RAKxa Wellness & Medical Retreat

🌳ไปสูดอากาศบริสุทธิ์ให้เต็มปอดที่คุ้งบางกระเจ้า

Restore ร่างกายตัวเองเสียใหม่ เอาให้ปังปั๊วะ‼️

ที่ RAKxa Wellness#รีสอร์ตเปิดใหม่

_

ขออนุญาติออกตัวเอี๊ยดดด … ก่อนเลยว่า กานต์ไม่ใช่สาย Healthy ที่จะเป็นคนรักการออกกำลังกาย วิ่งจ๊อกกิ้ง ฟิตเนส โยคะหรือจะต้องทานอาหารคลีนเพื่อสุขภาพแต่อย่างใด

ในทางตรงกันข้าม ผมเป็นพวกชอบทานบุฟเฟต์ กินขนมจุบจิบ ทำงานที่ต้องใช้สมองเยอะ คิดหนัก นอนน้อย ไม่ค่อยได้พักผ่อนจริงๆ เท่าไร … ซึ่งจะว่าไปไม่ใช่เรื่องดีเลยครับ หลายคนก็เป็นแบบนี้ใช่ไหม รับสารภาพมาเสียโดยดี

“ค่อยๆ ปรับ ไม่ต้องเปลี่ยน”

คือแนวคิดที่ผมสรุปได้จากการมาพักผ่อนที่รักษ (RAKxa Wellness & Medical Retreat) เพราะที่นี่เน้นการปรับโปรแกรมให้เข้ากับไลฟสไตล์ของเรา ซึ่งตรงกันข้ามกับรีสอร์ตเพื่อสุขภาพหลายที่ ที่เราจะต้องเอาตัวเองไปเข้าโปรแกรม

แหม … เมื่อวานเพิ่งกินบุฟเฟต์มาเองนะ เช้านี้จะให้มานั่งคุมแคลทันที คงเป็นไปไม่ได้!!

อาหารที่เชฟปรุงมาให้จึงเน้นถูกปากเป็นอันดับแรก จากนั้นเชฟจะคิดหาวัตถุดิบและวิธีการปรุงที่มีประโยชน์และดีต่อสุขภาพมาตอบโจทย์แบบ 3 อิน 1 โดยที่ผมไม่โดนห้ามทานอะไรเลย

อีกจุดที่ประทับใจคือ ขนมปังซาวโดวจ์ (Sourdough) ที่มีรสชาติแปลกใหม่เสิร์ฟให้ทานทุกมื้อ ติดใจจนต้องซื้อกลับไปทานที่บ้านครับ ชอบรสกระเทียมมาก หอม อร่อย อบทานกับกาแฟตอนเช้าคือดีย์

ที่นี่ยังมี RAKxa Cha เสิร์ฟชาที่เบลนด์เองมากกว่า 40 สูตร ผมเพิ่งเคยดื่มชาฝางเสน มิ้นต์ ก็ที่นี่ กลิ่นหอมและรสชาติแปลกดี ไม่เคยเห็นที่อื่นมีแบบนี้ ทานกับเมี่ยงกลีบบัว เข้ากันดีครับ

ส่วนเรื่องการดูแลสุขภาพจะเป็นแบบบูรณาการองค์รวม พอเราเริ่มเข้ารับคำปรึกษาจากเจ้าหน้าที่ ข้อมูลของเราก็จะถูกจ่ายแจกไปยังทุกแผนก เพื่อร่วมกันค้นหาแนวทางการแก้ไข ตั้งแต่ไวทัลไลฟ์ แพทย์แผนปัจจุบัน แพทย์ทางเลือกแบบไทย จีน อินเดีย ทรีตเมนท์ต่างๆ ไปจนถึงการออกกำลังภายในยิม และเมนูอาหาร เพื่อให้การดูแลสุขภาพของเราเป็นไปอย่างสมบูรณ์ที่สุด ในบรรยากาศที่ดี มีความร่มรื่นของสวนและต้นไม้ที่ปลูกเพิ่มอีกหลายพันต้น ไม้พุ่มอีกกว่า 4 แสนต้น ค่าแลนด์สเคปของที่นี่มีต้นทุนสูงอยู่นะ ผมว่า

ผมชอบ motto ของทาง RAKxa ที่บอกว่า “Health is Wealth” ร่างกายคือเรื่องสำคัญที่สุดที่เราควรลงทุนกับมันครับ เพราะความมั่งคั่งของผลตอบแทนมีค่ามากกว่าตัวเงิน แต่มันคือสุขภาพที่มั่นคง แข็งแรง อายุยืนยาว

ไปชมภาพพร้อมกับเรื่องราวที่กานต์จะเล่าต่อจากการมาพักผ่อนดูแลสุขภาพที่ RAKxa Wellness กันต่อด้านในดีกว่าครับ

RAKxa Wellness & Medical Retreat
Health is Wealth เป็นสโลแกนที่ผมชอบมาก เหมาะกับนักลงทุนแบบผมที่ไม่เพียงแต่สร้างความมั่นคั่งทางการเงินแล้ว แต่ต้องสร้างความมั่นคงทางสุขภาพร่างกายอีกด้วย

ผมเลยหาเวลามาพักผ่อนที่ RAKxa Wellness & Medical Retreat ที่บางกระเจ้า พื้นที่ที่ได้ชื่อว่าเป็นปอดสีเขียวของชาวกรุง บนเนื้อที่กว่า 200 ไร่ของที่นี่ ถือว่ากว้างมากครับ

ที่นี่เป็นศูนย์บูรณาการสุขภาพและการแพทย์แบบองค์รวมแห่งแรกในเอเชียที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางธรรมชาติเขียวชอุ่ม ริมแม่น้ำเจ้าพระยา และมาพร้อมกับอากาศบริสุทธิ์ของคุ้งบางกระเจ้า

ถ้าอยู่ในกรุงเทพคือขับรถมาไม่ไกลเลยครับ อย่างผมอยู่ฝั่งธน ยิ่งสะดวกไปใหญ่ ขับรถมาทางพระประแดงง่ายมาก ไปทางเดียวกับตลาดน้ำบางน้ำผึ้งครับ ถ้าเป็นวันเสาร์-อาทิตย์จะรถติดหน่อย เพราะคนมาเที่ยวบางกระเจ้ากันเยอะ

RAKxa Wellness & Medical Retreat ให้อารมณ์เหมือนมาพักผ่อนในรีสอร์ตทั่วไปเลยครับ เป็นสวนธรรมชาติเนื้อที่กว่า 200 ไร่ บรรยากาศภายในคือดี มีความร่มรื่นของต้นไม้และมีทะเลสาบขนาดใหญ่ใจกลางรีสอร์ต

ทำเลคือที่สุดครับ อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ฝั่งบางกระเจ้าที่ได้ชื่อว่าเป็นปอดของคนกรุง เพราะเต็มไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่และชุมชน เช่นเดียวกับ RAKxa ที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ แมกไม้ สายน้ำ

แต่เดิมพื้นที่นี้เป็นที่ว่างเปล่าไม่ได้เป็นสวนหรือทำเกษตรอะไร จนนำมาพัฒนาเป็น RAKxa Wellness & Medical Retreat ต้นไม้ที่เห็นในโครงการกว่า 80% เป็นการปลูกใหม่ทั้งสิ้น ประมาณ 4,000 ต้น และไม้พุ่มอีกกว่า 400,000 ต้น บนเนื้อที่กว่า 200 ไร่ ช่วยให้มีพื้นที่สีเขียวเพิ่มมากขึ้น สร้างบรรยากาศที่ร่มรื่น สบายตา ควรค่าแก่การมาพักผ่อนรีชาร์จร่างกาย ซึ่งมีโปรแกรมให้เลือกหลายแบบตั้งแต่ 1 วันไปจนถึง 14 วัน หรือใครจะอยู่นานกว่านั้นก็ได้ครับ เพราะตอนนี้ราคาลงมาเยอะมาก Day Pass เริ่มต้นราคาโปรโมชั่นที่ 12,500 บาทเองครับ

ที่นี่มีเรือข้ามฟากสำหรับแขกที่ลงเครื่องมาจากสนามบิน ซึ่งส่วนใหญ่ต้องยอมรับว่าเป็นชาวต่างชาติ พอลงเครื่องที่สุวรรณภูมิ ก็สามารถนั่งรถมาต่อลงที่ท่าเรือริมแม่น้ำฝั่งบางนา จะมี Pavillon และที่จอดรถ

จากนั้นนั่งเรือมาอีกไม่เกิน 5 นาทีก็ถึงที่ RAKxa ที่ฝั่งบางกระเจ้าเลยครับ นับว่าสะดวกและรวดเร็วมาก

เมื่อมาถึงพนักงานจะนำเรามาที่ Arrival Pavilion เพื่อทำการ …. ตรวจโควิดก่อนครับ ระหว่างนั้นก็จะทำการเช็คอินไปด้วยเลย

ตรงนี้เป็นจุดที่วิวดีมากครับ มองออกไปจะเห็นทางเดินไม้ไปสู่กลางทะเลสาบ วิวจะมีเพียงแค่น้ำ ฟ้าและต้นไม้ ให้ความสดชื่นสบายตาดีมาก

เป็นจุดที่เหมาะแก่การถ่ายรูป กำลังคิดว่า ลอยกระทงปีนี้จะมาลอยที่ RAKxa ดีไหม เพราะบรรยากาศดีมาก แถมยังมีโปรพิเศษต้อนรับลอยกระทงด้วย

ซื้อแพ็กเกจใดก็ได้ ตลอดเดือนพฤศจิกายน ก็จะได้รับส่วนลด 50% ในการเลือกซื้อ Holistic Treatment ในทรีตเมนต์ถัดไป หรือ เลือกซื้อ 1 รับเพิ่มอีก 1 กับ Whole Body Light Therapy จาก VitalLife ฟรี

รายละเอียดโปรโมชั่น และ กิจกรรมพิเศษ เพิ่มเติม คลิก https://bit.ly/3jMitjw

ถ้ามองจากภาพมุมสูงเราจะเห็นทะเลสาบที่มี shape ที่สวยงามครับ บรรยากาศโดยรวมผมว่าไม่เหมือนศูนย์สุขภาพ แต่ได้ฟีลร่มรื่นเหมือนรีสอร์ตตากอากาศที่ให้ความเป็นส่วนตัว เหมาะแก่การมาพักผ่อน ดูแลสุขภาพ ให้รางวัลกับร่างกาย ออกแบบแลนด์สเคปภายใต้คอนเซ็ปต์ “Botanical Wellness Journey” เป็นศูนย์สุขภาพอุดมไปด้วยพรรณไม้หลากหลายเพื่อให้เกิดสุนทรียภาพทางกายและใจ เป็นการเน้นใช้ธรรมชาติบำบัด

มุมล่างด้านซ้ายจะเป็นสะพานไม้และ Pavilion ที่ผมพาไปชม ส่วนริมแม่น้ำจะเป็นยิมและห้องอาหารครับ ส่วนมุมบนขวาจะเป็น Royal Ressidence สำหรับรองรับพระราชวงศ์ อาคันตุกะ แขกระดับ VVIP ครับ

ที่ RAKxa Wellness & Medical Retreat เป็นพื้นที่น้ำถึง 85% ดังนั้นจึงมั่นใจได้เรื่องความสงบร่มรื่นและโปร่งสบาย เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นน้ำ บ้านพักแต่ละหลังมีความสงบและเป็นส่วนตัวสูง ออกแบบให้มีบรรยากาศคล้ายรีสอร์ตส่วนตัว มีความเงียบสงบและเป็นส่วนตัวทั้ง 27 ยูนิต ตอนนี้มีเพียง Garden Villa ในการพัฒนาเฟสแรกบนที่ดิน 60 ไร่ 

ผมพักที่ Gaden Villa เพราะว่าตอนนี้ยังเปิดให้บริการอยู่แบบเดียวครับ Pool Villa ยังไม่เปิด

วิลล่าค่อนข้างใหญ่ เข้าไปด้านในคือกว้างมาก ขนาด 80 ตร.ม. ให้อารมณ์เหมือนบ้านเพราะมีการแยกวิลล่ากันชัดเจน มีสวนหน้าบ้านที่ปลูกประดับด้วยสมุนไพร เช่นสะระแหน่ สามารถเด็ดไปดื่มกับชาได้เลย เรียกได้ว่าสดๆ จากต้น

ภายในแบ่งฟังก์ชันออกเป็น Living ห้องนอนและห้องน้ำด้านใน และมีสวนอยู่ฝั่งด้านในบ้านด้วยครับ การออกแบบเป็นไปในสไตล์เรียบหรู

มุมนั่งเล่นภายในบ้านที่เชื่อมต่อกับสวนภายนอก การออกแบบผมว่าเหมือนบ้านเราทั่วไปเลยครับ เข้าใจว่าอยากให้แขกได้อารมณ์แบบ cozy ที่เหมือนมานอนบ้านพักตากอากาศของตัวเอง เผื่อแขกบางท่านอยู่ยาวจะได้รู้สึกสบาย อบอุ่น

ผมชอบการเลือกใช้โทนสีที่เรียบง่ายในแบบธรรมชาติ ด้วยสีน้ำตาล เทา เขียวอ่อน ดูผ่อนคลายดี

ห้องนอนมีขนาดใหญ่ เชื่อมต่อกับส่วนนั่งเล่นภายนอก และยังมีสวนที่เปิดออกไปได้จากในห้องนอนเลยครับ เตียงนอนสามารถแจ้งได้ว่าจะขอเป็นเตียงเดี่ยวหรือทวิน การตกแต่งภายในเน้นวัสดุที่มาจากไม้ เพื่อให้เชื่อมต่อกับวิถีชีวิตของผู้คนในชุมชนบางกระเจ้าได้

ห้องนอนที่ว่ากว้าง ยังไม่เท่ากับห้องน้ำที่ใหญ่มาก ด้านหน้าเป็นมุมแต่งตัว เปิดประตูเข้าไปภายในห้องน้ำ จะแบ่งฟังก์ชันภายในและจัดวางอุปกรณ์เอาไว้ครบตามมาตรฐานโรงแรม 5 ดาวเลยครับ มี Amenity ที่เป็นของแบรนด์ RAKxa เอง พร้อมกับเครื่องบำรุงผิวขณะแช่น้ำในอ่างที่มองเห็นสวนภายนอก ส่วนสุขภัณฑ์จะแยกตัวออกไปเป็นระบบอัตโนมัติเทคโนโลยีจากญี่ปุ่น

ภูมิทัศน์ภายนอกดีไซน์ในคอนเซปต์ Botanical Wellnes Journey ที่แวดล้อมด้วยต้นไม้ สนามหญ้า ไม้ดอกและสมุนไพร ดูร่มรื่นและสวยสงบ ภายในสวนจะมีลานหิน ให้เราถอดรองเท้าเดินเพื่อสัมผัสกับพื้นผิวธรรมชาติที่แท้จริง ผมใช้เวลากับสวนภายในวิลล่าค่อนข้างเยอะครับ ชอบมาก

มีระเบียงไม้เล็กๆ ริมสวนภายในบ้าน ให้เราได้นั่งจิบชา อ่านหนังสือเบาๆ ยามเช้า เพื่อรับวิตามินดีจากแสงแดดอ่อนๆ อันนี้คุณหมอจาก RAKxa แนะนำผมมาโดยตรงเลยครับ

หากใครมาพักผ่อนที่นี่หลายวัน อยากเปลี่ยนบรรยากาศมาอ่านหนังสือในห้องสมุดบ้างก็ได้ครับ มีหนังสือให้เลือกหลากหลายแนว ไม่ใช่แค่เรื่องสุขภาพเท่านั้น ในบรรยากาศที่อบอุ่นสบายๆ เหมือนนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่เฉลียงหน้าบ้าน ที่แวดล้อมไปด้วยไม้ดอกไม้ประดับ

ผมชอบการออกแบบและตกแต่งของที่นี่ ที่เน้นความเรียบง่ายใช้สัจจะวัสดุอย่างไม้เข้ามาเป็นตัวนำ ตามมาด้วยรายละเอียด เรื่องราว และความเชื่อมโยงเข้ากับวิถีชุมชนบางกระเจ้า มีเรือที่สื่อถึงชีวิตที่ผูกพันธ์กับแม่น้ำ มีโอ่ง บานหน้าต่างไม้ นำมาประดับไว้ทั่วบริเวณ ดูเก๋มาก ๆ ครับ

บรรยากาศภายในเน้นความร่มรื่นกับอาคารทรงเตี้ย ที่ออกแบบให้ยกหลังคาบางช่วงสูงขึ้น เหมือนบ้าน 2 ชั้น ส่วนนี้จะเป็นส่วนต้อนรับ ก่อนจะเข้าไปทำคอนซัลท์กับที่ปรึกษาด้านสุขภาพ ซึ่งก่อนการเข้าพักก็จะมีอีเมล์ตอบรับให้เราได้กรอกตอบคำถามไลฟ์สไตล์และสภาพปัญหาหรืออาการต่างๆที่คุณมีหรือกังวล หรือบางทีอาจจะโทรศัพท์มาสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม และเมื่อถึงวันเข้าพักก็จะได้พบกับแพทย์และผู้เชี่ยวชาญทางสุขภาพมาวิเคราะห์ปัญหาแบบบูรณาการร่วมกัน

เข้ามาด้านในจะเป็นโถงโล่งเพดานสูงให้ความรู้สึกสบายตา รายล้อมด้วยกระจกที่มองออกไปเห็นบริเวณโดยรอบทั้งด้านหน้าและด้านใน

การจัดวางเก้าอี้นั่งพักผ่อนเป็นไปอย่างหลวมๆ เพื่อให้รู้สึกผ่อนคลายและเป็นการรักษาระยะห่างตามมาตรการป้องกันโควิด

ด้านในยังเป็นทางเดินไปยัง RAKxa Cha ห้องสมุด shop และห้องอาหารที่เชื่อมต่อกับ RAKxa Gaya หรือว่าฟิตเนส เซ็นเตอร์นั่นเอง

สำหรับโปรแกรมดูแลสุขภาพของผม หลังจากเข้ารับฟังการวิเคราะห์เบื้องต้นจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพแล้ว ข้อมูลกทุกอย่างก็จะถูกกระจายไปยังทุกภาคส่วนภายในเพื่อหา solution ให้กับปัญหาสุขภาพของผม

เราไปเริ่มกันที่ Medical Gym เป็นศูนย์ออกกำลังกายเชิงการแพทย์ ที่มีอุปกรณ์เครื่องมือที่ทันสมัยในการตรวจสอบสมรรถนะของร่างกาย เช่น เครื่องตรวจวัดการเดินการวิ่งแบบเรียลไทม์ สามารถวัดลักษณะการใช้งานของกล้ามเนื้อและข้อต่อต่างๆ ในร่างกายคล้ายเครื่องสแกนที่สามารถระบุได้ว่า การเดินของเราลงน้ำหนักอย่างไร ทิ้งน้ำหนักไปที่ข้อต่อจุดไหน ซึ่งเป็นสาเหตุของการเจ็บป่วยเฉพาะจุดตามมา เครื่องมือที่ทันสมัยนี้จะบอกจุดบกพร่องการใช้น้ำหนักของร่างกายทำให้นักกายภาพสามารถแนะนำและออกแบบการเดินหรือการวิ่งที่เหมาะสมเพื่อแก้ไขปัญหาได้เป็นรายบุคคล

เช่นผมมีอาการปวดร้อนที่เท้า ก็จะเข้าไปเริ่มต้นด้วยการทำเทสต์เพื่อจะดูว่า คุณภาพของการเดิน การทรงตัว ความฟิตเป็นอย่างไร มีน้องเจ๋ง เทรนเนอร์ผู้ทรงภูมิ (ต้องเรียกแบบนั้นจริงๆ ครับ) เพราะจัดโปรแกรมเทสต์ให้ผมเพื่อวัดผมได้ตรงตามวัตถุประสงค์และอ่านค่าการทดสอบเก่งมาก อธิบายให้ผมฟังอย่างตั้งใจ แม้จะยังอายุไม่เยอะมาก (หมายถึงน้องเจ๋ง) แต่เรื่องความแม่นยำในการ analyse อาการของผม คือน้องเจ๋ง เจ๋งจริงๆ

จากนั้น ผมถูกส่งตัวต่อมาที่ VitalLife Scientific Wellness Clinic เพื่อพบกับแพทย์แผนปัจจุบันจากโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในพาร์ทเนอร์ของ RAKxa เพื่อให้คุณหมอได้วิเคราะห์อาการ ซึ่งกรุณาอธิบายได้ละเอียดมาก ยิ่งผมถามเยอะ ก็สามารถคลี่ปมสงสัยได้ โดยใช้ศัพท์ง่าย ๆ ในการทำความเข้าใจ แบบคนไม่ค่อยได้ดูแลสุขภาพแบบผม

VitalLife Scientific Wellness Clinic เป็นจุดขายของ RAKxa Wellness & Medical Retreat เลยครับ ที่นี่จะให้การดูแลสุขภาพผ่านแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้เข้าใจสุขภาพของตนเองอย่างแท้จริง ทราบถึงจุดที่ควรปรับปรุง โดยใช้เทคโนโลยีการวิเคราะห์ที่ล้ำสมัย

หลายเครื่องผมก็เพิ่งเคยเห็นที่นี่แหละครับ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจพันธุกรรม ฮอร์โมน หรือไมโครนิวเทรียนท์ไปจนถึงการตรวจโอกาสการเกิดมะเร็ง

ทรีตเมนต์เหล่านี้ล้วนใช้เครื่องมือที่เป็นเทคโนโลยีล้ำสมัย เช่น ไอวี นิวเทรียนท์ ไครโออินฟราเรดซาวน่า การบำบัดด้วยแสง และพลาสมาเธอราปี รวมทั้งเครื่องผ่อนคลายกล้ามเนื้อด้วยความเย็นซึ่งเป็นเครื่องมือที่นักกีฬาดังระดับโลกใช้กัน เช่น นักฟุตบอลอาชีพในยุโรป โดยเครื่องจะทำงานด้วยการใช้ความเย็นรักษาอาการอ่อนล้าของกล้ามเนื้อให้กลับฟื้นคืนสภาพปกติได้ภายใน 3 นาที เป็นต้น และยังมีอุปกรณ์ทันสมัยอีกหลายทรีตเมนต์ที่เป็นวิทยาการทางการแพทย์สมัยใหม่มาให้บริการด้วย

ภายในจะแบ่งพื้นที่ออกเป็นซ้ายและขวา ฝั่งซ้ายจะเป็นการเข้ารับการดูแลจากคุณหมอ ซึ่งที่ VitalLife Scientific Wellness Clinic ยังนำเสนอทรีทเม้นท์ความงามอีกด้วย อาทิ เทอร์มาจ อัลเทอร่า การฉีดโบท็อกซ์และฟิลเลอร์ อีกด้วย เผื่อใครชอบเรื่องความสวยความงามก็มารับคำปรึกษาจากคุณหมอผู้เชี่ยวชาญได้

คุณหมอเป้น่ารักมาก กรุณาให้ไลน์ส่วนตัวมาเพื่อปรึกษาปัญหาความใสของใบหน้าเพิ่ม เพราะเห็นผลลัพท์ได้ชัดจากตัวคุณหมอเองคือใบหน้าสดใสอ่อนวัยมากครับ

จากนั้นเดินมาฝั่งขวาจะเข้าพับนักกายภาพบำบัด ซึ่งโถงของทั้ง 2 ฝั่งจะตกแต่งสวยงามคล้ายกัน

ผมเริ่มทำกายภาพบำบัด ซึ่งเป็นเทคนิคง่ายๆ ในการคลายกล้ามเนื้อที่สามารถนำไปทำต่อได้ที่บ้าน จากนั้นได้ทำทรีตเม้นท์ เป็นการใช้ TMS Therapy เป็นเทคโนโลยีการกระตุ้นด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า จะรู้สึกจี๊ดๆๆๆ แต่ดีมากครับ

อีกพาร์ทหนึ่งที่ผมชอบมากคือที่ RAKxa Jai จะเป็นการดูแลสุขภาพในด้านศาสตร์แห่งการบำบัดสาขาต่างๆ และใช้ทรีตเมนต์ที่ดูแลสุขภาพแบบองค์รวมผสมผสานศาสตร์แห่งการบำบัดหลากหลายแขนง ทั้งการแพทย์แผนจีน การแพทย์แผนไทย อายุรเวท และการใช้พลังบำบัด หรือ energy healing เพื่อการดูแลสุขภาพของเรา

ภายนอกเป็นเหมือนบ้านไม้สองชั้น ที่มีโถงรับรองด้านล่างแบบเปิดโล่ง เพื่อรับลมธรรมชาติในบรรยากาศแบบสบายๆ คล้ายกับพักผ่อนอยู่บ้าน ซึ่งที่นี่ก็จะได้รับข้อมูลอาการของการรักษาของเราเช่นกันครับ โดยจะเสริมในส่วนที่ขาดและในปรับเพิ่มในทรีตเมนต์ที่เห็นว่าจำเป็นครับ

เริ่มจากการนวดแบบ Deep Tissue Massage โดยเทอราพิสน้องมิว นวดดีมาก ลงน้ำหนักได้ดี ตั้งแต่หัวไปจนถึงเท้า

น้องมิวอธิบายเพิ่มเติมถึงการนวดว่า จะช่วยลดอาการเจ็บปวดกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อคลายตัวและยังช่วยเรื่องของการทำงานของระบบไหลเวียนเลือด และระบบทางเดินน้ำเหลืองให้ทำงานได้ดีขึ้น ลดการอุดตันของไขมันในเส้นลือด และช่วยขับสารพิษออกจากร่างกายได้ด้วย

ต่อมาเป็นการใช้ศาสตร์แบบผสมผสานโดยคุณหนิง ซึ่งอย่าเรียกว่า เก่ง ให้เรียกว่า “เทพ” เพราะชำนาญในหลายๆ ศาสตร์ของแพทย์ทางเลือก เช่น เรกิ เป็นศาสตร์การเยียวยาบำบัดด้วยพลังงาน หรือที่เรียกว่า energy healing ซึ่งผู้ที่จะมอบ (คุณหนิง) พลังของตัวเองให้ผู้รับ (ผม) ต้องเป็นผู้ที่มีจิตใจดี มีพลังบวกในการคิด การดำเนินชีวิต มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงและความมั่นคงทางอารมณ์ที่สูงมาก ถึงจะส่งพลังมาถึงผู้รับได้

คุณหนิงยังได้ใช้เสียงบำบัดของ Tibethian Singing Bowl มาช่วยปรับอารมณ์ผมให้ผ่อนคลายและช่วยบรรเทาอาการติดขัดของร่างกายได้ด้วย

นอกจากนี้ คุณหนิงยังได้รักษาอาการร้อนที่ใบหน้าด้วยการใช้หินที่มีความเย็นเพื่อปรับสมดุลในใบหน้า ซึ่งช่วยได้มากเลยครับ กลับไปถึงวิลล่า ล้างหน้าตอนกลางคืนแล้วพบว่าอาการแดงผ่าวหายไป กลายเป็นหน้ากลับมาขาวกระจ่างใสเหมือนเดิม ศาสตร์นี้ประทับใจผมมาก

ผมมีข้อสงสัยเรื่องธาตุตามราศีเกิด เพราะเห็นว่าที่นี่มีการรักษาอาการตามธาตุด้วย เช่น ดิน น้ำ ลม ไฟ ทาง RAKxa ก็เลยจัดให้ผมเข้ารับคำปรึกษาเกี่ยวกับธาตุในร่างกายเสียเลย เรียกได้ว่ามีครบทุกศาสตร์จริงๆ ครับ

คุณมีนา Director of Wellness ของ RAKxa ยังได้กรุณาพาผมเดินชมห้องทรีตเมนต์ต่างๆ ซึ่งมีศาสตร์มากมายเกินกว่าจะเขียนบรรยายถึงได้ มีทั้งแผนไทยโบราณ นั่งเก้าอี้ที่มีรูด้านล่างเพื่อใช้ความร้อนและสมุนไพรไปช่วยปรับฮอร์โมนโดยเฉพาะผู้หญิงที่อยู่ไฟไม่ครบ หรือผู้ชายทำทรีตเมนต์ตัวนี้ได้ ซึ่งก็ช่วยรักษาอาการทางเพศได้เช่นกัน

ไฮไลท์อีกอย่างของ RAKxa Jai คือ ธาราบำบัด หรือ Hydro Therapy ซึ่งเป็นมุมที่ผมชอบมาก

ด้านหน้าจะเป็นห้องพักผ่อน ก่อนและหลังเข้า Hydro จะเป็นที่นั่งมองเห็นวิวทะเลสาบสวยงาม เมื่อเข้าไปด้านจะเป็นห้องแต่งตัว ล็อคเกอร์และห้องน้ำ

เราจะเปลี่ยนเสื้อผ้า เพื่อเข้าไปทำ Hydro แบบส่วนตัวครับ

ภายในHydro Therapy Area ซึ่งรวมการใช้น้ำบำบัดในรูปแบบที่หลากหลายไม่ว่าจะสระน้ำอุ่น น้ำเย็น ไอซ์มูนชาวเวอร์ ห้องอบไอน้ำสมุนไพร ห้องอบซาวน่า พร้อมกับชมวิวทะเลสาบภายนอกที่สวยงาม ซึ่งมุมนี้จะหันหน้าไปทางทิศตะวันตกพอดีครับ

นี่คือห้องอาบน้ำที่สนุกมาก สามารถปรับแสง สี ซาวด์ประกอบ พร้อมกับรูปแบบของน้ำที่ไหลออกมาได้อย่างน่าสนใจ ยิ่งตอนที่ฟ้าร้องฝนตก ให้อารมณ์เล่นน้ำฝนสนุกสนานดีจริงๆ ครับ

ส่วนใครที่อยากพักผ่อน ออกกำลังกาย ว่ายน้ำ ที่นี่ก็มีสระว่ายน้ำขนาดใหญ่อยู่ที่ส่วนของ RAKxa Gaya เป็นสระว่ายน้ำที่รายล้อมไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ในบรรยากาศแบบรีสอร์ตโฮม

วิลล่าแต่ละหลังจะมีจักรยานจอดไว้ให้ปั่นไปเองได้ทั่วบริเวณเลยครับ ก็นำว่าเป็นการออกกำลังกายได้อีกรูปแบบหนึ่งและยังเป็นพลังงานสะอาดในการเดินทางภายในรีสอร์ตนอกเหนือจากบัคกี้ไฟฟ้าที่คอยให้บริการด้วยครับ

RAKxa Cha

ที่ RAKxa Cha มีชาชั้นเลิศจากทั่วโลกมาเสิร์ฟครับ แต่ไฮไลท์คือ Tea Ceremony เป็นพิธีชงชาในรูปแบบของ RAKxa โดยใช้ชาหมักผู่เอ๋อ (Puer Tea) จากมณฑลยูนนาน เป็นชาชั้นเลิศของโลกที่มีราคาสูงมาก

เมื่อคนเก็บชาเด็ดใบชาจากต้นแล้ว จะทิ้งไว้ให้เกิดกระบวนการหมักใบชาตามธรรมชาติ ส่งผลให้ใบชามีสภาพเป็นกรดเล็กน้อย แต่เมื่อเก็บไว้นานหลายปี ใบชาจะลดสภาพของความเป็นกรดลง กลายเป็นรสชาติขมฝาดเล็กน้อย ชุ่มคอ ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบประสาท เมื่อดื่มแล้วจะทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่า มีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น

โดย Tea Master จะชงชาให้เราทั้งหมด 8 เสิร์ฟครับ โดยไล่ระดับความเข้มไปจนถึงอ่อน

ผมมาที่ RAKxa ได้ดื่มชาเยอะมาก มีรสชาติที่หลากหลาย เสิร์ฟกันทุกมื้ออาหารและช่วงบ่าย อย่างที่เห็นเป็นชาฝางเสน มินต์ เสิร์ฟให้ทานกับเมี่ยงกลีบบัวหลวง และอีกคำเป็นบีทรูทเสิร์ฟกับ แมคคาเดเมียชีส นอกจากนี้ยังได้ลองดื่มชาดอกคำฝอย ชะเอมเทศ ขิง มินท์ ที่เบลนด์มาหอมมากครับ

ชาของที่ RAKxa Cha มีมากกว่า 40 ชนิด ส่วนขนมก็จัดเสิร์ฟ 7 วันไม่ซ้ำกันเลยครับ

“If you are cold, tea will warm you;
if you are too heated, it will cool you;
If you are depressed, it will cheer you;
If you are excited, it will calm you.”

– William Ewart Gladstone

RAKxa’s Wellness Cuisine เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของที่นี่ ซึ่งใช้ปรัชญาการปรุงอาหารที่ช่วยต้านการอักเสบออกแบบโดยเชฟและนักโภชนาการจากไวทัลไลฟ์ ซึ่งเป็นคอนเซปต์แบบ กินอาหารเป็นยา ผมว่าดีมาก

ที่ห้องอาหารจะใช้วัตถุดิบที่ทราบแหล่งที่มา เน้นตามฤดูกาลและมีความยั่งยืน โดยจะเป็นการรับประทานอาหารเพื่อไปเสริมสร้างสุขภาพและต้านการอักเสบของร่างกาย โดยห้องอาหารจะเสิร์ฟอาหารเพื่อสุขภาพที่มีรสชาติอร่อย และมีนักโภชนาการคอยให้คำแนะนำเพื่อให้ได้รับประสบการณ์ที่ทั้งอร่อยและสนุกสนาน ไม่รู้สึกว่าทานยากแต่อย่างใด และไม่ต้องกลัวอดด้วย ถ้ารู้สึกว่ายังไม่อิ่มก็แจ้งเชฟได้ครับ โดยอาหารที่เสิร์ฟจะเป็นไปตามโปรแกรมของเราเท่านั้น

ส่วนผมชอบขนมปังซาวโดวจ์ (Sourdough) ซึ่งเป็นขนมปังที่ดีต่อสุขภาพเพราะทำมาจากวัตถุดิบเพียง 4 อย่างเท่านั้น คือ น้ำ แป้ง เกลือ และยีสต์หมักธรรมชาติ โดยเชฟทำรสชาติออกมาหลากหลายไม่ซ้ำ ผมชอบรสกระเทียมมาก อร่อยจนต้องสั่งกลับบ้าน

ห้องอาหารอู่น้ำ ออกแบบเป็น All day dining ซึ่งเชฟจะจัดเมนูตามไลฟ์สไตล์ของเราครับ ชอบหรือไม่ทานอะไรก็แจ้งไปตั้งแต่ตอนที่ให้ข้อมูล นักโภชนาการก็จะจัดอาหารให้ตรงตามความต้องการของเราแบบไม่ต้องรู้สึกว่าฝืนกิน อันนี้ดีมาก

ส่วนห้องอาหารก็ออกแบบได้สวย ดูผ่อนคลายดี มีที่นั่งหลายมุมมาก ทั้งในห้องแอร์และโซนที่นั่งด้านนอก ตอนเช้าๆ ออกมานั่งรับแสงแดดอ่อนๆ ก็เข้าท่าดีนะครับ

ที่นี่เน้นเสิร์ฟอาหารที่ผ่านการคิดค้นโดยนักโภชนาการ เพื่อปรับสมดุลธาตุในร่างกาย โดยใช้วัตถุดิบที่สดใหม่ตามฤดูกาลและปลอดสารพิษ เพราะมีฟาร์มผักออร์แกนิคเป็นของ RAKxa เอง ส่วนเนื้อสัตว์จะมาจากฟาร์มที่เลี้ยงแบบปล่อยและให้กินหญ้าปลอดสาร ที่สำคัญคนทานเนื้อก็มาที่นี่ได้นะครับ สามารถทานเนื้อได้ตามปกติมีเมนูหลากหลายแจ้งเชฟได้เลยครับ

#โดยสรุป RAKxa Wellness ผมว่าเป็นมากกว่ารีสอร์ตครับ อยากจะมาลองพักแบบฟูลคอร์สสัก 2 อาทิตย์ น่าจะช่วย Restore ร่างกายตัวเองได้มาก เพราะอายุอานามก็ไม่ใช่น้อยละ 5555

ผมชอบกระบวนการบูรณาการในทุกศาสตร์เพื่อมุ่งระดมหา solution ที่เหมาะสมในการดูแลสุขภาพของเรา ซึ่งแน่นอนว่าแต่ละคนมีปัญหาไม่เหมือนกัน ดังนั้น การ customise โปรแกรมออกมาใหม่จึงเป็นเรื่องที่ดีและเหมาะสมมาก อยากให้มาเช็คอัพสุขภาพกัน

ตอนนี้มีทั้งแบบเมมเบอร์ 500,000 บาท แบบ Day Pass เริ่มต้นที่ 12,500 บาท หรือจะเริ่มตั้งแต่ 1 คืนไปจนถึง 14 คืนก็ได้ครับ

สนใจหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
ติดต่อ RAKxa โทร. +66 2055 3100
เวลาทำการ : 08.30 – 19.00 น.

🤎 ติดตาม รักษ ได้ที่
Website : www.rakxawellness.com
LINE Official : @rakxawellness
Instagram : @rakxawellness

#rakxawellness#rakxawellnessandmedicalretreat#rakxa#wellness#thailand#รักษ

hemm team
hemm team

• The magazine for Sharp Living, Travel Design and Lifestyle for men •