W Koh Samui

W เกาะสมุย #รีสอร์ตสุดเปรี้ยวจี๊ด

_

วิว WOO Bar ทะเลพาโนราม่าสุดปัง‼️

กานต์ว่า 1 ใน Destination ที่หลายคนอยากมาพักผ่อน ก็น่าจะเป็นที่นี่ครับ วิวปัง รีสอร์ตใหญ่อลังการ อาหารอร่อย อาร์ตได้ เพลงดี มีความคูล ดูแฟชั่นนิสต้า มู้ดที่ออกมาคือโครต Chic โคตร Vibes บรรยายไม่ถูก เอาเป็นว่า ผมยกให้เป็นรีสอร์ตที่สุดเปรี้ยวจี๊ดเลยครับ ตามคาแรกเตอร์ของแบรนด์ W ที่อิมพอร์ตมาจาก New York

ความดีงามของที่นี่คือได้วิวทะเลสวยสุดลูกหูลูกตา มาพร้อมกับจุดถ่ายรูปเยอะมาก ตัวรีสอร์ตได้วิว 2 ด้านทั้งฝั่งพระอาทิตย์ขึ้นและตก ตัวรีสอร์ทออกแบบให้มีความเป็นเกาะสวาทหาดสวรรค์ มีความเป็นป่าเขตร้อนแบบ Tropic เน้นความเป็นธรรมชาติ แต่ก็ไม่ขาดสีสันและความสนุกสนาน

ตลอดเวลาที่อยู่ W เกาะสมุย เราจะได้ยินเสียงดนตรีในทุกจุด มี Logo W ของโรงแรมที่ปักหมุดไว้ทั่ว ให้เราตามรอยมาถ่ายรูปลง IG รีสอร์ตวางเลย์เอ้าท์สวยดี ออกแบบตกแต่งภายในก็สวยเก๋ไม่แคร์เวิล์ด ผมชอบการจับคู่สีในหลายๆ จุด ที่ไม่ต้องคำนึงถึงทฤษฎีอะไรมากมาย เอาแค่ว่าดูแล้วสวยโดนใจมันก็คือจบนะ!! ที่ Lobby มีวอลล์สตรีทอาร์ตที่วาดโดยศิลปินชื่อดัง Alec Monopoly จาก New York ประดับไว้เก๋ๆ

ทริปนี้ผมพัก Ocean Front Haven เป็นวิลล่าส่วนตัวที่อยู่ติดกับหน้าหาดเลยครับ สามารถเดินออกจากประตูในวิลล่าไม่ถึง 5 ก้าว ก็เป็นทะเลแล้ว วิลล่าตกแต่งสวยดี ชอบตู้ที่ติดไฟสีแดงสด มันแจ่มมาก คุมโทนห้องดี มีน้องหมีสีแดงใส่ชุดคุมอาบน้ำวางบนเตียงเตรียมไว้ให้นอนเป็นเพื่อนคืนนี้ ไม่เหงาแล้วแหละ ดูออก

ผมชอบ SWEET SPOT เป็นจุดที่แช่ไอติม น้ำอัดลมให้กินฟรีในรีสอร์ต ผมว่ามันป๋ามาก อยากกินเท่าไรก็มาหยิบไป ไม่อั้น!! มันเป็นไอเดียรีสอร์ตแบบเดียวที่ผมคิดอยากจะทำคือมีขนม ของว่าง ของหวานให้ทานฟรีทั้งวัน ไหนๆ ก็จ่ายตังค์กันมาคนละไม่ใช่น้อยๆ

เอาละ!! จนถึงตอนนี้ ผมยังมูฟออนจากห้องอาหารญี่ปุ่น Namu ไม่ได้ highly recommend เลยครับ ลอปสเตอร์อุด้งคือนิพพาน เป็นจานที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง เอาไว้สมุยทริปหน้าจะจัดเวลามาทานดินเนอร์ที่นี่อีก อ่อ!! ที่ W เกาะสมุย มีเมนูใหม่ หมูกะทะ on the beach ด้วยนะ ใครสนใจก็ไปลองได้

โดยรวมคือประทับใจ ให้ 10 เต็ม 10 ไม่หัก จะเสียดายหน่อยก็ตรงที่ stay 3 day 2 night ไม่น่าพอ ทริปหน้าขออยู่ยาวๆ สักอาทิตย์นึงครับ

เอาละ ไปชมภาพ W Koh Samui ที่กานต์กดชัตเตอร์มาฝากกันดีกว่าครับ รับรองว่าสวยเด็ดสุดจัด โดยไม่ต้องรอให้ปลัดมาบอก!!

มุมจาก WOO Bar ผมว่ามันว๊าวสุดๆ ตอนกลางวันอาจจะร้อน แนะนำว่าถ้าอยากได้รูปให้มาตอนเช้า จะรับแสงได้ดี แต่ถ้าใครอยากจะนั่งชิลล์ก็ลากยาวไปจนถึงตอนเย็น จะได้ฟีลลิ่งที่ค่อยๆ เปลี่ยนจาก Vibes ให้มาเป็น Romantic ส่วนกลางคืนก็ Chic แบบ Night Bar กันไปเลย

WOO Bar ในช่วงหัวค่ำ เป็นภาพในมุมสูงที่เราไม่ค่อยได้เห็นกันบ่อยนัก

อีกจุดสำหรับ Instagramable คือที่สระว่ายน้ำครับ ถ้าไม่อยากถ่ายรูปออกมาให้ติดใครเลยก็แน่นอนว่าต้องตอนเช้าครับ อีกข้อดีก็คือฉากทะเลที่เป็นแบ๊กกราวด์จะแดดไม่แรงสวยอยู่ครับ

ไปถ่ายรูปตอนเช้าหมดแล้วตอนเย็นจะทำไรอะไรดี ที่ W เกาะสมุย กิจกรรมเยอะมากไม่ต้องห่วง จะพายซัพก็ได้ นั่งชิลล์ที่ชายหาด จิบเครื่องดื่มที่ SIP Bar ก็ดี มีวิวพระอาทิตย์ตกสวยๆ ให้ชม

W Signature Spot for IG

โชคดีวันที่ไปพัก แดดดีตลอด ผมชอบหน้าหนาวตรงที่ถ่ายรูปตอนไหนก็ฟ้าสวย แดดละมุน แสงดี

ใช้บริการรถรับส่งจากสนามบิน นั่งมาถึงที่แถวแม่น้ำ ประมาณ 20-25 นาที ด้านหน้าจุด Drop-Off มีโลโก้ W แบบ Glitter ตัวใหญ่ตั้งตระหง่านรอทักทายเราอยู่

ภาพมุมสูงจากจุด W Drop-Off ที่เราจอดรถเมื่อสักครู่ ดูแล้วสวยสดชื่นดีมากครับ เป็นรีสอร์ตที่มีต้นไม้สีเขียวๆ เยอะมาก

จากนั้น เราจะเข้าไปด้านใน Lobby ส่วนสัมภาระจะล่วงหน้าไปรอก่อนที่วิลล่า

ความเก๋ของ Welcome Drink เป็นน้ำมะม่วงหาวมะนาวโห่ สีสุดเจ็บ ดื่มแล้วชุ่มฉ่ำชื่นใจหายเหนื่อยดี ตัดกับสีฟ้าสดของโซฟา

ที่ผนังของ Lobby มีภาพวาดโดยศิลปินสุดขบถจาก นิวยอร์กซิตี้ Alec Monopoly เจ้าของตัวละคร Monopoly Man นั่นเอง

Afternoon Tea ที่มาพร้อมกับเมนู Signature ชื่อว่า “การ์เด้น เฮ้าส์”

อ่อ!! ที่นี่จะมีจินและโทนิค ดื่มไม่อั้นจัดเต็ม 2 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 12.00 – 22.00 น. Mixologist ที่ W เก่งมากครับ ครีเอทเมนูเครื่องดื่มใหม่ๆ มาให้ลองตลอด

ที่ W เกาะสมุย จะมี Worthy Spots จุดถ่ายรูปสุดปัง ที่มาพร้อมกับโลโก้ W 3 จุดคือ

WOO Bar
Wet คือที่สระว่ายน้ำ
W Beach

ผมชอบรูปจากโดรนใบนี้ที่ถ่ายออกมาได้ภาพที่เป็นความเป็น Tropical ของป่าไม้ด้านหน้าชายหาด ผมว่ามันคือความเป็น W เกาะสมุยในมุมที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน มันดูเป็นสีสันที่สดใสดีเพราะมีทั้งสีเขียวของต้นมะพร้าว แซมด้วยสีแดงและสีฟ้าของน้ำทะเลที่ตัดด้วยสีขาวของหาดทราย

เป็น W เกาะสมุย ในมุมที่สวยแปลกตาดีครับ

เข้าวิลล่ากันก่อนดีกว่าครับ ทริปนี้กานต์พักที่ Ocean Front Haven เป็นวิลล่าที่อยู่ติดกับทะเล มีประตูเดินออกไปชายหาดแบบส่วนตัว

เดินเข้าไปมาในวิลล่าจะเจอกับน้องหมีสีแดง ผูกไทด์รอให้การต้อนรับ ภายในตัววิลล่าดีไซน์แบบเล่นระดับไม่เน้นความเป๊ะแบบสมมาตร แต่จะเป็นบรรยากาศของความสนุกสนาน

บนโต๊ะมีช็อคโกแล็ตและผลไม้แห้งวางไว้ต้อนรับ พร้อมกับ Welcome card ที่เขียนด้วยลายมือของ GM

ผมชอบตู้บานเลื่อนไม้บานใหญ่ที่ข้างนอกดูเรียบๆ แต่ด้านในเป็นไฟสีแดงสดมาก สามารถเลื่อนเปิดปิดได้ ซึ่งจะเชื่อมต่อกับตู้เสื้อผ้าในอีกฝั่ง

วิลล่าใหญ่มาก แบ่งออกเป็น 4 จุดหลักๆ คือโถงตรงกลาง เลี้ยวขวาเป็นห้องนอน ออกไปเป็นส่วนของพื้นที่เอาท์ดอร์ และเลี้ยวซ้ายมาจะเป็นห้องน้ำ ที่มีจุดอาบน้ำ 2 จุดพร้อมอ่างอาบน้ำ

แชมพู ครีมนวด ครีมอาบน้ำของที่ W เกาะสมุยจะใช้แบรนด์ Davines จากอิตาลี มีวางไว้ทั้งที่ในห้องอาบน้ำและอ่างล้างหน้า

จุดเด่นของแบรนด์ Davines คือ ส่วนประกอบที่สกัดมาจากธรรมชาติ ลดการใช้เคมี และเน้นการอนุรักษ์ธรรมชาติ ผมชอบมากเลยครับ เลยต้องอาบน้ำบ่อยเพราะมันหอม

พอวันแรกแม่บ้านคงเห็นว่าใช้จนหมด วันที่ 2 เลยกองขวดไซส์ใหญ่มาให้เลยโดยไม่ต้องร้องขอ คุณกานต์ถูกใจสิ่งนี้มาก

อ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ตั้งไว้ริมกระจก มองออกไปจะเห็นสระว่ายน้ำในวิลล่าและสวนด้านนอก

ผมชอบดีเทลการติดทีวีขนาดเล็กไว้ที่ผนังห้องน้ำเพื่อให้เราได้แช่อ่างอย่างสบายใจ ดูรายการโปรดไปด้วยได้ ไม่ต้องรีบร้อน

ส่วนของห้องน้ำที่เชื่อมต่อแบบวิวเปิดโล่งกับสระว่ายน้ำและสวนด้านข้างของวิลล่า สามารถเปิดประตูกระจกแล้วลงสระได้จากตรงนี้เลยครับ

ในวิลล่าจะมีประตูเล็กๆ เปิดให้เดินออกไปสู่ชายหาดเลยครับ เป็นหาดที่มีต้นไม้และต้นมะพร้าวขึ้นตลอดแนว แถบนี้จะไม่ค่อยมีคนเท่าไร

ที่ชายหาดจะมีทั้ง W Pod และเปลผูกกับต้นมะพร้าวเอาไว้ นั่งสบายๆ ชิลล์ดีมากครับ จากมุมนี้จะเห็นพระอาทิตย์ขึ้นด้วยครับ

ความเก๋ของ W Beach คือเป็นแหลมยื่นที่ได้ทั้งพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกเลยครับ หยิบผ้าปูออกมานั่งชิลๆ บนหาดทราย ถ่ายรูป Sunset แบบเกร๋ๆ

ตอนบ่ายแก่ๆ เรื่อยไปจนถึงเย็น ผมยกให้เป็นเวลาของ SIP & Snap นั่งชิลที่ Beach Bar ชมพระอาทิตย์ตกดินพร้อมเครื่องดื่มแก้วโปรด Signature Spritzers

เบื่อๆ ก็ลากซัพบอร์ดออกไปพายเล่นกันกลางทะเล ได้รูปเก๋ๆ กลับมาลง IG

ภาพนี้เป็นวิว Sunset ครับ จะเห็นว่า W เกาะสมุยมีแหลมชายหาดที่ยื่นออกมาพอดี ทำให้ได้วิวพระอาทิตย์ 2 แบบ สีสันสวยงามมาก

วิวตอนเย็นย่ำที่ WOO Bar มองไปจะเห็น The Kitchen Table ซึ่งเป็นห้องอาหารเช้าของเรา

WET เป็นมุมสระว่ายน้ำ ผมถ่ายวิวมุมสูงช่วงหัวค่ำตอนเปิดไฟให้ดู เป็นมุมที่แปลกตาดี ดูล้ำมาก

สระว่ายน้ำหลักส่วนกลางของที่นี่เรียกว่า WET ลึกประมาณ 1.3 เมตร จัดวางเตียงอาบแดดให้นอนชิลริมสระ ถ้าไปตอนเช้าจะถ่ายรูปง่าย แสงดี และไม่ค่อยมีคน

โซนหน้าหาด ผมชอบมุมนี้ มีความครีเอท เพราะใช้ตัวอักษร W เข้ามาประดับสลับสีกันด้านในเป็นห้องน้ำครับ

เดินตรงเข้ามาจะเป็นห้องอาหารญี่ปุ่น NAMU ที่อร่อยที่สุดในเกาะสมุย ฟังจากเพื่อนๆ และอ่านจากรีวิวมาเยอะมากว่าอร่อย ต้องลอง พลาดไม่ได้นะ บลาๆๆ

NAMU แปลว่าไม้ ครับ ดังนั้น การตกแต่งจึงเน้นความเป็นไม้ให้ความรู้สึกเรียบง่ายสไตล์ญี่ปุ่น ที่นี่จะเป็นครัวเปิด ให้เห็นการทุกขั้นตอนการปรุงของทีมเชฟ ซึ่งตอนนี้กำลังง่วนเตรียมดินเนอร์ให้ผมอยู่นั่นเอง

นั่งหน้าครัวกันไปเลย สั่งเครื่องดื่มมาจิบก่อน ระหว่างที่กำลังรออาหารทยอยมาเสิร์ฟ มื้อนี้เน้นสั่งแต่ที่เป็นเมนู Signature Dish จากทางร้าน

Signature ของห้องอาหาร NAMU มีหลายจานเลยครับ ไม่ว่าจะเป็น Strip Loin Steak เนื้อจากออสเตรเลีย เชฟเอาไปกริลล์บนกะทะเทปันราดด้วยโชยุการ์ลิค แต่ที่ดีงามคือซอสเทริยากิที่เชฟเคี่ยวเองครับ หอม หวาน ทานเข้ากันดี ไม่ควรพลาด

นอกจากนี้ ยังมีแซลม่อน ซันไชน์มากิ ด้านในใส่เป็นผงปลาไหลญี่ปุ่น ครีมชีส อโวคาโด้ ท๊อปด้วยซอสสไปซี่มาโยและคาร์เวียร์

อีกตัวที่เป็นโรลล์คือปูนิ่มแบบไทยๆ ราดด้วยซอสกระเพรา

เมนูทานเล่นอย่าง ทูน่า ทาร์ต ผมว่าก็อร่อย ทานง่าย เชฟใช้แป้งตอติญ่าบางกรอบ มีน้ำมันทรัฟเฟิลเพิ่มความหอม ท๊อปด้วยคาร์เวียร์มะม่วงและมะเขือเทศ ส่วนซอสเป็นวาซาบิสับดองกับคอมบุ รสชาติจะไม่เผ็ดแต่หอมหวานมากครับ

เชฟทำวิากิวเกี้ยวซ่าให้ทานด้วย เชฟใช้อิวาเตะวากิวจาญี่ปุ่นผสมกับเห็ดพอร์ชินีซึ่งจะเข้ากับดีกับเนื้อวัว ห่อเป็นเกี๊ยวราดด้วยซอสสูตรพิเศษจากทางร้าน ได้ความหวานๆ เผ็ดๆ เข้ากันดี

ของหวานเป็นช็อคโกแลตมัจฉะลาวา เสิร์ฟกับไอศครีม

เชฟมาเล่าเรื่องราวของอาหารแต่ละจานด้วยตัวเองครับ ทำให้รู้ว่าเบื้องหน้าความอร่อยนั้น มีเบื้องหลังที่ไม่ได้มาง่ายๆ เลยครับ

ลอปสเตอ์อุด้งเป็นเมนู Signature ของทางร้านที่ขายดีมาตลอด 11 ปีที่เปิดมา เชฟใช้แคนาเดียน ลอปสเตอร์แบบสดๆ อิมพอร์ตมา เข้าคู่กับเส้นอุด้งแบบโฮมเมด และราดด้วยซอสสูตรพิเศษ 2 ตัวคือใช้พริกจาราปีโน่ของเม็กซิกัน ให้ความเผ็ดแบบซ่าๆ ส่วนอีกตัวเป็นซอสพริกโคชูจังจากเกาหลี โรยด้วยพริกปลาไหลของญี่ปุ่นก่อนที่จะเบิร์นเพิ่มความหอม

จานนี้อร่อยมาก ไม่หักเลย ขนาดว่ากลับมากรุงเทพแล้วยังติดใจอยากจะตีตั๋วบินไปทานใหม่ที่สมุยอีกรอบ

อีกจานเป็นเมนูใหม่ที่เชฟทำมาให้ลองชิมก่อน ซึ่งกำลังจะลอนช์ออกมาเร็วๆ นี้ เป็น หอยเชลล์โฮตาเตะจากฮอกไกโด ทำให้สุกด้วยการ Torch หรือพ่นไฟเพื่อให้ได้กลิ่นสโมค ทานคู่กับจาราปีโน่ จูซที่ปั่นรวมกับแตงกวาได้ความเผ็ดๆ หวานๆ ท๊อปด้วยคาร์เวียร์ที่เป็นไข่ปลาแซลมอนและแบล็กคาร์เวียร์ มีผักไมโครร็อกเก็ตท๊อปด้านบนสุดอีกที ตัวนี้ให้ฟีลลิ่งแบบหวานๆ เปรี้ยวๆ ฉ่ำๆ เหมือนทานกับน้ำจิ้มซีฟู๊ดครับ

ส่วนมื้อเย็นของอีกวัน ขอปันใจจากบางมะขามดูสักครั้ง เพราะเราจะเปลี่ยนบรรยากาศไปทานหมูกะทะในแบบฉบับของ W เกาะสมุยกันดูบ้าง รสชาติดีเลยทีเดียว แต่ผมชอบบรรยากาศมากกว่า นั่งริมชายหาด ชมพระอาทิตย์ตกดิน ฟินๆ กับอาหารทะเลและเนื้อสัตว์ ชุดผัก นั่งทานกันสบายๆ ครับ

ทานไปเรื่อยๆ ไม่ต้องรีบ ยิ่งค่ำจะยิ่งสวย มีเซ็ทฟงเซ็ทไฟ ได้ฟีลหมูกะทะ ออน เดอะ บีชดีมาก

SWEET SPOT คือได้ใจสุดๆ มาแวะบ่อยสุดแล้วจุดนี้ มีตู้แช่ไอศครีม กระจายไป 4 จุดทั่วรีสอร์ต เติมตลอดของไม่เคยขาด มาพร้อมกับตู้แช่เครื่องดื่มเย็นชื่นใจ เป็นคอนเซปต์ที่ผมชอบมาก เพราะตั้งใจว่าถ้ามีรีสอร์ตเป็นของตัวเองจะทำจุดวางขนม อาหารเครื่องดื่มให้ทานทั้งวันแบบนี้ ไหนๆ ก็เสียตังค์มาทีนึงหลายบาทอยู่

เช้านี้มีน้องหมีนอนเป็นเพื่อนครับ ตั้งชื่อว่าอะไรดีนะ

เมื่อคืนตอนเทิร์นดาวน์แม่บ้านมาเปลี่ยนชุดน้องหมีใส่ Bathrobe น่ารักดี เช้านี้เลยชวนกันมาจิบกาแฟที่สวนส่วนตัวในวิลล่า

เมื่อคืนกลางดึก ฝนมาจากไหนก็ไม่รู้ ตื่นมาตอนเช้านึกว่าเป็นฤดูใบไม้ร่วง ต้องโทรแจ้งให้คนสวนมากวาด แต่เช้านี้แดดดีนะ สบายๆ บรรยากาศที่ Vibes ดีครับ

แช่น้ำให้สบายใจ สายๆ เราจะเดินไปทานอาหารเช้ากันครับ

เราเดินจากชายหาดหน้าวิลล่า ออกมาทางซ้ายจะเป็น W Beach เช้าๆ เดินสบายไม่ค่อยมีคนมากนักหากเทียบกับตอนเย็น

วิวพระอาทิตย์ขึ้นจะอยู่ฝั่งหน้าวิลล่าของผมพอดีครับ หลังๆ ผมรู้สึกว่าการมาเที่ยวแล้วตื่นเช้าๆ ก็เป็นกำไรที่ดี มีวิวสวยๆ บรรยากาศเงียบๆ สบายๆ ให้เราได้พักกายพักใจ ชอบมากครับ

ผมถ่ายบรรยากาศตอนเช้าๆ ให้เห็นจากอีกฝั่งของรีสอร์ตกันดูบ้างครับ มองเห็นทั้ง 74 วิลล่าสลับสับวิวกันไป

เช้านี้เราจะทานอาหารเช้ากันที่ The Kitchen Table จริงๆ จะเป็น All Day Dining แต่ช่วงนี้ อาจจะมีเปิดปิดไม่เป็นเวลาในมื้อกลางวันและมื้อค่ำ แนะนำให้เช็คกับพนักงานอีกที

ห้องอาหารสวย ตกแต่งได้ฟีลลิ่งแบบภาคใต้ มีการใช้ดีไซน์ของหนังตะลุง กรงนก เข้ามาประกอบ บางโต๊ะจะมีแดดส่องมาลงทำให้ได้แสงที่สวยขึ้น มีให้เลือกนั่งทั้งด้านนอกแบบเอาท์ดอร์และภายในห้องแอร์

อาหารเลือกได้จากเมนูและสั่งจากพนักงานครับ

อาหารเช้าของที่นี่ถือว่าจัดเต็มดีมากครับ สามารถสั่งได้ไม่อั้น ที่สำคัญคืออย่าลืมสั่งน้ำมะพร้าวมาเติมความสดชื่นยามเช้านะครับ

มีเมนูใหม่ที่เป็นไฮไลท์อยากจะแนะนำคือ Asian Quinoa Bowl จานนี้เป็นคีนัวมาพร้อมกับผักราดด้วยเดรสซิ่งจากอัลมอนต์

Savory Oatmeal อารมณ์เหมือนทานโจ๊กเลยครับ มีส่วนผสมหลากหลาย ส่วนของหวานผมชอบมากเป็น Miso Caramel Ice-Cream หอมหวาน มันเค็ม จานนี้สั่งคนเดียว 3 รอบได้

อาหารเช้าจะทานที่ในวิลล่าก็ได้นะครับ เอาที่เราสะดวกเลย

หรือใครจะสั่งเป็นแบบ Floating Breakfast ก็ได้ครับ เก๋ดี ได้รูปด้วย ผมชอบถาดลอยน้ำดูชิคๆ ไม่ค่อยเหมือนที่ไหนดี

ตอนบ่ายมีนัดไปทำสปาครับ แต่ที่ตื่นเต้นกว่าก็คือ เราจะไปอบหินร้อนที่ Thaimazcal อารมณ์เหมือนเข้าถ้ำที่เต็มไปด้วยกลิ่นหอมของสมุนไพรและไอน้ำที่ช่วยขับเหงื่อเพื่อให้ผิวพรรณดูเปล่งปลั่งขึ้น

เมื่ออบไอน้ำเสร็จจะเป็นการอาบน้ำ 3 อุณหภูมิที่เรียงกันไปเป็นครึ่งวงกลม เราจะเดินวนมาเรื่อยๆ ครับเริ่มจากน้ำร้อน น้ำอุณหภูมิปกติและน้ำเย็น เป็นการเปิดปิดกระชับรูขุมขนได้ดี ทำให้ร่างกายเฟรชขึ้น

โดยสรุปแล้ว W เกาะสมุย เป็นรีสอร์ตที่ควรมาสักครั้ง โดยเฉพาะช่วงนี้ที่ราคาปรับลงมาในระดับจ่ายได้สบายๆ เพราะเต็มไปด้วยความประทับใจในหลายจุดทั้ง วิวเอย บรรยากาศ มุมถ่ายรูปสุดปัง มีความเป็นมิวสิค แฟชั่น & ไลฟ์สไตล์รีสอร์ตเกร๋ๆ ชนิดที่ว่าคุณผู้หญิงจะต้องเตรียมมาทั้งเดรสและบิกินี่ในคราวเดียวกัน มันมีหลายฟีลลิ่งมาก

อยากให้มาลองเองครับ

จองห้องพักได้ที่ m.me/wkohsamui
โทร 077 915 999
อีเมลล์ bf.wkohsamui@whotels.com
Line: @wkohsamui

hemm team
hemm team

• The magazine for Sharp Living, Travel Design and Lifestyle for men •