Somerset Rama 9

🎉กานต์ลองมา Workation ช่วงปีใหม่

บอกต่อ #ที่พักถูกและดี เปิดใหม่ใกล้บ้าน

นั่งรถไฟฟ้ากลับมาให้ข้าวแมวได้✨

_

ช่วงหยุดยาวสิ้นปีแบบนี้ จังหวะดี หลังจากไม่ได้ออกไปต่างประเทศเหมือนทุกปี (เพราะอะไรเรารู้กันดี) แต่ก็ไม่ได้ไปเที่ยวต่างจังหวัด คนเยอะเกินอ่ะ กานต์เลยมองหาที่พักใหม่ๆ เปลี่ยนบรรยากาศจากอยู่บ้าน มา Workation สักอาทิตย์นึง เผื่อมันจะได้ไอเดียใหม่ๆ

ผมมาพักที่ Somerset พระราม 9 เป็นเซอร์วิส อพาร์ทเม้นท์เปิดใหม่ จาก Ananda Development ซึ่งล่าสุดแตกไลน์มาทำธุรกิจ Hospitality จับมือกับแบรนด์หรูระดับโลกคือ ดิ แอสคอทท์ ลิมิเต็ด (Ascott) จากสิงคโปร์

จุดเด่นที่ Somerset พระราม 9 ตอบโจทย์ผมได้ก็คือ

#ใกล้ห้างสรรพสินค้า เผื่อว่าหิวหรือเบื่อห้อง อยากไปลองเดินเล่น กินกาแฟ ช้อปปิ้ง ก็สามารถเดินไปได้ทันที อยู่ใกล้กับห้างใหญ่อย่างเซ็นทรัลพระราม 9 ส่วนฝั่งตรงข้ามเป็นฟอร์จูนทาวน์และโลตัส

#ใกล้รถไฟฟ้า เพราะผมตั้งใจว่าจะนั่งบีทีเอสจากบ้านแถววงเวียนใหญ่ มาลงที่รถไฟฟ้าใต้ดินสถานีพระราม 9 เดินประมาณ 100 เมตร ก็ถึง Somerset สะดวกมากครับ กลับไปให้ข้าวแมวที่บ้านได้สบายเลย

จุดเด่นของความเป็นเซอร์วิส อพาร์ทเม้นท์ คือ #รูปแบบบริการเหมือนกับโรงแรม แต่โดยมาก #ห้องพักจะกว้างขวางกว่า มีการเพิ่มฟังก์ชันพิเศษเข้ามา อย่างเช่นห้องที่ผมพักจะมีเครื่องซักผ้า เตาไฟฟ้า ไมโครเวฟ ฯลฯ มีแม่บ้านคอยเข้ามาทำความสะอาด นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ส่วนกลาง สระว่ายน้ำ ฟิตเนส ซาวน่า คลับเซอร์วิส รวมไปถึงคิดส์คลับสำหรับเด็กด้วยครับ

แล้วทำไมไม่นอนโรงแรมไปเลย? หลายคนสงสัย … คือ #ราคาถูกกว่าโรงแรม ในกรณีที่เราพักระยะยาวเป็นรายสัปดาห์ รายเดือนหรือรายปี ซึ่งจะว่าไปน่าจะเหมาะกับชาวต่างชาติมากกว่า แต่สำหรับเราๆ เอาเป็นว่าให้อารมณ์เหมือนมาพักโรงแรมจ่ายเป็นคืนๆ ไปในราคาที่ไม่สูงมากนักหากเทียบกับโรงแรมในขนาดห้อง ระดับและทำเลเดียวกัน มันก็มีข้อดีข้อด้อยแตกต่างกันไป

แต่เท่าที่ได้มาพัก Somerset พระราม 9 กานต์ว่าไม่ต่างจากโรงแรมหรูเลยครับ เติมเต็มวันพักผ่อนแบบ Workation ได้ดีมาก อยากให้ลองมาเปลี่ยนบรรยากาศกัน

ไปดูภาพและอ่านเรื่องราวในคอลเลคชั่น Somerset พระราม 9 ที่กานต์นำมาฝากกันดีกว่าครับ

ทำความรู้จัก Somerset กันก่อนนะครับ เป็นหนึ่งในเชนธุรกิจบริการให้ที่พักจาก Ascott ที่มีความโดดเด่นคือเรื่องทำเลและดีไซน์ที่ออกแบบได้สวยทั้งภายนอกและภายในห้อง ดูแล้วน่าพักบรรยากาศดีไม่ต่างจากโรงแรมทั่วไป

ทำเลคือดีจริงๆ ใกล้รถไฟฟ้า แต่หากใครขับรถมาก็สะดวกมากครับ สามารถดรอปสัมภาระลงด้านหน้าอาคาร จากนั้นจะมีพนักงานเซอร์วิส แล้วให้เรานำรถไปจอดไว้ด้านหลัง ส่วนผมนั่งรถไฟฟ้ามาลงที่สถานีพระราม 9 ก็สะดวกเช่นกัน เดินมาอีกเล็กน้อยประมาณ 100 เมตรก็จะถึงที่ Somerset พระราม 9 ผมเตรียมข้าวของมาไม่เยอะ เพราะส่วนใหญ่จะมีให้หมดเหมือนโรงแรมทั่วไปเลยครับ

ห้องพักถูกออกแบบให้มีลักษณะเหมือนอยู่บ้าน สิ่งอำนวยความสะดวกครบครันไม่ต่างจากโรงแรมเลยครับ ผมเลยมาพักกันยาวๆ 7 คืน กะว่าจะเปลี่ยนสถานที่ทำงานตั้งแต่ในช่วงที่ยังไม่ได้หยุดกันจริงจังก่อนสิ้นปี ลากยาวกันไปจนถึงปีหน้า ได้ฟีลแบบมา Workation มันก็เก๋ดีนะ 555 อาจจะมีแอบแวบกลับไปที่บ้านบ้าง (ต้องไปให้ข้าวน้องแมวอ่ะ) นั่งรถไฟฟ้าไปได้ แปบเดียวเอง

จริงๆ แล้ว Brand Essence ของ Somerset คือ Inspired Living ครับ งานดีไซน์ที่ออกมาจึงเน้นสวยและใ้ช้งานได้ในชีวิตจริง อย่างที่พระราม 9 ก็ถือว่าออกแบบได้สวยมากครับ ผลงานของ a49 เค้า

พอมาถึงก็จัดการเรื่องเช็คอิน เหมือนการเข้าพักในโรงแรมตามปกติเลยครับ แทบจะหาความแตกต่างไม่เจอ

เข้ามาด้านในก็จะมีพนักงานช่วยบริการในเรื่องสัมภาระ ส่วนเราก็เข้าไปนั่งรอเช็คอิน

ผมนั่งมอง Lobby ของ Somerset พระราม 9 โอ่โถงดีนะ ช่วงนี้ตกแต่งให้เข้ากับคริสมาสต์

การตกแต่งเน้นโทนสีน้ำเงินและสีเหลืองทอง คู่สีตรงข้ามที่จับกันได้อย่างลงตัว วัสดุโดยมากเป็นไม้และกระจกใส ให้ความรู้สึกอบอุ่นเป็นกันเองดี ต้องยอมรับว่า a49 ออกแบบเซอร์วิส อพาร์ทเม้นท์ตึกนี้ได้หรูหราราวกับโรงแรมระดับ 5 ดาวเลยครับ

พนักงานมาเช็คอิน ให้ข้อมูลรายละเอียดกันเรียบร้อย ช่วงนี้คงจะต้องเจอหน้ากันบ่อยหน่อย เพราะผมพักที่นี่ 7 คืนแน่ะ

ทางไปลิฟต์ มองเห็น iMac 2 เครื่อง คอมพิวเตอร์ตั้งไว้ที่บิสสิเนส คอร์นเนอร์ อยู่ถัดจากเคาน์เตอร์เช็คอิน ซึ่งยังจำเป็นมากนะครับสำหรับยุคนี้ ยิ่งเป็นเซอร์วิส อพาร์ทเม้นท์ที่เน้นกลุ่มนักธุรกิจด้วยแล้ว การอำนวยความสะดวกในการติดต่อสื่อสารถือเป็นเรื่องจำเป็นมากครับ

ขึ้นลิฟต์ไปชั้น 24 ไปชมส่วนของห้องพักกันบ้างดีกว่า ที่ Somerset พระราม 9 มีด้วยกันทั้งหมด 445 ห้องมีทั้งห้องแบบสตูดิโอ / 1 ห้องนอน / 2 ห้องนอน แต่ห้องที่ผมพักจะมีความพิเศษกว่าคือเป็นห้องแบบ 3 ห้องนอนที่เชื่อมกัน (Connecting Room) ระหว่างห้อง 2 ห้องนอนกับสตูดิโอครับ ทำให้เหมาะกับใครที่มาพักกันเป็นครอบครัวใหญ่ ได้ความสะดวกสบายและส่วนตัวกว่า

ภายในห้องจะแบ่งฟังก์ชันเหมือนห้อง executive suite ของโรงแรมหรูเลยครับ คือมีส่วนของ Living Room ห้องน้ำแบบ Powder Room สำหรับแขกที่มาเยี่ยมหรือพูดคุยธุรกิจกัน มีโต๊ะรับประทานอาหารขนาดใหญ่ ติดกันเป็นครัว เคาน์เตอร์พร้อมเครื่องอำนวยความสะดวก ห้องพักออกแบบให้มีลักษณะเหมือนเรากำลังอยู่บ้านตัวเองมาก

ผมพามาชม Master Bedroom ก่อนนะครับ ดูแล้วเหมือนกับโรงแรมเลยว่าไหม แทบไม่มีอะไรต่างกัน ตกแต่งภายในได้หรูหรา ผมชอบการงานอาร์ตที่หัวเตียง เน้นสื่อสารโดยใช้สีน้ำเงินเข้มและสีเหลืองทอง ดูคลาสสิคดี เตียงนอนมีขนาดใหญ่อยู่สบายไม่อึดอัดเลยครับ หัวเตียงออกแบบให้รองรับการใช้งานทั้งปลั๊กและ USB ผมชอบโต๊ะหัวเตียงนะ ดีไซน์สวยดีมีความโค้งมน ส่วนปลายเตียงจัดการแขวนทีวีมาให้ เราสามารถนอนชมได้จากบนเตียงเลยครับ นับว่าสะดวกมาก

ส่วนอีกด้านของห้องนอนหลักจะเป็น Walk-in Closet ตู้เสื้อผ้ามีขนาดใหญ่มาก กั้นห้องด้วยกระจกใสได้ความเป็นสัดส่วน ฟีลลิ่งเหมือนอยู่บ้าน ผมสังเกตว่าที่ Somerset พระราม 9 แทบจะทุก Roomtype เลยครับที่จะเน้นตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่

ผมจัดการนำเสื้อผ้าในกระเป๋าออกมาแขวนไว้ที่ราว ก่อนที่จะได้พาไปเดินชมส่วนอื่นๆ

อ่อ!! ห้องนอนของผมมีห้องน้ำในตัวนะครับ มาพร้อมกับอ่างอาบน้ำด้านในสุดติดกับผนังกระจก ทำให้เราได้มองเห็นวิวพระราม 9 ยามค่ำคืนซึ่งผมไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก รู้สึกตื่นเต้นดีครับ

ปีใหม่นี้ผมตั้งใจว่าจะต้องอ่านหนังสือให้ได้อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 เล่ม เน้นเรื่องการพัฒนาธุรกิจ จิตวิทยาการใช้ชีวิต การดูแลสุขภาพ สลับกันไป

ใครมีหนังสือดีๆ ก็มาแนะนำผมได้นะครับ หรือจะแลกกันอ่านก็ได้นะ

ถัดจากห้องนอนของผมจะเป็นห้องนอนรอง ซึ่งออกแบบให้เป็น twin bed ฟังก์ชันเหมือนกับโรงแรมทั่วไป แต่มีตู้เสื้อผ้าที่ผมว่าปิดมิดชิดดีช่วยให้มีความเป็นสัดส่วนไม่รกสายตา มาพร้อมกับโต๊ะหัวเตียงแบบแชร์ริ่งตรงกลาง

ผมเก็บภาพบรรยากาศของแสงแดดที่ส่องเข้ามาให้ได้ชมกัน ผมว่ามันสวยดีครับ

ถัดจากโซนห้องนอนจะเป็น Common Area ครับ ประกอบด้วยพื้นที่นั่งเล่น รับแขก สามารถนั่งนอนดูทีวีได้สบาย จัดวางโซฟาชุดใหญ่เอาไว้ให้แล้ว

ภายในห้องมีเคาท์เตอร์ครัวติดตั้งพร้อมตู้เก็บของบนล่างเอาไว้ให้เรียบร้อย อำนวยความสะดวกด้วยเตาไฟฟ้า เครื่องดูดควัน ไมโครเวฟ ตู้เย็นขนาดใหญ่ ซิงค์ล้างจาน มีกาต้มน้ำร้อน ชา กาแฟ น้ำเปล่ามาให้ ผมสามารถทำกับข้าวที่ห้องได้เลยครับ

บางวันก็ออกไปเดินซุปเปอร์มาร์เก็ตที่เซ็นทรัล ซื้ออาหารมาตุนไว้ทานมื้อเช้าได้เลย

ตรงกลางเป็นโต๊ะรับประทานอาหารขนาด 6 ที่นั่ง ผมชอบการออกแบบที่ค่อนข้างคุมโทนได้ดีมีความลงรายละเอียดตามมาตรฐานการทำงานของ a49 เน้นเฟอร์นิเจอร์จากธรรมชาติ เช่น โซฟาจากผ้า โต๊ะไม้ ให้ความรู้สึกเหมือนเรากำลังพักอยู่บ้านตัวเองมากครับ

ที่ผมตื่นเต้นมากที่สุดคือมีห้องซักผ้าแยกให้เป็นอีกห้องนึงเลยครับ ดูลงตัวดีมาก เรียกได้ว่าเตรียมพร้อมสำหรับแขกที่จะเข้าพักระยะยาว เราสามารถซักเสื้อผ้าเองในห้องได้เลย หรือจะส่ง Laundry Service ก็ได้เช่นกันครับ

บริเวณ Common Area ยังจัดให้มีมุมโต๊ะทำงาน พร้อมเปิดช่องแสงจากหน้าต่างด้านนอกเอาไว้ นั่งกันสบายๆ เพื่อรองรับสำหรับนักธุรกิจที่ต้องมีการติดต่อสื่อสารตลอดเวลา ผมว่าสะดวกดีครับ อาจจะด้วยเพราะห้องมีขนาดใหญ่ จึงจัดวางฟังก์ชันได้แบบฟูลออปชั่นดี

แต่บางทีเราก็อาจจะต้องมีประชุมงานออนไลน์เพื่อแก้เคสแบบด่วนๆ กันบ้าง ภาพมันก็เลยดูยุ่งๆ ไปหน่อย

แต่แอบแฝงความชิลๆ สบายๆ อย่างที่เห็นครับ 555

ผ่านไปแล้วสำหรับห้องแบบ 2 ห้องนอน แต่อย่างที่บอกไปว่าห้องของผมจะมีความพิเศษกว่าเพราะเป็นห้องที่เชื่อมกับห้องสตูดิโอจนกลายเป็นห้องแบบ 3 ห้องนอนไปโดยปริยาย

ผมเดินทะลุพามาชมห้องนอน 3 กันบ้างครับ มีขนาดใหญ่ไม่แพ้กัน บรรยากาศหรูหราเหมือนโรงแรม 5 ดาวเลยล่ะครับ

ภายในจัดวางฟังก์ชันการใช้สอยได้ครบตามมาตรฐาน ทั้งเตียงนอนขนาดใหญ่ มีที่นั่งปลายเตียงสำหรับดูทีวี พักผ่อน ผมยังคงชอบโต๊ะหัวเตียงของที่ Somerset พระราม 9 จังครับ ดูคลาสสิคเรียบหรูดี

นอกจากนี้ ภายในห้องยังมีมุมทำงานอยู่ติดกับครัวที่แยกตัวออกไปอีกฝั่งประตู

เคาน์เตอร์ครัวมาพร้อมกับตู้เย็นขนาดเล็ก ไม่มีเตาไฟฟ้าหรือว่าไมโครเวฟ แต่จะมีบริการน้ำเปล่า ชา กาแฟ กาต้มน้ำร้อนเตรียมไว้ให้เรียบร้อยแล้วครับ

เอาละ มาดูกันต่อ ฝั่งตรงข้ามครัวจะเป็นมุมแต่งตัวแบบ Walk-in Closet ที่มีขนาดใหญ่เช่นกัน เป็นตู้แบบบิลด์อินเต็มเพดานอลังการมาก ตู้จะขนาบทั้ง 2 ฝั่งซ้าย-ขวา ส่วนตรงกลางเป็นทางเดินทะลุไปเข้าห้องน้ำครับ

ว่ากันตามตรง มันก็คือโรงแรมดีๆ นี่แหละ แทบไม่มีอะไรต่าง ยิ่งแถบพระราม 9 ผมว่าที่นี่ทำเลโอเคกว่าอีกหลายโรงแรมเลยนะ

ชั้น facility ของที่ Somerset พระราม 9 จะอยู่ที่ชั้น 8 และชั้น 9 ครับ จากห้องพักผมพาลงมาชมฟิตเนสที่ชั้น 9 กันก่อน ซึ่งจะมีห้องพักบางส่วนอยู่ชั้นนี้ด้วย ใครชอบออกกำลังกายก็รีเควสเป็นชั้น 9 ได้ครับ จะได้ตื่นเช้ามาเข้ายิมได้เลย

ฟิตเนสของที่นี่มีขนาดกว้างมากครับ ใหญ่กว่าฟิตเนสโรงแรม 5 ดาวบางแห่งเสียอีก ภายในติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกในการออกกำลังกายไว้ให้เรียบร้อยแล้วครับ ทั้งลู่วิ่ง เครื่องออกกำบังกาย ทั้งแบบฟรีเวทและแมชชีน เน้นบรรยากาศเปิดโล่งในห้องกระจก

ใกล้ๆ เป็นห้องโยคะสตูดิโอที่กว้างขวางมาก มองเห็นวิวพระราม 9 จากฝั่งด้านหลัง ดูสงบเงียบไม่วุ่นวายไปอีกแบบ มีต้นไม้สีเขียวให้มองออกไปแล้วสบายตาชื่นใจ

นอกจากนี้ยังมีห้องสตรีมไว้คอยให้บริการอีกด้วยครับ

จากชั้น 9 เราลงมาดูชั้น 8 กันต่อครับ จะเป็นในส่วนของสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ จัดวางเก้าอี้ริมสระไว้กระจายไปทั่ว สำหรับวันพักผ่อนสบายๆ ช่วงบ่ายออกมาว่ายน้ำเล่นให้เย็นใจ

มีห้องนั่งเล่นเป็นคลับเซอร์วิส ไว้คอยให้บริการ ด้านหน้ามีเคาน์เตอร์บาร์จัดเตรียมไว้ให้

ภายในตกแต่งอย่างหรูหราด้วยเฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่ที่ติดตั้งไว้ทั่วบริเวณ เป็นห้องที่มีขนาดใหญ่มากครับ และมีที่นั่งให้เลือกหลายมุมเลยทีเดียว

เราสามารถนั่งพักผ่อนอยู่ด้านในคลับ ขณะที่เด็กๆ กำลังเล่นสนุกอยู่ที่คิดส์คลับ หรือสระว่ายน้ำ เราก็สามารถมองเห็นได้สบายใจ เพราะออกแบบให้เป็นกระจกใสเต็มบาน แบบ Floor to Ceiling ช่วยให้ห้องคลับดูโล่ง สบาย ไม่อึดอัด เปิดรับช่องแสงจากภายนอกเข้ามาได้มาก และยังคุมโทนงานดีไซน์และเฟอร์นิเจอร์ได้ดี

ด้านในเป็นห้องประชุมที่แยกตัวออกไปทำให้ได้รับความเป็นส่วนตัวมากขึ้น

วนด้านหลังยังคงจัดวางที่นั่งไว้เยอะมากครับ กระจายออกไปตามมุมต่างๆ เป็นคลับที่ใหญ่มากจริงๆ

มีคิดส์รูมสำหรับเด็กที่คุณแม่สามารถนั่งมองจากที่นั่งข้างนอกได้ โดยที่ไม่ต้องละสายตา

ส่วนตัวผมชอบนั่งโซฟาทรงโค้งท่ีจัดวางไว้อย่างโดดเด่น อาจจะด้วยเป็นมุมที่ส่วนตัวและได้เพดานแบบ Double Volume พอดี ทำให้รู้สึกได้ทันทีถึงความแกรนด์ของคลับของที่นี่ครับ

มีที่นั่งแบบเปิดโล่งด้านนอก เชื่อมต่อกับสระว่ายน้ำ ฟีลสบายๆ

จัดวางเดย์เบดไว้รอบๆ สระ ให้อารมณ์เหมือนมาพักผ่อนในโรงแรมหรู

“If you’re tired, learn to rest not quit.”

#โดยสรุป Somerset พระราม 9 ความจริงแล้วเหมาะกับการเข้าพักระยาว แต่ออกแบบมาเผื่อความต้องการเข้าพักในระยะสั้น รายวัน ตกแต่งภายในได้สวยงาม หรูหราไม่ต่างจากโรงแรมหรู 5 ดาวแต่อย่างใด แต่ที่ดีกว่าโรงแรมคือค่าใช้จ่ายที่ถูกลง

ในขณะที่ Facility ต่างๆ และการอำนวยความสะดวกทั้งภายในห้องและภายนอกห้องจัดเต็ม ตามมาตรฐานของ Ascott

Somerset พระราม 9 จึงเหมาะแก่การมาพักผ่อนแบบ Workation ในวันที่ต้องการเปลี่ยนบรรยากาศจากบ้าน

หากใครมีเพื่อนหรือญาติมาจากต่างจังหวัดผมว่าเราสามารถแนะนำให้มาเข้าพักที่ Somerset พระราม 9 ได้เลยครับ ยิ่งอยู่นานผมว่าสะดวกกว่าและค่าใช้จ่ายถูกกว่าเข้าพักโรงแรมมากเลยนะ

hemm team
hemm team

• The magazine for Sharp Living, Travel Design and Lifestyle for men •