The Crown Residences

“𝑻𝒉𝒆 𝒔𝒕𝒂𝒓𝒔 𝒅𝒐𝒏’𝒕 𝒍𝒐𝒐𝒌 𝒃𝒊𝒈𝒈𝒆𝒓, 𝒃𝒖𝒕 𝒕𝒉𝒆𝒚 𝒅𝒐 𝒍𝒐𝒐𝒌 𝒃𝒓𝒊𝒈𝒉𝒕𝒆𝒓.”

-Sally Ride

ผมอ่านประโยคนี้แล้วนึกไปถึงโปรเจคหรูที่สถาพร เอสเตท กำลังทำอยู่ นั่นคือ The Crown Residences เป็นคอนโดมิเนียม Hi-Rise ระดับ Luxury โครงการแรก หลังจากที่ได้มีการ Refresh Brand ภายใต้แนวคิดหลัก “Passion for living well” ใส่ใจและให้ความสำคัญในทุกรายละเอียดของการออกแบบ ผสมผสานกับการพัฒนาเทคโนโลยีและการนำนวัตกรรมสิ่งแวดล้อมเข้ามาใช้ เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น

ซึ่งก็ถือว่าเป็นโครงการ Flagship ที่น่าจะสร้างชื่อเสียงและความสำเร็จให้กับสถาพร เอสเตท บริษัทใหญ่ที่เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ได้ไม่ยากเลยครับ เพราะมีจุดเด่นที่น่าสนใจมากมายที่ควรค่าแก่การเป็นเจ้าของ

อะแฮ่ม!! กานต์เองก็ยังอยากได้ไว้อยู่เองสักห้องเลยครับ

อย่างแรกเลยคือทำเลที่เรียกว่าเป็น Super Prime Area เพราะอยู่ตรงข้ามเยื้องๆ กับเมกะโปรเจ็คอย่าง One Bangkok ที่จะเป็นแม่เหล็กช่วยเพิ่มมูลค่าให้ทำเลนี้ร้อนแรงเป็นที่จับตามองมากยิ่งขึ้น

ต่อมาคือจุดเด่นเรื่องรูปแบบการขายที่เป็น Freehold ซึ่งต่างจากโครงการอื่นในทำเลพระรามที่ 4 ช่วงตัดสาทร เพราะเป็นที่รู้กันดีว่า คอนโดมิเนียมในย่านนี้นอกจากจะมีราคาสูง ด้วยศักยภาพของทำเลแล้ว ส่วนใหญ่ยังเป็นการขายสิทธิ์แบบ Leasehold

ตัวอาคารดีไซน์รูปแบบอสมมาตร ต้องชมว่า TANDEM Architect ออกแบบได้สวยหรู วางผังตามแนวเหนือใต้ได้เรื่องทิศทางลม ผมมองว่า Exposure เมื่อสร้างเสร็จจะเด่นมากๆ ด้วยความ Luxury ของงานดีไซน์ที่เป็นระดับ Iconic Residential Building ออกแบบคุณภาพชีวิตให้เราได้ดื่มด่ำกับวิวสีเขียวของสวนสาธารณะขนาดใหญ่และโค้งน้ำเจ้าพระยา มองออกไปจากสระว่ายน้ำแบบ Infinity Edge Pool ที่ดีไซน์สวยและยกไว้ชั้นบนจนสูงเสียดฟ้า ได้รับแรงบันดาลใจมาจากยอดมงกุฏ ทำให้เรามองเห็นดวงดาวได้ใกล้กว่าที่เคย

นอกจากนี้ยังยกระดับการให้บริการ Concierge ตามมาตรฐานโรงแรมชั้นนำ ที่สำคัญคือได้ความเป็นส่วนตัวสูงเพราะมีจำนวนยูนิตที่น้อย จะว่าไปก็ดูเป็นคอนโดมิเนียมที่ครบเครื่องอยู่นะครับ

The Crown Residences นับเป็นคอนโดมิเนียมสุดหรูที่มาพร้อมกับคอนเซ็ปต์การออกแบบคุณภาพชีวิตที่ดี Live Among the STARS ที่ผมได้ไปเยี่ยมชมห้องตัวอย่างมาครับ พร้อมกับได้รับฟังข้อมูลขายจากทีมงาน ซึ่งต้องบอกว่าผมตื่นเต้นมาก อยากเห็นตึกเสร็จไวๆ คาดว่าน่าจะเสร็จไล่กับ One Bangkok พอถึงเวลานั้น ราคาขายเท่า ณ ปัจจุบัน อาจจะยืนไม่อยู่แน่ๆ เลยครับ

The Crown Residences เป็นคอนโดมิเนียม High Rise ระดับ Luxury ความสูง 32 ชั้น จำนวน 183 ยูนิต บนเนื้อที่ 1 ไร่เศษ พื้นที่จอดรถ 68% เป็นแบบ AUTO และจอดปกติที่ชั้น G

ทำเลดีติดถนนพระราม 4 ช่วงตัดกับถนนสาทร ซึ่งถือเป็นโลเคชั่นที่ยอดเยี่ยมมาก เพราะสามารถเชื่อมต่อกับย่าน CBD อย่าง สีลม สาทร สยามและสุขุมวิท

การสัญจรไปมาถือว่าสะดวกมาก เนื่องจากตั้งอยู่ใจกลางเมือง ใกล้กับทางด่วน และมีเส้นทางเส้นทางรถไฟใต้ดิน MRT ผ่าน เป็นจุดกึ่งกลางระหว่างสถานีลุมพินีและคลองเตยห่างประมาณ 400-450 เมตร เท่านั้น

ใกล้กันยังเป็นที่ตั้งของสวนสาธารณะขนาดใหญ่ และพื้นที่สวนของ One Bangkok รวมเนื้อที่กว่า 850 ไร่ อย่างสวนลุมพินี และสวนเบญจกิติ ซึ่งถือเป็นแม่เหล็กที่ยอดเยี่ยมมากในการช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับทำเลแห่งนี้

แต่สิ่งที่น่าสนใจที่สุดและเป็นจุดขายที่ทำให้คนตัดสินใจซื้อในทันทีคือเรื่องรูปแบบการขายที่เป็น Freehold ซึ่งต่างจากโครงการอื่นในทำเลนี้ครับ

เพราะเรารู้กันดีว่าที่ดินส่วนใหญ่ในบริเวณนี้มักจะเป็นที่ดิน Leasehold อธิบายง่ายๆ ก็คือมีจำกัดระยะเวลาในการถือครองกรรมสิทธิ์ครับ เพราะกรรมสิทธิ์ในที่ดินมักจะเป็นของหน่วยงานราชการ เช่น สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ สภากาชาดไทย กรมธนารักษ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฯลฯ ซึ่งมักจะใช้วิธีเปิดให้เอกชนเช่าลงทุนในการพัฒนา

ส่งผลให้โครงการ The Crown Residences ซึ่งมีรูปแบบการขายเป็น Freehold กลายเป็นจุดเด่นที่แตกต่างและน่าสนใจ

ด้วยความหมายของชื่อโครงการ The Crown และด้วยคอนเซ็ปต์ของงานดีไซน์ The Paramount of Leisure ทำให้โครงการได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบพื้นที่ส่วนกลางมาจากยอดมงกุฏสุดหรูหรา

ดังนั้น Facilities สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ จึงไปอยู่บนชั้น 32 ซึ่งเป็นชั้นที่สูงที่สุดของตัวโครงการ ทำให้ลูกบ้านอย่างเราจะได้พักผ่อนท่ามกลางบรรยากาศวิวสวนและวิวโค้งน้ำบางกระเจ้า พร้อมด้วยส่วนกลางที่รองรับไลฟ์สไตล์การพักผ่อนใจกลางเมืองใหญ่ ทั้ง Starry Night Rooftop Facilities พื้นที่ชั้นดาดฟ้าที่สามารถชมวิวสวนสาธารณะได้แบบพาโนรามาและวิว Skyscrapers ของกรุงเทพ

ไฮไลท์ที่ผมชอบคือ การมอบบริการพิเศษระดับโรงแรมหรู (Concierge Services) ให้กับลูกบ้าน สามารถเรียกใช้บริการได้ในแทบทุกรูปแบบ ทั้งนี้ก็เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตสุด Exclusive อย่างแท้จริงนั่นเองครับ

ผมชอบการออกแบบ Fitness Club ของที่นี่มากครับ เพราะเปิดรับวิวได้กว้างถึง 270 องศา พร้อมกับเครื่องออกกำลังกายที่มีความทันสมัย ทั้ง Cardio, Weight Training และ Yoga ติดตั้งมาให้ครบครัน

บรรยากาศในการออกกำลังกายดีมากครับ

อยากให้จินตนาการตามผม ที่กำลังเดินลงมาจากดาดฟ้า จะเป็น Crystal Lounge สุดหรูที่จะมีทั้ง Crown Bar, All-Day Dining, Lounge ทั้งฝั่ง Parkside & Riverside ซึ่งทั้งหมดจะถูกดีไซน์ให้เปิดมุมมองด้วยกระจกรอบด้าน ได้บรรยากาศของการพักผ่อนที่โปร่งโล่งและผ่อนคลาย

รวมถึง Starry Night Infinite Pool สระว่ายน้ำไร้ขอบขนาด 4 x 25 เมตร มาพร้อม Aqua Sunken Seat และอ่างจากุซซี่เพื่อการพักผ่อนหย่อนใจและสระว่ายน้ำสำหรับเด็กเล็ก

มาชมห้องตัวอย่างกันบ้างดีกว่าครับ The Crown Residences เป็นคอนโดมิเนียมที่เน้นความเป็นส่วนตัว สังเกตได้จากการออกแบบวางผังจำนวนห้องพักต่อชั้นสูงสุดเพียง 9 ยูนิต รวมทั้งสิ้น 183 ยูนิต

มีห้องพักให้เลือกแบบ 1 Bedroom ขนาด 25.30 – 43.10 ตร.ม., 2 Bedroom ขนาด 52.30 – 75.30 ตร.ม. และ Penthouse ขนาด 107.60 – 118.70 ตร.ม. อีกจำนวน 6 ยูนิต โครงการขายห้องชุดพักอาศัยให้ในรูปแบบ Fully Fitted ได้ชุดครัว พร้อมชุดสุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำ

เริ่มจากห้องตัวอย่างแรก 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาด 27.3 ตร.ม. ออกแบบให้เป็นไปตามคอนเซปต์ของคอนโดมิเนียมที่ต้องการเปิดพื้นที่ด้านในให้เชื่อมต่อกับวิวจากภายนอก ทำให้พื้นที่ส่วนของครัวจะอยู่ที่โถงด้านหน้าประตู จัดวางเคาน์เตอร์ให้ชิดติดผนัง พร้อม Build-in ตู้ชั้นบนและล่าง

ภายในติดตั้งชั้นวางแบบดึงลง เพื่อให้สะดวกต่อการหยิบจับใช้งานและเพิ่มพื้นที่ภายในตู้ให้บรรจุสิ่งของได้มากยิ่งขึ้น

เนื่องจากการขายเป็นแบบ Fully Fitted ด้านหน้าจะเว้นพื้นที่เป็นช่องเจาะสำหรับเอาไว้วางตู้เย็น ติดตั้งเตาไฟฟ้าแบบ 2 หัว เครื่องดูดควัน พร้อมอ่างล้างจานแบบหลุมเดี่ยวของยี่ห้อ Franke

ด้วยความที่คอนโดตั้งอยู่ใจกลางเมืองที่การคมนาคมสะดวกสบาย ทำให้เราเดินทางไปทำงาน หรือพบปะลูกค้าสามารถทำได้ง่าย โดยใช้เวลาไม่นาน ทำให้เรามีเวลาเพิ่มมากขึ้นในการใช้ชีวิต เช้าๆ อาจจะยังพอมีเวลาเหลือเผื่อไปดริปกาแฟดื่มสักแก้วเพื่อชาร์จพลัง

ฝั่งตรงข้ามครัวจะเป็นห้องน้ำซึ่งใช้กระเบื้องพอร์ซเลน Silk Gris โทนสีเบจ ลวดลายหินอ่อนสไตล์ยุโรป ดูเรียบหรูดูแพง ช่วยให้การแต่ง Top ของอ่างล้างหน้าดูหรูหราสวยงามมากยิ่งขึ้น

ภายในห้องน้ำแยกส่วนเปียกแห้งเอาไว้ให้เรียบร้อยพร้อมกับติดตั้งอ่างล้างหน้า สุขภัณฑ์จาก Kohler มาให้ ด้านในเป็น Shower Screen สำหรับห้องอาบน้ำ

ในส่วนของมุมนั่งเล่นและห้องนอนจะอยู่ด้านใน ซึ่งจะถูกกั้นด้วยประตูบานเลื่อนกระจกขนาดใหญ่แยกออกจากครัว เพื่อความเป็นสัดส่วนและได้ประโยชน์ในเรื่องของกลิ่น หากเราทำอาหารเบาๆ ทานเองภายในห้อง

ติดกับประตูบานเลื่อนจะเป็นพื้นที่สำหรับจัดวางโต๊ะรับประทานอาหาร ซึ่งโครงการจัดแบบ 2 ที่นั่งมาให้ ใกล้กันจะเป็นพื้นที่ตรงกับปลายเตียงพอดี ซึ่งเราสามารถติดตั้งสมาร์ททีวีแบบแขวนผนังเอาไว้ได้

มุมด้านในสุดของห้องออกแบบให้เป็นโต๊ะทำงาน ติดหน้าต่างแบบ Bay Window

ผมอยากจะออกแบบให้มุมตรงนี้เป็นโต๊ะอเนกประสงค์ที่สามารถใช้งานได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นมุมนั่งทำงานเทควิวสวน หรืออาจจะเอาโต๊ะรับประทานอาหารด้านหน้าออกไป แล้วปรับมุมนี้ให้เป็น Sky Dining เพิ่มภายในห้องก็ได้ เก๋ไปอีกแบบ เพราะอย่าลืมว่าคอนโดนี้วิวสวยมาก

ส่วนด้านข้างติดตั้งตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่จากพื้นจรดฝ้าเพดาน ตู้ 2 บานใหญ่จุของได้ลงตัวพอดีเลยครับสำหรับชีวิตชิคๆ ในแบบคนเมือง

“You are never fully dressed without perfume!”

― C. JoyBell C.

ห้องตัวอย่างถัดมาเป็นแบบ 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ขนาด 52.4 ตร.ม. ซึ่งผมชอบมาก คิดว่าลงตัวสำหรับผม ที่แม้จะอยู่คนเดียวหรือ 2 คนแต่ก็อยากได้อีกสักห้องเอาไว้เผื่อปรับเป็นห้องนอนสำหรับแขก หรือห้องทำงานได้ เพราะช่วงหลังก็จะเน้นทำงานอยู่ที่บ้านมากกว่าออกไปออฟฟิศ การได้ห้องทำงานส่วนตัวที่วิวสวยๆ จึงค่อนข้างตอบโจทย์เพราะได้ทั้งวิวสวนและวิวโค้งแม่น้ำเต็มๆ

ห้องนี้ออกแบบให้ครัวอยู่ด้านหน้าทางเข้าเช่นกัน ซึ่งทางโครงการได้ Build-in ชุดเคาน์เตอร์ครัวพร้อมตู้บนล่างที่ติดตั้งชั้นวางของแบบดึงลงมาได้มาให้ด้วยครับ ลงดีเทลดีมากๆ (แน่นอนว่าราคาขายของชั้นวางของแบบนี้ก็ไม่ได้ถูกเลยนะครับ แต่โครงการก็ยังติดตั้งแถมมาให้)

โดยได้ติดตั้งเตาไฟฟ้าแบบ 2 หัว เครื่องดูดควัน จาก Franke พร้อมอ่างล้างจานแบบหลุมเดี่ยวของยี่ห้อ Franke เช่นเดียวกัน

นอกจากนี้ บริเวณครัวยังเปิดช่องให้ติดตั้งตู้เย็นและเครื่องซักผ้าเอาไว้เรียบร้อยแล้วด้วยครับ

เข้ามาด้านในห้องตัวอย่างจะพบกับไฮไลท์คือการดีไซน์ชั้นวางของขนาดใหญ่ริมผนังขนานไปกับห้องนั่งเล่น ซึ่งผมชอบการเลือกใช้โทนสีของห้องนี้มาก เป็นกระเบื้องหินอ่อนสีน้ำเงินเข้มที่มีลวดลายสีทองรับกับชั้นวางซึ่งทำให้ห้องดูโดดเด่นดูแพงมากยิ่งขึ้น สามารถจัดวางข้าวของเป็นชั้นโชว์ และติดตั้งสมาร์ททีวีขนาดใหญ่ได้สบายเพราะมีระยะในการรับชมจากผนังไปยังที่นั่งค่อนข้างกว้าง ด้านล่างออกแบบให้เป็นตู้เก็บของ ซึ่งผมชอบมาก เพราะส่วนตัวเป็นคนเก็บแทบจะทุกอย่าง นี่ขนาดว่าตัดใจทิ้งไปแล้วบ้างก็ยังมีข้าวของในความทรงจำเยอะแยะมากมาย เราจึงสามารถเก็บไว้ในลิ้นชักในห้องนั่งเล่นได้ 

ฝั่งตรงข้ามเป็นโต๊ะรับประทานอาหารขนาด 4 ที่นั่ง ช่างเป็นการออกแบบที่คอมแพคลงตัวดีมากสำหรับไลฟ์สไตล์คนเมือง 

ระเบียงห้องนี้ก็สามารถเปิดออกไปได้ครับ ผมว่าเป็นไฮไลท์เลยนะครับ เนื่องจากว่า The Crown Residences มีความโดดเด่นในเรื่องของวิวซึ่งเป็น Rare Item หาคอนโดที่เปิดรับวิวสวนสาธารณะขนาดใหญ่ใจกลางเมืองแบบนี้ค่อนข้างยาก ดังนั้น อาจจะหาเก้าอี้พร้อมโต๊ะเตี้ยสักตัวมาวางไว้ริมระเบียงแล้วจิบกาแฟยามเช้าในบรรยากาศสบายๆ ไม่ต้องเร่งรีบ ก่อนจะออกไปทำงาน เพราะเรามีบ้านอยู่ใจกลางเมืองที่ทำเลดีมากนั่นเอง 

บริเวณ Living จัดวางชุดโซฟาเอาไว้ให้ขนาดไม่ใหญ่มาก ซึ่งแนะนำว่าอาจจะเลือกเป็นที่นั่งดีไซน์เก๋อย่าง เก้าอี้ผีเสื้อ Butterfly Chair ท่ีโดดเด่นในเรื่องการออกแบบเอามาประดับห้องนั่งเล่นของเรา ให้ดูดีมีระดับมากยิ่งขึ้น เพราะว่าเข้ากันดีกับห้องสไตล์ Glamorous แบบนี้ ที่สำคัญการติดตั้งเฟอร์นิเจอร์แบบลอยตัวจะช่วยให้ห้องดูโปร่ง โล่งสบาย และเคลื่อนย้ายปรับเปลี่ยนได้สะดวก 

ส่วนห้องนอนจะอยู่ด้านในซึ่ง Master Bedroom มีขนาดใหญ่ถูกใจผมมากครับ

ห้องนอนตัวอย่างตกแต่งสวยมาก โดยเฉพาะหน้าต่างผนังกระจกขนาดใหญ่ซึ่งผมว่าตอนก่อนนอนคงจะสวยมาก หากเปิดม่านแล่้วนั่งชมไฟแสงสีจากอาคารน้อยใหญ่ใจกลางเมือง หรือตื่นนอนตอนเช้า แล้วมองออกไปเห็นสวนสีเขียวขนาดใหญ่ ช่วยเติมความสดชื่นให้บรรยากาศตอนตื่นนอนได้ดี

ติดกันเป็นตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ ด้านในเป็นห้องน้ำที่ติดตั้งชุดสุขภัณฑ์จาก Kohler เอาไว้ให้

“I’m at peace with what I’m doing, I feel good with what I wake up doing and about my lifestyle.”

-Nipsey Hussle

ส่วนห้องนอนรองจะอยู่ถัดกัน ซึ่งก็มีขนาดพื้นที่ภายในห้องที่ใหญ่พอสมควร สามารถจัดวางเตียงเดี่ยวเอาไว้พร้อมโต๊ะวางโคมไฟหัวเตียงแบบเก๋ๆ นอกจากนี้ยังจะได้เปิดรับแสงธรรมชาติจากหน้าต่างกระจกด้วยครับ

มองจาก Living ด้านนอกเข้ามาจะเจอห้องนอนรองพอดี ซึ่งห้องนอนนี้จะไม่มีห้องน้ำในตัวจะใช้ร่วมกับห้องน้ำแขกด้านนอก แต่ก็ไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับผม เพราะตั้งใจจะปรับห้องนี้ให้เป็นมุมทำงานอ่านหนังสือมากกว่า

มาดูกันต่อสำหรับห้องตัวอย่างซึ่งเป็นแบบ 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาด 34.9 ตร.ม. ซึ่งผมว่าลงตัวที่สุดสำหรับใครที่มองหาที่พักอาศัยใจกลางเมืองอยู่คนเดียวหรือเต็มที่ 2 คนกำลังสบายๆ เลยครับ

เริ่มจาก Living Area ที่มีทั้งครัวด้านหน้า ซึ่งเป็นการขายแบบ Fully Fitted ทางโครงการได้ติดตั้งชุดครัว พร้อมชุดสุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำมาให้เรียบร้อยแล้ว

ตรงข้ามกับครัวจะเป็นโต๊ะรับประทานอาหารขนาด 4 ที่นั่ง ด้านหลังติดกระจกสีโทนส้ม (เข้าใจว่าติดฟิล์ม) แต่เข้ากับโทนสีโดยรวมของห้องดีมาก ทำให้ห้องดูกว้างและมีมีิติมากยิ่งขึ้น

ผมตกหลุมรักห้องนี้ในทันที่เห็น เป็นห้องตัวอย่างที่ตกแต่งสวยมาก ทำให้ได้ไอเดียเลยว่า อยากได้ดีไซน์คอนเซ็ปต์ประมาณนี้ เน้นสีโทนอุ่น มีความ Rose Gold ช่วยให้ห้องดูดีดูแพง การจัดวางผังภายในห้องค่อนข้างลงตัวและแบ่งสัดส่วนได้ดีครับ

ด้านในจัดวางชุดโซฟาที่นั่งขนาดใหญ่สีขาว ดีไซน์ Elegant เรียบหรูดูดี เข้าชุดกับโต๊ะกลางทรงกลมหินอ่อนสีขาวและผนังหินอ่อนด้านหลังชั้นวางทีวี มีระเบียงเปิดออกไปรับลมได้ เป็นมุมนั่งเล่นที่ดูผ่อนคลายมาก

“All your life, you will be faced with a choice. You can choose love or hate…I choose love.”

-Johnny Cash

ห้องนั่งเล่น เชื่อมต่อกับห้องนอน เปิดมุมมองเข้าหากัน

ในส่วนของห้องนอนคุมโทนสีได้ดีมากครับ ชอบหัวเตียงและผนังหัวนอนเป็นพิเศษ ดูเข้ากันดีมาพร้อมกับโทนสีพาสเทลที่ดูละมุนให้อารมณ์ของวันพักผ่อนสบายๆ ในห้องนอนขนาดใหญ่ ปลายเตียงใช้เป็นทีวีแบบแขวนผนัง นับเป็นการจัดวางฟังก์ชั่นใช้สอยได้ลงตัว

ห้องนอนตกแต่งได้เรียบหรู ผมชอบผนังหน้าต่างที่เป็นกระจกเปิดกว้าง พร้อมให้เรารับวิวแบบพาโนรามิคทั้งในยามเช้าและก่อนนอน

ด้านในเป็นตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ติดผนังจากพื้นจรดฝ้า สามารถแขวนเสื้อผ้าได้เยอะและบรรจุข้าวของเครื่องใช้อื่นๆ ได้ เชื่อมต่อกับห้องน้ำที่มาพร้อมชุดสุขภัณฑ์ทำให้สะดวกในการใช้งานจริง อาบน้ำเสร็จออกจากห้องน้ำมาปุ๊บ ก็แต่งตัวปั๊บ

นับว่าเป็น Type ห้องที่ผมว่ามันลงตัวดีมากครับ สำหรับใครที่ต้องการใช้ชีวิตอยู่ในเมือง

#โดยสรุป The Crown Residences กานต์ว่าเป็นคอนโดมิเนียม Hi-Rise ระดับ Luxury ที่อยู่บนทำเลอันยอดเยี่ยม ฝั่งตรงข้ามโครงการจะเป็นเมกะโปรเจ็ค One Bangkok ที่จะเป็นตัวเปลี่ยนเกมให้ทำเลพระราม 4-สาทร ร้อนแรงยิ่งขึ้น

เรื่องการเดินทางผมว่าสะดวกมาก กับการใช้รถไฟฟ้าใต้ดินเพราะอยู่กึ่งกลางระหว่างสถานีคลองเตยและลุมพินี ส่วนใครที่ขับรถยนต์สามารถขึ้นทางด่วนได้ทันที

อีกเรื่องที่น่าสนใจคือวิวสวนสาธารณะขนาดใหญ่ใจกลางเมืองอย่าง สวนลุมพินีและสวนเบญจกิตติ ซึ่งเป็นโอเอซิสขนาดใหญ่ใจกลางกรุง อีกทั้งเมื่อมองออกไปจะเห็นวิวโค้งน้ำเจ้าพระยาอีกด้วยครับ โดยเฉพาะถ้ามองจากชั้น 32 ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนกลาง สระว่ายน้ำลอยฟ้า

นอกจากนี้ทางโครงการยังมีความโดดเด่นคือเป็นการขายในรูปแบบ Freehold ซึ่งต่างจากโครงการอื่นในทำเลพระรามที่ 4 ช่วงตัดสาทร ที่ส่วนใหญ่จะเป็น Leasehold นับว่าเป็นโครงการที่ Rare Item มากๆ

ผู้สนใจสอบถามและดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/3N5isDq

hemm team
hemm team

• The magazine for Sharp Living, Travel Design and Lifestyle for men •