SUKHOTHAI

#สุโขทัย เที่ยวไหนได้บ้าง❓

🚴🏻ปั่นจักรยานเที่ยวในเมืองเก่าที่เราประทับใจ✨

ในการมาเยือนสุโขทัย ราชธานีเก่าที่ทรงคุณค่า แม้หลายคนอาจมองว่า ไปดูซากปรักหักพัง อิฐผุๆ ที่ซ้อนทับกัน

“ไปทำไม‼️ ไม่เห็นมีอะไร”

จริงๆ แล้วการได้มาปั่นจักรยานชมชุมชนเมืองเก่าสุโขทัย เป็นประสบการณ์ล้ำค่าที่หาได้ยาก จากที่ไม่เคยคิดว่าอยากมา กลับกลายเป็นว่า นี่คือหนึ่งในทริปที่กานต์ประทับใจและอยากหยิบมาเล่าให้ฟังอีกครั้ง

🔹วัดตระพังทอง

🔹พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติรามคำแหง

🔹อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย

🔹อนุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหง

🔸วัดมหาธาตุ

🔸วัดสระศรี

🔸วัดศรีสวาย

🔸วัดสะพานหิน

🔸วัดอรัญญิก

🔸สรีดภงส์

🔸วัดเขาน้อย

🔸วัดศรีชุม หรือ วัดฤๅษีชุม

🔸วัดเจดีย์สี่ห้อง

🔸วัดศรีพิจิตรกิรติกัลยาราม

🔸วัดช้างล้อม

🔺วิถีชีวิตชาวย่านล้องตาเพชร

🔺ศูนย์พระพิมพ์ (กรุพระสุโขทัย)

🔺ถนนสังคโลก

🔺บ้านปรีดาภิรมย์

🔺หินข้าวตอกพระร่วง

🔺จิบกาแฟบ้านมะขวิด

ทริปนี้เราได้แลกเปลี่ยนเรื่องราว มุมมอง ความรู้ ประสบการณ์ ในหลายด้านกับหลายคน เข็มวินาทีที่เดินไป เหมือนการเปิดหน้าใหม่ของหนังสือไปเรื่อยๆ จากบทหนึ่งสู่บทต่อไป เรื่องราวที่ได้จากการเดินทางไปเยือนสุโขทัย จึงเป็นตำราชีวิตเล่มใหญ่ที่ทรงคุณค่า

เพียงแค่เรา … ออกเดินทาง

“How could we have discovered great lands, if we dare not travel?”

สุโขทัยเป็นเมืองที่เปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณแห่งประวัติศาสตร์ การมาสุโขทัยของกานต์ จึงเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจในร่องรอยแห่งอารยธรรมที่ยังคงหลงเหลือมาจนถึงปัจจุบัน

วัดมหาธาตุ ภายในอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย เราสามารถมองเห็นพระประธานและเจดีย์ประธานของวัดได้อย่างชัดเจนตั้งแต่ด้านหน้า ซึ่งจะได้ภาพมุมกว้างที่สวยงาม

ไฮไลท์คือช่วงเวลาพระอาทิตย์ตกดิน ทางบริเวณด้านหลังวัดมหาธาตุ ซึ่งจะเป็นภาพที่สวยงามมากยามองค์พระต้องแสงทอง

ชมอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ในบรรยากาศแบบสบายๆ และเป็นส่วนตัวที่มาพร้อมกับจักรยาน (เช่า) คู่ใจ

“อนุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหง” พระบรมรูปมีขนาด 2 เท่าพระองค์จริง สร้างในท่านั่งประทับนั่งห้อยพระบาทบนพระแท่นมนังสิลาบาตร พระพัตถ์ขวาทรงถือพระคัมภีร์ พระหัตถ์ซ้ายอยู่ในท่าทรงสั่งสอนประชาชน มีพระแท่นพานวางพระขรรค์ไว้ข้างๆ

พระองค์ทรงมีพระปรีชาสามารถนานัปการ อาทิ การประดิษฐ์อักษรไทย การปกครองปกครองแบบพ่อปกครองลูก บ้านเมืองร่มเย็นเป็นสุข และพระอุดมสมบูรณ์

ถัดลงมาด้านล่างเยื้องไปด้านข้างมีหลักศิลาจารึก และเมื่อเดินเข้ามาจะพบระฆังร้องทุกข์ที่สร้างจำลองไว้ตรงด้านหน้า เชื่อว่าถ้าลั่นระฆังแล้วขอพรจากพ่อขุนรามคำแหง เสมือนหนึ่งลูกมาพึ่งพ่อ จะนำมาซึ่งความเป็นสิริมงคล

ขณะที่ภายในอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย เราสามารถใช้วิธีนั่งรถเข้าชม ปั่นจักรยาน หรือถ้าไม่รีบมากก็ใช้บริการรถรางได้ ซึ่งจะพาเราไปยังจุดต่างๆ ในเขตกำแพงเมือง

รถจะพาเราเที่ยววัดวาเมืองเก่าไม่ว่าจะเป็น วัดมหาธาตุ เปรียบเสมือนพระอารามหลวง มีพื้นที่กว้างขวางที่สุดในบรรดาวัดทั้งหมด มีเจดีย์ 209 องค์ ภายในแกนกลางบรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า ล้อมรอบทั้งสี่ทิศด้วยเจดีย์ขนาดเล็ก

เราได้ไปเรียนรู้ร่องรอยความเจริญในอดีตที่ปรากฏผ่านแหล่งโบราณสถานที่กระจายอยู่ทั้งในและนอกกำแพงเมืองสุโขทัย รวมทั้งสิ้น 193 แห่ง ก่อนที่กรมศิลปากรจะมาดำเนินการพัฒนาพื้นที่เขตเมืองสุโขทัยเป็น อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย และคณะกรรมการมรดกโลกได้ประกาศให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมในปี 2534

แนะนำให้มาช่วงเย็น เจดีย์จะทอแสงทองต้องพระอาทิตย์อัสดง สวยงามมากครับ

วัดสระศรีที่อยู่กลางน้ำ ก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่สวยงาม ยามพระอาทิตย์อัสดง

วัดตระพังเงิน โบราณสถานสำคัญที่ตั้งอยู่บริเวณขอบตระพังเงินด้านทิศตะวันตกของวัดมหาธาตุ ห่างไปประมาณ 300 เมตร

ซึ่งคำว่า ตระพัง หมายถึง สระน้ำ เป็นโบราณสถานที่โดดเด่นด้วยด้วยเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์หรือทรงดอกบัวตูมเป็นประธาน

ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัย รายล้อมด้วยต้นไม้สีเขียว

บรรยากาศภายในอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ช่วงยามเย็น

วัดเจดีย์สี่ห้อง เป็นวัดที่มีรูปปั้นโบราณ ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นที่มาของชุดนางระบำสุโขทัย

ฐานเจดีย์ประธานมีภาพปูนปั้นเป็นรูปบุคคล รูปบุรุษและสตรี สวมอาภรณ์และเครื่องประดับต่าง ประดับไว้โดยรอบฐานเจดีย์ แสดงถึงความเจริญงอกงามและความอุดมสมบูรณ์ของบ้านเมืองในอดีต

วัดช้างล้อม เป็นเจดีย์ที่ได้รับอิทธิพลมาจากศรีลังกา มีไฮไลท์คือเจดีย์ประธานเป็นเจดีย์ทรงระฆัง ที่ฐานเจดีย์ทำเป็นรูปช้างล้อม จำนวน 32 เชือก มีลานประทักษิณโดยรอบ มีวิหารหน้าเจดีย์ มีเจดีย์ราย มีกำแพงแก้วล้อมรอบชั้นหนึ่งก่อนที่เป็นชั้นของคูน้ำ

วัดเชตุพน ความโดดเด่น คือ มีพระพุทธรูปสี่อิริยาบท (นั่ง นอน ยืน เดิน) ขนาดใหญ่ สร้างอยู่ภายในมณฑปจตุรมุข

วัดศรีสวายเป็นโบราณสถานที่มีศิลปะลพบุรีตั้งอยู่ในกำแพงแก้ว ประกอบด้วยปรางค์ 3 องค์ ลักษณะค่อนข้างเพรียว ตั้งอยู่บนฐานเตี้ย มีหลักฐานว่าได้พบทับหลังสลักเป็นรูปนารายณ์บรรทมสินธุ์ เทวรูป และศิวลึงค์ที่แสดงว่าเคยเป็นเทวสถานฮินดูมาก่อน

วัดศรีพิจิตรกิรติกัลยาราม หรือ “วัดตาเถรขึงหนัง” มีสิ่งที่น่าสนใจหลายอย่าง เช่น หลักศิลาจารึกวัดเถรขึงหนัง พระพิมพ์นางพญาเสน่ห์จันทร์ และเจดีย์ทรงระฆังซึ่งเป็นศิลปะสมัยสุโขทัย แต่ที่แปลกตาคือ รูปแบบของเจดีย์ตั้งอยู่บนฐานสูง ต่างจากโบราณสถานอื่น มีฐานเขียงสี่เหลี่ยมเรียบ 3 ชั้น ต่อด้วยฐานย่อมุมไม้ยี่สิบ แล้วจึงถึงองค์ระฆังกลม ทางด้านตะวันออกของเจดีย์ได้พบอัฒจรรย์ คือลายบนพื้นเป็นรูปพระจันทร์ครึ่งซีก มีลวดลายเป็นรูปสัตว์ต่างๆ ซึ่งเป็นอิทธิพลที่ได้รับมาจากศิลปะลังกา

วัดศรีชุม หรือ วัดฤๅษีชุม ตำนาน “พระพูดได้” วัดนี้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัยองค์ใหญ่ซึ่งมีนามว่า พระพุทธอจนะ ประดิษฐานอยู่ในมณฑป เป็นที่เลื่องลือถึงความศักดิ์สิทธิ์และมีมนต์เสน่ห์และเอกลักษณ์ชวนให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมและสักการะอย่างไม่ขาดสาย

ภายในค่อนข้างแคบ ด้านบนเปิดโล่ง เพื่อให้สัมผัสกับแสงแดดและท้องฟ้าตามธรรมชาติ

ปราชญ์ที่นำเที่ยวได้เล่าให้ผมฟังถึงตำนานพระพูดได้ว่า “เสียงที่หลายคนเข้าใจว่าเป็นเสียงของพระพุทธรูปนั้น อันที่จริงเป็นกุศโลบายอันชาญฉลาดขององค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่เตรียมยกทัพไปยังเมืองสวรรคโลก และต้องการปลุกขวัญทหารกำลังใจเหล่าทหารให้ฮึกเหิมมากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งจำอย่างยิ่งในการทำศึกสงคราม

จึงได้รับสั่งให้คนปีนขึ้นไปซ่อนตัวอยู่ในช่องอุโมงค์เล็กๆ ด้านหลังพระเศียรของพระพุทธอจนะและให้ส่งเสียงตอบองค์พระนเรศวร และเนื่องจากด้านหลังเป็นช่องอุโมงค์แคบๆ ทำให้เกิดเสียงพูดก้องกังวาลราวกับพระพุทธรูปพูดได้จริง”

จึงเป็นที่มาของเรื่องราวที่เล่าสืบต่อกันมาของพระพุทธรูปได้ ณ วัดศรีชุมแห่งอาณาจักรสุโขทัยแห่งนี้

ตอนเช้าเราไปชมพระอาทิตย์ขึ้นจากยอดเนินเขาที่วัดสะพานหินกันครับ

วัดสะพานหิน เป็นโบราณสถานที่ตั้งอยู่บนเนินภูเขาลูกเตี้ยๆ ทางทิศตะวันตกของเมืองสุโขทัย ชื่อวัดเรียกตามลักษณะทางขึ้นที่ปูลาดด้วยหินจากตีนเขาขึ้นไป จนถึงบริเวณลานวัดบนภูเขา

ไฮไลท์คือองค์พระประธาน เป็นพระพุทธรูปยืนขนาดใหญ่ยามย่ำรุ่ง ก่อนพระอาทิตย์จะทำหน้าที่สปอร์ตไลท์ คอยฉายแสงให้เห็นพระพักตร์เด่นชัดขึ้น

ด้านบนพบฐานวิหาร 5 ห้อง ก่ออิฐ เสาทำด้วยศิลาแลง หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ส่วนฐานกว้าง 20 เมตร ยาว 26 เมตร ภายในวิหารมีพระพุทธรูปปูนปั้นยืน ปางประทานอภัย ยกพระหัตถ์ขวา สูง 12.50 เมตร เรียกว่า “พระอัฏฐารศ”

ฐานเจดีย์ขนาดเล็ก 6 ฐาน กระจายทั่วไปบนลานวัด มีอยู่องค์หนึ่งมีลักษณะเป็นเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ อยู่ตรงเชิงบันไดด้านทิศตะวันออก

แสงอาทิตย์ยามเช้าต้ององค์พระ

“Good Morning Sukhothai”

เช้านี้อากาศดี ไม่มีฝน ฟ้าเปิดเป็นใจ เราได้เห็นพระอาทิตย์ค่อยๆ เคลื่อนตัวขึ้นสู่ขอบฟ้า จากเนินเขาที่เราเดินเท้าขึ้นมาราวๆ 20 นาที อากาศดีสดชื่นมากครับ

ขับรถเที่ยวกันต่อบริเวณด้านนอกกำแพงเมือง ยังมีโบราณสถานมากมายเลยครับ

วัดอรัญญิก เป็นวัดร้าง ตั้งอยู่ลาดเชิงเขาด้านทิศใต้ของเขาสะพานหิน ในป่ากลางอรัญญิก นอกเมืองสุโขทัยไปทางทิศตะวันตก มีโบราณสถานที่สำคัญ อาทิ กลุ่มฐานกุฏิสงฆ์ ก่ออิฐ เป็นสถานที่ใช้สำหรับพระสงฆ์นั่งวิปัสสนาธรรม ใกล้กันเป็นทางเดินปูด้วยหินเชื่อมกันระหว่างโบสถ์และวิหาร

รีดภงส์ หรือที่สมัยก่อนเรียกกันว่า ทำนบพระร่วง เป็นคันดินโบราณ สร้างขึ้นจากความชาญฉลาดของคนสุโขทัยในอดีต ที่สร้างคันดินกั้นน้ำขนาดใหญ่ในระหว่างหุบเขากิ่วอ้าย มาถึงเขาพระบาทใหญ่อันเป็นที่รวมของน้ำจาก 17 โซก เป็นคันดินสำหรับผันแปรทิศทางของน้ำ

ในศิลาจารึกที่ 1 ระบุว่า น้ำจาก สรีดภงส์จะถูกระบายไปตามคลองเสาหอ เพื่อเข้าไปใช้อุปโภคบริโภคภายในเมือง โดยระบายเข้าสู่เมืองตรงมุมตะวันตกเฉียงใต้ ปัจจุบันได้รับการปรับปรุงให้กักเก็บน้ำได้ถึง 400,000 ลูกบาศก์เมตร

จากนั้น ไปชมวัดเขาน้อย เป็นวัดขนาดเล็ก ซึ่งด้านหลังของวัดจะเป็นแหล่งหินโบราณที่สำคัญของสุโขทัย

ภายในวัดมีภาพจิตรกรรมฝาผนังลวดลายเทวดานางฟ้า วิจิตรงดงามมากครับ

วัดตระพังทอง เป็นวัดโบราณเกาะกลางน้ำ มีไฮไลท์คือ องค์พระเจดีย์ทรงระฆังสร้างด้วยหินศิลาแลงที่เก่าแก่ สร้างมาตั้งแต่ครั้งกรุงสุโขทัย แต่ส่วนยอดและคอระฆังหักพังลงมาแล้ว บนตระพังมีมณฑปสร้างใหม่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาท นับเป็นโบราณสถานเก่าแก่แต่ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนใหม่และยังมีพระสงฆ์จำพรรษาอยู่

ลองเปลี่ยนบรรยากาศมาชมวัดตระพังทองยามค่ำคืนกันบ้าง

จากนั้น ไปชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติรามคำแหง ตั้งชื่อตามพระนามของพ่อขุนรามคำแหง ภายในจัดแสดงศิลปโบราณที่ได้จากการขุดค้นทางโบราณคดีภายในเมืองเก่าสุโขทัยและพื้นที่ใกล้เคียง อาทิ พระพุทธรูป เครื่องใช้ ถ้วยชาม เครื่องสังคโลก ศิลาจารึก ฯลฯ

ไฮไลท์คือตัว อาคารพิพิธภัณฑ์ 2 ชั้น ชั้นล่าง จัดแสดงศิลปโบราณวัตถุที่ได้จากการสำรวจ ขุดค้น ขุดแต่ง และบูรณะแหล่งโบราณคดีสุโขทัย ศรีสัชนาลัย กำแพงเพชร และ ชั้นบน จัดแสดงศิลาจารึกสมัยสุโขทัย พระพุทธรูปสำริด เทวรูป โอ่งสังคโลก เครื่องศาสตราวุธ เครื่องถ้วยชามสังคโลก เงินตรา ท่อน้ำแสดงระบบชลประทานสมัยสุโขทัย ฯลฯ

นอกจากนี้ ยังมี พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง เป็นที่จัดแสดงศิลปวัตถุโบราณต่าง ๆ อาทิ พระพุทธรูปศิลา แผ่นจำหลัก รูปทรงอาคารไทยแบบต่าง ๆ เตาทุเรียงจำลอง เสมาธรรมจักศิลา และ พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์ลายสือไท จัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับเมืองสุโขทัย ตั้งแต่ก่อนการสถาปนาอาณาจักรสุโขทัย มาจนถึงการพัฒนาเมืองสุโขทัยให้เป็นอุทยานประวัติศาสตร์ กระทั่งได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก (UNESCO) ให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม ร่วมกับเมืองโบราณศรีสัชนาลัยและกำแพงเพชร

จากนั้นไปเยี่ยมบ้านพี่กบ เป็นผู้ริเริ่มศูนย์การเรียนรู้วิถีชีวิตของคนในชุมชน ศูนย์พระพิมพ์ (กรุพระสุโขทัย)

ได้ลองพิมพ์พระขึ้นมาด้วยครับ ที่นี่รวบรวมกรุพระพิมพ์สุโขทัยที่มีสะสมไว้มากกว่า 850 แบบ สะท้อนถึงความศรัทธา ความเชื่อ และความผูกพันธ์ที่มีต่อพุทธศาสนามาตลอด 700 กว่าปีของชาวเมืองสุโขทัย

นอกจากนี้ พี่กบยังได้ถ่ายทอดเทคนิคการดำรงชีวิตต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการจุดไฟด้วยหิน การยิงธนูที่ทำขึ้นมาเอง สนุกมากครับ

“ศิลปะโบราณ รากฐานแห่งชนชาติ” เป็นคติที่พี่กบบอกว่า “จำขึ้นใจ” กานต์ว่า มันใช่มากๆ ครับ เพราะเราไม่อาจสร้างชาติโดยปราศจากฐานรากที่แข็งแรงได้ ซึ่งพี่กบเป็นตัวอย่างของบุคคลที่ขับเคลื่อนชุมชนด้วยพื้นฐานความคิดแห่งการพัฒนาไปข้างหน้า

ไม่ไกลกันนักยังมี “บ้านปรีดาภิรมย์” โดยพี่ฝิ่น-ธารารัตน์ เจ้าของบ้าน จะมาสอนเขียนลายสังคโลกบนเสื้อ เป็นลวดลายต่างๆ เช่น ลายปลา แสดงถึงความสมบูรณ์ ลายหอยสังข์ แสดงถึงความศักดิ์สิทธิ์ ลายนก ลายพรรณพฤกษา และลายดอกไม้ ที่แสดงถึงความสัมพันธ์กับวิถีชีวิตและสังคมเมืองสุโขทัยโบราณ ซึ่งการวาดลายลงเสื้อกลายเป็นของที่ระลึกชั้นดี นับเป็นการประยุกต์ลายสังคโลกให้ใกล้ชิดกับคนต่างถิ่น สามารถเข้าถึงได้

จากนั้น ไปชม “หินข้าวตอกพระร่วง” หนึ่งเดียวในประเทศไทย ปัจจุบันนำมาทำเป็นเครื่องประดับสวยงามมาก

ได้สร้อยข้อมือมาเส้นนึง

ไปชมวิถีชีวิตชาวย่านล้องตาเพชร ซึ่งเป็นย่านที่มีความโดดเด่นในการสืบสานภูมิปัญญาและสร้างสรรค์งานศิลปะ ถ่ายทอดออกมาเป็นชิ้นงานแกะสลักไม้ ในราคาที่ไม่แพงเลย

อย่างที่แขวนไวน์รูปมือชิ้นนี้ ราคาเพียง 150 บาทเท่านั้น!!

จากนั้น ไป “ถนนสังคโลก” ซึ่งตั้งแต่หัวถนน จะมีเรื่องราวของสังคโลกผ่านงานศิลปะเชิงประติมากรรม ประดับเรียงรายไว้ในกำแพง ถ่ายทอดวิถีชีวิตผู้คนสุโขทัยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันผ่านศิลปะบนกำแพง เช่น การทำเกษตร การจับปลา ศาสนา วัฒนธรรม แหล่งโบราณสถานที่สำคัญ

แนะนำที่บ้านสุเทพสังคโลก ที่นี่เปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาชมกระบวนการผลิต การเขียนลายและตกแต่งเครื่องสังคโลกได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ถนนสังคโลกนับเป็นแห่งเดียวของไทย ที่ได้จัดให้เป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องเครื่องสังคโลก และเป็นมรดกทางวัฒนธรรมระดับโลก ที่ยังคงถ่ายทอดอยู่ในสายเลือดของคนสุโขทัย โดยเฉพาะกำเนิดลายปลาคู่หรือปลาก่า ที่ดูเผินๆ จะมีรูปร่างคล้ายปลาตะเพียน ซึ่งแสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ของลุ่มแม่น้ำยมในอดีต

นอกจากนี้ยังมีลายพันธุ์พฤกษา ลายดอกไม้ก้านขด โดยเฉพาะลายดอกบัว ซึ่งภายในวงกลมด้านในนิยมเขียนเป็นรูปกลีบบัวฟันยักษ์

ช่วงบ่ายไปเติมพลังที่ “บ้านมะขวิด” กันครับ ที่นี่เป็นทั้งร้านกาแฟ แก้ง่วง ที่ปลุกให้เราตื่นด้วยวิวหลักล้าน บรรยากาศดีมาก – หลายคนพูดตรงกัน

บ้านมะขวิดถือเป็นต้นแบบของโฮมสเตย์ชุมชน ก่อนจะผันตัวเองมาเป็นโรงแรมขนาดเล็ก ที่ให้บริการแบบเป็นกันเอง อบอุ่น น่าประทับใจ

hemm team
hemm team

• The magazine for Sharp Living, Travel Design and Lifestyle for men •