The Standard, Hua Hin

The Standard, Hua Hin🤪

#โรงแรมเปิดใหม่ กวน…ทีนที่สุดในเวลานี้‼️

_

เอ๊ย!! ไม่ได้ว่าอะไรเค้าเลยนะ แต่ไปพักมาแล้วฟีลลิ่งมันพาไปแบบนี้จริงๆ ก็เป็นไปตามคอนเซปต์สนุกสนาน ขี้เล่น เป็นกันเอง กานต์ไปพักที่ The Standard โรงแรมแห่งล่าสุดของโลกครับ คือที่หัวหิน บรรยากาศฟินดีมาก มีความฮิพแต่ไม่เยอะ ได้ฟีลแบบไมอามีที่มีการผสานเอางานศิลปะกับทะเลเข้ามาไว้ด้วยกัน #มันดีย์มาก

กานต์ชอบการสร้างฟีลลิ่งของที่นี่ มีการออกแบบให้ผัสสะต่างๆต้องทำงานร่วมกัน ยกตัวอย่างเรื่องการเอาความอาร์ตและคัลเจอร์มาเป็นหลักในการออกแบบ เราจะเห็นได้ทันทีว่าที่ The Standard, Hua Hin มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว พอเดินผ่านบางจุดที่เป็นต้นไม้เขียวครึ้ม (ซึ่งที่นี่แทบจะไม่ตัดต้นไม้เดิมเลยครับ) เราจะได้ยินเสียงนก รู้สึกสดชื่นขึ้นมาทันที มีความอิงธรรมชาติมาก แต่พอเดินไปถึงที่โซนบีชบาร์ กรูฟจะเปลี่ยนเลยจ้า ปรับโหมดด่วน!! ให้เรามีความเอนจอยมากขึ้น ฟังแล้วอยากจะโยกเบาๆ ตามเสียงเพลง

หรือแม้แต่เรื่องสีสันที่หยิบจับมาออกแบบ ผมเห็นดีไซน์แล้วชอบมาก แต่ละจุดถูกออกแบบเหมือนวางไว้แบบไม่ตั้งใจ (แต่ตั้งใจมาก) ดูเป็นงาน Installation Art ที่กระจายตัวไปทั่วโรงแรม โดยไม่ต้องอาศัยชื่อเรียก แต่เข้าใจได้ทันทีว่ามันต๊าซมาก อยากถ่ายรูปไปเสียทุกจุด

ผมยกตัวอย่างประมาณนี้ละกัน อยากให้มาสัมผัสเองจะดีกว่า เหล่านี้ดูเป็นการสื่อสารนามธรรมที่เอาจริงๆ คือทำยากอยู่นะ แต่ถ้าโรงแรมไหนทำได้ “ถึง” เราจะรู้สึกว่าเป็นประสบการณ์การพักผ่อนที่สนุกและมีความสุขมาก เหมือนกับที่เลือกมาพัก The Standard, Hua Hin ครับ ไม่อยากกลับเลย เอาจริง

สระว่ายน้ำคือดีย์ เหมือนที่ The Standard Spa – Miami เพราะเป็น Sister Hotel กัน ตอนเย็นผมนั่งชิลที่ Lido Bar บรรยากาศดีมาก แต่หากใครยอมตื่นเช้า ผมว่าเป็นช่วงเวลาที่หัวหินแสงสวยที่สุดครับ ผมเก็บภาพชายหาดหัวหินตอนเช้ามาฝากด้วย สวยเชียว

ส่วนห้องพักมีทั้งห้องบนตึกและวิลล่า แต่ผมว่าที่สวยและต้องแย่งชิงกันหน่อยคือ Bayside Villa บอกได้คำเดียวว่า “โคตรสวย” ถ่ายรูปออกมาปังป๊วะทุกมุม

อ๊ะ!! ถ้าไม่เชื่อ คลิกเข้าไปดูรูปและอ่านแคปชั่นกันต่อด้านในนะ

The Standard โรงแรมที่มีความกวน ขี้เล่น สนุกสนาน เป็นกันเอง ตั้งแต่การวางโลโก้กลับหัว ไปจนถึงการออกแบบสถานที่และประสบการณ์ที่อยากจะมอบให้

ผมชอบดีไซน์ของ Bayside Villa ที่สุดครับ

The Standard, Hua Hin ใช้สีเหลืองในการสื่อสารแบรนด์ สีโปรดของผมเลย ผมว่าเป็นสีที่สนุกสดใสดี

ห๊ะ!! อะไรนะ

The Standard, Highline New York ที่ว่าดังๆ ยังต้องหลีกทางให้กับ The Standard, Hua Hin เพราะมาแล้วฟินกว่ามาก

งั้นเลย!! 555

หัวหินเป็น Destination ที่ไม่ไกล เดินทางง่ายครับ ผมขับ BMW Series 5 จาก BMW Barcelona Motor วิภาวดีมาถึงที่หัวหินใช้เวลาราวๆ 2 ชั่วโมงครึ่ง

เอาจริง เพิ่งรู้ว่า BMW ขับสนุกมาก ฟีลแบบเป็นรถกึ่งสปอร์ตที่เรียบหรู ขับแล้วกรูฟดี พรีโยกกันมาเบาๆ ตั้งแต่อยู่ในรถ

เข้าซอยหัวหิน 61 นิดหน่อยแล้วเลี้ยวเข้าถนนนเรศดำริห์ ก็จะถึง The Standard, Hua Hin

ใครที่เป็นลูกค้า BMW Barcelona Motor แบบผม ซึ่งเป็น Partner กับโรงแรม ก็จะได้รับสิทธิพิเศษ ส่วนลดค่าที่พักและร้านอาหารภายในโรงแรมได้ด้วยนะครับ

จอดรถกันตรงนี้ เดี๋ยวมีพนักงานมาช่วยยกกระเป๋า เอามา 3 ใบเองครับ ไม่เยอะเลย 555 แต่เอาจริงอุปกรณ์การถ่ายรูปเยอะมากนะ กะว่าจะเก็บมุมสวยๆ มาฝากทุกคนอ่ะแหละ

Lobby ที่นี่เป็นแบบ Open Air ตามคอนเซปต์โรงแรมใหม่ๆ หลังโควิดเลยนะ แต่ว่าที่เก๋กว่าคือเก้าอี้ที่ได้แรงบันดาลมาจาก … ที่นั่งในชานชาลารถไฟ ซึ่งสถานีหัวหินก็อยู่ไม่ไกลจากโรงแรมเลยครับ

ส่วนด้านในเป็นมุมช้อป ขายของแบบเก๋ๆ ตามคาแรกเตอร์โรงแรม

งานดีไซน์ยกให้เค้าเถอะ อาร์ตมากทุกจุดตั้งแต่พื้นยันหลังคา

มุมนี้แนะนำว่าให้ออกมาถ่ายตรงลานจอดจะเห็นชัดกว่า

ห้องพักรวม 199 ห้อง มี 2 อาคาร รูปตัว L ซ้อนทับกัน ตรงกลางเป็นสวนขนาดใหญ่ รวม 178 ห้องและด้านในมีอีกวิลล่า 21

บนตึกจะเป็น Room Type Standard, Superior ทั้งแบบเตียง King และ Twin แต่ผมชอบห้อง The Standard Suite มากกว่า เพราะใหญ่กว่าและมีพื้นที่นั่งเล่นที่กว้างเสมือนกับเป็นห้องนอนอีกห้องหนึ่งได้เลย ส่วน Superior Suite ก็ขนาดใหญ่สุดในบรรดาห้องบนตึก

เลือกได้เลยครับตามใจ

ส่วนผมจะไปพักที่วิลล่าครับ ที่นี่จะไม่เห็นทะเลเสียทีเดียว แต่เดินไปชายหาดได้ ไม่ไกลเลยครับ จุดเด่นของวิลล่าคือมีสระว่ายน้ำในตัว

ผมยังชอบไอเดียที่ซอยวิลล่าออกเป็นคลัสเตอร์ย่อยๆ ราว 3-5 วิลล่า อยู่ในรั้วเดียวกัน ให้อารมณ์เหมือนกับว่าถ้าเรามากันเยอะๆ จองหลายวิลล่า ก็จะได้ความเป็นส่วนตัวกว่ามาก

วิลล่าคลัสเตอร์จะมี Common Area ตรงกลาง เอาไว้นั่งพักผ่อน หรือไพรเวทปาร์ตี้ได้เลย เก๋มาก

แต่ที่ชอบที่สุดคือ Bayside Villa ขนาดโอ่โถงถึง 151 ตร.ม.เป็นประสบการณ์พิเศษมาก เพราะตกแต่งสวย กว้างและยังได้ใกล้ชิดกับชายหาด สระว่ายน้ำส่วนตัว ร้านอาหารและบาร์ต่างๆ จนแทบจะนับก้าวได้

การตกแต่งของ Bayside Villa ผมว่าผมชอบ type นี้ที่สุด ดูโมเดิร์น ขี้เล่น แต่ยังเน้นความสะดวกสบายและความเป็นส่วนตัวเป็นสำคัญ

แบ่งเป็น Living ด้านนอกที่จัดวางเฟอร์นิเจอร์น่ารักสดใส มีครัวให้ด้วย ในวิลล่ามีเพลงเปิดเองให้ฟังสบาย ๆ ด้วยลำโพงบลูทูธดังทั่ววิลล่า

เตียงคิงไซส์พร้อมผ้าปูสัมผัสนุ่มพิเศษ หัวเตียงมีโต๊ะทำงานขนาดใหญ่ ยาวขนานกันไป ส่วนตู้ด้านในเป็นตู้เสื้อผ้าและเก็บของได้ ส่วนทางเข้าด้านในเป็นห้องน้ำครับ เดี๋ยวจะพาไปชมกัน มันคือไฮไลท์

ห้องน้ำใหญ่มาก ตกแต่งสวย มีเรนชาวเวอร์แบบคู่ จะอาบคนเดียวหรือสองคนก็ได้ ตกดึกก็สามารถแช่ตัวในอ่างอาบน้ำ กลางวันชมสวน กลางคืนชมแสงจันทร์ได้แบบส่วนตัว มีลูกบอลดิสโก้ อาบไปเต้นไป เก๋มาก อันนี้ดีมาก ยอมใจคนออกแบบ

ด้านหน้าวิลล่าทั้งซ้ายและขวา จัดเก้าอี้ให้นั่งอ่านหนังสือพิมพ์ จิบกาแฟ สบายๆ ได้

มาพร้อมกับสระว่ายน้ำส่วนตัว เตียงอาบแดด มองออกไปเป็นสวนภายในวิลล่าที่มีพื้นที่กว้างมาก และหากมองผ่านสระว่ายน้ำส่วนกลางออกไปจะเป็นชายทะเลครับ

“The ocean makes me feel really small and it makes me put my whole life into perspective.”

-Beyoncé

เป็นวันพักผ่อนที่ชิลมาก ส่วนตัวผมชอบมาหัวหินนะ เพราะอินกับความเป็นเมืองตากอากาศ มีอาร์ตสเปซ เป็นเมืองแห่งศิลปะที่มีซอกเล็กซอกน้อยให้เราได้สำรวจและเอร็ดอร่อยกับของกินนานาชนิดได้โดยไม่รู้เบื่อ ทั้งร้านอาหารริมถนน ร้านอาหารทะเลชื่อดัง จนไปถึงตลาดขายของแฮนด์เมดและงานศิลปะนานาชนิดสร้างสรรค์โดยชาวพื้นเมืองของหัวหิน

เบื่อว่ายน้ำในสระส่วนตัวที่วิลล่า ก็ไปว่ายกันต่อที่สระว่ายน้ำส่วนกลางได้เลย

หรืออยากจะไปนั่งชิลริมหาดก็ได้ หลายคนถามว่าโรงแรมติดหาดไหม ให้ภาพนี้ตอบแทนนะครับ

นั่งถ่ายรูปสุดชิลได้ฟีลของทะเล ลมพัดเย็นๆ ได้เดินเล่นสัมผัสกับธรรมชาติเพราะโลเคชั่นดีมาก เพียงแค่ไม่กี่ก้าวเท้าเราก็จะได้แตะผืนทรายและน้ำทะเลแล้ว

มีแหล่งกีฬาทางน้ำด้วย ใครชอบคายัค ซัพบอร์ด เซิร์ฟ มาเล่นได้ครับ มีเจ้าหน้าที่คอยสอนและดูแล หรือจะแค่มาโพสต์ท่าถ่ายรูปก็ได้ ชิลมาก บอกเลย

ยืนเก้าอี้ไปนั่งเล่นริมชายหาดสักหน่อย มองดูผู้คนมากมาย ผมว่าหัวหินเป็นเมืองตากอากาศที่ฮิพและฮิตมากครับ จากหมู่บ้านชาวประมงเล็ก ๆ ได้รับการขนานนามให้เป็นเมืองพักร้อนที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ มีบริบทแห่งความเป็นศิลปินตัวเอ้ เป็นที่โปรดปรานของคนมีระดับมากหน้าหลายตา ที่หลงรักในกลิ่นอายของทะเลมาเกินกว่าร้อยปี ที่ยังคงรักษาเสน่ห์และมาตรฐานของความงดงามแบบดั้งเดิมไว้อยู่ไม่เสื่อมคลาย

“To escape and sit quietly on the beach – that’s my idea of paradise.”

– Emilia Wickstead

ไปเดินเล่นสำรวจมุมอื่นๆ ของโรงแรมกันบ้างดีกว่า หาจุดถ่ายรูปกัน เริ่มจากเซ็นเตอร์เป็นโถงตรงกลาง เชื่อมระหว่างอาคารที่พักกับวิลล่า ทุกคนจะต้องเดินผ่านมุมนี้เพราะเป็นทางไปชายหาด ออกแบบได้เก๋มาก ต่อไปถ้าไม้เลื้อยโตผมจะดูว๊าวกว่านี้อีกเยอะมาก

คอร์ดยาร์ดตรงกลาง ระหว่าง 2 อาคาร เป็นต้นไม้ใหญ่ที่มีมาแต่เดิม ไม่ตัดทิ้งนะครับ ใช้วิธีสร้างตึกให้โอบล้อมแทนที่จะเป็นตึกเดียวแบบแท่ง ให้แสงแดดส่องผ่านเข้ามา ให้เราได้เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ

ผมชอบนั่งมุมนี้ เพราะจะได้ยินเสียงนกร้องทั้งวัน

ด้านหน้าติดกับ Lobby จะเป็น The Juice Café มีความเก๋ด้วยคาเฟ่กลางสวนดอกไม้ หรือจะนั่งเล่นในห้องแอร์ก็ได้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Francis Albert Sinatra หรือแฟรงก์ สินาตรา ศิลปินชื่อดัง ที่นี่จะเสิร์ฟเมนูเครื่องดื่มหลากชนิดตั้งแต่กาแฟคั่วสด น้ำผลไม้คั้นสดหรือสกัดเย็น ของทานเล่นแบบเฮลตี้

ใครไม่ได้พักที่นี่แต่มาเที่ยวหัวหินก็สามารถแวะมานั่งดื่มถ่ายรูปชิลๆ ได้ครับ

The Standard Spa สวยกว่าที่คิด ไม่เหมือนสปาทั่วไปว่าทำไมต้องออกแบบให้เรียบๆ ชีวิตมันต้องมีลูกเล่นกันหน่อย ดีไซน์ที่ออกมาจึงไม่จำเป็นต้องเรียบร้อย แต่ดูดี

สปาที่นี่มีไฮไลท์คือ Singing Bowl เป็นการใช้คลื่นเสียงบำบัดเพื่อให้ผ่อนคลายจากเสียงก้องกังวาลของขัน เพื่อให้ความสั่นเข้าไปสั่นสะเทือนมวลน้ำในร่างกายให้ธาตุไม่ดีตกตะกอน

และอีกอย่างคือ Mud Lounge เป็นการพอกโคลนสีสันนำเข้าจากประเทศแคริบเบียน ตามธาตุทั้ง 4 ได้แก่ สีเทาสำหรับธาตุลม, สีชมพูสำหรับธาตุไฟ, สีเขียวสำหรับธาตุน้ำและสีเหลืองสำหรับธาตุดิน

ขัดตัวด้วยสครับก่อน จากนั้นค่อยมาพอกโคลนกัน สีเทาดำนั่นคือโคลนนะครับ ไม่ใช่ขี้ไคลนะ แหม ….

จากนั้น ก็ไปนอนอาบแดด ให้แร่ธาตุวิตามินในโคลนซึมเข้าสู่ผิว แบบเดียวกับที่ไมอามีเลยครับ เก๋มาก รู้สึกเลยว่าตัวหอม ผิวนุ่มดี

จากด้านหน้าทางเข้า เราเดินมาในโรงแรมเพื่อจะไปทานอาหารกันครับ มุมไหนก็ถ่ายรูปสวยไปเสียหมด

ทุกมื้อ เราจะไปทานข้าวกันที่ห้องอาหาร LIDO ซึ่งอยู่ติดกับสระว่ายน้ำและใกล้ชายหาด

ที่ LIDO เป็นห้องอาหารอิตาเลี่ยน ที่เสิร์ฟความอร่อยตลอดทั้งวั น รับประกับความสดใหม่ของวัตถุดิบจากท่าเรือกันเลยทีเดียว แนะนำเป็นสลัดปลาหมึก กับสเต๊กเนื้อวากิว นุ่มมากครับ

ด้านหน้าสุดเป็น Praça อ่านว่า ปราซ่า เป็นร้านอาหารและบาร์ อารมณ์บ้านสมัยโคโลเนี่ยลที่เป็นมรดกตกทอดกันมานานให้บริการอาหารไทยในแบบฉบับดั้งเดิม แต่ฉีกรูปแบบการนำเสนอใหมที่สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับคนทีรักในการทานอาหารไทยได้ ในบรรยากาศสุดชิลล์ริมทะเล

จริงๆ ตรงนี้เป็น LIDO Bar บีชบาร์ริมทะเลครับ คนแน่นตั้งแต่ช่วงเย็น ผมเลยเปลี่ยนเป็นรูปตอนเช้าบ้างก็สวยไปอีกแบบ

เช้าๆ ตื่นมานอนชมพระอาทิตย์ขึ้นกัน

หลายคนถามหาพระอาทิตย์ตกดินที่หัวหิน บอกเลยว่า “ไม่มี” ต้องเป็นพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าเท่านั้นครับ แสงสวยดีมาก

เช้าๆ ตามสไตล์ชายหาดหัวหิน จะมีพระเดินบิณฑบาตรด้วยครับ เราสามารถเตรียมของมาใส่บาตรได้เลย

หรือจะวิ่งออกกำลังกายตอนเช้า ก็เข้าท่านะ มีหลายคนทำครับ ดูแล้วสดชื่นดีมาก จากนั้นค่อยไปทานอาหารเช้ากันที่ LIDO

อาหารเช้าที่ LIDO เลือกได้ว่าอยากจะนั่งในห้องปรับอากาศหรือแบบ Open Air ด้านนอก

สามารถสั่งจากพนักงานหรือมาตักเพิ่มเติมที่ไลน์อาหารได้เลยครับ ที่นี่น้ำส้มสดอร่อยมาก

The Standard, Hua Hin เปิดให้จองแล้วพร้อมส่วนลดพิเศษ 15% สำหรับ First Stay ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.standardhotels.com หรือโทร 032 535 999 หรือจะไปดูที่งานไทยเที่ยวไทย ไบเทคก็ได้ครับ บูธหมายเลข K36-K37

ส่วนใครที่เป็นลูกค้า บาเซโลนา มอเตอร์ ซึ่งเค้าเป็น Partner กับทางโรงแรม ก็สามารถรับสิทธิพิเศษ ส่วนลดค่าที่พักและร้านอาหารภายในโรงแรมได้ครับ

ขอตัวกลับกรุงเทพก่อนนะครับ จะไปถอย iX3 ขับมาพักผ่อนที่ The Standard, Hua Hin อีกรอบ

hemm team
hemm team

• The magazine for Sharp Living, Travel Design and Lifestyle for men •