Venue ID พระราม 5

“… ดอกไม้ ประตู แจกัน ดินทรายต้นไม้ใหญ่

แก้วน้ำ จานชาม บันได โคมไฟที่สวยงาม

ขอบรั้วและริมทางเดิน ต้นหญ้าอยู่ในสนาม …”

#Home กานต์ฮัมเพลงโปรดมาตลอดทางระหว่างขับรถมารีวิว เรื่องของเรื่องก็เพราะก่อนหน้าจะออกจากบ้านผมได้เปิดเพลงนี้ผ่านแผ่นเสียงไวนิลซึ่งเป็น Limited Edition ที่ SC ASSET ทำขึ้นมา ผมว่าเพลงนี้บอกเล่าเรื่องบ้านกับความทรงจำของผมได้ดี

#จากพื้นดินชนเพดานนั้นมีความหวานอยู่ … เมื่อผมได้มาเห็นบ้านในโครงการ Venue ID พระราม 5 ทำให้ภาพความทรงจำเก่าๆ ของผมกลับคืนมาอีกครั้ง ราวกับเป็นบ้านที่ผมคุ้นเคยมานาน ทั้งห้องนอนของคุณยาย บรรยากาศอบอุ่นภายในครัว โต๊ะนั่งทำงานตัวเดิมในห้องนอนของผม หรือแม้กระทั่งสระว่ายน้ำสโมสรและสนามเด็กเล่น เป็นความรู้สึกผูกพันที่เกิดขึ้นได้ในเสี้ยววินาทีที่ได้พบเห็น

#จะล้มตัวลงเอนกายที่บ้านของฉัน … โครงการ Venue ID พระราม 5 ผมว่าเป็นบ้านในความหมายของคำว่า Home ไม่ใช่ House ได้ฟีลลิ่งอบอุ่น ทันสมัย ตอบสนองความสะดวกสบายและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ตัวตนที่แท้จริงของเราได้ดี ฟีลเหมือนได้พักผ่อนอยู่ที่รีสอร์ทส่วนตัวได้ในทุกๆ วัน

#ไม่ว่าวันเวลาจะเปลี่ยนหมุนเวียนไปเท่าไร กานต์พาไปชมแบบบ้าน ROVER บ้านเดี่ยวหลังใหญ่ดีไซน์โมเดิร์น สะท้อนถึงความเป็นคนเมืองที่รักอิสระ ชัดเจนในการใช้ชีวิต ไม่ละทิ้งความเป็นตัวตน ดังนั้น ทุกพื้นที่ในบ้านจึงออกแบบมาให้ยืดหยุ่นเพื่อปรับเปลี่ยนได้ตามใจ เพื่อให้เป็นพื้นที่ส่วนตัว … ที่เราจะได้ใช้ชีวิตไม่ซ้ำใคร Express Yourself ให้เราได้ปลดปล่อยความเป็นตัวตน จุดประกายความฝันและเติมเต็มความสุขในแบบที่เราเป็น

#พร้อมจะเก็บทุกสิ่งทิ้งความสุขทุกอย่าง ผมตั้งใจเลือกบันทึกภาพในโครงการ Venue ID พระราม 5 ให้ออกมาในโทนฟิล์มคลาสสิค ดูวินเทจนิดๆ ตอบโจทย์อิสระทางความคิด จินตนาการและการใช้ชีวิต เพื่อจะพาทุกคนย้อนไปถึงความทรงจำเก่าๆ ที่กลับคืนมาอีกครั้งในบ้านหลังใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม

บ้านนี้จะมีความงามได้ถ้ามีเธอ .… #ก็เพราะว่าใจของเธอคือบ้านของฉัน

Call Center : 1749

ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ : https://m.scasset.com/9QAs

Location :

ในการเดินทางมาชมโครงการ Venue ID พระราม 5 ถือว่าสะดวกมากครับ สามารถเลือกใช้เส้นทางได้หลากหลาย ทั้งราชพฤกษ์ พระราม 5 หรือจะว่าจะใช้ทางพิเศษศรีรัช ลงทางออกพระราม 7 บางกรวยก็ได้เช่นกัน

อีกหนึ่งข้อดีคืออยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีแยกติวานนท์ รถไฟฟ้าสายสีแดง สถานีบางบำหรุ และรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีสิรินธร

ที่ตั้งของโครงการรายล้อมด้วย สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ Community Mall ร้านสะดวกซื้อ ตลาดสด รวมไปถึงสถานศึกษาชั้นนำ สถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน มีร้านค้า คาเฟ่ ร้านอาหารที่เปิดเรียงรายตลอดแนวถนนนครอินทร์ พระราม 5 ทางเข้าหลักของโครงการ

ถ้าไม่อยากจะออกไปไหนไกลๆ ก็สามารถสั่งจากร้านอาหารชื่อดังแบบออนไลน์ นำมาส่งให้ถึงบ้าน สะดวกมากเลยครับ

Overview :

โครงการ Venue ID พระราม 5 ตั้งบนพื้นที่โครงการขนาด 12-2-90.7 ไร่ จำนวน 66 ยูนิตเท่านั้น ถือว่ามีขนาดไม่ใหญ่ ได้เปรียบในเรื่องความเงียบสงบไม่วุ่นวาย ภายใต้งานดีไซน์ที่เน้นความทันสมัย ตามคอนเซ็ปต์ของคนรักอิสระในชีวิต

เราจึงเห็นความโดดเด่นที่เกิดขึ้นตั้งแต่ Main Gate ทางเข้าโครงการที่เป็นงานฟรีฟอร์ม เน้นความไหลลื่นของเส้นสายผ่านทรงโค้งมนพริ้วไหว ล้อไปกับอาคาร Clubhouse ที่อยู่ด้านหน้า

โครงการก็สื่อสารถึงการมีความอิสระเสรีในงานออกแบบเช่นกัน Facade ทรงโค้งแบบ Arch ดูคลาสสิคดี โครงการเลือกใช้สีเบจเพื่อนำเสนอความเรียบหรู คู่กับสีน้ำเงินเข้มเพื่อให้โครงการดูอลังการมากขึ้น

ติดตั้งกล้อง CCTV โดยรอบเพื่อดูแลเรื่องความปลอดภัยให้ลูกบ้านได้อุ่นใจ

Home :

ROVER ขนาด 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ พื้นที่ใช้สอย 225 ตร.ม. มาพร้อมกับส่วนพักผ่อนขนาดใหญ่สำหรับทุกคนในบ้าน ด้านในมีครัวแบบ Double Kitchens หน้าบ้านสามารถจอดรถยนต์ได้ 2 คัน ภายนอกเลือกใช้สีเทาเข้มอ่อนสลับกันทำให้บ้านดูเรียบหรู

เมื่อเปิดประตูเข้าไปในบ้าน เราจะพบกับ Common Area ที่กว้างขวาง ภายในมีลักษณะ Open Plan เชื่อมต่อกันหมด ผนังโดยรอบบ้านจะเปิดรับแสงเพื่อให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลาย เหมาะที่จะเป็นพื้นที่สำหรับทุกคนในครอบครัวจริงๆ พื้นปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ ลายหินอ่อนสีขาวขนาด 60×60 ซม. พร้อมกับติดตั้ง RueJai Home OS เพื่อสั่งการเปิด-ปิดไฟภายในบ้านผ่านสมาร์ทโฟนได้

ด้านหน้าเป็น Living Area บ้านตัวอย่างจัดวางชุดโซฟาขนาดใหญ่สีน้ำเงินเข้ม คู่ตรงข้ามกับสีเหลืองทองของเฟอร์นิเจอร์ที่ขลิบแซมมา ทว่า ผมชอบผนังหินอ่อนลายน้ำเงินทองที่อยู่ด้านหลังทีวีเป็นพิเศษครับ ทำให้บ้านดูเรียบหรูมากขึ้น เราสามารถติดตั้งสมาร์ททีวีจอใหญ่ ประมาณ 55 นิ้วได้สบายมาก เนื่องจากพอดีกับระยะในการรับชม จิบเครื่องดื่มแก้วโปรดพร้อมกับชมซีรีย์อยู่ที่บ้านสบายๆ

ด้านในเป็น Dining Area จัดวางโต๊ะขนาด 5-6 ที่นั่งได้อย่างลงตัว เก้าอี้บุนวมหุ้มเบาะด้วยผ้าลายสก๊อตสีขาวดำดูเรโทรนิดๆ ตกแต่งด้วยแชนเดอเลียร์สีทอง เข้ากันดี

มุมรับประทานอาหารจะเชื่อมต่อกับประตูบานกระจกใสสีเขียวตัดแสงแบบเข้ามุมทั้งสองฝั่ง นอกจากจะช่วยทำให้บ้านไม่ร้อนแล้ว ยังเปิดรับช่องแสงธรรมชาติจากภายนอกให้ส่องเข้ามาในตัวบ้าน เป็นการประหยัดพลังงานไปอีกทาง ภายในบ้านสว่างมากครับในช่วงตอนกลางวันแทบไม่ต้องเปิดไฟกันเลยทีเดียว

ผมนึกย้อนไปถึงวัยเด็กที่เราทานข้าวด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตาในบ้านหลังเดิม เป็นบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความอบอุ่น อาหารอร่อยๆ และความรักความผูกพันของทุกคนในบ้าน พอมาได้ชมที่โครงการ Venue ID พระราม 5 ความรู้สึกนี้ก็กลับมาทักทายอีกครั้ง

ผมชอบไอเดียของการจัดพื้นที่รอบบ้านด้านนอก ให้เราสามารถใช้ชีวิตได้อย่างอิสระ ทว่ายังอยู่ภายใน Area บ้านของตัวเอง ด้วยกันจัดวางเซ็ทที่นั่งปิคนิกด้านข้างบ้านเอาไว้เป็นไอเดีย ซึ่งหากเป็นบ้านหลังจริงก็จะมีรั้วรอบขอบชิด เพิ่มความเป็นส่วนตัวมากขึ้นไปอีก

นึกภาพไปถึงตอนที่คุณแม่จะมาเล่านิทานให้ฟัง ส่วนเด็กๆ ก็นั่งอยู่ในกระโจมฟังอย่างตั้งใจว่าเมื่อไรจะถึงตอนที่เจ้าหมาป่าจะมาแย่งแอปเปิ้ลเจ้าหญิง ฟีลลิ่งดีจริงๆ ครับ

ส่วนด้านหลังบ้าน เป็นพื้นที่อเนกประสงค์ขนาดย่อม บ้านตัวอย่างตีไม้ระแนงขึ้นไปพร้อมกับปลูกต้นไม้เป็นสวนเล็กๆ และรอให้เวลาผ่านไปสักพักไม้เลื้อยจะค่อยๆ โตขึ้นเรื่อยๆ

แขวนชิงช้าขนาดใหญ่ นั่งหรือนอนพักผ่อนให้สบายใจในพื้นที่ส่วนตัวด้านหลังบ้านของเราเอง

นึกถึงตอนเป็นเด็กๆ เราชอบไปนั่งชิงช้าใต้ต้นไม้ รอเวลาให้แม่ทำอาหารเย็นให้เสร็จ จากนั้นก็มานั่งทานข้าวด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตา

ผมว่าบ้านได้ทำหน้าที่ของตัวเอง คือการส่งผ่านความอบอุ่นได้ดีมากเลยครับ

ที่บริเวณชั้น 1 จะมีห้องนอนอยู่ด้วย เชื่อมต่อกับ Living Area

จริงๆ ห้องนี้สามารถปรับเป็นห้องอเนกประสงค์ได้เลยนะครับ เป็นห้องทำงานสำหรับใครที่ Work from Home หรือมีกิจการเป็นของตัวเองที่บ้าน จะทำเป็นห้องไลฟ์สดสำหรับขายของออนไลน์หรือเป็นห้องสำหรับดูหนังฟังเพลงก็ได้ครับ

เรียกได้ว่าปรับได้ตามไลฟ์สไตล์และความต้องการของแต่ละคนได้เลย

แต่สำหรับบ้านตัวอย่าง ทำเป็นห้องนอนชั้นล่างซึ่งผมชอบฟีลลิ่งของห้องนี้มาก การออกแบบตกแต่งที่ดูเรียบง่าย การจัดวางเฟอร์นิเจอร์ รวมไปถึงที่ตั้งของห้องซึ่งอยู่ชั้นล่างโซนด้านหน้าบ้านเชื่อมต่อกับเฉลียง ผมไปนั่งบนเตียงพลอยทำให้นึกไปถึงห้องนอนคุณยาย เตียงนอนขนาดใหญ่ที่จัดไว้อยู่ตรงกลางห้อง แต่ก็ยังมีพื้นที่โดยรอบเหลือให้เดินได้สบาย มองไปเห็นสวนหน้าบ้าน

เพิ่มความเป็นส่วนตัวด้วยมุมสวนด้านหน้า มีประตูกระจกเขียวตัดแสงบานใหญ่ที่สามารถเปิดออกไปยังสวนหน้าบ้านได้และยังง่ายต่อการเดินไปที่ครัวด้านในอีกด้วย เพราะปกติแล้วผู้สูงอายุมักจะตื่นเช้ามาเดินเล่นออกกำลังกายเบาๆ

จากนั้น ก็จะไปช่วยเตรียมอาหารเช้าให้เราก่อนไปโรงเรียน โดยที่การจัดวางฟังก์ชั่นใช้สอยภายในบ้าน ทำให้ไม่กระทบกับเราที่พักผ่อนอยู่ชั้นบนเลยครับ (ยังคงตื่นสายให้ยายมาปลุกเหมือนเดิม)

ผมนั่งมองไปด้านนอกบ้าน คิดไปถึงภาพเก่าๆ หวนคืนกลับมา มีความสุขมากกกกกกก

เดินเข้ามาด้านในผ่านบันไดขึ้นชั้น 2 พร้อมห้องเก็บของใต้บันได เราจะตรงเข้าไปยังครัวซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของบ้านในโครงการ Venue ID พระราม 5 คือการออกแบบให้มี Double Kitchen ทั้งครัวยุโรปด้านในและครัวไทยด้านนอก

ในความเห็นของผม ซึ่งเป็นคนที่ชอบเข้าครัวทำอาหาร จะปลื้มกับครัวของบ้านตัวอย่างหลังนี้มาก เพราะครัวกว้างขวาง

เฉพาะครัวยุโรปด้านในก็ถือว่ามีพื้นที่เยอะมาก จัดวางเคาน์เตอร์เข้ามุมเป็นรูปตัวแอล (L Shape) สีน้ำเงินเข้มดูเท่ขรึม อยากเดินเข้าไปแล้วหยิบกะทะ ตะหลิวขึ้นมาทำมื้อเย็นเป็นมาสเตอร์เชฟทันที เปิดพื้นที่ให้เป็นช่องขนาดใหญ่สำหรับติดตั้งตู้เย็นขนาดเกิน 10 คิวได้สบายๆ

พื้นที่ครัวด้านในยังออกแบบให้มีอ่างล้างจาน เพื่ออำนวยความสะดวกในระหว่างทำอาหาร โดยโครงการให้เป็นของยี่ห้อ MEX (หรือแบรนด์เทียบเท่า)

เมื่อเปิดประตูออกไปจะเป็นส่วนของครัวไทยที่เปิดพื้นที่ขนานเป็นแนวลึกไปตามตัวบ้าน สามารถทำอาหารต้ม ผัด แกง ทอด ตำน้ำพริกได้เต็มที่ถือว่าสะดวกดีต่อการใช้งาน

ติดตั้งตู้เก็บของบนล่างขนาดใหญ่พร้อมอ่างล้างจานอีกหนึ่งจุดและเปิดช่องให้วางเครื่องซักผ้าในร่มได้

ด้านหลังเป็นลานซักล้าง ส่วนประตูทางออกอีกฝั่งไปยังหน้าบ้านจะเชื่อมกับลานจอดรถ ซึ่งนับว่าสะดวกมากเพราะสามารถหอบข้าวของที่เราซื้อมาจากซุปเปอร์มาร์เก็ตลงจากรถแล้วก็ตรงเข้าครัวได้ทันที

เดินขึ้นบันไดไปชมชั้นบนกันบ้างครับ ตัวบันไดจะเป็นโครงสร้างเหล็ก ราวจับและลูกนอนเป็นสิ่งเทียมลายไม้ พื้นที่บริเวณโถงบันไดถือว่าโปร่งดี มีการเปิดช่องแสงขนาดใหญ่เอาไว้พร้อมกับมีบานกระทุ้งเล็กๆ ให้เราสามารถเปิดออกเพื่อระบายอากาศได้

ขึ้นมาชั้นบน จะมีห้องนอนด้วยกันทั้งหมด 3 ห้อง สัมผัสแรกที่เราจะได้เห็นคือการเปิดพื้นที่โถงตรงกลางให้เป็น Family Area สำหรับทำกิจกรรมร่วมกันของสมาชิกในครอบครัว

บ้านตัวอย่างดีไซน์ให้พื้นที่นี้เป็นเหมือนห้องเรียนออนไลน์ของเด็กๆ ในช่วง New Normal มีคอมพิวเตอร์ จัดวางบนโต๊ะทำงาน พร้อมกับมุมนั่งพักผ่อนของผู้ปกครอง สามารถมาจิบกาแฟและช่วยเด็กๆ ดูเรื่องการบ้านได้ เป็นการสร้างความผูกพันในครอบครัว

ชั้นบนผมว่าฟีลลิ่งค่อนข้างโปร่งโล่งสบาย เพราะมีประตูกระจกเปิดออกไปด้านนอก ซึ่งเป็นระเบียงขนาดใหญ่เชื่อมต่อกับระเบียงของห้องนอนหลัก สามารถปลูกไม้กระถางเพิ่มได้ หรืออยากจะแนะนำให้หาเก้าอี้โยกเป็นไม้ดีไซน์วินเทจเก๋ๆ สักตัวมาวาง เพื่อจะได้นั่งเล่นรับลมชมวิว อ่านหนังสือหรือว่าจิบกาแฟยามเช้า

อีกจุดที่ผมชอบคือจะได้เรื่องแสงธรรมชาติที่ส่องเข้ามา บ้านตัวอย่างหันหน้าไปทางทิศตะวันออกทำให้แสงตอนเช้าส่องเข้ามาภายในบ้านคือภาพที่สวยมาก

เรามาชม Master Bedroom กันก่อนนะครับ จะอยู่ทางด้านปีกซ้ายของบ้าน กินพื้นที่มากเป็น 2 เท่าของห้องนอนรอง ถือว่าเป็นห้องนอนหลักที่มีขนาดใหญ่มาก

ภายในยังคุมโทนการตกแต่งให้เป็นไปในทิศทางเดียวกับภาพรวมของบ้าน คือการเลือกใช้สีน้ำเงินเข้มตัดสลับกับสีเหลืองทอง และเลือกใช้สีเทา-ดำเข้ามาเพ่ิมความเรียบหรูคลาสสิคให้กับห้อง 

ส่วนพักผ่อนจัดวางเตียงนอนขนาดใหญ่ หัวเตียงประดับด้วยโต๊ะข้างขนาดเล็กทั้งซ้ายและขวา จัดวางโคมไฟสีดาร์กบลู ดูเข้มขรึมรับกับผนังหินอ่อนหัวเตียงดูกลมกลืนเข้ากันดี

ปลายเตียงจัดวางคาร์บิเนทแบบเตี้ยเป็นแนวยาวขนานไปกับเตียง ส่วนทีวีเลือกใช้เป็นแบบแขวนผนังซึ่งดีไซน์เป็นแบบเซาะร่องสีขาวบนผนังทรงโค้งแบบ Arch ดูแล้วคลาสสิคดีครับ เป็นมุมที่ผมชอบมาก

พื้นปูด้วย PVC ลายไม้เวลาเดินแล้วให้สัมผัสเหมือนไม้จริง ด้านหน้าเป็นประตูกระจกใสสีเขียวตัดแสงเต็มบาน สามารถสไลด์เปิดออกเพื่อไปสู่ระเบียงหน้าบ้านซึ่งเชื่อมต่อกับ Family Area ที่อยู่ติดกัน อีกทั้งยังเป็นการเปิดช่องแสงธรรมชาติขนาดใหญ่ ได้วิวร่มรื่นของต้นไม้สีเขียวสบายตาดีครับ 

อีกด้านเป็นห้องแต่งตัวและห้องน้ำซึ่งมีขนาดใหญ่มากครับ ใช้ประตูบานสไลด์กั้นระหว่างพื้นที่พักผ่อนแยกออกจากกันเพื่อความเป็นส่วนตัว ภายในออกแบบให้เป็นตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่สูงจากพื้นจรดฝ้าเพดานแบบ Walk-in Closet จัดวางเป็นรูปตัวแอล (L Shape) แบบเข้ามุม เราสามารถแบ่งพื้นที่ส่วนตัวในการจัดเก็บเสื้อผ้าสำหรับคุณผู้ชายและคุณผู้หญิงได้เลยครับ เพื่อให้เกิดความเป็นสัดส่วน

บ้านตัวอย่างเลือกออกแบบให้หน้าบานตู้เสื้อผ้าเป็นกระจกสีชาเพื่อให้ห้องดูกว้างขึ้นและเพิ่มมิติของห้องจากภาพสะท้อนและไฟ LED ด้านในทำให้ห้องดูเรียบหรูมากยิ่งขึ้น

ขณะที่ภายในห้องน้ำแบ่งฟังก์ชั่นการใช้งานได้ดี ด้านหน้าเป็นอ่างล้างหน้าที่มาพร้อมกีับกระจกเต็มบานขนาดใหญ่ ถัดไปด้านในเป็นสุขภัณฑ์จาก COTTO (หรือแบรนด์เทียบเท่า) พร้อมทั้งออกแบบให้ Shower อยู่ด้านในซึ่งแยกโซนเปียกแห้งเอาไว้ให้เรียบร้อย 

ด้านหน้าประตูห้องน้ำ จัดวางโต๊ะเครื่องแป้งพร้อมกระจกทรงกลมขนาดใหญ่ เชื่อมต่อกันไปภายในห้องแต่งตัวนี้ ถือว่าสะดวกครบจบในที่เดียว 

มาดูห้องนอนรองกันบ้าง ถ้าขึ้นบันไดมาชั้นบนจะอยู่โซนปีกขวาของบ้าน ถัดจาก Family Area เข้ามา เป็น 2 ห้องที่อยู่ติดกัน 

เราเริ่มจากห้องนอนรอง 1 ซึ่งอยู่โซนหน้าบ้าน ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าห้องนอนรองอีกห้องที่อยู่ติดกัน ผังห้องเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนานไปกับความกว้างของหน้าบ้าน พร้อมกับช่องแสงขนาดใหญ่ทั้งฝั่งหน้าบ้านและด้านข้าง 

อีกด้านเป็นโต๊ะเขียนหนังสือริมหน้าต่าง เปิดรับแสงธรรมชาติในตอนกลางวัน ติดกันเป็นตู้หนังสือ ตู้เสื้อผ้า 

บ้านตัวอย่างเน้นสีชมพูสดใส จัดวางเตียงนอนไว้ชิดด้านในเชื่อมต่อกับพื้นที่นั่งเล่นริมหน้าต่าง ได้ความเป็นส่วนตัวสำหรับวัยสร้างสรรค์ที่กำลังครีเอทีฟ รักความอิสระ โลดเล่นอยู่ในจินตนาการของตัวเอง การได้มีพื้นที่ส่วนตัวเป็นเรื่องสำคัญมาก 

ห้องน้ำจะอยู่ด้านในสุดฝั่งตรงข้ามกับเตียง ชอบมุมนี้ตกแต่งน่ารักดีครับ 

ห้องนอนรองอีกห้องอยู่ติดกัน จะมีขนาดเล็กกว่านิดหน่อย อยู่ค่อนไปในโซนด้านหลังบ้าน จะได้เปรียบเรื่องความเงียบสงบ

บ้านตัวอย่างตกแต่งให้ห้องนี้ให้ดูเป็นห้องนอนของเด็กผู้ชายวัยกำลังซน ชอบที่จะเรียนรู้เรื่องราวใหม่ๆ และเปี่ยมไปด้วยจินตนาการ โทนสีของห้องใช้เป็นสีน้ำเงินเข้มคุมโทนของบ้านได้ดี จัดวางเตียงเดี่ยวไว้ชิดผนังด้านในติดกันเป็นหน้าต่างเต็มบาน เมื่อเปิดออกจะช่วยให้แสงส่องสว่างเข้าบ้านได้อย่างเต็มที่ ขณะเดียวกันปลายเตียงมีพื้นที่ส่วนตัวเล็กๆ สำหรับนั่งอ่านหนังสือหรือทำกิจกรรมส่วนตัว 

หัวเตียงและผนังตกแต่งเป็นรูปจักรวาล ดวงดาว ดูว๊าวมาก เป็นห้องตัวอย่างที่ตกแต่งคอนเซ็ปต์ดีมองนึกไปถึงความฝันของตัวเองตอนยังเป็นเด็กผู้ชายตัวน้อย ที่ฝันว่าสักวันหนึ่งจะไปทำงานอยู่ที่ NASA และจะพาตัวเองไปเหยียบดาวที่นอกโลก

ปลายเตียงด้านหนึ่งเป็นโต๊ะทำการบ้านจัดวางข้าวของเครื่องใช้ไว้พองาม ใกล้กันเป็นห้องน้ำในตัว ที่แยกส่วนเปียกแห้งไว้ให้เรียบร้อย ผนังเจาะเปิดช่องแสงและเพื่อให้ระบายอากาศได้ 

มาชม Clubhouse และพื้นที่ส่วนกลางกันบ้างครับ เป็นอาคารดีไซน์แบบฟรีฟอร์มอยู่โซนด้านหน้าโครงการเลยรับกันดีกับ Main Gate โดดเด่นด้วย Facade โค้งระแนงในแบบ Modern Arch ถ้าจะมีแขกมาพบเราสามารถนัดได้ที่ Clubhouse ได้เลยครับ โดยไม่จำเป็นต้องให้เข้ามาด้านในโครงการหรือไม่ต้องเข้าบ้าน เพื่อความเป็นส่วนตัว

Clubhouse มีสระว่ายน้ำระบบเกลือขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อกับวิวสวนสีเขียวได้อย่างน่าสนใจ พร้อมทั้งแบ่งสระเด็กและสระผู้ใหญ่ไว้ให้เรียบร้อย 

พื้นที่ส่วนกลางดีไซน์ร่มรื่น เต็มไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ให้ความสดชื่นสบายตา สนามหญ้ากว้างขวางพร้อมจัดวางที่นั่งกระจายโดยรอบ บางจุดที่นั่งเป็นก้อนหินกลมๆ ขนาดใหญ่น่ารักมากเหมาะสำหรับมานั่งเล่นช่วงเย็นๆ กับคนในครอบครัว ดูเป็นพื้นที่แห่งความผ่อนคลายสบายใจ 

“ … ขอพื้นที่เล็กเล็กนี้ยังเป็นเด็กไปนานนาน ให้เรายังได้ฝัน ให้เรายังยิ้มได้
โลกแห่งความจริง มันจะดีหรือร้าย
แต่ความเป็นเด็กในหัวใจ … จะอยู่กับฉันตลอดไป … “ 

ตอนนี้ที่ Lobby ชั้น 1 ยังเป็นสำนักงานขาย เราเลยจะขึ้นบันไดไปชมชั้น 2 กัน และอย่างที่บอกคือโครงการของ SC Asset ทุกแห่งติดตั้ง Stairlift หรือลิฟต์เก้าอี้เลื่อนขึ้นบันไดเพื่อนำผู้สูงอายุหรือผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิิเศษขึ้นไปยังบนชั้น 2 ของ Clubhouse ได้สะดวกขึ้น 

ชั้นบนจะเป็น Co-Working Space สีสันสดใสสำหรับนั่งพักผ่อน ทำงานหรือนัดเพื่อนมาเม้าท์กัน จัดวางที่นั่งกระจายรอบห้อง พร้อมมุมเครื่องดื่มรองรับทุกความต้องการ 

ส่วนอีกห้องติดกันจะเป็นฟิตเนสที่มีเครื่องออกกำลังกายครบครัน บรรยากาศเป็นห้องกระจกที่มองเห็นวิวสวนด้านนอกได้สดชื่นดี 

#โดยสรุป โครงการ VENUE ID พระราม 5 เหมาะสำหรับคนรุ่นใหม่ที่ต้องการขยับขยายจากการอยู่คอนโดนิเนียม มองหาบ้านเดี่ยวสักหลังที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ ความสะดวกสบายในการเดินทาง เข้าออกได้หลากหลายเส้นทาง รองรับการคมนาคมหลากหลายรูปแบบ อีกทั้งปัจจัยในเรื่องความสวยงามสร้างสรรค์ของงานดีไซน์ เป็นพื้นที่ให้ได้ปลดปล่อยความคิดอย่างอิสระ โลดแล่นไปตามจินตนาการ

อีกหนึ่งจุดเด่นของโครงการนี้ นอกเหนือไปจากภาพรวมงานดีไซน์ที่ทำออกมาได้ทันสมัย โดนใจคนรุ่นใหม่แล้ว ยังเป็นโครงการขนาดไม่ใหญ่เพียง 66 ยูนิตเท่านั้น ทำให้ตอบสนองความต้องการอีกขั้นของคนเจนวาย (Gen Y) คือต้องการพื้นที่แห่งความเป็นส่วนตัวท่ามกลางการอยู่ในอาศัยในสังคมที่มีคุณภาพ

สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
Call Center : 1749
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ : https://m.scasset.com/9QAs

hemm team
hemm team

• The magazine for Sharp Living, Travel Design and Lifestyle for men •