The Gentry, Kaset – Nawamin

“𝑰𝒏 𝒐𝒓𝒅𝒆𝒓 𝒕𝒐 𝒃𝒆 𝒊𝒓𝒓𝒆𝒑𝒍𝒂𝒄𝒆𝒂𝒃𝒍𝒆 𝒐𝒏𝒆 𝒎𝒖𝒔𝒕 𝒂𝒍𝒘𝒂𝒚𝒔 𝒃𝒆 𝒅𝒊𝒇𝒇𝒆𝒓𝒆𝒏𝒕.” เป็นหนึ่งในวลีเด็ดจาก Coco Chanel เจ้าแม่แฟชั่นคนที่กานต์ชอบมากและยึดมาเป็น Motto ในการทำงานตลอดมา

เพราะว่าเราไม่ชอบเหมือนใคร จึงอยากนำเสนอเรื่องราวของงานดีไซน์บนความหรูหราใหม่ ที่ต้องบอกว่ามันไม่ใช่เป็นเพียงแค่แฟชั่น แต่ต้องนำเสนอถึงฟังก์ชั่นและแพชชั่นที่น่าสนใจของสินค้า/บริการ โดยเฉพาะแบรนด์ที่มีความ Unique อันจะนำไปสู่ความแตกต่างอย่างโดดเด่นและประสบความสำเร็จในที่สุด

อย่างเช่น The Gentry (ชื่อไพเราะมาก) โครงการบ้านหรูที่ Sold Out มาแล้วทุกที่ จนมาถึงโครงการล่าสุดอย่าง The Gentry เกษตร-นวมินทร์ ที่เพิ่งเปิดตัวไปไม่นานมานี้ ก็เป็นอีกหนึ่งทำเลที่น่าจับตามองด้วยกัน

#ดีไซน์บ้านโดดเด่น เอกลักษณ์ของ The Gentry คือบ้านหรูเล่นระดับ 3 ชั้นสไตล์ Modern Luxury ที่มีดีไซน์สวยแปลกตากว่าบ้านทั่วไป เพราะคอนเซ็ปต์คือ Defying Gravity เราไม่จำเป็นที่จะต้องใช้ชีวิตให้เหมือนใคร ภายในออกแบบและตกแต่งได้สวยมาก จัดวางฟังก์ชั่นการใช้งานได้ดี เป็น Multi-Living ที่รองรับการปรับเปลี่ยนทุกห้องภายในวิลล่าหรูตามไลฟ์สไตล์และความต้องการที่แตกต่างของสมาชิกในบ้าน แต่ยังเชื่อมต่อความสัมพันธ์ระหว่างกันได้ดี

#โลเคชั่นยอดเยี่ยม เพราะตั้งอยู่ถนนโพธิ์แก้วบนทำเลศักยภาพ “เกษตร – นวมินทร์” ใช้เวลาเพียง 10 นาทีก็ถึง Crystal Design Center (CDC) ถนนประดิษฐ์มนูธรรม หรือว่าจะออกไปทางถนนลาดพร้าวก็สะดวกเช่นกัน ทั้งยังรายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

อีกเรื่องที่ครบเครื่องไม่แพ้กันคือ #นวัตกรรม Smart Home ที่ทาง SC Asset พัฒนาขึ้นมาเองเรียกว่า Ruejai Home OS ที่ Integrate การสั่งการทุกอย่างภายในบ้านเข้าไว้ใน Control Panel เดียว เชื่อมต่อกับมือถือของเราแล้วสั่งงานได้ ถือว่าสะดวกมาก เพื่อเป็นการสร้างความแตกต่างในบริการหลังการขายให้กับลูกบ้านของ SC Asset

บ้านตัวอย่างที่พาไปชมกันเป็นแบบบ้าน Hideaway บ้าน 3 ชั้นขนาดใหญ่สุดครับ มาพร้อมกับลิฟต์โดยสารภายในบ้าน พร้อมกับสระว่ายน้ำเพื่อเป็นไอเดียเผื่อใครอยากได้ความเป็นส่วนตัว และยังจะพาไปชม Clubhouse ที่ได้แรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากภูเขาสูงตั้งตระหง่านในเขต Canyon Point รัฐยูทาห์ สหรัฐอเมริกา ไปชมภาพและอ่านเรื่องราวกันต่อด้านในดีกว่าครับ

สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 065-919-0999

Call Center : 1749

Line : @GTKN

ลงทะเบียนเยี่ยมชมโครงการพร้อมรับสิทธิพิเศษได้ที่ >> https://m.scasset.com/ADEv

แบบบ้าน Hideaway อ่านชื่อแล้วอยากมาย้ายมาอยู่ที่นี่เลยทันที เพราะดีไซน์ออกมาได้ครบเครื่องมากครับ เป็นวิลล่าหรูขนาด 3 ชั้นเล่นระดับ ในสไตล์ Modern Luxury ซึ่งเป็นซีรีส์ใหม่ของทาง SC Asset ภายนอกออกแบบได้สวยและแตกต่างจากบ้านทั่วไป

ไฮไลท์คือ Shading Effect ที่ตรง Facade เป็นการเล่นกับมุมตกกระทบของแสงและเงา เพื่อให้เกิดมิติที่สวยงามแตกต่างกันไปในแต่ละช่วงเวลาของวัน การนำเส้นสายของระแนงไม้มาเป็นลูกเล่นทำให้บ้านดูโมเดิร์นขึ้น สามารถใช้บังแดดได้ ให้ความเป็นส่วนตัว

นอกจากนั้น ผมยังชอบการผสมผสานความเป็นธรรมชาตินำเข้ามาไว้ร่วมกับภายในบ้านได้อย่างลงตัว

Clubhouse ได้แรงบันดาลใจมาจากภูเขาสูงตั้งตระหง่านในเขต Canyon Point รัฐยูทาห์ สหรัฐอเมริกา ซึ่งผมเขียนถึงไว้ในรีสอร์ตหรู Amangiri อ่านได้ที่นี่ https://bit.ly/kant-amangiri

ผมลองถ่ายภาพจากภายนอกเข้ามาในบ้านเพื่อให้เกิดมุมมองใหม่ไม่เหมือนใคร ตามคอนเซ็ปต์ของโครงการ Defying Gravity

รีวิวนี้จะพาไปสัมผัสโครงการบ้านหรูเล่นระดับ 3 ชั้นสไตล์ Modern Luxury ที่มีดีไซน์สวยมาก ยืนหนึ่งในย่านเกษตร-นวมินทร์

พาไปชมแบบบ้าน Hideawayบ้าน ซีรีส์ใหม่ของทาง SC Asset พื้นที่ดินเริ่มต้น 74.2 ตร.ว. ภายในบ้านมีพื้นที่ใช้สอย 550 ตร.ม. ฟังก์ชั่น 5 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ พร้อมห้องพักผ่อนชั้นล่างและชั้นบน ติดตั้งลิฟต์โดยสารภายใน

สามารถจอดรถได้ 4 คัน ติดตั้ง EV Charger Station พร้อมระบบไฟฟ้ารูปแบบ 3 เฟส (3 phase 4 wire) ซึ่งระบบนี้จะให้แรงดันไฟฟ้ามากกว่าไฟบ้านทั่วไปครับ ด้าน

ในสุดมีห้องนอนแม่บ้านอยู่แยกออกไปเพื่อให้ได้รับความเป็นส่วนตัวสูงสุด

ทางเข้าเป็นเป็นประตูบานไม้สักคู่ ขนาดใหญ่ ทางโครงการติดตั้ง Digital Door Lock ไว้ให้เรียบร้อยแล้วครับ เมื่อเปิดประตูเข้ามาภายในบ้าน จะพบกับ Foyer ด้านหน้า ติดตั้งตู้เก็บของและตู้เก็บรองเท้าเอาไว้แล้วเช่นกันเพื่อความเป็นระเบียบสวยงาม

พื้นชั้นล่างปูด้วยกระเบื้องหินอ่อนแผ่นใหญ่จากอิตาลี ให้สัมผัสที่เรียบหรูดีมาก เมื่อเดินเข้าไปด้านในเราจะพบกับโถงกลางซึ่งเป็นเหมือนหัวใจของบ้านที่เชื่อมต่อทุกฟังก์ชั่นภายในเอาไว้ด้วยกัน เริ่มจาก Welcoming Entryway

เบื้องหน้าเป็นมุมเคาน์เตอร์กาแฟ พร้อมกับตู้โชว์จัดแสดงผลงานแห่งความภาคภูมิใจของสมาชิกภายในบ้าน เป็นภาพแรกที่แขกจะได้เห็นเมื่อก้าวเข้ามาด้านใน

จริงๆ อยากลงรายละเอียดไปถึงเครื่องชงกาแฟที่ผมประทับใจมาก เป็นรุ่นพิเศษที่ทาง SC Asset สั่งทำขึ้นมาพิเศษ พร้อมเมล็ดกาแฟแบบแคปซูล เพื่อสะท้อนแนวคิด “การสร้างเช้าที่ดี” หรือ For Good Mornings โดยการเริ่มต้นด้วยกาแฟ 3 รสชาติที่สะท้อนมาจาก 3 จุดแข็งของแบรนด์ ได้แก่ Caring, Sincere และ Fresh นั่นเองครับ 

เมื่อเดินเข้ามาด้านขวาของบ้านจะเป็น Living Area ซึ่งไฮไลท์คือการออกแบบให้เป็น Double Living Room & Vertical Backyard ความสูงประมาณ 7 เมตร เชื่อมต่อพื้นที่รับแขกชั้น 1 และชั้น 2 เข้าด้วยกัน

ภายนอกออกแบบให้เป็นหน้าต่างบานกระจกสูงเต็มผนัง เพื่อเชื่อมกับพื้นที่สวนด้านข้างบ้าน เหมาะเป็นมุมพักผ่อนของทุกคนในครอบครัว บ้านตัวอย่างจะมีสระว่ายน้ำส่วนตัวออกแบบและติดตั้งไว้ให้เผื่อเป็นไอเดียสำหรับใครที่ซื้อบ้านนี้ไป

ผมพยายามถ่ายภาพให้เห็นถึงความสูงโปร่งของโถงห้องนั่งเล่นว่ามีความโอ่อ่ามากครับ เปิดรับช่องแสงจากธรรมชาติภายนอกเข้ามา ทำให้บ้านดูสว่างไสว สอดรับกับแชนเดอเลียร์ขนาดใหญ่ ภายในจัดวางชุดโซฟาขนาดหลายที่นั่งเพื่อรองรับแขกกลุ่มใหญ่

ผมเห็นทีวีที่บ้านตัวอย่างยังได้นำเสนอวีดีโอของรีสอร์ต Amangiri ที่ผมประทับใจ เพราะเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจในการออกแบบโครงการนี้

ชอบแชนเดอร์เลียของบ้านตัวอย่างมาก ขนาดใหญ่ดุจปราสาทราชวัง ยิ่งทำให้บ้านดูอลังการมากขึ้น

พื้นที่ด้านข้างสามารถจัดสวนเพื่อพักผ่อน หรือจะทำเป็นสระว่ายน้ำส่วนตัวแบบบ้านตัวอย่างก็ได้ครับ

ถัดจาก Living Area ด้านในจะเป็น Dining Area ซึ่งมีพื้นที่กว้างขวางเช่นกัน เพิ่มมิติให้ภายในบ้านด้วยกระจกเงาและกระจกใส เปิดรับแสงและวิวจากสวนด้านนอกเข้ามา

ภายในจัดวางโต๊ะรับประทานอาหารแบบ Long Table เอาไว้ พร้อมกับ Pantry สำหรับจัดเตรียมอาหารและมีเคาน์เตอร์บาร์ เผื่อว่าที่บ้านจัดปาร์ตี้หรือจะเอาไว้จิบกันเบาๆ ก่อนจะเริ่มต้นมื้ออาหารในบรรยากาศสบายๆ ไม่ทางการมากนัก

ถัดไปจากโต๊ะรับประทานอาหารเป็น Tea Room พร้อมเคาน์เตอร์ครัวติดผนังและตู้แช่ไวน์ ให้เราได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศของวันพักผ่อนภายในบ้าน

ติดกันเป็นห้องน้ำพร้อมชาวเวอร์ในตัว ซึ่งจริงๆ แล้วบริเวณนี้จะเป็นพื้นที่ของห้องนอนชั้นล่างครับ เราสามารถปรับฟังก์ชั่นการใช้งานได้ตามไลฟ์สไตล์ของสมาชิกในครอบครัวได้เลย จะขยายเป็นห้องเตรียมอาหารแบบบ้านตัวอย่างก็ได้

หรือหากบ้านไหนมีสมาชิกหลาย Generation ก็สามารถปรับให้เป็นห้องนอนผู้สูงอายุ ที่มาพร้อมวิวสวนด้านข้างบ้านคอยเติมความสดชื่นเพิ่มอากาศบริสุทธิ์ให้กับบ้านได้เช่นกันครับ

ภายในพื้นที่ของ Dining Area ออกแบบได้กว้างขวางและเป็นสัดส่วนดีมากครับ เพิ่มความโดดเด่นให้กับภายในบ้านได้ทันทีที่เห็น

เห็นโต๊ะรับประทานอาหารแล้วอยากจะชวนเพื่อนมาที่บ้าน นั่งทานข้าวพูดคุยกัน บรรยากาศคงแฮปปี้ดีมากเลยครับ

ยกให้ The Gentry เกษตร-นวมินทร์ เป็นอีกหนึ่งโครงการที่สวยหรู น่าอยู่มาก ถ่ายรูปออกมาดูสวยดีทุกมุมเลยครับ

ในส่วนของห้องครัวจะอยู่อีกฝั่งของโต๊ะรับประทานอาหารครับ เป็นครัวที่มีขนาดใหญ่เชื่อมกับเค้าน์เตอร์บาร์และ Dining Area ดูเป็นสัดส่วนดีครับ บ้านตัวอย่างจัดเตรียมเคาน์เตอร์ครัวเป็นรูปตัวยู (U-Shape) เอาไว้ให้ พร้อมกับกันพื้นที่ว่างอีกฝั่งของครัวเผื่อเป็นไอเดียสำหรับใครจะดีไซน์ครัวในฝัน อาจจะเป็นการทำ Pantry เพิ่มหากว่ามีความจำเป็นต้องใช้ห้องนอน 5 บริเวณชั้นล่าง ทั้งนี้ทั้งนั้น ข้อดีของการวางผังแบบ Open Plan ก็คือทำให้เราสามารถปรับฟังก์ชั่นการใช้งานของห้องต่างๆ ภายในบ้านได้ตามไลฟ์สไตล์เลยครับ

จากครัวเปิดประตูออกไปจะเชื่อมต่อกับลานซักล้างด้านข้าง ที่แยกสัดส่วนออกไปจนถึง Maid Plaza และห้องนอนแม่บ้านอ้อมไปจากด้านหลังสู่ด้านข้าง ทำให้ได้ความเป็นส่วนตัวระหว่างที่แม่บ้านทำงานอยู่ในพื้นที่ของตัวเอง

ส่วนห้องน้ำชั้นล่างจะอยู่ด้านข้างบันได เป็นห้องน้ำแบบ Powder Room สำหรับแขกที่มาบ้าน เพื่อที่สมาชิกจะได้มีความเป็นส่วนตัวและสะดวกมากขึ้น

บริเวณทางขึ้นบันไดและหน้าลิฟท์จะมีวีดีโอวอลล์ รวมถึงแผงคอนโทรลของระบบปฏิบัติการภายในบ้านอย่าง RueJai Home OS ที่ SC Asset พัฒนาขึ้นมาเพื่ออำนวยความสะดวกในการควบคุมและเช็กสถานะของบ้าน ไม่ว่าจะเป็นเปิด-ปิดไฟ เครื่องปรับอากาศ กล้องวงจรปิด มีเซนเซอร์คอยตรวจจับและแจ้งความผิดปกติ ตลอดจนรายงานคุณภาพอากาศภายในบ้านได้ทุกที่ ทุกเวลาครับ

บ้านในโครงการ The Gentry เกษตร-นวมินทร์ ใช้โครงสร้างแบบ Conventional โดยก่ออิฐ Q-Con ทำให้มีความแข็งแรงทนทาน ออกแบบให้มีการเชื่อมต่อระหว่างชั้นได้ทั้งทางลิฟต์และบันไดครับ ทำให้การใช้ชีวิตสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น และยังโดดเด่นด้วย Double Living Room & Vertical Backyard ความสูงประมาณ 7 เมตร เชื่อมต่อพื้นที่ชั้น 1 และชั้น 2 เข้าด้วยกัน

ผมกดลิฟต์ขึ้นมาบนชั้น 2 ซึ่งภาพแรกที่ออกมาจากลิฟต์จะเป็นมุมมองแบบนี้ครับ ตรงกลางเป็นโถงทางเดินที่เชื่อมต่อกับห้องต่างๆ ภายในชั้นและยังมีราวกันตกเพื่อเปิดพื้นที่ร่วมกับ Double Living Room จากชั้น 1 ด้วย

ชั้น 2 จะมี 2 ห้องนอน 1 ห้องนั่งเล่น เป็น Family Area สำหรับสมาชิกในครอบครัวพร้อมกับระเบียงที่สามารถเปิดออกไปนั่งเล่นพักผ่อนได้ ซึ่งผมจะได้พาไปชมกัน

Family Room เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของงานดีไซน์ในแบบบ้าน Hideaway เลยครับ เป็นการปลีกตัวมานั่งในมุมพักผ่อนที่จัดไว้สำหรับสมาชิกทุกคนในครอบครัว ซึ่งจะต่างจาก Family Area ที่เราเคยเห็นโดยทั่วไป ซึ่งมักจะเป็นเพียงโถงกลางของชั้นบนบ้าน

ห้องนี้ได้รับการออกแบบให้เป็น Theater Room สำหรับดูหนังฟังเพลง จะอยู่บริเวณด้านหน้าบ้าน ทำให้สามารถเปิดรับแสงธรรมชาติจากหน้าต่างบานกว้างได้เต็มที่และมีความเป็นส่วนตัวด้วย Facade ที่บังอยู่ ดูแล้วโล่งโปร่งสบายดีมากเลยครับ ภายในห้องมีพื้นที่ใช้สอยค่อนข้างกว้างขวาง จัดวางชุดโซฟาขนาดใหญ่เอาไว้สำหรับทำกิจกรรมร่วมกัน

มีประตูสามารถเปิดออกไปยังด้านนอกซึ่งกว้างขวางเป็นระเบียงที่ใช้งานได้จริงๆ ผมว่าลองหาลู่วิ่งไฟฟ้าสักเครื่องมาวางเพื่อเป็นการออกกำลังกาย รับอากาศบริสุทธิ์ขณะเบิร์นได้ดีเลยทีเดียวครับ

ชั้น 2 จะมีด้วยกัน 2 ห้องนอนรองครับ ห้องแรกจะอยู่ถัดจาก Family Room ใกล้กับลิฟต์และโถงบันได ตอนที่ผมไปเยี่ยมชมโครงการ ห้องนี้ได้รับการปรับให้เป็น Art Space จัดแสดงงานศิลปะเพื่อเป็นไอเดียในการสร้างสรรค์ห้องที่ต้องสะท้อนไลฟ์สไตล์และตัวตนของคนแต่ละเจนเนอเรชั่นภายในบ้านได้

ห้องนอนห้องแรกเป็นพื้นที่สำหรับจัดแสดงของตกแต่งบ้านดีไซน์แปลกตาจากประเทศอิตาลีแบรนด์ SELETTI ซึ่งมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันมาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 1964 นับเป็นแบรนด์ที่มีความคิดสร้างสรรค์สะท้อนความงามตามยุคสมัย

โดยคอลเลคชั่นที่นำมาจัดแสดง เป็นการผสมผสานผลงานศิลปะแบบ POP ART ไปกับชีวิตประจำวัน ทั้งรูปทรงและฟังก์ชั่นที่ตอกย้ำถึงไลฟ์สไตล์ที่มีความยูนีค สนุกสนานและสวยงาม เป็นตัวแทนของคนยุค Gen Y

ห้องนอนถัดไปก็มีคาแรกเตอร์ชัดเจนไม่แพ้กัน เพราะโดดเด่นตั้งแต่ได้ยินชื่อแบรนด์กันเลยครับ นั่นก็คือ PAUL SMITH แบรนด์เสื้อผ้าและไลฟ์สไตล์ชื่อดังสัญชาติอังกฤษ ที่ผมเป็น Big Fan เลยครับ เพราะงานของ PAUL SMITH จะต้องมาพร้อมความเป็นเอกลักษณ์ สีสัน ดีไซน์ที่ทันสมัย และคงไว้ซึ่งความสนุกสนาน โดยเฉพาะลวดลาย Signature Stripe

ดังนั้น ห้องนอนห้องนี้จึงถูกตกแต่งด้วยอัตลักษณ์ของ PAUL SMITH ที่สะท้อนตัวตนของชาว Baby Boomer ได้เป็นอย่างดี

ส่วนตัวผมค่อนข้างประทับใจห้องนี้ เพราะเป็นห้องแนวลึกที่ค่อนข้างเปิดโล่งด้วยช่องแสงรายรอบ ทำให้ห้องดูสว่าง ตกแต่งในโทนอบอุ่น แต่ยังคงความเงียบสงบเอาไว้เพราะเป็นห้องที่อยู่เยื้องไปทางโซนด้านหลังบ้าน มาพร้อมกับระเบียงส่วนตัวให้เราได้นั่งพักกายพักใจ

เราลองเปลี่ยนมาเดินขึ้นบันไดเพื่อไปชั้น 3 กันดูบ้างครับ วัสดุบันไดทั้งลูกตั้ง ลูกนอนเป็นไม้สัก เช่นเดียวกับราวจับให้สัมผัสเป็นธรรมชาติดีมาก เพิ่มความโมเดิร์นด้วยราวกั้นเป็นกระจกใส ติดตั้งไฟส่องสว่างตลอดแนวทางเดินขึ้นลงบันได

เมื่อเดินขึ้นมาถึง มองไปทางซ้ายจะเห็นลวดลายและสีสันสดใสอันเป็นเอกลักษณ์ของ GIVE ME MUSEUMS

เราจะเข้าไปชมห้องนี้กันก่อนครับ

GIVE ME MUSEUMS เป็นศิลปินแนวอิมเพรสชั่นนิสม์ เจ้าของภาพวาดดอกไม้ ทุ่งหญ้า และป่าเขาสีสันสดใสอันโด่งดังที่ใครเห็นก็ต้องหลงใหล

แต่เบื้องหลังคือการสื่อสารความความคิดแบบกบฏที่ฉีกแนว มีความเป็นตัวของตัวเอง ดังนั้นชิ้นงานศิลปะที่ถ่ายทอดออกมาจึงต้องการให้เห็นรอยแปรงที่ชัด ไม่เน้นความเนี๊ยบและความสมบูรณ์แบบ ราวกับเป็นตัวแทนของคน Gen Z

ห้องนี้จึงตกแต่งให้ดูสดชื่น สดใส จัดวางเฟอร์นิเจอร์และตกแต่งด้วยสีสันไม่ซ้ำใคร และไม่ต้องกลัวใครจะมาบอกว่า สีสันมันดูค่อนข้างตรงข้ามไม่เข้ากัน เพราะความตั้งใจของดีไซเนอร์เป็นแบบนั้นอยู่แล้วครับ

ระหว่างทางที่จะเดินไปห้องนอนหลัก ผมมองเห็นห้องสี่เหลี่ยมขนาดไม่ใหญ่ที่อยู่โซนด้านหน้าบ้าน ผมเดินเข้าไปดูพบว่าเป็นห้องอเนกประสงค์ซึ่งดีไซน์ได้หลากหลายตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละบ้าน

บ้านตัวอย่างหลังนี้ ออกแบบเป็น Hall of Fame Room แสดงรางวัลแห่งความภาคภูมิใจ หรือใครจะทำเป็นห้องไลฟ์สำหรับขายของแบรนด์เนมก็เข้าที หรือจะทำเป็นห้องพระ ไว้นั่งสมาธิก็ดีเช่นกัน

ด้านหน้าของ Master Bedroom ออกแบบให้เป็นห้องน้ำ ห้องน้ำในห้องนี้จะค่อนข้างกว้าง พร้อมออกแบบฟังก์ชั่นการใช้งานที่แบ่งสัดส่วนได้ดี มีพื้นที่แยกส่วนเปียกแห้ง

ที่ผมชอบคือออกแบบให้เชื่อมต่อกับพื้นที่แต่งตัวแบบ Walk in Closet ซึ่งตอนที่ผมไปชมโครงการ กำลังจัดแสดงผลงานศิลปะของแกลเลอรี่ร่วมสมัยอย่าง LA LANTA FINE ART

Walk in Closet จะอยู่ตรงข้ามเชื่อมต่อกันชนิดที่ว่า ออกจากห้องน้ำมาก็เดินเข้าห้องแต่งตัวได้ทันที ทำให้มีความเป็นส่วนตัวและสะดวกมาก

ตอนที่ไปเยี่ยมชมโครงการ Master Bedroom เป็นพื้นที่สำหรับการจัดแสดงผลงานศิลปะของแกลเลอรี่ร่วมสมัยอย่าง LA LANTA FINE ART ที่เน้นการนำเสนอผลงานของศิลปินที่มีชื่อเสียงทั้งในไทยและจากทั่วทุกมุมโลกที่ได้รับการยอมรับใน International Art Fair อย่างนิวยอร์ค บาเซล ลอนดอน ไมอามี่ สิงคโปร์ และฮ่องกง จัดแสดงงานศิลปะแขนงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ภาพเพนท์สีอะคริลิค, ภาพเพ้นท์แบบผสมผสาน, ภาพพิมพ์แกะไม้, เซรามิค และเครื่องปั้นดินเผา วางกระจายกันไปในหลายจุด รวมไปถึงห้องน้ำในห้องนอนด้วยครับ

Master Bedroom มีขนาดกว้างมาก จัดไว้บริเวณโซนด้านหน้าและด้านข้างของตัวบ้านทำให้เปิดรับแสงได้ทั้ง 2 ด้าน ช่วยให้ห้องแทบไม่ต้องเปิดไฟในเวลากลางวัน แค่เปิดม่านโปร่งเบาๆ แสงก็เข้ามาเพียงพอแล้ว

ห้องนอนหลักมาพร้อมกับ พื้นที่นั่งเล่นภายใน เปิดรับแสงธรรมชาติจากหน้าต่างขนาบข้างซ้ายขวา พร้อมจัดวางมุมนั่งเล่นพักผ่อนภายในห้องนอนได้สบายเลยครับ บ้านตัวอย่างจัดวางชุดโซฟาขนาดใหญ่ พร้อมกับมีประตูเปิดออกไปสู่ระเบียงขนาดใหญ่ด้านนอก

นับว่าเป็นมิติใหม่ของการเยี่ยมชมโครงการที่ Collaboration กันระหว่างบ้าน กับ งานศิลปะ ไอเดียการออกแบบและไลฟ์สไตล์เข้าด้วยกัน ผมว่าห้องนี้น่าจะเหมาะกับคน Gen X เพราะคาแรกเตอร์ได้สะท้อนถึงความคิดสร้างสรรค์และความเป็นตัวของตัวเอง

ส่วนภายนอกเป็ระเบียงขนาดใหญ่ด้านนอก ไว้รับอากาศบริสุทธิ์ยามเช้าหลังตื่นนอน

มาดูพื้นที่ส่วนกลางกันบ้าง เนื่องด้วยโครงการมีขนาดไม่ใหญ่มากเพียงแค่ 57 ยูนิต พื้นที่ส่วนกลางจึงมีขนาดพอเหมาะเพื่อรองรับลูกบ้านได้พอดี ออกแบบให้มี Clubhouse อยู่บริเวณด้านหน้าโครงการ เชื่อมต่อกับสวนสาธารณะที่จัดพื้นที่สำหรับพักผ่อนแบบ Outdoor เอาไว้

ดีไซน์ภาพรวมของสโมสรที่เชื่อมต่อกับ Main Gate ด้านหน้าโครงการได้แรงบันดาลใจมาจากภูเขาสูงตั้งตระหง่านในเขต Canyon Point รัฐยูทาห์ สหรัฐอเมริกา ซึ่งผมเขียนถึงไว้ในรีสอร์ตหรู Amangiri ดังนั้น งานดีไซน์จึงมีลักษณะคล้ายภูเขาแต่ลดทอนรายละเอียดลงมาเพื่อให้เกิดความหรูรามีระดับ เมื่อมองมุมเฉียงเล็กน้อยเราจะเห็นการซ้อนทับของ Facade ที่ไม่ต้องการให้เกิดความสมมาตรเพื่อความเป็นธรรมชาติที่ไหลลื่นของงานดีไซน์

ด้านหน้า Clubhouse เป็นสระว่ายน้ำขนาดใหญ่แบ่งเป็น 2 สระแบบเล่นระดับ พร้อมกับจัดวางเก้าอี้นั่งพักผ่อนและ Sunbed สำหรับนอนเล่นในช่วงเย็นๆ อากาศกำลังสบายๆ

พื้นที่โดยรอบของ Clubhouse รายล้อมด้วยต้นไม้น้อยใหญ่กลางหุบเขา ราวกับเป็นโอเอซิสใจกลางเมือง บรรยากาศของสโมสรส่วนกลางสวยมาก ภาพรวมของโครงการคือดี มีการร้อยสายไฟลงดินทั้งหมด ทำให้โครงการดูเป็นระเบียบเรียบร้อย

ส่วนด้านในของ Clubhouse ก็มีทั้ง Co-Working Space ให้นั่งอ่านหนังสือนั่งคุยกันระหว่างลูกบ้าน เอาไว้นั่งทำงาน ประชุมหรือพรีเซนต์งาน มีการจัดวางที่นั่งแบบกระจายกันไปตามความต้องการทั้งเดี่ยว คู่และแบบหมู่คณะ แต่ปัจจุบันยังกันพื้นที่ส่วนหนึ่งไว้เป็น Sales Gallery อยู่ครับ เราอาจจะขยับขึ้นไปใช้บริการที่ชั้นบนแทน

ส่วน Clubhouse ชั้นบนยังเป็นที่ตั้งของฟิตเนสด้วยครับ บรรยากาศโล่งๆ ดีมาก ภายในมีอุปกรณ์ออกกำลังกายครบครัน ทั้งแบบ Cardio และ Weight Training Machine แต่ที่ผมชอบคือการจัดวางลู่วิ่งไฟฟ้าให้หันหน้าออกไปทางสวนต้นไม้และสระว่ายน้ำ ดูแล้วสดชื่นดีครับ เห็นต้นไม้สีเขียวๆ ระหว่างวิ่งออกกำลังกายก็ค่อยหายเหนื่อยหน่อยเวลาได้มองเห็นความสดชื่น สมกับเป็นโอเอซิสใจกลางเมือง

ส่วนชั้นบนสุดออกแบบให้เป็น Rooftop เก๋มาก เป็นมุมส่วนตัวสำหรับนั่งจิบเครื่องดื่มแก้วโปรด ในบรรยากาศของความเงียบสงบ เป็นส่วนตัวและชมวิวพระอาทิตย์ตกดินได้จากบนนี้

#โดยสรุป The Gentry เกษตร นวมินทร์ เป็นอีกหนึ่งโครงการที่ผมประทับใจในดีไซน์ (จริงๆ ชอบบ้านในโครงการ The Gentry ในทุกทำเลเลยครับ) การออกแบบที่ดูเก๋ไม่เหมือนโครงการไหน น่าจะถูกใจคนที่อยากจะได้ที่อยู่อาศัยที่เข้ากับไลฟ์สไตล์ของตัวเอง มีความเก๋ เท่ ชิคเล็กน้อยเป็นคนไม่ค่อยอยากตามใคร

โครงการนี้ น่าจะเป็นอีกตัวที่ปิดขายอย่างรวดเร็ว เพราะดูแล้ว SC Asset ทำการบ้านมาดีมาก ทั้งในแง่ของงานดีไซน์ ฟังก์ชั่นภายในบ้านการใช้งานที่ตอบสนอง Unique Lifestyle ตลอดจนการออกแบบสังคมแห่งการอยู่อาศัยให้แตกต่างอย่างมีระดับ ให้กับ (ว่าที่) ลูกบ้านอย่างชัดเจน บนทำเลที่มีศักยภาพโดดเด่นอย่างเกษตร-นวมินทร์ ใกล้ทั้งทางด่วนและรถไฟฟ้า ช่วยให้เชื่อมต่อเลียบทางด่วน รามอินทรา ลาดพร้าว วังหิน วิภาวดีรังสิต สามารถเดินทางเชื่อมต่อไปได้สะดวกมาก

สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 065-919-0999
Call Center : 1749
Line : @GTKN
ลงทะเบียนเยี่ยมชมโครงการพร้อมรับสิทธิพิเศษได้ที่ >> https://m.scasset.com/ADEv

hemm team
hemm team

• The magazine for Sharp Living, Travel Design and Lifestyle for men •