VENUE Flow Chaengwattana

🌳 ซื้อบ้านย่านแจ้งวัฒนะยังไงให้มันไม่เหมือน

ปีใหม่นี้ขอให้รวยๆ จะไปอยู่บ้านเวนิว โฟลว์🏡

ชอบรูปเซ็ทนี้ #รูปสวยมากกกก

_

“บ้านเวนิว โฟลว์ แจ้งวัฒนะ มันก็ดูร่มรื่นดีนะ” กานต์พึมพัมกับตัวเองเบาๆ หลังจากได้เข้าไปชมบ้านตัวอย่างและพื้นที่ส่วนกลางของโครงการ ผมขับรถมาจากสาทรตรงมาทางราชพฤกษ์มุ่งหน้าแจ้งวัฒนะ ไม่ไกลเลยครับ ยิ่งถ้าคนที่ทำงานแถวศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ ปากเกร็ด ถ้าจะมองหาบ้านใหม่สักหลัง ที่นี่คือคำตอบที่ลงตัวมากเลย

ผมขอเล่าไฮไลท์ที่ผมชอบก่อนเลยละกันสำหรับที่นี่ มีอยู่ 2 อย่างคือ ตัวงานสถาปัตยกรรมกับความเป็นธรรมชาติสีเขียว

อย่างที่บอกผมเป็นคนชอบงานสไตล์นอร์ดิค ที่มีเอกลักษณ์เป็นทรงหลังคาจั่วสูง พอออกแบบปรับให้เข้ากับเมืองไทยก็ไปได้อยู่นะดูโมเดิร์นเท่ดี แต่จะว่าก็ว่านะ ผมเห็นมี SC ASSET นี่แหละเป็นเจ้าแรกๆ ที่ออกแบบบ้านดีไซน์นี้มาขาย แล้วดันขายดี จนตอนนี้มีบ้านนอร์ดิคกันเต็มไปหมด นั่นสะท้อนว่าบ้านสไตล์นี้มันโดนใจใครหลายคนจริงๆ

ส่วนเรื่องพื้นที่สีเขียวในโครงการก็เป็นอีกจุดขายที่อยากให้มาลองสัมผัสด้วยตัวเองกันดูก่อน ผมไปช่วงบ่ายแก่ๆ แสงช่วงฤดูหนาวกำลัง สบายๆ ดูนวลๆ ชวนให้หยิบหนังสือออกมานั่งอ่านเล่นใต้ต้นไม้ใหญ่ซึ่งปลูกไว้เยอะมาก ลมพัดเย็นๆ จนเคลิ้มหลับ เป็น “สัมผัสแห่งธรรมชาติ” มาหมดทั้งรูป, รส, กลิ่น, เสียง, สัมผัส ตอนที่เดินชมส่วนกลางของที่นี่ ผมรู้สึกดีที่ได้มีธรรมชาติคอยโอบเราอยู่ตลอดเวลา

ที่นี่มีสวนสาธารณะส่วนกลางถึง 2 จุด ผมปั่นจักรยานเข้าไปดูสวนข้างในมา บรรยากาศก็น่านั่งไม่แพ้กัน ส่วนอีกมุมที่ถ่ายรูปสวยผมว่าคือสระว่ายน้ำครับ ดูดีไซน์โมเดิร์นดี ซื้อบ้านที่นี่เหมือนได้พักผ่อนอยู่ในรีสอร์ตสวยๆ ตลอดเวลา

ไปชมภาพในคอลเลคชัน VENUE Flow แจ้งวัฒนะ ที่ผมเก็บมาฝากกันต่อที่ด้านในดีกว่าครับ รับรองว่าสวยมาก!!

โครงการ VENUE Flow แจ้งวัฒนะ
สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม และลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษได้ที่นี่ >> https://m.scasset.com/6oQQ

ชนบท นนทบุรี 2051 หรือ ซอยวัดสะพานสูง ซึ่งเป็นซอยคู่ที่แยกออกมาจากซอยหอการค้าไทยถนนตัดใหม่ที่คึกคักมาก ในย่านนี้ก็มีโครงการบ้านหรูมากมาย สะท้อนถึงความร้อนแรงของทำเลครับ ด้วยความที่เข้าออกได้หลายทาง ทั้งสาทร-ราชพฤกษ์-แจ้งวัฒนะ-ดอนเมือง วิ่งไปถนนวงแหวนกาญจนาภิเษกก็ได้ ขึ้นทางด่วนก็ไวดี มีห้างสรรพสินค้า โรงเรียน โรงพยาบาลรองรับไว้พร้อมหมดแล้ว

One touch of the nature makes the whole world kin.

-William Shakespeare

เมื่อเข้ามาในโครงการจะเจอกับ Clubhouse ด้านหน้า ดีไซน์สวยสะดุดตามากครับ มาพร้อมกับการรักษาความปลอดภัยแบบประตู 2 ชั้น หรือ Double Gate แยกส่วนกันระหว่าง Guest กับ Resident เป็นระบบการเข้าออกด้วยระบบผ่านแบบ Easy Pass พร้อมการดูแลความปลอดภัยด้วย CCTV โดยรอบโครงการ ส่วนตัวบ้านจะติดตั้ง Magnetic Sensor ไว้ที่ประตู หน้าต่างทั้งหลัง

Clubhouse ที่อยู่หน้าโครงการจะประกอบไปด้วย สวนลอยฟ้า, สระว่ายน้ำ, ฟิตเนส, คิดส์คลับ, ห้องประชุมและ Co-Working Space สนามปั่นจักรยานเด็ก และ Activities Area แต่ที่ผมชอบก็คือมีสวนสาธารณะส่วนกลางถึง 2 จุดคือด้านหน้าและด้านในบริเวณใกล้ๆ ซอย 9 ซึ่งเป็นสวนที่มีขนาดใหญ่ไม่แพ้กัน ถึงขั้นมีสนามบาสเอาไว้ให้ออกกำลังกายกลางแจ้ง เดี๋ยวตอนท้ายจะพาไปชมครับ

ข้อดีของการวางพื้นที่ส่วนกลางเอาไว้ด้านหน้า ก็เพื่อว่าจะได้เกิดความเป็นส่วนตัว หากลูกบ้านมีแขกมาพบแต่ไม่อยากให้เข้าไปในบ้านก็สามารถนัดหมายพูดคุยธุระกันที่ Clubhouse ได้ สะดวกดีครับ

ภาพมุมสูงมองเห็นการจัดวางเลย์เอ้าท์ของ Clubhouse ดูดีไซน์โมเดิร์นมาก อยากเอาหนังสือไปนั่งอ่านบน Sky Garden ช่วงเย็นๆ ชมพระอาทิตย์ตกดินไปด้วยคงจะสวยมาก

ทางเดินไปสู่ Clubhouse ซึ่งช่วงนี้ Lobby ยังเป็นสำนักงานขายอยู่ครับ มีความร่มรื่นด้วยต้นไม้สีเขียวน้อยใหญ่ ผมมาถึงช่วงบ่ายแก่ๆ แสงแดดในช่วงหน้าหนาวคือละมุนมาก เดินชมกันสบายๆ เพลินๆ ก่อนจะมีเจ้าหน้าที่มาเชิญไปนั่งด้านในเพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมครับ

สระว่ายน้ำจัดวางเก้าอี้เอาไว้ให้นั่งพักผ่อน 2 จุดรวม 4 ตัว มีด้วยกัน 2 คือคือสระผู้ใหญ่ยาวประมาณ 25 เมตร ขณะที่สระว่ายน้ำสำหรับเด็กจะอยู่ด้านใน ช่วงนี้อาจจะพักการว่ายน้ำในสระไปก่อน เพราะอากาศเย็น แต่ถ้าจะมาเดินเล่นถ่ายรูปก็เป็นสระว่ายน้ำที่เก๋พอตัวครับ เป็นมุมสระว่ายน้ำที่ให้อารมณ์เหมือนได้พักผ่อนอยู่ในรีสอร์ตตลอดเวลา

ผมชอบถ่ายรูปเวลาที่เห็นแสงกระทบวัตถุเกิดเป็นเงา ดูอาร์ตดี ซึ่งโครงการออกแบบให้ทุกจุดมีมุมถ่ายรูปเก๋ๆ ได้ ไม่ธรรมดาครับ

ผมพาเดินเล่นชม Clubhouse กันก่อนจะเข้าไปยังบ้านตัวอย่างด้านในนะครับ ถัดจากพื้นที่ต้อนรับก็จะเป็นคิดส์คลับ

ดีไซน์ของคิดส์คลับจะเน้นการเปิดโล่งของห้องด้วยกระจกใส เพื่อเชื่อมต่อพื้นที่ด้านในห้องกับสนามเด็กเล่นและสวนสีเขียวด้านนอก

คิดส์คลับ ออกแบบสีสันสดใสน่ารักมาก จัดวางของเล่น หนังสือเพื่อเสริมพัฒนาการเด็กเอาไว้ด้วย ภายในเป็นห้องที่กว้างและลงรายละเอียดของพื้นด้วยการปูให้เป็นพื้นนุ่มเพื่อป้องกันอันตราย

ขึ้นบันไดไปชั้นบนกันบ้างครับ ผมสังเกตว่าที่โครงการบ้านของ SC Asset แทบทุกโครงการที่ผมได้ไปชมมา บริเวณทางขึ้นชั้นสองของ Clubhouse บริเวณราวบันไดจะติดตั้ง Stairlift เป็นลิฟต์บันไดสำหรับผู้สูงอายุเอาไว้รองรับด้วยครับ นับเป็นการออกแบบที่ใส่ใจในรายละเอียดของการอยู่ร่วมกันได้ดี

ชั้นบนของ Clubhouse จะแบ่งพื้นที่เป็นฝั่งซ้ายและขวา คือมี Co-Working Space และห้องประชุมสำหรับลูกบ้าน ได้มานั่งทำงานพักผ่อน นอกเหนือไปจากการอยู่แต่ในบ้านของตัวเองจะได้เปลี่ยนบรรยากาศบ้างโดยเฉพาะหลายคนที่กำลัง Work from Home กันอยู่ในตอนนี้ ด้านในมีที่นั่งหลายมุมเลยครับ เลือกกันได้ตามใจ

ส่วนอีกฝั่งหันหน้าออกไปยังสระว่ายน้ำและสวนสาธารณะจะเป็นฟิตเนสครับ จัดวางอุปกรณ์ออกกำลังกายไว้ครบครัน ครอบคลุมทั้งฟรีเวทและแมชชีน พร้อมมีการติดตั้งผนังกั้นในแต่ละลู่วิ่ง เพื่อปฏิบัติตามมาตรการรักษาและเว้นระยะห่างทางสังคม

มองจากฟิตเนสจะเห็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่อยู่ด้านนอก เวลาออกกำลังกายแล้วได้เห็นพื้นที่สีเขียว ก็สดชื่นหายเหนื่อยดีนะครับ

แต่ถ้าใครอยากออกกำลังกายแบบสัมผัสธรรมชาติ แนะนำว่าให้ขึ้นไปชั้นดาดฟ้าของ Clubhouse จะเป็น Sky Garden ตอนเช้าๆ หรือเย็นๆ มาขยับร่างกายเล่นด้านบนนี้ได้ครับ

สวนสาธารณะส่วนกลางถือเป็นไฮไลท์ของที่นี่ครับ มีด้วยกัน 2 จุด สวนด้านหน้าโครงการที่เรายืนอยู่กันตรงนี้ มีขนาดใหญ่มาก มีพื้นที่ประมาณ 1 ไร่ ออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ “สัมผัสแห่งธรรมชาติ” เพราะอยากให้ลูกบ้านของโครงการ Venue Flow แจ้งวัฒนะ ได้อยู่ร่วมกันกับธรรมชาติที่งดงามเพื่อความรื่นรมณ์ในการใช้ชีวิต ผ่านสัมผัส รูป รส กลิ่น เสียง เราจึงได้เห็นงานออกแบบที่ให้น้ำหนักกับพื้นที่สวนกลางมากเป็นพิเศษ

ตรงกลางสนามจัดวางงานประติมากรรมเป็นรูปกระรอกนะถ้าให้ผมเดา แน่นอนว่าถ้าที่ไหนมีกระรอก ก็บ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติได้ดี

ตอนที่ไปเดินเล่นสวนด้านหน้า แดดกำลังเริ่มอ่อนแสงลง ลมพัดเย็นสบายๆ ผมไปนั่งอยู่บนชั้น 2 ของลานยกระดับเพื่อรับวิวสวนสวยๆ ตรงหน้า มองออกไปจะเห็นเป็น Clubhouse สระว่ายน้ำและลานกิจกรรมสำหรับเด็ก รอบๆ สวนมีเลนสำหรับปั่นจักรยาน วิ่งออกกำลังกายเบาๆ ท่ามกลางอากาศสบายๆ ในช่วงหน้าหนาว พอให้ได้เรียกเหงื่อ

ผมยืมจักรยานของพี่รปภ. มา จะปั่นไปยังด้านใน ซึ่งมีสวนสาธารณะไว้อีกหนึ่งจุดสำหรับลูกบ้าน

พอมาถึง ผมรู้สึกว่ามันไม่เหมือนที่คิดไว้ เพราะปกติในโครงการอื่น เราจะเห็นสวน 2 (เรียกสั้นๆ แบบนี้) จะเป็นลานสนามหญ้าโล่งๆ ไม่มีอะไรน่าสนใจ แค่มีไว้พาสุนัขมาเดินเล่น

อ่อ!! มีแป้นบาสสำหรับให้เด็กๆ ให้ออกกำลังกายกันด้วย แล้วดันดีไซน์สวยอีก ผมชอบมากเลยครับ

แต่สำหรับที่โครงการ Venue Flow แจ้งวัฒนะ สวน 2 ก็ยังจัดเต็มครับ มีขนาดพื้นที่ราวๆ 1 ไร่พอๆ กับสวน 1 แต่ออกแบบให้มีมุมนั่งเล่นที่เชื่อมต่อกับสนามหญ้า กระจายเต็มพื้นที่ บางจุดปลูกไม้ดอกเอาไว้ให้เราถ่ายรูปเพลินๆ ราวกับเดินอยู่ที่เชียงใหม่ ถ้าเหนื่อยก็ไปนั่งพักใต้ต้นไม้ได้ครับ

จากสวนสาธารณะด้านใน มาชมบ้านตัวอย่างกันบ้าง มีด้วยกันทั้งหมด 3 แบบ ผมพามาชมแบบบ้านหลังใหญ่สุดกันครับ

บ้านในโครงการ VENUE Flow แจ้งวัฒนะ มีทั้งหมด 254 ยูนิต บนเนื้อที่โครงการเกือบ 66 ไร่ ผมต้องปรบมือให้ในเรื่องการวางผังบ้านในโครงการถือว่าทำได้ดี บ้านเกือบทุกหลังหันหน้าไปยังทิศเหนือใต้

จะสังเกตที่บ้านตัวอย่างว่า แดดช่วงเย็นจะเข้าด้านข้างฝั่งสวนแทน ทำให้ไม่ร้อนและได้แสงสว่างสวย

บ้านหลังใหญ่สุดคือ PERSIAN เป็นบ้านเดี่ยวหน้ากว้าง 2 ชั้น ที่ดินมาตรฐาน 60 ตร.วา มีพื้นที่ใช้สอย 224 ตร.ม. มาด้วยฟังก์ชัน 5 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ ออกแบบให้มีลานที่นั่งด้านข้าง มีส่วนพักผ่อนที่ชั้นบน และสามารถจอดรถได้ 2 คัน

ส่วนของดีไซน์ยังคงเป็นไฮไลท์ที่ผมชอบมาก โดยเฉพาะลานกลางแจ้งด้านนอกที่เชื่อมต่อกับสวนข้างบ้าน จัดวางเก้าอี้ไว้นั่งจิบชายามบ่ายได้ฟีลลิ่งวันพักผ่อนสบายๆ ดีมาก

โทนสีของรูปออกจะดูเหลืองไปหน่อยเพราะเป็นฟีลลิ่งของวินเทอร์ที่แดดจะสีส้มๆ อุ่นๆ ดูละมุนมาก ส่วนหน้าจั่วหลังคาจะยกสูงขึ้นไปสไตล์นอร์ดิค ทำให้ดูโมเดิร์นและเป็นที่นิยมมาก ตัวบ้านคุมโทนสีขาวและเทาควันบุหรี่ ดูคลาสสิคดีมาก

เข้ามาชมด้านในบ้านกันบ้างครับ ในส่วนของการออกแบบแปลนบ้านให้นึกภาพเป็นตัวที (T) จะได้เข้าใจง่าย เปิดประตูเข้ามาจะเป็น Living Area ครับ ให้ความรู้สึกโปร่งโล่งสบายเพราะได้เปิดช่องแสงทั้ง 2 ด้านในแบบเข้ามุม

ถ้าบ้านใครอยู่ติดกับสวนสาธารณะก็จะได้วิวและบรรยากาศของต้นไม้สีเขียวๆ สดชื่นสบายตามากขึ้น รู้สึกได้ถึงการพักผ่อนในสวนแม้ว่าจะนั่งๆ นอนๆ อยู่ในบ้านตัวเองก็ตาม

แต่บ้านตัวอย่างน่าจะจัดที่นั่งให้มากกว่านี้หน่อย บ้านจะได้ดูอลังการมากขึ้น

เข้ามาด้านในจะเป็น Dining Area ซึ่งมีขนาดค่อนข้างกว้าง สามารถจัดวางโต๊ะรับประทานอาหารขนาดใหญ่ประมาณ 10 ที่นั่งยังได้เลยครับ พร้อมกับมี Pantry เล็กๆ อยู่ข้างๆ เอาไว้วางเครื่องดื่ม เตรียมอาหารเบาๆ เสิร์ฟเรียกน้ำย่อยก่อนได้

เป็นบ้านตัวอย่างที่ค่อนข้างสว่าง เพราะเปิดช่องแสงแทบจะรอบบ้าน บริเวณโต๊ะทานข้าวก็เช่นกัน ดังนั้น ถ้าบ้านใครจัดสวนด้านหลังสวยๆ ก็จะทำให้ได้วิวที่ดีช่วยเสริมบรรยากาศให้โต๊ะอาหารมื้อดีเพอร์เฟคยิ่งขึ้น หรือจะเพิ่มเป็นพื้นที่นั่งเล่นด้านหลัง ตั้งเตาบาร์บีคิวเอาไว้เชื่อมต่อการใช้งานภายในและภายนอกบ้านก็ยังได้

ส่วนปีกซ้ายของบ้านจะเป็นห้องเอนกประสงค์หรือที่เรียกว่า Double Living ที่เชื่อมต่อกับสวนด้านหน้าและด้านหลัง บรรยากาศดีมาก ผมจะพาเข้าไปชมในโซนนี้พร้อมกันครับ

ผมค่อนข้างชอบห้องนี้ เนื่องจากว่าสามารถเปิดประตูออกไปได้ถึง 3 ทางตามบ้านตัวอย่าง ทำให้ได้พื้นที่สวนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของห้องทั้ง 3 ด้านคือข้างหน้า ด้านข้างและสวนด้านหลัง

ห้องนี้เหมาะแก่การปรับให้เป็นพื้นที่นั่งจิบกาแฟ เครื่องดื่มเบาๆ หรือเอาไว้คุยกิจการงานสำคัญ หรือบางท่านอาจจะปรับเป็นออฟฟิศส่วนตัวเล็กๆ ก็ทำได้ เป็นห้องที่บรรยากาศดีมาก

มองออกไปจากโต๊ะทานข้าว เราจะเห็นโถงทางเดินไปครัว จะมีประตูเล็กๆ ส่วนตัวที่เชื่อมต่อกับลานจอดรถ สามารถขนของที่ซื้อมาจากซุปเปอร์มาร์เก็ตแล้วตรงเข้าไปยังส่วนครัวที่อยู่ด้านหลังได้เลย

อย่างไรก็ตาม ที่ชั้นล่างยังมีอีกหนึ่งห้อง ที่เป็นห้องเอนกประสงค์เช่นกัน ผมว่าเหมาะที่จะปรับเป็นห้องนอนอีกห้องก็ได้ เพราะมีห้องน้ำในตัวสร้างเอาไว้เพื่อรองรับการใช้งานลักษณะนี้อยู่แล้ว ซึ่งครอบครัวไหนที่มีผู้สูงอายุอาศัยอยู่ด้วยแนะนำว่า ทำเป็นห้องนอนชั้นล่างจะดีกว่า เพราะผมว่าสะดวกดีมาก

สามารถตื่นเช้าๆ เดินมารดน้ำต้นไม้เบาๆ หรืออาม่าบางท่านอาจจะเดินเข้าครัวไปเตรียมกับข้าวให้ลูกหลานเอาไว้ตามความเคยชิน ซึ่งครัวจะอยู่ห้องถัดไป ด้านในสุดของบ้านเลยครับนับว่าสะดวกมาก

ห้องครัว จะเป็นห้องกว้างๆ ทางโครงการได้จัดเตรียมเคาท์เตอร์สำหรับปรุงอาหาร อ่างล้างจาน ติดตั้งตู้บนและตู้ล่างสำหรับเก็บของเอาไว้ให้เรียบร้อยแล้ว พร้อมกันนี้ยังเว้นพื้นที่สำหรับจัดวางตู้เย็นขนาดใหญ่ไว้ให้แล้วด้วยเช่นกัน และเมื่อเปิดประตูหลังบ้านออกไปจะเป็นพื้นที่ซักล้าง ที่ปรับเพิ่มเป็นครัวไทยด้วยก็ได้เช่นกัน

ใต้บันไดออกแบบให้เป็นห้องเก็บของเล็กๆ ได้ จากนั้น ผมจะพาขึ้นไปชมชั้นบนของบ้านกันบ้างครับ ตัวบันไดเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ส่วนตัวผมค่อนข้างชอบโถงบันได ซึ่งเปิดช่องแสงขนาดใหญ่เอาไว้จากฝั่งหน้าบ้าน ทำให้เรามองเห็นความเคลื่อนไหวภายนอกได้ และยังช่วยให้บ้านสว่างโล่ง ไม่ต้องเปิดไฟในตอนกลางวัน อีกทั้งหน้าต่างเป็นบานกระทุ้ง สามารถเปิดระบายอากาศได้ด้วยครับ แนะนำว่าให้หาแชนเดอร์เลียสวยๆ มาแขวนไว้ที่โถงชานพักบันได พร้อมกับมีภาพงานศิลปะระดับมาสเตอร์พีซ มาติดตั้งไว้สักชิ้นก็สวยหรูดูดี

ขึ้นบันไดมาชั้นบนจะเจอกับ Family Area ทันที ซึ่งเป็นจุดกึ่งกลางของบ้าน ออกแบบจัดวางโซฟาที่นั่งขนาดใหญ่เอาไว้รองรับการใช้งานของสมาชิกในครอบครัว สามารถติดตั้งทีวีขนาดใหญ่เพื่อใช้เวลาร่วมกันในบริเวณนี้ได้ครับ เหมาะสำหรับเป็นพื้นที่ของทุกคนในครอบครัวได้ปฏิสัมพันธ์กัน

ส่วนปีกซ้ายของบ้านจะประกอบไปด้วยห้องนอนรองทั้ง 2 ห้องคือห้องนอนฝั่งหน้าบ้านและหลังบ้านถ้าจะเรียกให้เข้าใจง่ายๆ แบบนี้ก็ได้ครับ

ห้องนอนฝั่งหลังบ้านในบ้านตัวอย่าง ออกแบบให้เป็นห้องเอนกประสงค์สำหรับเด็กๆ ในกรณีที่ครอบครัวมีสมาชิกไม่เยอะก็ไม่จำเป็นต้องทำให้เป็นห้องนอนทุกห้องก็ได้ ผมว่าเราปรับให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของทุกคนในครอบครัวจะลงตัวกว่าครับ

ส่วนห้องนอนรองที่อยู่ฝั่งด้านหน้าบ้าน ออกแบบให้เป็นห้องนอนเด็กขนาด 2 เตียงเดี่ยว ตกแต่งเหมือนกันเป็นกิมมิคในการออกแบบที่น่ารักดี ดูแล้วรู้สึกได้ทันทีว่าบ้านนี้ต้องมีลูกแฝด

ห้องนอนรองด้านหน้าดูแล้วจะกว้างกว้าห้องนอนรองด้านหลัง ซึ่งถูกแบ่งพื้นที่ของห้องส่วนหนึ่งไว้ทำเป็นห้องน้ำซึ่งจะใช้ร่วมกันระหว่างห้องนอนรองทั้งสองเพราะในส่วนของห้องนอนด้านหน้าจะไม่มีห้องน้ำในตัว

แต่ข้อดีของห้องนี้ก็คือวิวที่สวยเพราะอยู่ฝั่งด้านหน้าติดถนนและบ้านตัวอย่างยังติดสวนสาธารณะ ทำให้ได้พื้นที่สีเขียวเพิ่ม อีกทั้งการติดตั้งหน้าต่างกระจกบานใหญ่และหน้าต่างที่หัวเตียง ก็ทำให้ห้องดูสว่างสดใส เหมาะสำหรับทำเป็นห้องนอนเด็กได้เลยครับ

เดินข้ามมาทางปีกขวาของบ้านผ่าน Family Area จะเป็น Master Bedroom ครับ ซึ่งกินพื้นที่เกือบครึ่งหนึ่งของชั้นบนบ้าน เป็นห้องนอนที่ใหญ่อลังการมาก และมีการออกแบบห้องให้มีเหลี่ยมมีมุมดูแล้วไม่รู้สึกว่าเป็นห้องนอนสี่เหลี่ยมจนมากเกินไป

เข้ามาด้านในห้องจะพบกับมุมพักผ่อนด้านหน้าที่สามารถจัดวางเตียงขนาดใหญ่ได้เลยครับ พร้อมกับยังมีพื้นที่ในการติดตั้งโต๊ะหัวเตียงเพื่อวางโคมไฟได้ด้วย แถมยังมีพื้นที่โดยรอบเตียงเหลือๆ เดินได้สบาย ส่วนปลายเตียงมีพื้นที่สำหรับทำชั้นวางทีวีได้ด้วย

ประตูด้านหน้าบ้านก็เป็นกระจกเต็มบาน สามารถเปิดออกไปได้เพื่อไปยืนรับลมชมวิวที่ระเบียงห้อง ผมว่าบ้านตัวอย่างที่อยู่หน้าสวนสาธารณะพอดี ทำให้ได้วิวที่สวย ร่มรื่นสบายตา เป็นมุมที่ผมว่าน่าสนใจอยากจะเอาเก้าอี้โยกมาวางไว้ที่ระเบียงตรงนี้พร้อมกับมีหนังสือเล่มโปรดและชาเอิร์ลเกรย์จิบเบาๆ ยามสาย

หัวเตียงเป็นหน้าต่างกระจกที่เปิดช่องแสงเอาไว้ทำให้ได้แสงเข้ามาช่วยให้ห้องดูส่องสว่างมากขึ้น แต่บ้านตัวอย่างก็ออกแบบเป็นกิมมิคไว้ว่าสามารถทำเป็นบานสไลด์เลื่อนเปิดปิดได้นะถ้าต้องการให้ห้องไม่มีแสงเข้ามารบกวนโดยเฉพาะบางท่านที่ต้องการให้ห้องนอนมึดมิดจริงๆ

อีกมุมที่ผมชอบใน Master Bedroom ก็คือการออกแบบให้มีมุมห้องที่ยื่นออกไปกลายเป็นมุมนั่งเล่นที่เชื่อมต่อกับสวนและ Outdoor Living ชั้นล่าง มีหน้าต่างกระจกเลื่อนเปิดออกไปได้ ผมค่อนข้างชอบมุมนี้เพราะดูเป็นพื้นที่ส่วนตัวเข้ามุมได้พอดีเลยครับ อยากจะเอาโต๊ะทำงานมาตั้ง นั่งเคลียร์งานทำเอกสารจากในห้องนอนได้

เมื่อเราเลื่อนประตูที่ดูคล้ายกับผนังขนาดใหญ่ เปิดออกไปจะเป็นห้องแต่งตัวแบบ Walk-in Closet ที่มีขนาดใหญ่มาก นอกจากตู้เสื้อผ้าแล้วยังออกแบบให้มีโต๊ะเครื่องแป้งเอาไว้ภายใน

เชื่อมต่อกับห้องน้ำภายในซึ่งทำให้สะดวกต่อการใช้งานจริงมากครับ ห้องน้ำไม่มีอ่างอาบน้ำแต่จัดเตรียมโถสุขภัณฑ์ ชาวเวอร์ อ่างล้างหน้าพร้อมแยกส่วนเปียกแห้งภายในเอาไว้ให้เรียบร้อยสามารถอาบน้ำแต่งตัวภายในห้องนี้ได้เลย

เป็นอีกหนึ่ง Master Bedroom ที่ผมมองว่าออกแบบได้ดี ตรงกับไลฟ์สไตล์ในแบบที่ผมชอบคือมีมุมพักผ่อนแยกออกไปและห้องแต่งตัวมีขนาดใหญ่มาก เพราะเอาจริงๆ นะ เสื้อผ้าผมมีเยอะมาก จึงอยากได้ห้องแต่งตัวที่มีตู้เยอะๆ เอาไว้เก็บของได้ด้วย

#โดยสรุป โครงการ VENUE Flow แจ้งวัฒนะ น่าจะเหมาะกับที่ต้องการมองหาที่อยู่อาศัยในทำเลที่เดินทางได้สะดวก ทะลุได้หลายเส้นทาง เชื่อมต่อการคมนาคมอื่นๆ ได้ง่าย มีสิ่งอำนวยความสะดวก ห้างสรรพสินค้า โรงเรียน โรงพยาบาลในระยะใกล้ๆ ครอบคลุมทุกความต้องการ ที่สำคัญคือดีไซน์บ้านต้องสวย ใครชอบสไตล์นอร์ดิคผมแนะนำที่นี่เลยครับ ทั้งยังรองรับการพักอาศัยได้ทั้ง 3 Generations พื้นที่ส่วนกลางมีขนาดใหญ่ เน้นต้นไม้สีเขียว เพื่อเปิดให้ธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของลูกบ้านในโครงการ ทำให้ทุกคนเป็นเสมือนวันพักผ่อนที่แท้จริง

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิพิเศษได้ที่ >> https://m.scasset.com/6oQQ

hemm team
hemm team

• The magazine for Sharp Living, Travel Design and Lifestyle for men •