ทำไม “สิงคโปร์ แอร์ไลน์” ต้องเอาเครื่องบินไปจอดทิ้งไว้ที่ “อลิซสปริงส์” ออสเตรเลีย

ต่อจากนี้ไป นักท่องเที่ยวอาจมีเหตุผลอื่น นอกเหนือไปจากการเยี่ยมชมอูลูรู ที่ อลิซสปริงส์ (Alice Springs) อาจจะเป็นการไปชมภาพฝูงบินที่จอดเรียงรายอยู่บนพื้นที่กว่า 700 ไร่ ใกล้กับรันเวย์และอาคารผู้โดยสารของสนามบินอลิซสปริงส์ ซึ่งได้รับการจัดสรรให้เป็นพื้นที่จอดเครื่องบินเก่า หรือที่เราเรียกกันว่า “สุสานเครื่องบิน” ของออสเตรเลีย นี่จึงเป็นเรื่องที่หลายคนให้ความสนใจ

และเมื่อ Singapore Airlines นำเครื่องบินแอร์บัส A380s ลำปัจจุบันที่ยังคงทำการบินพาณิชย์มาจอดทิ้งไว้ที่นี่ในช่วงที่ไม่ได้ทำการบินเนื่องจากสถานการณ์โควิด และมีอีกหลายสายการบินที่นิยมนำเครื่องบินมาจอดไว้ที่นี่เช่นกัน เช่น โบอิ้ง 777s ของสายการบิน NokScoot และ แอร์บัส A320 ของสายการบิน Scoot

จึงเป็นคำถามว่า ทำไมต้องเอาเครื่องบินไปจอดทิ้งไว้ที่ “อลิซสปริงส์”

ในแง่ของภูมิศาสตร์คือคำตอบหลัก เนื่องจาก อลิซสปริงส์ อยู่ติดกับรันเวย์ของสนามบินขนาดใหญ่พอที่จะรองรับเครื่องบินโดยสารที่มีขนาดใหญ่เท่ากับซูเปอร์จัมโบ้ A380 ของแอร์บัสได้ และเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง 

พื้นที่ของอลิซสปริงส์ล้อมรอบด้วยทะเลทรายอันกว้างใหญ่ อลิซสปริงส์จึงมีสภาพอากาศที่แห้งแล้ง มีความชื้นโดยเฉลี่ยร้อยละ 25 มีค่าฝุ่นละอองต่ำ โอกาสเกิดพายุไซโคลนมีน้อย และมีปริมาณน้ำฝนต่ำ การควบคุมอุณหภูมิของพื้นที่ ทำได้ดีไม่ผันผวนจนเกินไป ปัจจัยเหล่านี้เหมาะแก่การรักษาสภาพของเครื่องบินไม่ให้ผุกร่อนได้ง่าย โดยเฉพาะปัญหาความชื้น ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการเลือกลานจอดของสายการบิน

ผู้ที่อยู่เบื้องหลังในการจัดวางให้พื้นที่ว่างหลายร้อยไร่กลายเป็นโอกาสสำหรับพื้นที่ทำเงินในธุรกิจนี้ คือ ทอม วินเซนต์ (Tom Vincent) กรรมการผู้จัดการของ Asia Pacific Aircraft Storage จากเดิมที่อยากใช้พื้นที่นี้สร้างฟาร์มปศุสัตว์ ก่อนจะพบว่า สภาพภูมิศาสตร์เช่นนี้ สร้างเป็นลานจอดเครื่องบินน่าจะดีกว่า 

บริษัทของเขาได้รับการสนับสนุนจากนักลงทุนเอกชนรายใหญ่ในบริสเบน จนได้เซ็นต์สัญญากับสนามบินอลิซสปริงส์ เพื่อสร้างลานจอดขนาดใหญ่พอสำหรับเครื่องบินมากถึง 300 ลำเช่นโบอิ้ง 737, 767, 767 และ 747s เป็นบริษัทให้บริการสถานที่จัดเก็บเครื่องบินโดยเฉพาะแห่งแรกและโรงงานแยกออกสำหรับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เพราะไม่เพียงแต่บริการลานจอดเท่านั้น แต่ยังต้องมีระบบซ่อมบำรุง การรักษา และสถานีเชื้อเพลิงด้วย

ภารกิจต่อมาคือการหาสายการบินและ บริษัท ลีสซิ่งเครื่องบินที่อยากจะเปลี่ยนสถานที่จอดจาก Mojave Desert ในแคลิฟอร์เนียและ Pinal Airpark ในแอริโซนา ซึ่งมีหลายสายการบินนิยมไปจอดกันอยู่แล้วก่อนหน้านี้

“ในตอนนี้สิ่งที่เรามุ่งเน้นคือการออกไปพูดคุยกับลูกค้าและวัดความสนใจของพวกเขา เราไม่ได้พยายามคิดค้นอะไรใหม่ แต่เป็นการใช้รูปแบบเดียวกับลานจอดที่สหรัฐอเมริกา และตลาดเป้าหมายของเราชัดเจนมากว่าอยู่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เพราะความสะดวกในการเข้าถึงที่เรานำเสนอให้กับตลาดเป้าหมายนั้น เราบิน 5 ชั่วโมงจากสิงคโปร์ เรามีสภาพภูมิอากาศที่ถูกต้องและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับการปกป้องเครื่องบิน และเอเชีย – แพค (APAS) ก็คาดการณ์ว่าทั้งโบอิ้งและแอร์บัสจะเห็นว่าที่นี่เป็นภูมิภาคที่มีการเติบโตสูงที่สุดในโลก” ทอม กล่าว

ทอมยังเห็นด้วยว่า การขยายตัวของสายการบินต้นทุนต่ำในเอเชียเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับธุรกิจการบินโดยทั่วไป คาดว่าในอีก 20 ปีข้างหน้าเอเชียแปซิฟิกคาดว่าจะมีสัดส่วนการบินถึง 40% ของตลาดการบินทั่วโลก ซึ่งเป็นส่วนแบ่งการตลาดที่ APAS น่าจะเข้าไปแย่งชิงมาได้ไม่ยากนัก

ในส่วนของขั้นตอนการจอดเครื่องบินทิ้งไว้ที่ลานจอดระยะยาวนั้น ขั้นแรกจะต้องมีการทำความสะอาดภายในอย่างล้ำลึก ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อคุณภาพสูงใช้สำหรับทำความสะอาดพื้นผิวรวมถึงผนัง ที่นั่ง ที่วางแขนและหน้าจอ มีการหุ้มกระจกห้องนักบินเพื่อป้องกันแสงแดดที่จะส่องเข้ามาภายในห้องควบคุมการบิน การคลุมเครื่องบินทั้งลำเพื่อป้องกันนกและแมลง โดยเฉพาะส่วนที่เป็นรูหรือหลุมต่างๆ ที่นกสามารถเข้าไปทำรังได้ เช่น ฝาครอบเครื่องยนต์ รูที่หางของเครื่องบิน ต่อมาคือการบำรุงรักษาล้อยางเครื่องบิน เนื่องจากการจอดทิ้งไว้อาจจะทำให้ล้อยางมีสภาพไม่สมบูรณ์ได้ ดังนั้น ทีมกลศาสตร์การบินจะต้องตรวจสอบเครื่องบินทุกสัปดาห์เพื่อลดเวลาที่ต้องใช้ในการเตรียมให้พร้อมสำหรับการบินอีกครั้ง เพราะการรักษาสภาพเครื่องบินให้ใหม่ ปลอดภัยอยู่เสมอ จึงเป็นเรื่องจำเป็นต่อการทำการบินได้ทันที

อันที่จริงแล้ว ไม่เพียงแต่ที่อลิซสปริงส์เท่านั้นที่เป็นที่จอดให้กับเครื่องบินโดยสารพาณิชย์ แต่ยังมีอีกหลายแห่งไม่ว่าจะเป็น Pinal Airpark สนามบินสาธารณะที่ตั้งอยู่ใน Marana ทางตะวันตกเฉียงเหนือของ Tuscon รัฐแอริโซนา สามารถจอดเครื่องบินได้ประมาณ 400 ลำ ส่วนที่ Pinal Airpark ก็มีเครื่องบินจากหลายสายการบินเช่น Delta, Air Canada และ JetBlue มาจอดที่นี่ และสำหรับสายการบินยุโรปสนามบิน Teruel ของสเปน ก็เป็นสถานที่จัดเก็บเครื่องบินที่ได้รับความสนใจ สามารถรองรับเครื่องบินขนาดใหญ่ได้ 250 ลำ สายการบิน Lufthansa ก็กำลังส่งเครื่องบิน Airbus A340-600 ทั้งหมด 17 ลำ มาเก็บไว้ที่ Teruel ของสเปนด้วย 

ทอมคาดหวังว่าธุรกิจของเขาจะแข็งแกร่งเนื่องจากตอนนี้สายการบินยังคงมองหาสถานที่จอดเครื่องบินเนื่องจากยังไม่สามารถทำการบินได้ในอนาคตอันใกล้ สอดคล้องกับนักวิเคราะห์หลายคนคาดการณ์ว่าจะใช้เวลาหลายปีกว่าที่ธุรกิจการบินของสายการบินจะกลับสู่ภาวะปกติในก่อนเกิดโรคระบาดโควิดซึ่งแน่นอนว่านี่ไม่ใช่ข่าวดีของสายการบินพาณิชย์แต่กลับดูเหมือนจะเป็นอนาคตที่สดใสของอลิซสปริงส์แทน

hemm team
hemm team

• The magazine for Sharp Living, Travel Design and Lifestyle for men •