกับแฟชั่น เพราะมันจะสะท้อนให้เห็นถึงรสนิยมของกลุ่มลูกค้าที่ต้องการความต่าง แต่ก็ยังสามารถทำกิจกรรมร่วมกันในบ้านได้ อย่างลงตัว มีความสุนทรียในการอยู่อาศัยสอดแทรกอยู่ในทุกตารางเมตร

ลองนึกภาพตามนะว่า เราจะดริปกาแฟหอมๆ ใส่แก้วแล้วถือมานั่งจิบ อ่านหนังสือเก๋ๆ อยู่พื้นที่นั่งเล่นด้านนอกเป็น Private Terrace เพื่อเติมเต็มความต้องการของผู้อยู่อาศัยได้อย่างครบครัน

โดยฟังก์ชันต่างๆ สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้อย่างอิสระ ซึ่งผมว่าค่อนข้างตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่เป็นคนรุ่นใหม่ ที่ต้องการชีวิตให้สนุกสนานกับทุกสิ่งที่ทำ มีความอิสระแต่ยังไว้ซึ่งความเป็นส่วนตัว

จาก Terrace ด้านนอก และมุมต่างๆ จากชั้นบน จะมองเห็น Courtyard รูปตัว C ที่โอบล้อมต้นไม้กลางบ้านเอาไว้

ต้นไม้ยิ่งโต ยิ่งสวยครับ เป็น Signature ที่โดดเด่นมาก ทำเอาผมอยากได้สักหลังเลยล่ะครับ

จาก Terrace ด้านนอก และมุมต่างๆ จากชั้นบน จะมองเห็น Courtyard รูปตัว C ที่โอบล้อมต้นไม้กลางบ้านเอาไว้

ต้นไม้ยิ่งโต ยิ่งสวยครับ เป็น Signature ที่โดดเด่นมาก ทำเอาผมอยากได้สักหลังเลยล่ะครับ

ในส่วนของชั้น 3 จะเป็น Master Suite วางผังคล้ายเพนท์เฮ้าส์ เพราะเหมาพื้นที่ทั้งชั้น เราจะไปชมพร้อมกันครับ

ผมสังเกตว่าบ้านตัวอย่างออกแบบให้เป็นไลฟ์สไตล์ของครอบครัวคนรุ่นใหม่ที่แยกออกมาจากบ้านเดิม ทำให้การตกแต่งภายในจะสื่อสารถึงไลฟ์สไตล์แบบส่วนตัว มากกว่าจะเล่าเรื่องความเป็นครอบครัวหลายเจนเนเรชั่น แต่ขอให้มั่นใจได้เลยครับว่า ตัวบ้านออกแบบมาได้ครบทุกมิติ ถ้าบ้านไหนมีสมาชิกอยู่ด้วยกันหลายคน สามารถปรับแต่ละห้องให้เป็นห้องนอนส่วนตัวได้ทันที เพราะมีห้องน้ำในตัวทุกห้องครับ

อย่างชั้น 3 แบ่งออกเป็น 2 ฝั่งคือด้านขวาเป็นห้องนอนใหญ่ที่จัดวางเตียง King Size ได้สบายเลยครับ แถมยังมีพื้นที่เหลือ ปลายเตียงสามารถจัดวางโซฟาที่นั่งพร้อมกับชั้นวางทีวีและมีความโดดเด่นด้วยประตูหน้าต่างกระจกที่ขนาบทั้งซ้ายและขวาช่วยให้ห้องดูโปร่ง อยู่สบายไม่รู้สึกอึดอัดเลยครับ สามารถมองออกไปเห็นพื้นที่สีเขียวที่ไล่ขึ้นมาตั้งแต่ชั้น 1 ซึ่งนับวันต้นไม้ยิ่งโต แผ่กิ่งก้านสาขา จะทำให้บ้านดูสดชื่นมากขึ้นไปอีก

ออกไปยืนที่ระเบียงยามเช้า แต่งตัวไปด้วย ชมวิวไปด้วย เพลินดีมากครับ ช่วยให้การเริ่มต้นวันของเราเป็นไปได้สวย อ่อ!! ที่ฝั่งนี้ก็มีห้องแต่งตัวแบบ Walk-in Closet นะครับ พร้อมกับห้องน้ำด้านใน

อ่อ!! ที่ฝั่งนี้ก็มีห้องแต่งตัวแบบ Walk-in Closet นะครับ พร้อมกับห้องน้ำด้านใน

ห้องน้ำภายในห้องนอนหลักมีขนาดใหญ่ ภายในตกแต่งสวยมาก ออกแบบได้เรียบหรูดีครับ

ส่วนปีกซ้ายยกให้เป็น Treasure Room เลยครับ แบ่งสัดส่วนกันชัดเจนทั้งของผู้ชายและผู้หญิง

จริงๆ แล้ว ห้องแต่งตัวนี้ไม่ใช่แค่เป็นห้องในฝันของสาวๆ เท่านั้นนะครับ แต่ต้องยอมรับว่า PROVIDENCE LANE Ekkamai-Ramintra เป็นโครงการในฝันของผมและใครอีกหลายคนเลยล่ะครับ

ใส่รองเท้าเสร็จแล้วผมจะพาไปชมสวนและ Clubhouse กันบ้างครับ

ที่ PROVIDENCE LANE Ekkamai-Ramintra มีด้วยกัน 12 ยูนิตครับ บ้านบางหลังก็ออกแบบให้มีสระว่ายน้ำส่วนตัว ถือว่าเป็นโครงการที่ให้ความเป็นส่วนตัวสูงมากและตอบโจทย์ทุกความต้องการโดยที่ไม่ต้องออกไปไหน สามารถอยู่แต่ภายในบ้านได้ทั้งวัน แต่โครงการก็ยังออกแบบให้มีพื้นที่ส่วนกลาง Clubhouse เอาไว้ให้ด้วยครับ

มี Secret Garden พื้นที่สวนสีเขียวด้านหน้า สามารถมาเดินเล่นได้

ผมว่าเป็นนี่การวางหมากที่ชาญฉลาดของทางโครงการ เพราะต้องการให้เกิดคอมมูนินี้ที่เป็นการสร้างสังคมคุณภาพของลูกบ้าน PROVIDENCE LANE ด้วยกันเอง ต้องยอมรับว่า ไม่ใช่ทุกคนที่จะเป็นเจ้าของบ้านทั้ง 12 ยูนิตที่มีไลฟ์สไตล์เฉพาะตัว ทั้งในงานดีไซน์ ความชอบ รสนิยมและเป็นเครื่องสะท้อนความสำเร็จของชีวิต ดังนั้นการที่มีเพื่อนบ้านดีๆ มีความความสนใจคล้ายคลึงกันน่าจะช่วยเติมเต็มให้การอยู่อาศัยในโครงการนี้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้นครับ

Clubhouse ออกแบบได้เรียบหรูเช่นกัน สำหรับนั่งพักผ่อน อ่านหนังสือหรือเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง จะได้นั่งชิลๆ เพราะจัดวางที่นั่งบริเวณ Living ภายใน เอาไว้รองรับเรียบร้อย หรือเราสามารถนัดหมายพบปะกับบุคคลภายนอกได้ที่ล้อบบี้

“There is immense power when a group of people with similar interests gets together to work toward the same goals.”

– Idowu Koyenikan

เราเดินขึ้นบันไดวนไปยังชั้นบนก็จะพบห้องออกกำลังกายหันหน้าออกไปทางสวนครับ ภายในจัดเตรียมอุปกรณ์ฟิตเนสไว้ให้เรียบร้อยแล้วครับ ครบครันทั้งลู่วิ่ง จักรยาน ฟรีเวท และแมชชีน รองรับทุกไลฟ์สไตล์ความต้องการแน่นอน

#โดยสรุป PROVIDENCE LANE Ekkamai-Ramintra ซึ่งเป็นโครงการบ้านเดี่ยวสุดหรู ภายใต้การบริหารงานของบริษัท สัมมากร จำกัด (มหาชน) และบริษัท แอสเซท โปร กรุ๊ป จำกัด ที่ได้แรงบันดาลใจในการนำหลักปรัชญา Bauhaus มาใช้ในการออกแบบ เพื่อเชื่อมต่อทั้งภายนอกและภายใน แต่ยังคงไว้ซึ่งฟังก์ชันการใช้งานอย่างลงตัว โดยเน้นความสวยงามตามธรรมชาติของวัสดุ ผสานกับดีไซน์ที่ทันสมัยปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานตามไลฟ์สไตล์ผู้อยู่อาศัยได้อย่างอิสระ

ตัวบ้านมีความ Modern Luxury ที่ออกแบบโดยตีความคำว่าหรูหราใหม่ ให้ผู้อยู่อาศัยให้ได้รับประโยชน์ใช้สอยจากทุกมุมและมอบประสบการณ์ที่อยู่อาศัยที่ต่างจากเดิม เพิ่มเติมเรื่องความเป็นส่วนตัว ผมว่าที่นี่เป็นโครงการที่ตอบโจทย์ชีวิตและไลฟ์สไตล์ของผมที่สุดแล่้วในเวลานี้ เพราะมีความโดดเด่นเรื่องงานดีไซน์ที่เต็มไปด้วยดีเทล ใช้ความเรียบง่ายของ Geometric Form และความสวยงามตามธรรมชาติ ส่งผลให้บ้านมีความเรียบง่ายแต่ทว่าเต็มไปด้วยความหรูหรา ด้วยแนวคิดการออกแบบที่คุมคอนเซ็ปต์ไว้ดี ผมว่า Defining Me เป็นนิยามที่จะทำให้การอยู่อาศัยภายในบ้านหลังนี้ของผมมีความสุขมาก

อยากแนะนำว่าให้แวะเข้ามาชมในโครงการกันก่อน ใช้เวลาดื่มด่ำกับบ้านตัวอย่างให้เต็มที่ แล้วสุดท้ายจะตกหลุมรักทันทีแบบผม พร้อมที่จะควักเงินจองจ่ายได้ไม่ยากเลยล่ะครับ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร 1427
หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/3F38deQ

hemm team
hemm team

• The magazine for Sharp Living, Travel Design and Lifestyle for men •